JJNY : ปปป.เตรียมส่งหนังสือขอ “คลิปเสียงเจ้าสัวฯ” จากสื่อ หลังต้นฉบับถูกลบ/'ศรีสุวรรณ' จวก รมว.เกษตรฯ หมดปัญญาเอาผิดฯ

กระทู้คำถาม
ปปป.เตรียมส่งหนังสือขอ “คลิปเสียงเจ้าสัวเปรมชัยต่อรองหลังถูกจับ” จากสื่อ หลังจู่ๆ คลิปต้นฉบับถูกลบ
https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_768284

วันที่ 23 ก.พ. พ.ต.อ.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ รองผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (รอง ผบก.ปปป.) เปิดเผยว่า เดิมทีเจ้าหน้าที่ได้มีการนัดหมายกับนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก เพื่อขอให้นายวิเชียร ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการที่มีคลิปเสียงต่อรองขอให้เจ้าหน้าที่ปล่อยตัวนายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานบริหารกรรมการบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หลังจากถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวพร้อมพวก 4 คน พร้อมของกลางซากหนังเสือดำ เนื้อ และหนังเสือดำ รวมทั้งซากไก่ฟ้าหลังเทา สัตว์ป่าคุ้มครอง พร้อมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนเป็นจำนวนมาก

สำหรับการดำเนินการในส่วนของ ปปป. จะสอบปากคำเพื่อหาข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีการติดสินบน ซึ่งจะต้องสอบปากคำทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้กล่าวหาก่อน และเมื่อได้ข้อมูลที่ชัดเจนแล้ว จึงจะทำการสอบปากคำฝ่ายนายเปรมชัย ผู้ถูกกล่าวหา สำหรับการสอบปากคำฝ่ายผู้กล่าวหามีด้วยกันทั้งหมด 4 คน โดยได้นัดหมายครั้งแรกคือวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา แต่นายวิเชียร ขอเลื่อนออกไป เนื่องจากติดราชการ และได้มีการนัดหมายกันอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 7 มี.ค.ที่ สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ซึ่งการสอบปากคำจะมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย หรือนิติกร ของกรมอุทยานฯ มาร่วมรับฟังด้วย

“นอกจากนี้พบว่าคลิปเสียงที่ถูกนำไปเผยแพร่นั้น เจ้าหน้าที่ได้ลบไปแล้ว ดังนั้นเจ้าหน้าที่ ปปป.จำเป็นจะต้องส่งหนังสือไปขอความร่วมมือจากสื่อต่างๆ ที่ได้นำคลิปเสียงไปเผยแพร่ เพื่อนำคลิปดังกล่าวไปพิสูจน์ว่า เป็นเสียงของใคร” พ.ต.อ.วัชรินทร์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรณีที่นายวิเชียร เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อนายเปรมชัย เพิ่มอีก 1 ข้อหา รวมเป็น 10 ข้อหา คือข้อหาทารุณกรรมสัตว์ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้มีหมายเรียกไปถึงนายเปรมชัยให้มารับทราบข้อกล่าวหาครั้งแรกภายใน 12 วัน และวันนี้วันที่ 23 ก.พ.จะครบกำหนด 12 วัน และต่อมาทนายความส่วนตัวของนายเปรมชัย ได้ประสานมาขอเลื่อนเข้าพบเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา โดยให้เหตุผลว่าติดภารกิจสำคัญ แต่อย่างไรก็ตาม หากภายในวันนี้ (23 ก.พ.) นายเปรมชัย ไม่ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จะส่งหมายเรียกเป็นครั้งที่ 2 ในวันพรุ่งนี้ (24 ก.พ.)

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังจากที่ พ.ต.อ.วัชรินทร์ เปิดเผยว่า คลิปเสียงดังกล่าวถูกลบ ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ไปสอบถามข้อเท็จจริงจากนายวิเชียร แต่ไม่สามารถติดต่อได้ โดยสัญญาณโทรศัพท์ได้ตั้งระบบฝากข้อความเอาไว้




'ศรีสุวรรณ' จวก รมว.เกษตรฯ หมดปัญญาเอาผิด 'เปรมชัย' ข้อหาทารุณกรรมสัตว์
https://www.matichon.co.th/news/853674

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า สมาคมได้ออกแถลงการณ์ กรณีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องไม่สามารถเอาผิดนายเปรมชัยข้อหาทารุณกรรมสัตว์ได้ เป็นผลมาจากการละเลยการปฎิบัติหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หลังจากสำนักงานปศุสัตว์ จ.กาญจนบุรี ไม่สามารถแจ้งความเอาผิดนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริษัทอิตาเลียนไทย ในข้อหาทารุณกรรมสัตว์ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ 2557 ได้ เนื่องจากเสือดำ ไก่ฟ้าหลังลาย และเก้งที่ถูกฆ่าตายนั้น ไม่ได้กำหนดไว้ตามนิยามคำว่า “สัตว์” ในสาระสำคัญของกฎหมายดังกล่าว ทั้งที่ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายดังกล่าว ต้องการให้เกิดการคุ้มครองทั้งสัตว์เลี้ยงและสัตว์ป่าหรือสัตว์ที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติด้วย เพียงแต่กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เองออกประกาศกำหนดประเภทหรือชนิดสัตว์ที่อยู่อาศัยในธรรมชาติก่อนเท่านั้น

แถลงการณ์ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2557 ถึงปัจจุบันหลังจากกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ได้ละเลยเพิกเฉยเพื่อออกประกาศประเภทหรือชนิดสัตว์ป่าหรือสัตว์ที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติ เพื่อให้ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายดังกล่าว จึงถือได้ว่า รมว.เกษตรฯที่ผ่านมาในอดีต คือ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ และคนปัจจุบัน คือ นายกฤษดา บุญราชละเว้นการปฏิบัติหน้าที่” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เพราะตลอดเวลากว่า 3 ปีที่ผ่านมา สัตว์ป่าหรือสัตว์ที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติกลับไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายฉบับนี้ กลายเป็นช่องว่างให้ผู้มีอำนาจเข้าไปฆ่าสัตว์ป่าได้โดยไม่ต้องหาความผิดตามกฎหมายได้ ชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยไม่ได้ให้ความสำคัญกับการป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ป่าหรือ สัตว์ที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติเป็นที่น่าอับอายไปทั่วโลก ดังนั้น สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยขอเรียกร้องให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯเร่งออกประกาศกำหนดประเภทหรือชนิดสัตว์ป่า หรือสัตว์ที่อาศัยในธรรมชาติที่เป็นสัตว์ใหญ่ สัตว์สงวน สัตว์คุ้มครองทุกชนิด ให้เป็น “สัตว์” ตามนัยยะของกฎหมายป้องกันการทารุณกรรมฯ โดยเร็ว แต่หาก รมว.เกษตรฯยังเพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องนี้ สมาคมฯจำต้องนำความขึ้นฟ้องร้องต่อศาลฐานละเลยการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่