
แชมป์ฟุตบอลโลก, ถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก และอื่นๆ อีกมากมาย เราไม่สามารถบอกได้ว่า นี่เป็นกลุ่มผู้เล่นที่แย่ กระนั้น บางที จำนวนแชมป์ที่พวกเขาได้รับอาจมากกว่าความสามารถที่มีด้วยซ้ำ
โชเซ่ โบซิงวา

แชมเปี้ยนส์ ลีก (2), พริเมร่า ลีกา (4), ทาคา เด โปรตุกัล, เอฟเอ คัพ (2)
มีผู้เล่นไม่กี่คนที่คว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีกได้กับ 2 สโมสร หนึ่งในนั้นคือฟูลแบ็ก โชเซ่ โบซิงวา ซึ่งซิวแชมป์ลีกโปรตุเกส 4 สมัยกับปอร์โต้ แชมป์เอฟเอ คัพ 2 สมัยกับเชลซี และติดทีมยอดเยี่ยมประจำเดือนของพรีเมียร์ลีก 17 เดือนติดต่อกัน
หลังฉลองถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก กับเชลซี เมื่อปี 2012 เขาอำลาทีมในช่วงซัมเมอร์ เพื่อย้ายไปอยู่กับควีนส์ปาร์ค ก่อนตกชั้นอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันเขาไร้สังกัด หลังหมดสัญญากับ แทร็ปซอนสปอร์ ตั้งแต่ปี 2016
มาร์ติน มอนโตย่า
แชมเปี้ยนส์ ลีก, ลา ลีกา (3), โกปา เดล เรย์ (2)

เมื่อแข้งสำรองต่อกรกับดาวเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล ฟูลแบ็ก มาร์ติน มอนโตย่า เข้าสู่อคาเดมี่ในตำนานของบาร์เซโลน่าตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ก่อนจะรู้ซึ้งในเวลาถัดมาว่า มันเป็นงานหนักในการแย่งตำแหน่งกับ ดานี่ อัลเวส
เขาลงเล่น 45 เกมลีกให้ทีมยักษ์ใหญ่แห่งกาตาลุนย่าในช่วง 5 ปี แต่มันเพียงพอให้มอนโตย่าคว้าแชมป์ลา ลีกา 3 สมัย เช่นเดียวกับ แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปี 2015 เขาอำลาบาร์ซ่าเมื่อสัญญากับทีมหมดลงเมื่อปี 2016 และถูกปล่อยตัวฟรีให้กับบาเลนเซีย
ฌิมี่ ตราโอเร่
แชมเปี้ยนส์ ลีก, เอฟเอ คัพ, ลีก คัพ, เฟรนช์ ลีก คัพ

ความทรงจำที่ดีที่สุดของแฟนลิเวอร์พูล คือ ‘ซีดานเทิร์น" ที่ส่งบอลเข้าก้นตาข่ายตัวเองในเกมเอฟเอ คัพ ที่พบเบิร์นลี่ย์ และอย่างผลลัพธ์ที่ปรากฏ ปราการหลังฝรั่งเศส ตราโอเร่จะมองย้อนกลับหลังถึงช่วงเวลาในถิ่นเมอร์ซี่ย์ไซด์ด้วยมุมมองที่แตกต่างกัน

เขาย้ายมาอยู่กับ "หงส์แดง" ในปี 1999 แต่ไม่ได้รับโอกาสลงเล่นนัก กระทั่งฤดูกาล 2002/03 ซึ่งเขาช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลีก คัพ 2 ปีต่อมา ลิเวอร์พูลซิวโทรฟี่แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยการชนะ เอซี มิลาน มิลาน แม้ตราโอเร่ก่อความผิดพลาดหลายครั้ง และทีมจากแดนมะกะโรนีทิ้งห่าง 3-0 เมื่อจบครึ่งแรกก็ตาม แชมป์เอฟเอ คัพในปีถัดมา ทำให้เขาคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยของอังกฤษได้ครบอย่างเหลือเชื่อจากช่วงเวลาที่เขาโลดแล่นในแดนผู้ดี
เยสเปอร์ บลอมควิสต์
แชมเปี้ยนส์ ลีก, พรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ, ออลสเวนส์คาน (5)

มันถูกต้องแล้วที่จะบอกว่า ปีกสัญชาติสวีดิชไม่น่าเป็นตัวจริงในนัดชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก 1999 หาก รอย คีน และ พอล สโคลส์ สามารถลงเล่นได้ มันกลายเป็นเกมสุดท้ายของเขากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และมันเป็นฤดูกาลอันสมบูรณ์แบบ เมื่อเขาคว้าแชมป์ครบทุกรายการ ทั้งเอฟเอ คัพ, พรีเมียร์ลีก และแชมเปี้ยนส์ ลีก หลังเคยคว้าแชมป์ลีกสวีดิชมาแล้ว รวมถึงอันดับ 3 ฟุตบอลโลก ในปี 1994
เขาใช้เวลาในอีก 2 ฤดูกาลไปกับอาการบาดเจ็บ ก่อนย้ายไปรักษาตัวกับเอฟเวอร์ตันและชาร์ลตัน แอธเลติก ไม่กี่ปีที่ผ่านมา บลอมควิสต์เผยว่า เขาทำเหรียญแชมเปี้ยนส์ ลีกหล่นหายในระหว่างการฉลองแชมป์ บางที หากไม่ได้รับบาดเจ็บ เขาอาจสะสมเหรียญรางวัลมากกว่านี้ก็เป็นได้
โรเก้ จูเนียร์
ฟุตบอลโลก, แชมเปี้ยนส์ ลีก, คัมเปโอนาโต้ เปาลิสต้า (2), โกปา โด บราซิล, โกปา ลิเบร์ตาดอเรส, โคปปา อิตาเลีย

การเข้ามาของเซนเตอร์แบ็กทีมชาติบราซิลด้วยสัญญายืมตัว นำมาซึ่งความยินดีปรีดาอย่างมากสู่ถิ่นเอลแลนด์ โร้ด แต่การลงเล่นแค่ 7 เกมและเสียถึง 24 ประตู ทำให้แฟนลีดส์เริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับ โรเก้ จูเนียร์ เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในบราซิลกับ พัลไมรัส ซึ่งเขาคว้าแชมป์โกปา ลิเบร์ตาดอเรส ก่อนย้ายไปอยู่กับ เอซี มิลาน และช่วยให้ทีมคว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก ในปี 2003 โดยลงมาเป็นตัวสำรองในนัดชิงชนะเลิศ
นอกจากนั้น โรเก้ จูเนียร์ ยังเป็นส่วนหนึ่งในทีมชาติบราซิล ชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกอย่างเหนือความคาดหมายในปี 2002 แม้อันที่จริงควรยกเครดิตให้แก๊ง 3R ของ โรนัลดินโญ่, ริวัลโด้ และ โรนัลโด้ ในแดนหน้าก็ตาม
เดวิด เมย์
แชมเปี้ยนส์ ลีก, พรีเมียร์ลีก (2), เอฟเอ คัพ (2)

ปราการหลังผู้ได้ประโยชน์เต็มๆ จากความพลิกผันของหน้าประวัติศาสตร์ เขาเซ็นสัญญามาจากแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ในช่วงซัมเมอร์ปี 1994 เนื่องจาก อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ต้องการนักเตะสัญชาติอังกฤษเข้ามาเสริมทัพ จากการจำกัดโควต้านักเตะต่างชาติในฟุตบอลยุโรป ซึ่งกฎดังกล่าวนี้ถูกยกเลิกไปแล้ว แต่ เมย์ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย, แชมป์เอฟเอ คัพ 2 สมัยและ แชมเปี้ยนส์ ลีก เขาได้เหรียญแชมป์ยุโรปแม้ว่าไม่ได้ลงเล่นแม้แต่เกมเดียวในรายการนี้ นั่นเพราะเขามีชื่อเป็นตัวสำรองในนัดชิงชนะเลิศ
โอริโอล โรเมว และ ไรอัน เบอร์ทรานด์
แชมเปี้ยนส์ ลีก, ยูโรปา ลีก, เอฟเอ คัพ

มีผู้เล่นฝีเท้าเยี่ยมราว 20 คนในลีกยุโรปที่เคยอยู่กับเชลซีมาแล้วช่วงหนึ่ง ก่อนย้ายทีมออกไป บางคนกลายเป็นนักเตะที่ดี และมันทำให้คุณต้องประหลาดใจว่า ทำไม พวกเขาถึงไม่ได้รับโอกาสที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ลองนึกถึง โม ซาลาห์ หรือ เควิน เดอ บรอยน์ รวมถึงอื่นๆ อีกมากมายนั่นก็ได้
โรเมวเป็นอีกคนที่อยู่ในหมวดนี้ เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมทีมเซาธ์แฮมป์ตันอย่าง ไรอัน เบอร์ทรานด์ คู่หูฝีเท้าฉกาจ พวกเขาได้รับโอกาสลงเล่นมากกว่าสมัยที่อยู่ในถิ่นเวสต์ ลอนดอน อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่คว้าเหรียญเอฟเอ คัพ, แชมเปี้ยนส์ ลีก และยูโรปา ลีก ในช่วงเวลาที่อยู่กับเชลซี แม้ว่าแทบไม่มีโอกาสเป็นตัวจริงเลยก็ตาม
โจน กัปเดบีล่า
ฟุตบอลโลก, ยูโรเปี้ยน แชมเปี้ยนชิพ, โกปา เดล เรย์, ทาคา เด ลีกา

ผู้เล่นบางรายเกิดมาเพื่อก้าวสู่ความยิ่งใหญ่ จากการผลักดันของเพื่อนร่วมทีมรายอื่นๆ ขณะเดียวกัน ผู้เล่นบางคนเกิดมาเพื่อยิ่งใหญ่ ด้วยการอยู่ถูกที่ถูกเวลา และนั่นคือกรณีของ โจน กัปเดบีล่า ซึ่งเส้นทางในระดับสโมสรมีแค่การคว้าแชมป์บอลถ้วยในสเปนและโปรตุเกส (หรืออาจรวมแชมป์ลีกในอันดอร์ร่าด้วยก็ได้)
ในระดับทีมชาติ เขาเป็นสมาชิกตัวหลักของทีมชาติสเปนชุดแชมป์ฟุตบอลโลก 2010 และแชมป์ยุโรป 2008 เขาเป็นที่จดจำจากการเป็นตัวจริงให้สเปนในนัดชิงชนะเลิศ โดยไม่ใช่ผู้เล่นจากเรอัล มาดริด หรือบาร์เซโลน่า
อันแดร์สัน
แชมเปี้ยนส์ ลีก, พรีเมียร์ลีก (4), ลีก คัพ (2), โกปา อเมริกา, สโมสรโลก, พริเมร่า ลีกา (2)

มิดฟิลด์บราซิเลียนได้รับอะไรหลายอย่างมากกว่าแค่น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น ในช่วงที่อยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แม้ไม่อาจยึดตัวจริงได้อย่างสม่ำเสมอในทีมก็ตาม แม้มีข้อถกเถียงว่า เขาเก่งจริงเหมือนที่คาดหวังกันในตอนแรกหรือไม่ แต่ก็ยังกวาดแทบทุกแชมป์ในเกาะอังกฤษ ยกเว้นเพียงถ้วยเอฟเอ คัพเท่านั้น
อันแดร์สันคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 4 สมัย หลังเคยซิวแชมป์ลีกโปรตุเกสมาแล้ว 2 สมัย นอกจากนั้น เขาเป็นแชมป์ลีก คัพ 2 สมัย, แชมเปี้ยนส์ ลีก และสโมสรโลก อันแดร์สันลงเล่นทีมชาติแค่ 8 นัด แต่ยังเพียงพอต่อการคว้าแชมป์โกปา อเมริกา รวมถึงได้เหรียญทองแดงในโอลิมปิกด้วย
ชูเลียโน่ เบลเล็ตติ
ฟุตบอลโลก, แชมเปี้ยนส์ ลีก, ลา ลีกา (2), พรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ (2)

มีผู้เล่นเพียง 5 คนที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก, แชมเปี้ยนส์ ลีก และฟุตบอลโลก และหนึ่งในนั้นคือ ชูเลียโน่ เบลเล็ตติ แข้งบราซิเลียนคว้าแชมป์โลกในปี 2002 แม้เล่นแค่ 45 นาทีเท่านั้น จากนั้น เขาคว้าแชมป์ลา ลีกา 2 สมัยและแชมเปี้ยนส์ ลีก กับบาร์เซโลน่า
นอกจากนั้น แบ็กขวาจอมลุยยังลงเล่นค่อนข้างสม่ำเสมอในทีมเชลซีชุดสุดแกร่ง ที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และเอฟเอ คัพ 2 สมัย แต่พ่ายต่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในการดวลจุดโทษ นัดชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก ปี 2008
มัสซิโม อ็อดโด้
ฟุตบอลโลก, แชมเปี้ยนส์ ลีก, เซเรีย อา, โคปปา อิตาเลีย, สโมสรโลก

แบ็กขวาชาวอิตาเลียน ลงเล่นแค่นัดเดียวในทีมชาติอิตาลีชุดคว้าแชมป์โลก ปี 2006 และใช้เวลาส่วนใหญ่ด้วยการตัดผมให้เพื่อนร่วมทีม ซึ่งทำให้เขาได้รับฉายา "ช่างตัดผมแห่งบราซิล"
เขาก้าวสู่ทีมเยาวชนของเอซี มิลาน แต่ไม่อาจก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้ และใช้เวลา 5 ปีกับลาซิโอ ก่อนคืนสู่ถิ่นซาน ซิโร่ เมื่อปี 2007 ซึ่งปีเดียวกันนั้น เขาช่วยให้มิลานคว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก และสโมสรโลก
เวส บราวน์
แชมเปี้ยนส์ ลีก (2), พรีเมียร์ลีก (5), เอฟเอ คัพ (2), ลีก คัพ (2)

ครั้งหนึ่ง อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เรียก เวส บราวน์ ว่าเป็นกองหลังธรรมชาติที่ดีที่สุดของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในรอบทศวรรษ และเขาคว้าเหรียญแชมป์กับทีมชุดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสโมสร แม้ฟอร์มการเล่นส่วนตัวจะไปไม่ถึงระดับนั้นก็ตาม บราวน์ใช้เวลากว่าทศวรรษกับสโมสร แต่มีบทบาทสำคัญเพียงแค่ฤดูกาล 2007/08 โดยแอสซิสต์ให้ยูไนเต็ด ในเกมชนะเชลซี และคว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก
นั่นเป็นการคว้าเหรียญแชมป์ยุโรปสมัยที่ 2 ต่อจากปี 1999 นั่นหมายความว่า เขาได้แชมป์รายการนี้เป็น 2 เท่าของ รอย คีน หรือ ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล เสียอีก นอกจากนี้ บราวน์คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ 2 สมัย, แชมป์ลีก คัพ 2 สมัยและแชมป์พรีเมียร์ลีก 5 สมัย จากนั้น เขาย้ายไปอยู่กับซันเดอร์แลนด์ในปี 2011 และตอนนี้ บราวน์เล่นให้กับ เคราล่า บลาสเตอร์ส ในลีกอินเดีย
credit : www.fourfourtwo.com/th (มีต่อ)
เห็นอย่างนี้โทรฟี่เพียบ 16 แข้งนอกสายตาคว้าแชมป์เยอะเกินคาด
แชมป์ฟุตบอลโลก, ถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก และอื่นๆ อีกมากมาย เราไม่สามารถบอกได้ว่า นี่เป็นกลุ่มผู้เล่นที่แย่ กระนั้น บางที จำนวนแชมป์ที่พวกเขาได้รับอาจมากกว่าความสามารถที่มีด้วยซ้ำ
โชเซ่ โบซิงวา
แชมเปี้ยนส์ ลีก (2), พริเมร่า ลีกา (4), ทาคา เด โปรตุกัล, เอฟเอ คัพ (2)
มีผู้เล่นไม่กี่คนที่คว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีกได้กับ 2 สโมสร หนึ่งในนั้นคือฟูลแบ็ก โชเซ่ โบซิงวา ซึ่งซิวแชมป์ลีกโปรตุเกส 4 สมัยกับปอร์โต้ แชมป์เอฟเอ คัพ 2 สมัยกับเชลซี และติดทีมยอดเยี่ยมประจำเดือนของพรีเมียร์ลีก 17 เดือนติดต่อกัน
หลังฉลองถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก กับเชลซี เมื่อปี 2012 เขาอำลาทีมในช่วงซัมเมอร์ เพื่อย้ายไปอยู่กับควีนส์ปาร์ค ก่อนตกชั้นอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันเขาไร้สังกัด หลังหมดสัญญากับ แทร็ปซอนสปอร์ ตั้งแต่ปี 2016
มาร์ติน มอนโตย่า
แชมเปี้ยนส์ ลีก, ลา ลีกา (3), โกปา เดล เรย์ (2)
เมื่อแข้งสำรองต่อกรกับดาวเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล ฟูลแบ็ก มาร์ติน มอนโตย่า เข้าสู่อคาเดมี่ในตำนานของบาร์เซโลน่าตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ก่อนจะรู้ซึ้งในเวลาถัดมาว่า มันเป็นงานหนักในการแย่งตำแหน่งกับ ดานี่ อัลเวส
เขาลงเล่น 45 เกมลีกให้ทีมยักษ์ใหญ่แห่งกาตาลุนย่าในช่วง 5 ปี แต่มันเพียงพอให้มอนโตย่าคว้าแชมป์ลา ลีกา 3 สมัย เช่นเดียวกับ แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปี 2015 เขาอำลาบาร์ซ่าเมื่อสัญญากับทีมหมดลงเมื่อปี 2016 และถูกปล่อยตัวฟรีให้กับบาเลนเซีย
ฌิมี่ ตราโอเร่
แชมเปี้ยนส์ ลีก, เอฟเอ คัพ, ลีก คัพ, เฟรนช์ ลีก คัพ
ความทรงจำที่ดีที่สุดของแฟนลิเวอร์พูล คือ ‘ซีดานเทิร์น" ที่ส่งบอลเข้าก้นตาข่ายตัวเองในเกมเอฟเอ คัพ ที่พบเบิร์นลี่ย์ และอย่างผลลัพธ์ที่ปรากฏ ปราการหลังฝรั่งเศส ตราโอเร่จะมองย้อนกลับหลังถึงช่วงเวลาในถิ่นเมอร์ซี่ย์ไซด์ด้วยมุมมองที่แตกต่างกัน
เขาย้ายมาอยู่กับ "หงส์แดง" ในปี 1999 แต่ไม่ได้รับโอกาสลงเล่นนัก กระทั่งฤดูกาล 2002/03 ซึ่งเขาช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลีก คัพ 2 ปีต่อมา ลิเวอร์พูลซิวโทรฟี่แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยการชนะ เอซี มิลาน มิลาน แม้ตราโอเร่ก่อความผิดพลาดหลายครั้ง และทีมจากแดนมะกะโรนีทิ้งห่าง 3-0 เมื่อจบครึ่งแรกก็ตาม แชมป์เอฟเอ คัพในปีถัดมา ทำให้เขาคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยของอังกฤษได้ครบอย่างเหลือเชื่อจากช่วงเวลาที่เขาโลดแล่นในแดนผู้ดี
เยสเปอร์ บลอมควิสต์
แชมเปี้ยนส์ ลีก, พรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ, ออลสเวนส์คาน (5)
มันถูกต้องแล้วที่จะบอกว่า ปีกสัญชาติสวีดิชไม่น่าเป็นตัวจริงในนัดชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก 1999 หาก รอย คีน และ พอล สโคลส์ สามารถลงเล่นได้ มันกลายเป็นเกมสุดท้ายของเขากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และมันเป็นฤดูกาลอันสมบูรณ์แบบ เมื่อเขาคว้าแชมป์ครบทุกรายการ ทั้งเอฟเอ คัพ, พรีเมียร์ลีก และแชมเปี้ยนส์ ลีก หลังเคยคว้าแชมป์ลีกสวีดิชมาแล้ว รวมถึงอันดับ 3 ฟุตบอลโลก ในปี 1994
เขาใช้เวลาในอีก 2 ฤดูกาลไปกับอาการบาดเจ็บ ก่อนย้ายไปรักษาตัวกับเอฟเวอร์ตันและชาร์ลตัน แอธเลติก ไม่กี่ปีที่ผ่านมา บลอมควิสต์เผยว่า เขาทำเหรียญแชมเปี้ยนส์ ลีกหล่นหายในระหว่างการฉลองแชมป์ บางที หากไม่ได้รับบาดเจ็บ เขาอาจสะสมเหรียญรางวัลมากกว่านี้ก็เป็นได้
โรเก้ จูเนียร์
ฟุตบอลโลก, แชมเปี้ยนส์ ลีก, คัมเปโอนาโต้ เปาลิสต้า (2), โกปา โด บราซิล, โกปา ลิเบร์ตาดอเรส, โคปปา อิตาเลีย
การเข้ามาของเซนเตอร์แบ็กทีมชาติบราซิลด้วยสัญญายืมตัว นำมาซึ่งความยินดีปรีดาอย่างมากสู่ถิ่นเอลแลนด์ โร้ด แต่การลงเล่นแค่ 7 เกมและเสียถึง 24 ประตู ทำให้แฟนลีดส์เริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับ โรเก้ จูเนียร์ เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในบราซิลกับ พัลไมรัส ซึ่งเขาคว้าแชมป์โกปา ลิเบร์ตาดอเรส ก่อนย้ายไปอยู่กับ เอซี มิลาน และช่วยให้ทีมคว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก ในปี 2003 โดยลงมาเป็นตัวสำรองในนัดชิงชนะเลิศ
นอกจากนั้น โรเก้ จูเนียร์ ยังเป็นส่วนหนึ่งในทีมชาติบราซิล ชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกอย่างเหนือความคาดหมายในปี 2002 แม้อันที่จริงควรยกเครดิตให้แก๊ง 3R ของ โรนัลดินโญ่, ริวัลโด้ และ โรนัลโด้ ในแดนหน้าก็ตาม
เดวิด เมย์
แชมเปี้ยนส์ ลีก, พรีเมียร์ลีก (2), เอฟเอ คัพ (2)
ปราการหลังผู้ได้ประโยชน์เต็มๆ จากความพลิกผันของหน้าประวัติศาสตร์ เขาเซ็นสัญญามาจากแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ในช่วงซัมเมอร์ปี 1994 เนื่องจาก อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ต้องการนักเตะสัญชาติอังกฤษเข้ามาเสริมทัพ จากการจำกัดโควต้านักเตะต่างชาติในฟุตบอลยุโรป ซึ่งกฎดังกล่าวนี้ถูกยกเลิกไปแล้ว แต่ เมย์ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย, แชมป์เอฟเอ คัพ 2 สมัยและ แชมเปี้ยนส์ ลีก เขาได้เหรียญแชมป์ยุโรปแม้ว่าไม่ได้ลงเล่นแม้แต่เกมเดียวในรายการนี้ นั่นเพราะเขามีชื่อเป็นตัวสำรองในนัดชิงชนะเลิศ
โอริโอล โรเมว และ ไรอัน เบอร์ทรานด์
แชมเปี้ยนส์ ลีก, ยูโรปา ลีก, เอฟเอ คัพ
มีผู้เล่นฝีเท้าเยี่ยมราว 20 คนในลีกยุโรปที่เคยอยู่กับเชลซีมาแล้วช่วงหนึ่ง ก่อนย้ายทีมออกไป บางคนกลายเป็นนักเตะที่ดี และมันทำให้คุณต้องประหลาดใจว่า ทำไม พวกเขาถึงไม่ได้รับโอกาสที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ลองนึกถึง โม ซาลาห์ หรือ เควิน เดอ บรอยน์ รวมถึงอื่นๆ อีกมากมายนั่นก็ได้
โรเมวเป็นอีกคนที่อยู่ในหมวดนี้ เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมทีมเซาธ์แฮมป์ตันอย่าง ไรอัน เบอร์ทรานด์ คู่หูฝีเท้าฉกาจ พวกเขาได้รับโอกาสลงเล่นมากกว่าสมัยที่อยู่ในถิ่นเวสต์ ลอนดอน อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่คว้าเหรียญเอฟเอ คัพ, แชมเปี้ยนส์ ลีก และยูโรปา ลีก ในช่วงเวลาที่อยู่กับเชลซี แม้ว่าแทบไม่มีโอกาสเป็นตัวจริงเลยก็ตาม
โจน กัปเดบีล่า
ฟุตบอลโลก, ยูโรเปี้ยน แชมเปี้ยนชิพ, โกปา เดล เรย์, ทาคา เด ลีกา
ผู้เล่นบางรายเกิดมาเพื่อก้าวสู่ความยิ่งใหญ่ จากการผลักดันของเพื่อนร่วมทีมรายอื่นๆ ขณะเดียวกัน ผู้เล่นบางคนเกิดมาเพื่อยิ่งใหญ่ ด้วยการอยู่ถูกที่ถูกเวลา และนั่นคือกรณีของ โจน กัปเดบีล่า ซึ่งเส้นทางในระดับสโมสรมีแค่การคว้าแชมป์บอลถ้วยในสเปนและโปรตุเกส (หรืออาจรวมแชมป์ลีกในอันดอร์ร่าด้วยก็ได้)
ในระดับทีมชาติ เขาเป็นสมาชิกตัวหลักของทีมชาติสเปนชุดแชมป์ฟุตบอลโลก 2010 และแชมป์ยุโรป 2008 เขาเป็นที่จดจำจากการเป็นตัวจริงให้สเปนในนัดชิงชนะเลิศ โดยไม่ใช่ผู้เล่นจากเรอัล มาดริด หรือบาร์เซโลน่า
อันแดร์สัน
แชมเปี้ยนส์ ลีก, พรีเมียร์ลีก (4), ลีก คัพ (2), โกปา อเมริกา, สโมสรโลก, พริเมร่า ลีกา (2)
มิดฟิลด์บราซิเลียนได้รับอะไรหลายอย่างมากกว่าแค่น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น ในช่วงที่อยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แม้ไม่อาจยึดตัวจริงได้อย่างสม่ำเสมอในทีมก็ตาม แม้มีข้อถกเถียงว่า เขาเก่งจริงเหมือนที่คาดหวังกันในตอนแรกหรือไม่ แต่ก็ยังกวาดแทบทุกแชมป์ในเกาะอังกฤษ ยกเว้นเพียงถ้วยเอฟเอ คัพเท่านั้น
อันแดร์สันคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 4 สมัย หลังเคยซิวแชมป์ลีกโปรตุเกสมาแล้ว 2 สมัย นอกจากนั้น เขาเป็นแชมป์ลีก คัพ 2 สมัย, แชมเปี้ยนส์ ลีก และสโมสรโลก อันแดร์สันลงเล่นทีมชาติแค่ 8 นัด แต่ยังเพียงพอต่อการคว้าแชมป์โกปา อเมริกา รวมถึงได้เหรียญทองแดงในโอลิมปิกด้วย
ชูเลียโน่ เบลเล็ตติ
ฟุตบอลโลก, แชมเปี้ยนส์ ลีก, ลา ลีกา (2), พรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ (2)
มีผู้เล่นเพียง 5 คนที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก, แชมเปี้ยนส์ ลีก และฟุตบอลโลก และหนึ่งในนั้นคือ ชูเลียโน่ เบลเล็ตติ แข้งบราซิเลียนคว้าแชมป์โลกในปี 2002 แม้เล่นแค่ 45 นาทีเท่านั้น จากนั้น เขาคว้าแชมป์ลา ลีกา 2 สมัยและแชมเปี้ยนส์ ลีก กับบาร์เซโลน่า
นอกจากนั้น แบ็กขวาจอมลุยยังลงเล่นค่อนข้างสม่ำเสมอในทีมเชลซีชุดสุดแกร่ง ที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และเอฟเอ คัพ 2 สมัย แต่พ่ายต่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในการดวลจุดโทษ นัดชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก ปี 2008
มัสซิโม อ็อดโด้
ฟุตบอลโลก, แชมเปี้ยนส์ ลีก, เซเรีย อา, โคปปา อิตาเลีย, สโมสรโลก
แบ็กขวาชาวอิตาเลียน ลงเล่นแค่นัดเดียวในทีมชาติอิตาลีชุดคว้าแชมป์โลก ปี 2006 และใช้เวลาส่วนใหญ่ด้วยการตัดผมให้เพื่อนร่วมทีม ซึ่งทำให้เขาได้รับฉายา "ช่างตัดผมแห่งบราซิล"
เขาก้าวสู่ทีมเยาวชนของเอซี มิลาน แต่ไม่อาจก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้ และใช้เวลา 5 ปีกับลาซิโอ ก่อนคืนสู่ถิ่นซาน ซิโร่ เมื่อปี 2007 ซึ่งปีเดียวกันนั้น เขาช่วยให้มิลานคว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก และสโมสรโลก
เวส บราวน์
แชมเปี้ยนส์ ลีก (2), พรีเมียร์ลีก (5), เอฟเอ คัพ (2), ลีก คัพ (2)
ครั้งหนึ่ง อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เรียก เวส บราวน์ ว่าเป็นกองหลังธรรมชาติที่ดีที่สุดของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในรอบทศวรรษ และเขาคว้าเหรียญแชมป์กับทีมชุดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสโมสร แม้ฟอร์มการเล่นส่วนตัวจะไปไม่ถึงระดับนั้นก็ตาม บราวน์ใช้เวลากว่าทศวรรษกับสโมสร แต่มีบทบาทสำคัญเพียงแค่ฤดูกาล 2007/08 โดยแอสซิสต์ให้ยูไนเต็ด ในเกมชนะเชลซี และคว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก
นั่นเป็นการคว้าเหรียญแชมป์ยุโรปสมัยที่ 2 ต่อจากปี 1999 นั่นหมายความว่า เขาได้แชมป์รายการนี้เป็น 2 เท่าของ รอย คีน หรือ ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล เสียอีก นอกจากนี้ บราวน์คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ 2 สมัย, แชมป์ลีก คัพ 2 สมัยและแชมป์พรีเมียร์ลีก 5 สมัย จากนั้น เขาย้ายไปอยู่กับซันเดอร์แลนด์ในปี 2011 และตอนนี้ บราวน์เล่นให้กับ เคราล่า บลาสเตอร์ส ในลีกอินเดีย
credit : www.fourfourtwo.com/th (มีต่อ)