<
<
<
ระบบราชการ ก็ยังคงเป็น "ระบบน้ำนิ่ง" คือน้ำเน่า เคล้ากลุ่มทุนอุปถัมภ์
และกรณี คุณป้าที่ถูกอธรรมรังแก ที่เขตประเวศ
ถ้าระบบราชการทำงาน เหตุการณ์ทุบรถอย่างวานซืนจะไม่เกิด
ก็เพราะระบบราชการ "เป็นใจ" ลื่นไหลไปกับระบบไซด์ไลน์ จนใกล้ฝังรากเป็น "มรดกทางวัฒนธรรมอสัตย์"
ปล่อยให้คนมักได้-เห็นแก่ตัว เหยียบหัวกฎหมาย เหยียบหัวคณะบริหาร กทม.
ซ้ำเหยียบย่ำ-รังแกสุจริตชน คุกคาม-รุกล้ำ สิทธิส่วนบุคคลถึงในสถานที่อยู่อาศัย
ตั้งตลาดทั้งเถื่อน-กึ่งเถื่อน ล้อมบ้าน เป็นเหตุให้ผู้คนนำรถมาจอดปิดทางเข้า-ออก แม้ร้องศาล ร้องป.ป.ช. ร้องเขต
มีแต่ "อำนาจเถื่อน" มาเยือน..........
"อำนาจธรรม" เป็นสิบปี ยังคลำทางมาไม่ถึง!?
ขวานของคุณป้าคือ "ขวานฟ้า"
จามเปรี้ยงเดียว สะท้านทั้งระบบราชการและระบบสังคมเห็นแก่ตัว!
เพราะมีคนตาย จึงมีป้ายปักจารึก ฉันใด
เพราะระบบราชการไม่เดิน......
ประชาชนจึงต้องลุกขึ้น จับขวาน ตะโกน..สู้ ฉันนั้น!
ทำให้ต้องทบทวนความจริงที่เจ็บปวดว่า มนุษย์ทุกคนในสังคมโลก ล้วนปรารถนาความยุติธรรม
แต่ความยุติธรรมนั้น จะมีประโยชน์อะไร?
ถ้าระบบใช้เวลา ๕ ปี ๑๐ ปี กว่าจะผลิต "ความยุติธรรม" ออกมาให้สักเม็ด
ซึ่งนั่น ประชาชนผู้ถูกอยุติธรรมรังแก ตายเพราะตรอมไปก่อนแล้ว!
โบราณท่านให้คำเปรียบเทียบ ฟังดูตื้น แต่ถ้าใคร่ครวญดั่งมหาสมุทรสุดลึก
"กว่าถั่วจะสุก งาก็ไหม้"
กระบวนการทางกฎหมายบ้านเมืองไทย เป็นเช่นนี้ เป็นกระบวนการตอบโจทย์ "ระบบสารบรรณ"
ไม่ตอบโจทย์ "วิถีชีวิตจริง" ประชาชน ที่ต้องหมุนวนไปตลอดเวลา
แล้ว ๕ ปี ๑๐ ปี บางที ๒๐ ปี ถึงจะมีคำตอบออกมา
คำตอบนั้น ก็เหมือน "งาที่ไหม้"............
ถามว่า จะได้ใช้ประโยชน์อันใดกัน?
นั่นคือ การปฏิรูประบบราชการ นับเป็น "เรื่องด่วน" ของสังคมไทย ที่คนวันนี้ ต้องรื้อจิตสำนึก
ปรับมาตรฐานระบบสู่อนาคตใหม่ เพื่อลูกหลานของเราในศตวรรษใหม่ที่จะมาถึง
<
<
<
สวัสดียามค่ำ ... ปฏิรูประบบ 'อย่าคิดว่าไม่สำคัญ' ...เปลว สีเงิน ..ไทยโพสต์ออนไลน์ .../sao..เหลือ..noi
<
<
ระบบราชการ ก็ยังคงเป็น "ระบบน้ำนิ่ง" คือน้ำเน่า เคล้ากลุ่มทุนอุปถัมภ์
และกรณี คุณป้าที่ถูกอธรรมรังแก ที่เขตประเวศ
ถ้าระบบราชการทำงาน เหตุการณ์ทุบรถอย่างวานซืนจะไม่เกิด
ก็เพราะระบบราชการ "เป็นใจ" ลื่นไหลไปกับระบบไซด์ไลน์ จนใกล้ฝังรากเป็น "มรดกทางวัฒนธรรมอสัตย์"
ปล่อยให้คนมักได้-เห็นแก่ตัว เหยียบหัวกฎหมาย เหยียบหัวคณะบริหาร กทม.
ซ้ำเหยียบย่ำ-รังแกสุจริตชน คุกคาม-รุกล้ำ สิทธิส่วนบุคคลถึงในสถานที่อยู่อาศัย
ตั้งตลาดทั้งเถื่อน-กึ่งเถื่อน ล้อมบ้าน เป็นเหตุให้ผู้คนนำรถมาจอดปิดทางเข้า-ออก แม้ร้องศาล ร้องป.ป.ช. ร้องเขต
มีแต่ "อำนาจเถื่อน" มาเยือน..........
"อำนาจธรรม" เป็นสิบปี ยังคลำทางมาไม่ถึง!?
ขวานของคุณป้าคือ "ขวานฟ้า"
จามเปรี้ยงเดียว สะท้านทั้งระบบราชการและระบบสังคมเห็นแก่ตัว!
เพราะมีคนตาย จึงมีป้ายปักจารึก ฉันใด
เพราะระบบราชการไม่เดิน......
ประชาชนจึงต้องลุกขึ้น จับขวาน ตะโกน..สู้ ฉันนั้น!
ทำให้ต้องทบทวนความจริงที่เจ็บปวดว่า มนุษย์ทุกคนในสังคมโลก ล้วนปรารถนาความยุติธรรม
แต่ความยุติธรรมนั้น จะมีประโยชน์อะไร?
ถ้าระบบใช้เวลา ๕ ปี ๑๐ ปี กว่าจะผลิต "ความยุติธรรม" ออกมาให้สักเม็ด
ซึ่งนั่น ประชาชนผู้ถูกอยุติธรรมรังแก ตายเพราะตรอมไปก่อนแล้ว!
โบราณท่านให้คำเปรียบเทียบ ฟังดูตื้น แต่ถ้าใคร่ครวญดั่งมหาสมุทรสุดลึก
"กว่าถั่วจะสุก งาก็ไหม้"
กระบวนการทางกฎหมายบ้านเมืองไทย เป็นเช่นนี้ เป็นกระบวนการตอบโจทย์ "ระบบสารบรรณ"
ไม่ตอบโจทย์ "วิถีชีวิตจริง" ประชาชน ที่ต้องหมุนวนไปตลอดเวลา
แล้ว ๕ ปี ๑๐ ปี บางที ๒๐ ปี ถึงจะมีคำตอบออกมา
คำตอบนั้น ก็เหมือน "งาที่ไหม้"............
ถามว่า จะได้ใช้ประโยชน์อันใดกัน?
นั่นคือ การปฏิรูประบบราชการ นับเป็น "เรื่องด่วน" ของสังคมไทย ที่คนวันนี้ ต้องรื้อจิตสำนึก
ปรับมาตรฐานระบบสู่อนาคตใหม่ เพื่อลูกหลานของเราในศตวรรษใหม่ที่จะมาถึง
<
<
<