ทริปนี้ เป็นทริปที่ไปพร้อมกับสายฝน ที่ตกในฤดูหนาวว มันอาจจะไม่ใช่ทริปที่ราบรื่นที่สุด แต่เป็นทริปที่ได้รับประสบการณ์เยอะสุด

ขอแทนตัวเองว่าเรานะคะ เราไปกับเพื่อนสาวอีกคนนึงที่บ้าเที่ยวเหมือนกัน ฮ่าา โดยทริปนี้เริ่มตั้นขึ้นที่ #นครพนม นั่นเองค่ะ เดินทางตั้งแต่ธันวาแต่พึ่งว่างมารีวิวเดือนกุมภา แหะๆๆ
ที่ทำรีวิวเพราะส่วนมากจุดเริ่มต้นมักเริ่มจากกรุงเทพ เลยทำให้คนที่ไม่เคยไปภูกระดึงจากโซนอีสานแถบนี้ ไปไม่ถูกเหมือนกัน จึงคิดว่า กระทู้นี้น่าจะมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย ภาพถ่ายก็ไม่ค่อยคมชัดเท่าไหร่นะคะ เพราะถ่ายจากกล้องโทรศัพท์ แต่ก็ตั้งใจจะรีวิวให้ ^^
และนี่เป็นรีวิวในพันทิปครั้งแรกของเรา ถ้าผิดพลาดประการใดก็ขออภัยด้วยนะคะ
เราสองคนเริ่มเดินทางออกจาก บขส.นครพนม ในวันที่ 26 ธ.ค. 2560 (แต่ถ้าใครจะข้ามไปดูรีวิวตรงที่เริ่มเดินขึ้นภูกระดึงก็ต้องเป็นของวันที่ 27 นะคะ)
โดยขึ้นรถ นครพนม-ขอนแก่น รอบ 16:00 น. ถึงขอนแก่น 21:30 น. (ปกติต้องไปลงที่ บขส.3 แต่เขาจอดให้แค่ บขส.เก่า

)
ตรง บขส.เก่า จะไม่ค่อยมีรถละ เงียบมากกก ดังนั้น ถ้าใครจะเดินทางช่วงนี้ แนะนำให้หาที่พักในขอนแก่นเลยนะคะ โชคดีที่เราสองคนไปพักกับรุ่นน้องคนนึงที่ มข.

หรืออีกวิธีนึงก็คือ ให้ขึ้นรถ นครพนม-เชียงใหม่ แล้วลงที่ จ.เลย ก็ได้ น่าจะง่ายกว่าค่ะ(ที่เราไม่เลือกวิธีนี้เพราะเราไม่รู้ว่าจะต่อรถไปยังไง แล้วจะมีรถโดยสารอยู่รึเปล่า ส่วนวิธีแรกนั้น เคยมีเพื่อนเราไปมาแล้วค่ะ)
นี่คือรอบเดินรถไปขอนแก่นค่ะ

27 ธ.ค. 2560 (เริ่มขึ้นภูกระดึงวันนี้ค่ะ)
เราสองคนเรียกแท็กซี่ไปยัง บขส.3 ประมาณ ตีสามครึ่งเกือบตีสี่ ไปถึง บขส. พอดีได้ขึ้นรถ ขอนแก่น-เมืองเลย รอบตีห้า
ปล.ขึ้นที่อาคาร 2 นะคะ

จะเดินทางถึง อ.ภูกระดึง ประมาณ 08:00 น. เขาจะจอดให้ที่หน้าร้านอาหารและเจ้าของร้านนี้เขาจะเป็นคนจัดหารถสองแถวให้หรือที่เขาเรียกว่ารถแดงค่ะ
ราคาขึ้นอยู่กับจำนวนคนที่ขึ้นไปในแต่ละรอบนะคะ ช่วงที่เราไปจ่ายคนละ 35 บ. กว่าจะออกรถได้ก็ปาไป 08:30 น. ละค่ะ

ปล.เจ้าของร้านเขาจะพยายามให้เรากินข้าวที่ร้านเขาให้ได้ ก่อนที่จะเรียกรถให้ ฮ่าา แต่ใครจะไม่กินก็ได้นะคะ พวกเรากินเพราะหิวและยึดคติที่ว่า กองทัพต้องเดินด้วยท้อง

หรือเราอยากซื้อของใช้หรือเสบียงต่างๆก็ได้นะคะ เช่น ทิชชู่ น้ำ สปอนเซอร์ เสื้อกันฝน ฯลฯ
ก่อนจะถึงอุทยาน รถจะแวะจอดเพื่อให้เราซื้อบัตรเข้าอุทยาน คนละ 40 บ. ค่ะ

เมื่อเรามาถึงอุทยาน เขาจะให้จ่ายค่าประกันอุบัติเหตุก่อน คนละ 6 บาท ค่ะ
จากนั้นให้ไปจ่ายค่าขอใช้พื้นที่กางเต็นท์ ต้องจ่ายทุกคนค่ะ 30 บ./คน/คืน
ถ้านอน 2 คืน ก็จ่ายคนละ 60 บ.
สองคนก็คิดรวมเป็น 120 บ. ดังรูปค่ะ

ปล.เขาจะให้เราถ่ายรูปบัตรเข้าอุทยานกับบัตรประกันอุบัติเหตุไว้ด้วยกัน เผื่อเราทำหายค่ะ

เมื่อเรียบร้อยทุกอย่างแล้วเราก็เดินไปยัง จุดที่ 4: จุดรับ-ส่ง สัมภาระ (สำหรับคนที่ประสงค์จะจ้างลูกหาบนะคะ ส่วนใครที่จะแบกกระเป๋าขึ้นไปเองก็เดินผ่านจุดนี้ได้เลยค่ะ^^)
อัตราค่าจ้าง กิโลกรัมละ 30 บ. ค่ะ บางคนอาจจะคิดว่าแพง แต่พอเราเดินขึ้นไปถึงยอดภูกระดึงแล้วเราจะเปลี่ยนความคิดค่ะ ฮ่าาา
ลำพังแค่แบกเป้เล็กๆพร้อมเสบียงยังเหนื่อยเลยค่ะ ถ้าใครคิดว่าไม่ไหวก็ไม่ต้องฝืนนะคะ แล้วยิ่งช่วงที่เราไปนั้นฝนตกด้วย ทางเดินลื่น มีโคลนด้วย คนที่เดินตัวเปล่าก็แทบจะหกล้ม บางช่วงถึงกับต้องคลานไปก็มี เสื้อผ้านี่มีเลอะกันไปข้างนึงเลยแหละ ฮ่าา
เพราะฉะนั้น ยอมจ่ายเถอะค่ะ รับรองคุ้มมม
**เราควรไปไหว้ศาลเจ้าปู่ภูกระดึงก่อนเดินขึ้นเพื่อความราบรื่นตลอดการเดินขึ้นภูด้วยนะคะ
**ส่วนใครที่ไม่ได้จ้างลูกหาบก็ไปยื่นบัตรเข้าอุทยานพร้อมบัตรประชาชนตัวจริงที่ทางเข้าแล้วเตรียมเดินขึ้นภูกระดึงได้เลยค่าาา
พอผ่านทางเข้ามาแล้วเราก็จะเจอป้ายเหล่านี้ รีบถ่ายรูปเก็บไว้เลยช่วงที่ยังไม่เดินขึ้น เพราะพอเดินไปเรื่อยๆเราจะเหนื่อยจนไม่ค่อยอยากถ่ายรูปเท่าไหร่หรอก ฮ่าาา
ดูจากจำนวนซำแล้ว คิดได้เลยว่า #เหนื่อยแน่นอน!!

เริ่มเดินขึ้นจริงๆ คือ เวลาประมาณ 09:00 น. ค่ะ
เดินมาทางขวามือ เราจะเจอที่วางไม้ เป็นผู้ช่วยเราได้ดีเลยแหละ
ปล.นำขึ้นไปแล้วขากลับก็นำลงมาด้วยนะคะ
เห็นทางขึ้นช่วงแรกๆก็เหนื่อยรอละ ฮ่าาา

เดินไปเรื่อยๆก็จะมีทั้งทางเดินแบบเป็นดินเรียบๆและที่เป็นบันไดบ้าง เดินขึ้นบันไดนี่แหละตัวดีเลย เหนื่อยมากกกก เดินไปบ่นไปจนถึงซำแรก คือ ซำแฮก (หอบแฮกๆเลยฮะ ฮ่าา เป็นซำวัดใจจริงๆ ว่าจะเดินหน้าต่อหรือเดินกลับไป แต่ในเมื่อเดินมาถึงขั้นนี้แล้ว เราก็ต้องเดินต่อสิ เนอะ^^)
ถึงซำแรกประมาณ 10:00 น. ได้ แต่วิวสวยมากก คุ้มค่ากับความเหนื่อยเลยค่ะ หมอกหนาอย่างต่อเนื่อง ถ้าใครใสแว่นนี่แทบมองไม่เห็นทางเดิน ต้องได้เช็ดเลนส์ตลอด ลำบากกว่าไม่ใส่แว่นอีก

ซำนี้อาหารและเครื่องดื่มถูกที่สุดละค่ะ ราคาก็จะเพิ่มขึ้นตามระยะทางเลยยย



ระหว่างนั่งพักแล้วมองไปเห็นพี่ๆลูกหาบ หาบกระเป๋าหลายๆใบเดินผ่านหน้าเรานี่ แทบไม่กล้าเหนื่อยเลยค่ะ ฮ่าา
ระหว่างทางเดินก็จะประมาณนี้ทางยากง่ายสลับกัน บางช่วงโหดมากก แทบคลาน มันลื่น ต้องเดินช้าๆและหาที่จับดีๆ กลัวตกเขา อันนี้ไม่ได้เรียงภาพตามซำนะคะ จะลงภาพเรื่อยๆระหว่างทางเดินจนถึงหลังแปเลยนะคะ
ปล.มีห้องน้ำระหว่างทางด้วยนะคะ













ซำแคร่ค่อนข้างโหดนะสำหรับเรา ทางชัน บันไดก็ชัน แถมได้เดินขึ้นบันไดชันๆ ประมาณ 5 รอบได้
ขาสั่น ใจสั่น ลุ้นตื่นเต้นตลอดทางเดิน ใครเป็นโรคหัวใจไม่แนะนำนะคะ
ชาวต่างชาติเขาก็ยังบอกว่าไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ ใครเดินขึ้นไปโดยที่เนื้อตัวไม่เปื้อนเลยนี่ นับถือจริงๆค่ะ ฮ่าา



>>>สิ่งที่รอคอยก็คือการได้เดินทางราบค่าาา นั่นก็คือ การเดินถึงหลังแปแล้ววว<<<
ถึงจะเดินต่ออีก ประมาณ 3 กม. ก็ตาม ฮ่าา


ถึงจริงๆแล้ววววว ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ยู้ฮู้ววววว
ใช้เวลาเดินทางนานมากกก ประมาณ 7 ชั่วโมงได้ค่ะ พักบ่อย เพลียร่างจริงๆ
เมื่อเราไปถึงเราก็ไปติดต่อเครื่องนอนต่างๆได้เลย หรือจะชาร์ตแบตโทรศัพท์ได้นะคะ ก็จะมีที่ให้ลงชื่อไว้ ส่วนเสียค่าบริการตามป้ายเลยค่ะ
ปล.เอารูปบางส่วนมาจากวันที่จะกลับ เพราะพึ่งมีเวลาถ่ายรูปค่ะ และวันนั้นพึ่งเห็นสีท้องฟ้า หลังจากหมอกปกคลุมสองวัน




หลังจากติดต่อเสร็จเราก็แยกย้ายไปหาที่นอนค่ะ เนื่องจากฝนตก นอนเต็นท์ไม่ได้ จึงทำให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ได้ไปนอนในโรงนอน ซึ่งปกติแล้วเป็นที่นอนของพี่ๆลูกหาบค่ะ แต่เราไม่รู้ว่าพี่ๆลูกหาบเขาไปนอนที่ไหนกัน น่าจะนอนกับเจ้าหน้าที่ค่ะ
ผ้าห่มก็จะเดินไปเอาไกลหน่อย ส่วนพวกที่รองนอน ถุงนอน หมอน จะอยู่ใกล้ๆกันค่ะ

ทางเดินไปเอาผ้าห่ม มืดมนมาก แทบมองไม่เห็นทางเดิน
ที่แจกจ่ายที่รองนอน ถุงนอน หมอน
ที่พักพวกเราาา

ห้องน้ำ แยกเป็นห้องสุขาและห้องอาบน้ำ
แยกชาย/หญิง ค่ะ
เมื่อมีที่พักและอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว เราก็ออกไปเดินหาของกินสิคะทีนี้ เรื่องกินเรื่องใหญ่ ฮ่าาาา
ถ้ายืนอยู่บริเวณที่พัก เราจะมองไม่เห็นร้านค้า เราต้องเดินไปอีกสักพักถึงจะเห็นนะคะ
ราคาอาหารก็อยู่ที่ จานละ 60-70 บ. รสชาติก็โอเคค่ะ แต่อาหารจะเย็นเร็วมากก เพราะอากาศเย็นมากเช่นกัน เท่าที่สังเกตดู เราต้องซื้อน้ำเปล่ากินเองทุกร้าน เพราะคิดว่าแม่ค้าคงจ่ายค่าจ้างลูกหาบแพง เลยให้ลูกค้าซื้อน้ำกินเองค่ะ แนะนำให้ซื้อขวดใหญ่ไปเลย ขวดละ 50 บ.
ปล.หมูกระทะก็มีนะ ชุดละ 400-500 บ.


>>หลังจากกินอิ่มเรียบร้อยก็นอนพักผ่อนเก็บแรงไว้เดินต่อพรุ่งนี้กันค่าาาา<<
[SR] Review Phu Kradueng National Park (อุทยานแห่งชาติภูกระดึง) : 3 Day 2 Night {ทริปที่มีฝนตกปรอยๆ+หมอกหนาๆ ในฤดูหนาว}
ขอแทนตัวเองว่าเรานะคะ เราไปกับเพื่อนสาวอีกคนนึงที่บ้าเที่ยวเหมือนกัน ฮ่าา โดยทริปนี้เริ่มตั้นขึ้นที่ #นครพนม นั่นเองค่ะ เดินทางตั้งแต่ธันวาแต่พึ่งว่างมารีวิวเดือนกุมภา แหะๆๆ
ที่ทำรีวิวเพราะส่วนมากจุดเริ่มต้นมักเริ่มจากกรุงเทพ เลยทำให้คนที่ไม่เคยไปภูกระดึงจากโซนอีสานแถบนี้ ไปไม่ถูกเหมือนกัน จึงคิดว่า กระทู้นี้น่าจะมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย ภาพถ่ายก็ไม่ค่อยคมชัดเท่าไหร่นะคะ เพราะถ่ายจากกล้องโทรศัพท์ แต่ก็ตั้งใจจะรีวิวให้ ^^
และนี่เป็นรีวิวในพันทิปครั้งแรกของเรา ถ้าผิดพลาดประการใดก็ขออภัยด้วยนะคะ
เราสองคนเริ่มเดินทางออกจาก บขส.นครพนม ในวันที่ 26 ธ.ค. 2560 (แต่ถ้าใครจะข้ามไปดูรีวิวตรงที่เริ่มเดินขึ้นภูกระดึงก็ต้องเป็นของวันที่ 27 นะคะ)
โดยขึ้นรถ นครพนม-ขอนแก่น รอบ 16:00 น. ถึงขอนแก่น 21:30 น. (ปกติต้องไปลงที่ บขส.3 แต่เขาจอดให้แค่ บขส.เก่า
ตรง บขส.เก่า จะไม่ค่อยมีรถละ เงียบมากกก ดังนั้น ถ้าใครจะเดินทางช่วงนี้ แนะนำให้หาที่พักในขอนแก่นเลยนะคะ โชคดีที่เราสองคนไปพักกับรุ่นน้องคนนึงที่ มข.
นี่คือรอบเดินรถไปขอนแก่นค่ะ
27 ธ.ค. 2560 (เริ่มขึ้นภูกระดึงวันนี้ค่ะ)
เราสองคนเรียกแท็กซี่ไปยัง บขส.3 ประมาณ ตีสามครึ่งเกือบตีสี่ ไปถึง บขส. พอดีได้ขึ้นรถ ขอนแก่น-เมืองเลย รอบตีห้า
ปล.ขึ้นที่อาคาร 2 นะคะ
จะเดินทางถึง อ.ภูกระดึง ประมาณ 08:00 น. เขาจะจอดให้ที่หน้าร้านอาหารและเจ้าของร้านนี้เขาจะเป็นคนจัดหารถสองแถวให้หรือที่เขาเรียกว่ารถแดงค่ะ
ราคาขึ้นอยู่กับจำนวนคนที่ขึ้นไปในแต่ละรอบนะคะ ช่วงที่เราไปจ่ายคนละ 35 บ. กว่าจะออกรถได้ก็ปาไป 08:30 น. ละค่ะ
ปล.เจ้าของร้านเขาจะพยายามให้เรากินข้าวที่ร้านเขาให้ได้ ก่อนที่จะเรียกรถให้ ฮ่าา แต่ใครจะไม่กินก็ได้นะคะ พวกเรากินเพราะหิวและยึดคติที่ว่า กองทัพต้องเดินด้วยท้อง
ก่อนจะถึงอุทยาน รถจะแวะจอดเพื่อให้เราซื้อบัตรเข้าอุทยาน คนละ 40 บ. ค่ะ
เมื่อเรามาถึงอุทยาน เขาจะให้จ่ายค่าประกันอุบัติเหตุก่อน คนละ 6 บาท ค่ะ
จากนั้นให้ไปจ่ายค่าขอใช้พื้นที่กางเต็นท์ ต้องจ่ายทุกคนค่ะ 30 บ./คน/คืน
ถ้านอน 2 คืน ก็จ่ายคนละ 60 บ.
สองคนก็คิดรวมเป็น 120 บ. ดังรูปค่ะ
ปล.เขาจะให้เราถ่ายรูปบัตรเข้าอุทยานกับบัตรประกันอุบัติเหตุไว้ด้วยกัน เผื่อเราทำหายค่ะ
เมื่อเรียบร้อยทุกอย่างแล้วเราก็เดินไปยัง จุดที่ 4: จุดรับ-ส่ง สัมภาระ (สำหรับคนที่ประสงค์จะจ้างลูกหาบนะคะ ส่วนใครที่จะแบกกระเป๋าขึ้นไปเองก็เดินผ่านจุดนี้ได้เลยค่ะ^^)
อัตราค่าจ้าง กิโลกรัมละ 30 บ. ค่ะ บางคนอาจจะคิดว่าแพง แต่พอเราเดินขึ้นไปถึงยอดภูกระดึงแล้วเราจะเปลี่ยนความคิดค่ะ ฮ่าาา
ลำพังแค่แบกเป้เล็กๆพร้อมเสบียงยังเหนื่อยเลยค่ะ ถ้าใครคิดว่าไม่ไหวก็ไม่ต้องฝืนนะคะ แล้วยิ่งช่วงที่เราไปนั้นฝนตกด้วย ทางเดินลื่น มีโคลนด้วย คนที่เดินตัวเปล่าก็แทบจะหกล้ม บางช่วงถึงกับต้องคลานไปก็มี เสื้อผ้านี่มีเลอะกันไปข้างนึงเลยแหละ ฮ่าา
เพราะฉะนั้น ยอมจ่ายเถอะค่ะ รับรองคุ้มมม
**เราควรไปไหว้ศาลเจ้าปู่ภูกระดึงก่อนเดินขึ้นเพื่อความราบรื่นตลอดการเดินขึ้นภูด้วยนะคะ
**ส่วนใครที่ไม่ได้จ้างลูกหาบก็ไปยื่นบัตรเข้าอุทยานพร้อมบัตรประชาชนตัวจริงที่ทางเข้าแล้วเตรียมเดินขึ้นภูกระดึงได้เลยค่าาา
พอผ่านทางเข้ามาแล้วเราก็จะเจอป้ายเหล่านี้ รีบถ่ายรูปเก็บไว้เลยช่วงที่ยังไม่เดินขึ้น เพราะพอเดินไปเรื่อยๆเราจะเหนื่อยจนไม่ค่อยอยากถ่ายรูปเท่าไหร่หรอก ฮ่าาา
ดูจากจำนวนซำแล้ว คิดได้เลยว่า #เหนื่อยแน่นอน!!
เดินมาทางขวามือ เราจะเจอที่วางไม้ เป็นผู้ช่วยเราได้ดีเลยแหละ
ปล.นำขึ้นไปแล้วขากลับก็นำลงมาด้วยนะคะ
เห็นทางขึ้นช่วงแรกๆก็เหนื่อยรอละ ฮ่าาา
เดินไปเรื่อยๆก็จะมีทั้งทางเดินแบบเป็นดินเรียบๆและที่เป็นบันไดบ้าง เดินขึ้นบันไดนี่แหละตัวดีเลย เหนื่อยมากกกก เดินไปบ่นไปจนถึงซำแรก คือ ซำแฮก (หอบแฮกๆเลยฮะ ฮ่าา เป็นซำวัดใจจริงๆ ว่าจะเดินหน้าต่อหรือเดินกลับไป แต่ในเมื่อเดินมาถึงขั้นนี้แล้ว เราก็ต้องเดินต่อสิ เนอะ^^)
ถึงซำแรกประมาณ 10:00 น. ได้ แต่วิวสวยมากก คุ้มค่ากับความเหนื่อยเลยค่ะ หมอกหนาอย่างต่อเนื่อง ถ้าใครใสแว่นนี่แทบมองไม่เห็นทางเดิน ต้องได้เช็ดเลนส์ตลอด ลำบากกว่าไม่ใส่แว่นอีก
ซำนี้อาหารและเครื่องดื่มถูกที่สุดละค่ะ ราคาก็จะเพิ่มขึ้นตามระยะทางเลยยย
ระหว่างนั่งพักแล้วมองไปเห็นพี่ๆลูกหาบ หาบกระเป๋าหลายๆใบเดินผ่านหน้าเรานี่ แทบไม่กล้าเหนื่อยเลยค่ะ ฮ่าา
ระหว่างทางเดินก็จะประมาณนี้ทางยากง่ายสลับกัน บางช่วงโหดมากก แทบคลาน มันลื่น ต้องเดินช้าๆและหาที่จับดีๆ กลัวตกเขา อันนี้ไม่ได้เรียงภาพตามซำนะคะ จะลงภาพเรื่อยๆระหว่างทางเดินจนถึงหลังแปเลยนะคะ
ปล.มีห้องน้ำระหว่างทางด้วยนะคะ
ซำแคร่ค่อนข้างโหดนะสำหรับเรา ทางชัน บันไดก็ชัน แถมได้เดินขึ้นบันไดชันๆ ประมาณ 5 รอบได้
ขาสั่น ใจสั่น ลุ้นตื่นเต้นตลอดทางเดิน ใครเป็นโรคหัวใจไม่แนะนำนะคะ
ชาวต่างชาติเขาก็ยังบอกว่าไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ ใครเดินขึ้นไปโดยที่เนื้อตัวไม่เปื้อนเลยนี่ นับถือจริงๆค่ะ ฮ่าา
>>>สิ่งที่รอคอยก็คือการได้เดินทางราบค่าาา นั่นก็คือ การเดินถึงหลังแปแล้ววว<<<
ถึงจะเดินต่ออีก ประมาณ 3 กม. ก็ตาม ฮ่าา
ถึงจริงๆแล้ววววว ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ยู้ฮู้ววววว
ใช้เวลาเดินทางนานมากกก ประมาณ 7 ชั่วโมงได้ค่ะ พักบ่อย เพลียร่างจริงๆ
เมื่อเราไปถึงเราก็ไปติดต่อเครื่องนอนต่างๆได้เลย หรือจะชาร์ตแบตโทรศัพท์ได้นะคะ ก็จะมีที่ให้ลงชื่อไว้ ส่วนเสียค่าบริการตามป้ายเลยค่ะ
ปล.เอารูปบางส่วนมาจากวันที่จะกลับ เพราะพึ่งมีเวลาถ่ายรูปค่ะ และวันนั้นพึ่งเห็นสีท้องฟ้า หลังจากหมอกปกคลุมสองวัน
หลังจากติดต่อเสร็จเราก็แยกย้ายไปหาที่นอนค่ะ เนื่องจากฝนตก นอนเต็นท์ไม่ได้ จึงทำให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ได้ไปนอนในโรงนอน ซึ่งปกติแล้วเป็นที่นอนของพี่ๆลูกหาบค่ะ แต่เราไม่รู้ว่าพี่ๆลูกหาบเขาไปนอนที่ไหนกัน น่าจะนอนกับเจ้าหน้าที่ค่ะ
ผ้าห่มก็จะเดินไปเอาไกลหน่อย ส่วนพวกที่รองนอน ถุงนอน หมอน จะอยู่ใกล้ๆกันค่ะ
ทางเดินไปเอาผ้าห่ม มืดมนมาก แทบมองไม่เห็นทางเดิน
ที่แจกจ่ายที่รองนอน ถุงนอน หมอน
ที่พักพวกเราาา
ห้องน้ำ แยกเป็นห้องสุขาและห้องอาบน้ำ
แยกชาย/หญิง ค่ะ
เมื่อมีที่พักและอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว เราก็ออกไปเดินหาของกินสิคะทีนี้ เรื่องกินเรื่องใหญ่ ฮ่าาาา
ถ้ายืนอยู่บริเวณที่พัก เราจะมองไม่เห็นร้านค้า เราต้องเดินไปอีกสักพักถึงจะเห็นนะคะ
ราคาอาหารก็อยู่ที่ จานละ 60-70 บ. รสชาติก็โอเคค่ะ แต่อาหารจะเย็นเร็วมากก เพราะอากาศเย็นมากเช่นกัน เท่าที่สังเกตดู เราต้องซื้อน้ำเปล่ากินเองทุกร้าน เพราะคิดว่าแม่ค้าคงจ่ายค่าจ้างลูกหาบแพง เลยให้ลูกค้าซื้อน้ำกินเองค่ะ แนะนำให้ซื้อขวดใหญ่ไปเลย ขวดละ 50 บ.
ปล.หมูกระทะก็มีนะ ชุดละ 400-500 บ.
>>หลังจากกินอิ่มเรียบร้อยก็นอนพักผ่อนเก็บแรงไว้เดินต่อพรุ่งนี้กันค่าาาา<<
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น