สวัสดีคับ หลังจากห่างหายจากการรีวิวไปนาน วันนี้หมูอ้วนกับเจ้าอูฐน้อย ก็ขอพาไปกิน ร้านอาหารญี่ปุ่น ชื่อว่าร้าน Sushi Ichizu
เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นแบบ Omakase (คือเซพเป็นคนเลือกเมนู ให้ ตามวัตถุดิบในแต่ละฤดูกาล เลือกไม่ได้ว่าจะกินอะไร แต่เลือกได้ว่าจะไม่กินอะไรบ้าง)
ก่อนอื่นจะเล่าประวัติเชฟก่อน (ขออนุญาติตัดประวัติมาจากหน้าเวปของร้าน)
Riku Toda (戸田陸)เกิดที่จังหวัดไซตามะ ฝึกฝนพื้นฐานอย่างหนักโดย ปรมาจารย์ซูชิ Hachiro Mizutani เจ้าของร้านซูชิ มิชลิน3ดาว Sushi Mizutani ลูกศิษย์อันดับ 1 ของเทพเจ้าซูชิ Jiro Ono
ต่อมา เชฟโทดะ ได้มาพบกับ เชฟ Takaaki Sugita เเละได้ย้ายมาช่วยงานเป็นหนึ่งในทีมงานที่ Miyakozushi จนร้านมีชื่อเสียงโด่งดังในวงการซูชิ เเละยกลำดับขึ้นมาเป็นเชฟมือ 2 ซึ่งร้านSugita ก็ได้รับดาวมิชลินในปีเดียวที่เปิด เเละ Gold Medal จากเว็บรีวิวอาหาร TABELOG อีกทั้งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในร้านซูชิที่ดีที่สุด เเละ เป็นร้านซูชิที่จองยากที่สุดของญี่ปุ่นยุคปัจจุบัน
จากประวัติเชฟ เป็นสาเหตุหลักที่ ทำให้ผม อยากมาทานที่ร้านนี้ เนื่องจากเคยพยายาม จองร้าน Jiro มาหลายหน แล้วแต่ก็ไม่สำเร็จ
หน้าตาเซพคับ

ตัวร้านอยู่ปากซอย เพชรบุรี 38/1 มีที่จอดรถให้บริเวณหน้าร้าน สามารถเดินทางมาโดยรถไฟฟ้าใต้ดิน ลงสถานีเพชรบุรี แล้วเดินต่ออีก 1.2 กม.
วิธีมารับประทานคือ ต้องจองล่วงหน้าก่อนครับ จะมีค่ามัดจำอยู่ที่ 4000 บาท ต่อ 1 ท่าน ที่ต้องโอนไปก่อน เนื่องจากทางร้านสั่งวัตถุดิบสำหรับลูกค้า วันต่อวัน ถ้าจองไว้แล้วไม่ไปรับประทาน ก็จะทำให้ทางร้านเสียวัตถุดิบ วึ่งไม่สามารถนำไปเสริฟให้ท่านอื่นได้ครับ
สำหรับราคา จะมีสองแบบ คือ แบบคอร์ส Testing 6000++ หรือ คอร์สดั้งเดิม 8000++ ซึ่งวันนี้จะพามากินคอร์ส 8000++ ครับ

หน้าตาของร้าน

ถ้ามาถึงก่อนเวลา ก็สามารถที่จะนั่งรอในห้องรับรอง ก่อนได้ครับ จะมีพนักงาน มาเสริฟ ผ้าร้อน และ ชาเขียวให้ครับ

เชฟเตรียมอาหาร อย่างขะมักเขม้น
ระหว่างนั้นก็สามารถที่จะเลือกเครื่องดื่มได้ ว่าต้องการดื่ม อะไร ถ้าเป็นชาเขียว จะรวมอยู่แล้วใน คอร์ส แต่ถ้าสั่งเครื่องดื่มอื่นๆ
จะต้องจ่ายเงินเพิ่ม (ประมาณแก้วละ 400-2000 บาท ขึ้นกับชนิดเครื่องดื่ม)

จานแรกเป็น ลูกพลับ กับหัวไชเท้า หั่น ราดด้วยน้ำจิ้ม เป็นจานเรียกน้ำย่อย

จานที่สองเป็น ปลาซาบะย่างถ่าน เนื้อด้านนอกจะสุก ด้านในจะยังดิบอยู่ เซฟให้ทานคู่กับวาซาบิสด
รสชาติ ลืมปลาซาบะทุกที่ ที่เคยทานมาได้เลยครับ จะมีกลิ่นหอมของถ่าน ตัดกับรสเปรี้ยว ของปลาซาบะ ดีงามมาก ไม่มีความเหม็นคาวเลย

จานที่สาม จะเป็น ปลาหมึกยักษ์ ราดด้วย มัสตาร์ดญี่ปุ่น นุ่มมาก ไม่เหนียวแม้แต่น้อย รสของน้ำซอสจะตัดกับมัสตาร์ด หอมขึ้นจมูก

จานที่สี่ เป็นไข่ตุ๋น น้ำซุบทำจากปลาคัสซึโอ๊ะ มีหูฉลามอยู่ด้านบน น้ำซุบหอมมาก เข้ากับรสชาติของหูฉลามได้ค่อนข้างดี

จานที่ห้า ขอให้เป็นไฮไลย์ ของวันนี้ Ankimo หรือตับปลา Monk fish ด้านนอกเป็นแผ่นแป้ง
รสชาติดีงามล้านแปด ไม่มีความเหม็นคาวไม่เลี่ยน แม้แต่น้อย อุณหภูมิไม่เย็นเกินไป

จานนี้เป็น Shirako เป็นถุงเสปิร์มของปลา เซพล้าง 4 ชั่วโมงเพื่อไม่ให้เหม็นคาว กลิ่นค่อนข้างหอม
เนื้อจะเป็นลักษณะ คล้ายๆ ครีม นุ่มๆ ให้ทานโดยการโรยเกลือ กับมะนาวลงไป จานนี้ผมเฉยๆ (หรือเพราะมันเป็นถุงสเปิร์ม เลยรู้สึกไม่ค่อยดี 555)

Sushi คำแรก Hotate หรือ หอยเซลล์ รสชาติดีมาก หอยเซลล์สดมากๆ ข้าวนุ่มหนึบ เคี้ยวมันส์ สู้ปาก โรยเกลือ และมะนาวมาให้แล้ว
สำหรับเรา เราคิดว่าจุดแข็งของร้านนี้คือ อุณหภูมิ ของข้าวและอาหาร ทำได้ค่อนข้างดีมากๆ

Sushi คำที่สอง Kinmedai ถูกย่างเฉพาะตรงหนัง โป๊ะด้วยมัสตาร์ด รสชาติสุดยอด จานนี้แฟนเราชอบที่สุด เนื้อมีความละลายในปาก

จานนี้เป็นไฮไลย์อีกจานหนึ่ง นั่นก็คือ หอยเป๋าฮื้อ ราดด้วยซอสทำจากตับเป๋าฮื้อ โปะด้วยข้าว จานนี้อร่อยมาก
เนื้อเป๋าฮื้อ หนึบเคี้ยวมันส์ บวกกับซอสที่หอมมากๆ ทานเสร็จแทบจะเอาจาน มา เลีย สะอาดเหมือนจานล้างแล้ว 5555

ต่อมา Chutoro ส่วน Medium fat ของ Maguro หมักใสซอส รสชาติค่อนข้างจัด ละลายในปากอีกเช่นกัน

ถัดไปก็จะเป็น Otoro จานโปรด ของใครหลายๆ คน Otoro จานนี้จะใช้ถ่านย่างให้ตัวไขมันที่แทรกอยู่ละลายออกมา
กลิ่นหอมของถ่าน และปลา ชูรสได้เด่นมาก ละลายในปากแต่ไม่ละลายในมือจริงๆ

คำนี้เป็น Maguro Roll คือเป็นส่วน Akami + Chutoro + Otoro แล้วโรยด้วยหัวไชเท้าดอง คำนี้ก็ค่อนข้างทำได้ดีทีเดียว

ถัดมาเป็นจานคั่น เป็นหอยนางรม อบกับ สาเก เสริฟ พร้อมขิง สาหร่าย และ โรยด้วยงาขาว จานนี้เฉยๆ เนื่องจากไม่ชอบหอยนางรมเป็นการส่วนตัว แต่ก็ถือว่าทำได้ค่อนข้างดี หอม งา มาก

ปลาอะจิ โรยด้วยต้นหอมญี่ปุ่น และขิงดอง จานนี้มีดีที่ต้นหอมจริงๆ ตัดกับปลาอะจิ ได้ดีมากๆ

อันนี้ ทางร้านบอกว่าคนไทยชอบทานมาก ปลา Nodoguro เป็นปลาน้ำลึก จะมีไขมันแทรกในตัวค่อนข้างมาก
เซฟ นำมาย่าง คนอื่นบอกว่าดีมาก แต่เราค่อนข้างเฉยๆ

ถัดมาเป็น ปูขน หรือ Kegani นำไปนึ่งให้สุก ราดด้วยซอสมันปู ทำได้ดีมากๆ อีกเช่นกัน ซอสค่อนข้างดีมาก มีความมัน และหอมปู

มาที่อีกจานเด็ด อีกจาน หนึ่ง Kuruma Ebi หรือกุ้งลายเสือ เชฟ บอกว่า วิธีการต้ม จะใช้การค่อยๆจุ่ม หัวลงไป ให้สุก จากหัวไปหาง ซึ่งจะทำให้คงกลิ่นหอมเอาไว้ จานนี้ เบิ้ลไป อีกรอบนึง ตัวกุ้งหวานฉ่ำตัดกับข้าวที่อุ่นพอดี คำนี้ Perfect คับ

คำนี้ Murasaki Uni ใครไม่เคยกิน Uni แล้วอร่อย ให้ลองมาทานร้านนี้คับ จะเปลี่ยนความคิดไปตลอดกาล

พักเครื่องด้วย Miso soup

จานนี้เป็นกระดองปูขน ตัวเมื่อกี้ นำมาอบกับข้าว ราดด้วยไข่ปลาแซลมอน สามารถทานทั้งกระดองได้ ส่วนตัวค่อนข้างเฉยๆ

Omakase จานสุดท้าย Tamago หรือไข่หวาน รสชาติหอมมาก คล้ายเค้กขอนไม้ของญี่ปุ่นแต่เนื้อนุ่มกว่ามาก
อยากเบิ้ลมาก แต่เท่าที่กินไป ก็ล้นถึงคอหอยแล้ว

วันนี้เซฟบอกว่ามีความพิเศษคือจะได้ทานของหวาน ถึงสอง อย่าง อย่างแรกคือ ผลไม้รวมจากญี่ปุ่น ราดบนเยลลี่ และ นมสด
ผลไม้ ดีมาก แต่สตอเบอร์รี่เปรี้ยวไปนิด

จานสุดท้ายจริงๆ Warabi Mochi เป็นแป้งราดด้วยน้ำเชื่อม และโรยด้วยดอกซากุระ และถั่วเหลือง ปั่นกันสดๆ
หอมอร่อยมากๆ

สุดท้าย เนื่องจาก วันที่ไปทานเป็นวันวาเลนไทน์ เซฟก็ได้มอบดอกไม้ให้
เชคบิล ออกมาเรียบร้อย

สรุปนะครับ
รสชาติดีมากๆ อันไหนที่บอกว่าเฉยๆ ก็อร่อยแต่แค่ยังไม่ได้ wow มาก พนักงานบริการดีมาก เชียร์ให้สั่งเพิ่มตลอด (จุกจะถึงคอหอยแล้ว)
ราคาถือว่าเป็นมาตรฐาน ไม่ได้ถูกเกินไปหรือว่าแพง เกินไป สำหรับ วัตถุดิบ และการบริการ การจองไม่ได้วุ่นวายมาก
ถ้าจองนานหน่อย แทบจะได้กิน 100% ก็ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม มาจนจบครับ ขอฝากรีวิวเก่าๆ ด้วยนะครับ

ตะลอนกิน in Japan ไปเที่ยวญี่ปุ่นกันเถอะ
http://pantip.com/topic/33413086
[CR]ตะลอนกิน in japan ไปเที่ยวญี่ปุ่นกันเถอะ ตอน2 ค่าา
http://pantip.com/topic/33415868
ตะลอนกิน in JAPAN ไปเที่ยวญี่ปุ่นกันเถอะ ตอนที่3 KOBE BEEF Wakkoqu
http://pantip.com/topic/33416548
ตะลอนกิน in japan ไปเที่ยวญี่ปุ่นกันเถอะ ตอนที่4 กินปูย่าน shinsaibashi KANI Douraku honten
http://pantip.com/topic/33427354
[CR]พากิน Two Michelin stars ร้าน Tin Lung Heen at Ritz Carlton Hong Kong
http://pantip.com/topic/33591925
[CR] พาไปกิน Sushi Ichizu :::: Omakase 8000++ เพชรบุรี 38/1
เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นแบบ Omakase (คือเซพเป็นคนเลือกเมนู ให้ ตามวัตถุดิบในแต่ละฤดูกาล เลือกไม่ได้ว่าจะกินอะไร แต่เลือกได้ว่าจะไม่กินอะไรบ้าง)
ก่อนอื่นจะเล่าประวัติเชฟก่อน (ขออนุญาติตัดประวัติมาจากหน้าเวปของร้าน)
Riku Toda (戸田陸)เกิดที่จังหวัดไซตามะ ฝึกฝนพื้นฐานอย่างหนักโดย ปรมาจารย์ซูชิ Hachiro Mizutani เจ้าของร้านซูชิ มิชลิน3ดาว Sushi Mizutani ลูกศิษย์อันดับ 1 ของเทพเจ้าซูชิ Jiro Ono
ต่อมา เชฟโทดะ ได้มาพบกับ เชฟ Takaaki Sugita เเละได้ย้ายมาช่วยงานเป็นหนึ่งในทีมงานที่ Miyakozushi จนร้านมีชื่อเสียงโด่งดังในวงการซูชิ เเละยกลำดับขึ้นมาเป็นเชฟมือ 2 ซึ่งร้านSugita ก็ได้รับดาวมิชลินในปีเดียวที่เปิด เเละ Gold Medal จากเว็บรีวิวอาหาร TABELOG อีกทั้งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในร้านซูชิที่ดีที่สุด เเละ เป็นร้านซูชิที่จองยากที่สุดของญี่ปุ่นยุคปัจจุบัน
จากประวัติเชฟ เป็นสาเหตุหลักที่ ทำให้ผม อยากมาทานที่ร้านนี้ เนื่องจากเคยพยายาม จองร้าน Jiro มาหลายหน แล้วแต่ก็ไม่สำเร็จ
หน้าตาเซพคับ
ตัวร้านอยู่ปากซอย เพชรบุรี 38/1 มีที่จอดรถให้บริเวณหน้าร้าน สามารถเดินทางมาโดยรถไฟฟ้าใต้ดิน ลงสถานีเพชรบุรี แล้วเดินต่ออีก 1.2 กม.
วิธีมารับประทานคือ ต้องจองล่วงหน้าก่อนครับ จะมีค่ามัดจำอยู่ที่ 4000 บาท ต่อ 1 ท่าน ที่ต้องโอนไปก่อน เนื่องจากทางร้านสั่งวัตถุดิบสำหรับลูกค้า วันต่อวัน ถ้าจองไว้แล้วไม่ไปรับประทาน ก็จะทำให้ทางร้านเสียวัตถุดิบ วึ่งไม่สามารถนำไปเสริฟให้ท่านอื่นได้ครับ
สำหรับราคา จะมีสองแบบ คือ แบบคอร์ส Testing 6000++ หรือ คอร์สดั้งเดิม 8000++ ซึ่งวันนี้จะพามากินคอร์ส 8000++ ครับ
หน้าตาของร้าน
ระหว่างนั้นก็สามารถที่จะเลือกเครื่องดื่มได้ ว่าต้องการดื่ม อะไร ถ้าเป็นชาเขียว จะรวมอยู่แล้วใน คอร์ส แต่ถ้าสั่งเครื่องดื่มอื่นๆ
จะต้องจ่ายเงินเพิ่ม (ประมาณแก้วละ 400-2000 บาท ขึ้นกับชนิดเครื่องดื่ม)
รสชาติ ลืมปลาซาบะทุกที่ ที่เคยทานมาได้เลยครับ จะมีกลิ่นหอมของถ่าน ตัดกับรสเปรี้ยว ของปลาซาบะ ดีงามมาก ไม่มีความเหม็นคาวเลย
รสชาติดีงามล้านแปด ไม่มีความเหม็นคาวไม่เลี่ยน แม้แต่น้อย อุณหภูมิไม่เย็นเกินไป
เนื้อจะเป็นลักษณะ คล้ายๆ ครีม นุ่มๆ ให้ทานโดยการโรยเกลือ กับมะนาวลงไป จานนี้ผมเฉยๆ (หรือเพราะมันเป็นถุงสเปิร์ม เลยรู้สึกไม่ค่อยดี 555)
สำหรับเรา เราคิดว่าจุดแข็งของร้านนี้คือ อุณหภูมิ ของข้าวและอาหาร ทำได้ค่อนข้างดีมากๆ
เนื้อเป๋าฮื้อ หนึบเคี้ยวมันส์ บวกกับซอสที่หอมมากๆ ทานเสร็จแทบจะเอาจาน มา เลีย สะอาดเหมือนจานล้างแล้ว 5555
กลิ่นหอมของถ่าน และปลา ชูรสได้เด่นมาก ละลายในปากแต่ไม่ละลายในมือจริงๆ
เซฟ นำมาย่าง คนอื่นบอกว่าดีมาก แต่เราค่อนข้างเฉยๆ
อยากเบิ้ลมาก แต่เท่าที่กินไป ก็ล้นถึงคอหอยแล้ว
ผลไม้ ดีมาก แต่สตอเบอร์รี่เปรี้ยวไปนิด
หอมอร่อยมากๆ
เชคบิล ออกมาเรียบร้อย
สรุปนะครับ
รสชาติดีมากๆ อันไหนที่บอกว่าเฉยๆ ก็อร่อยแต่แค่ยังไม่ได้ wow มาก พนักงานบริการดีมาก เชียร์ให้สั่งเพิ่มตลอด (จุกจะถึงคอหอยแล้ว)
ราคาถือว่าเป็นมาตรฐาน ไม่ได้ถูกเกินไปหรือว่าแพง เกินไป สำหรับ วัตถุดิบ และการบริการ การจองไม่ได้วุ่นวายมาก
ถ้าจองนานหน่อย แทบจะได้กิน 100% ก็ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม มาจนจบครับ ขอฝากรีวิวเก่าๆ ด้วยนะครับ
ตะลอนกิน in Japan ไปเที่ยวญี่ปุ่นกันเถอะ
http://pantip.com/topic/33413086
[CR]ตะลอนกิน in japan ไปเที่ยวญี่ปุ่นกันเถอะ ตอน2 ค่าา
http://pantip.com/topic/33415868
ตะลอนกิน in JAPAN ไปเที่ยวญี่ปุ่นกันเถอะ ตอนที่3 KOBE BEEF Wakkoqu
http://pantip.com/topic/33416548
ตะลอนกิน in japan ไปเที่ยวญี่ปุ่นกันเถอะ ตอนที่4 กินปูย่าน shinsaibashi KANI Douraku honten
http://pantip.com/topic/33427354
[CR]พากิน Two Michelin stars ร้าน Tin Lung Heen at Ritz Carlton Hong Kong
http://pantip.com/topic/33591925
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น