สวัสดีครับ มีเรื่องอยากปรึกษาผู้รู้ ขอช่วยให้คำแนะนำด้วยนะครับ ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องกฏหมายสักเท่าไร เลยมาขอคำปรึกษาจากผู้รู้ด้วยนะครับ
เรื่องมีอยู่ว่า มีคนนึง ขอใช้ชื่อว่าเอ เอมาชวนบีและซี ไปทำและจัดตั้งบริษัท โดยบอกวัตถุประสงค์เพื่อชักจูงใจให้ทั้งสองเปิดบริษัทและทำบริษัทร่วมกัน ทางบีและซีก็เห็นพ้องกันตามวัตถุประสงค์ที่ทราบ เนื่องจากเอไม่สามารถทำธุรกรรมหรือนิติกรรมใดๆได้ เนื่องจากติดบัญชีเครดิตอยู่จึงไปชักชวนเอฟมาทำด้วย โดยที่เอเป็นหัวเรือใหญ่
แต่เนื่องจากบีก็ติดบัญชีเครดิตด้วยเช่นกัน ทางเอและซี จึงตกลงกันว่าจะขอใช้ชื่อของพ่อของบี เปิดบัญชีและทำการบริษัทให้แทนบี
สรุป ในบริษัทจะมี เอ และบี ติดบัญชีเครดิตอยู่ จึงให้ซี และเอฟ และพ่อของบี จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท
ทำการบริษัทได้สักระยะหนึ่งประมาณเกือบๆหนึ่งปี ภายในหนึ่งปีที่ผ่านมา ซีและเอฟ ได้ไปกู้เงินธนาคารแห่งหนึ่ง เป็นการกู้เงินส่วนบุคคล โดยซีสามารถกู้ได้หนึ่งก้อนเป็นเงิน 800,000 บาท และเอฟกู้ได้ 500,000 บาท เพื่อนำมาใช้จ่ายภายในบริษัท จึงเกิดหนี้ก้อนหนึ่งขึ้น โดยเอ บี ซี และเอฟ เห็นพ้องกันว่า จะใช้เงินสองก้อนนี้ ดำเนินกิจการบริษัท เพื่อนำผลกำไร หรือเงินทั้งสองก้อนนี้ มาหมุนเวียนใช้ในบริษัท ระหว่างดำเนินบริษัทมีการซื้อทรัพย์สิน เช่นสิ่งของเครื่องใช้ภายในบริษัท อุปกรณ์ต่างๆที่จำเป็นต้องใช้ในกิจการ และมีค่าเช่าบริษัท ต่อมาทางบีและเอฟ มีเหตุจำเป็นจะต้องถอนตัวออกจากบริษัท จึงแจ้งให้แก่เอและซีทราบ ว่าจะขอยุติการดำเนินการของทั้งบีและเอฟ เอและซีตัดสินใจจะดำเนินกิจการบริษัทต่อ
จึงอยากจะถามผู้รู้ว่า เงินก้อนที่ซีและเอฟกู้มานั้น และยังผ่อนธนาคารไม่หมด ใครจะต้องชดใช้อย่างไร
บีและเอฟ จะต้องชดใช้หรือจ่ายในส่วนใดบ้าง เอและซีดำเนินกิจการต่อ กันสองคน โดยที่ยังไม่สามารถหาคนมาแทนชื่อพ่อของบีและเอฟได้ จึงขอใช้ชื่อพ่อของบีและเอฟต่อในกิจการนั้น
ขอรบกวนด้วยครับ บีกับเอฟ ควรทำอย่างไร และเอกับซีจะต้องทำอย่างไรต่อ เงินส่วนไหนใครจะเป็นคนต้องรับผิดชอบ
หนี้ยิบย่อยต่างๆที่เกิดก่อนที่บีและเอฟจะบอกเลิกการทำกิจการนั้น ใครบ้างที่จะต้องชดใช้ในส่วนของหนี้นั้นๆ
กฏหมายหุ้นส่วนบริษัท จะแก้ไขอย่างไร
เรื่องมีอยู่ว่า มีคนนึง ขอใช้ชื่อว่าเอ เอมาชวนบีและซี ไปทำและจัดตั้งบริษัท โดยบอกวัตถุประสงค์เพื่อชักจูงใจให้ทั้งสองเปิดบริษัทและทำบริษัทร่วมกัน ทางบีและซีก็เห็นพ้องกันตามวัตถุประสงค์ที่ทราบ เนื่องจากเอไม่สามารถทำธุรกรรมหรือนิติกรรมใดๆได้ เนื่องจากติดบัญชีเครดิตอยู่จึงไปชักชวนเอฟมาทำด้วย โดยที่เอเป็นหัวเรือใหญ่
แต่เนื่องจากบีก็ติดบัญชีเครดิตด้วยเช่นกัน ทางเอและซี จึงตกลงกันว่าจะขอใช้ชื่อของพ่อของบี เปิดบัญชีและทำการบริษัทให้แทนบี
สรุป ในบริษัทจะมี เอ และบี ติดบัญชีเครดิตอยู่ จึงให้ซี และเอฟ และพ่อของบี จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท
ทำการบริษัทได้สักระยะหนึ่งประมาณเกือบๆหนึ่งปี ภายในหนึ่งปีที่ผ่านมา ซีและเอฟ ได้ไปกู้เงินธนาคารแห่งหนึ่ง เป็นการกู้เงินส่วนบุคคล โดยซีสามารถกู้ได้หนึ่งก้อนเป็นเงิน 800,000 บาท และเอฟกู้ได้ 500,000 บาท เพื่อนำมาใช้จ่ายภายในบริษัท จึงเกิดหนี้ก้อนหนึ่งขึ้น โดยเอ บี ซี และเอฟ เห็นพ้องกันว่า จะใช้เงินสองก้อนนี้ ดำเนินกิจการบริษัท เพื่อนำผลกำไร หรือเงินทั้งสองก้อนนี้ มาหมุนเวียนใช้ในบริษัท ระหว่างดำเนินบริษัทมีการซื้อทรัพย์สิน เช่นสิ่งของเครื่องใช้ภายในบริษัท อุปกรณ์ต่างๆที่จำเป็นต้องใช้ในกิจการ และมีค่าเช่าบริษัท ต่อมาทางบีและเอฟ มีเหตุจำเป็นจะต้องถอนตัวออกจากบริษัท จึงแจ้งให้แก่เอและซีทราบ ว่าจะขอยุติการดำเนินการของทั้งบีและเอฟ เอและซีตัดสินใจจะดำเนินกิจการบริษัทต่อ
จึงอยากจะถามผู้รู้ว่า เงินก้อนที่ซีและเอฟกู้มานั้น และยังผ่อนธนาคารไม่หมด ใครจะต้องชดใช้อย่างไร
บีและเอฟ จะต้องชดใช้หรือจ่ายในส่วนใดบ้าง เอและซีดำเนินกิจการต่อ กันสองคน โดยที่ยังไม่สามารถหาคนมาแทนชื่อพ่อของบีและเอฟได้ จึงขอใช้ชื่อพ่อของบีและเอฟต่อในกิจการนั้น
ขอรบกวนด้วยครับ บีกับเอฟ ควรทำอย่างไร และเอกับซีจะต้องทำอย่างไรต่อ เงินส่วนไหนใครจะเป็นคนต้องรับผิดชอบ
หนี้ยิบย่อยต่างๆที่เกิดก่อนที่บีและเอฟจะบอกเลิกการทำกิจการนั้น ใครบ้างที่จะต้องชดใช้ในส่วนของหนี้นั้นๆ