อุทาหรณ์ของคน "รักหมา" แค่ลมปาก

ออกจตัวก่อนเลยครับว่างานนี้ ผม "ยิ้ม" , "สาระแน" และ "ไม่รู้จักกาลเทสะ" อย่างเต็มตัว ว่าจะอยู่เฉยๆ เงียบๆ แต่กลับกลายทำให้ครอบครัวของ 2 ฝ่ายมีปากเสียงจนอาจจะเลยเถิดเป็นขั้นเสียญาติตัดขาดมิตรกันเลยทีเดียว ...

เข้าเรื่องเลยว่า เมื่อวันที่ 17-18 ที่ผ่านมา ผมเดินทางไปบ้านย่าแฟนที่กาฬสินธ์ ซึ่งผมเองก็ไม่เคยไปหรอก ครั้งแรกที่เคยไป เมื่อไปถึงในช่วงสายๆ ของวันที่ 17 ผมก็นอนพักยาวเลยกว่าจะตื่นก็บ่ายโมง (เดินทางตั้งแต่ ตี 1 ของวันที่ 17 ถึงกาฬสินธ์ ตอน 09.30 โดยประมาณ ระยะทางแค่ 560 กว่ากิโล แต่ผมไปช้าเพราะผมเป็นคนที่ขับรถช้า) พอตกเย็นวันที่ 17 ย่าก็เดินดุ่มๆ ออกจากบ้าน ผมก็ถามย่า ย่าบอกว่าจะไปให้ข้าวหมาที่บ้านลูกชาย (ลูกชายคนนี้ของย่าแกไม่อยู่บ้าน ปีนึงจะเข้าบ้านแค่ช่วงเทศกาล บ้านนี้อยู่กัน 4 คน มีพ่อแม่ลูกสาวลูกชาย แต่ไม่มีใครอยู่สักคนเพราะไปทำงานต่างจังหวัดกันหมด ย่าก็สงสารหมาที่ถูกขังไว้ในบ้านเลยเดินไปให้ข้าวเช้าและเย็นประจำ) หมาตัวนี้เป็นหมาพันธุ์ไทยผสม ขนยาวๆ สีดำ ปัญหาคือ ขนมันยาวนี่แหละครับ ที่มันนอนบ่อยๆ คือใต้ต้นมะม่วง เพราะดูจากจานข้าวและถังน้ำที่ใส่ไว้ให้กินมันอยู่ตรงนั้น มันเป็นหมาที่น่ารัก ไม่ดุด้วย เจอผมครั้งแรกก็วิ่งมากระโดนใส่ถีบตีนคู่ผมหลายรอบ เหมือนอยากจะมาเล่นด้วย.. มา!! อยากเล่นนักก็มา แต่พอผมได้ลูบตัวมันเท่านั้นแหละ ความเหนียวของยางมะม่วงตามขนมันทำให้ผมแขยงพอควร แต่ก็ไม่ได้รังเกียจอะไร ผมก็โอบกอดมัน เล่นกะมัน ดูมันเหมือนจะสนุก เมื่อย่าเอาข้าวให้มันกิน มันก็กินได้แค่ 2-3 คำก็มาวิ่งเล่นใส่ผมต่อ ย่าก็ห้ามผม เพราะบอกว่าตัวมันสกปก ย่ากลัวผมเลอะ แต่ผมก็บอกว่าผมไม่ถือหรอกครับ มันน่ารักดี ก็เล่นๆ กับมันสักพักก่อนที่จะปิดรั้วเดินกลับกับย่าและแฟน..ตามันมองผมตลอด

เช้าวันที่ 18 ผมกับย่าและแฟนเดินมาอีกรอบ มันก็กินข้าวแล้วก็มาเล่นกับผมต่อ ส่วนย่าก็ไปรดน้ำต้นไม้ดึงหญ้าบริเวณบ้าน ผมเลยบอกย่าว่า "ผมขออาบน้ำให้มันได้ไหมครับ" ย่าเขาก็บอกว่าจะดีเหรอ มันสกปกนะ ลูกชายย่าก็พึ่งอาบน้ำให้มันเมื่อปีใหม่เอง -..-! เดี๋ยวเขาก็กลับมาอาบให้มันตอนสงกรานต์เองแหละ ผมก็เลยบอกว่า ตัวมันเหนียวมาก แลมันคันๆ ด้วย แถมขนก็ติดยางมะม่วงจับเป็นก้อนสังกะตัง ย่าก็เลยบอกว่าถ้าไม่รังเกียจไม่กลัวเลอะก็ตามใจ ย่าเขาเกรงใจผม ผมเลยรีบเดินกลับบ้านไปเอายาสระผมที่ผมติดมาด้วย แล้วก็มาอาบน้ำมันทันที มันตลกตรงที่มันยืนยิ่งแบบไม่คิดหนีด้วยซ้ำ ผมทั้งสระ ทั้งนวด ทั้งเกา แลมันเคลิ้มมาก พอล้างตัวเสร็จ ก็วิ่งสบัดตัวไปทั่ว แลมันคึกกว่าก่อนอาบน้ำอีก ผมก็ยิ้มก็ดีใจนะเหมือนมันจะชอบ แต่ไอ้ขนสังกะตังเนี้ยสิ พอได้อาบน้ำแล้วจึงเห็นว่าเป็นก้อนเต็มรอบคอเลยเอายังไงก็คลายไม่ออก ผมบอกย่าขอตัดแต่งขนมันได้ไหม เพราะไหนๆ ผมก็อาบน้ำให้มันแหละ แต่ขนมันยังเป็นก้อนๆ อยู่เต็มคอเลย ย่าก็เหมือนหยุดคิดไปพักนึง ก่อนที่จะบอกว่า กรรไกรอยู่ในตะกร้าหมากใต้ที่นอน ผมเลยรีบเดินกลับไปอีกเอาอีกครั้ง

พอผมกลับมามันก็เดินตามผมต้อยๆ ผมก็เลยค่อยๆสางจับก้อนสังกะตังตามคอแล้วก็ตัดๆ เล็มๆ ก็เลยคิดว่าตัดให้มันดูดีที่สุดนั้นแหละ มันแปลกตรงที่มันก็ไม่ได้หนีไปไหนยอมให้ผมตัดแต่งเสริมหล่อจนเสร็จ ผมก็ขอย่าเปิดรั้วให้มันวิ่งข้างนอกบ้างได้ไหม ย่าก็โอเค พอเปิดรั้วประตูบ้านได้มันก็วิ่งๆๆๆ รอบหมู่บ้านเลยมั้ง ผมก็กลัวหมาตัวอื่นจะกัดมัน เพราะผมคิดว่ามันจะแค่ดมๆ วิ่งๆ อยู่แค่หน้าบ้าน ผมก็เลยออกเดินตามหา แต่อาคนหนึ่งในบ้านย่าบอกว่า ปล่อยมันเหอะ มันอยากวิ่ง มันไม่กัดกับหมาที่ไหนหรอก มันวิ่งๆ ซอยไม่นานเหนื่อยมันก็กลับเอง ผมก็เลยไปนั่งรอ ไม่นานมันก็มาจริงๆ

"ปัญหาเกิดขึ้นตรงนี้แหละ"

ตรงที่พอมันมาถึง ผมก็เอาผ้าลูบๆ ขนให้มันอีกที แฟนผมก็เลยถ่ายรูปหมาส่งไปให้ลุงที่เป็นเจ้าของบ้านดู บอกว่าวันนี้มาบ้านลุง มาอาบน้ำให้หมา ตัดขนหมา และล้างโต๊ะทำความสะอาดบ้านลุงให้... ลุงเขาก็ส่งสติ๊กเกอร์ยิ้มกลับมาให้ พร้อมคำว่า OK ... เพียงแค่อึดใจเดียว ข้อความจากลูกสาวของลุงก็ส่งมาว่า "ตัดขนหมามันทำไม" แฟนผมก็พิมพ์ไปว่า "หมาขนมันเหนียวยางมะม่วง เป็นก้อนสังกะตังเต็มคอเลย แฟนเลยอาบน้ำให้ตัดแต่งขนให้" ...  พอสักพัก ผมกับแฟนกับย่าก็เดินกลับบ้านย่า ผมก็ไปนอนในบ้านดูทีวี ส่วนแฟนก็นั่งนวดขาย่าอยู่ที่หน้าบ้าน สักพักผมก็เดินออกมากินน้ำเย็นในกระติก แต่เห็นแฟนผมร้องไห้ อยู่ข้างๆ ย่า ผมก็เลยคิดว่าคงคุยอะไรกันซึ้งๆ ตามประสาย่าหลาน เลยไม่เข้าไปยุ่ง ไม่นานแฟนผมก็เดินเข้ามาล้างหน้าล้างตา ผมก็ถามว่า "ซึ้งอะไรกันจ๊ะ" .. แฟนผมก็เดินเอาโทรศัพท์มาให้ดู ปรากฏว่า

มีข้อความตั้งโพสว่า "กูเลี้ยงหมามาตั้งหลายปี ไม่เคยตัดขนให้มัน แล้วมายุ่งกับหมาคนอื่นเขาทำไม สาระแนไม่เข้าเรื่อง ฯลฯ" แล้วก็แท็คมาให้แฟนผม ซึ่งคนโพส ก็คือลูกสาวของลุงนั้นเอง แฟนผมก็ตกใจ เลยโพสไปขอโทษ แต่มันไม่จบ ตรงที่ขอโทษแล้วเขายิ่งด่ากลับมา... แถมเพื่อนๆ ของน้องเขา ก็เริ่มเข้ามาผสมโรงด่ากันเละ จนแฟนผมร้องไห้นั้นแหละ หลานผมก็บอกย่าว่าเกิดอะไรขึ้น ย่าเขาก็พูดไม่ออกเหมือนกัน เพราะเอาเข้าจริงๆ แฟนผมไม่ได้เกี่ยวอะไรเลย ผมเองที่ออกปากอยากอาบน้ำให้หมา อยากตัดขนหมา ผมก็ขอย่า ย่าก็เลยอนุญาติให้อาบ ให้ตัด... ดังนั้นสิ่งที่เขาด่า พูดกันจริงๆ คือด่าผม กับย่าของเขาเต็มๆ

ย่าเองก็เงียบๆ ไม่อยากพูดเรื่องนี้ เพราะผมเองก็มารู้ทีหลังว่าหลานคนนี้ก็ไม่ค่อยเคารพย่าเท่าไหร่ แฟนผมก็เอาแค่ร้องไห้รู้สึกผิดที่โดนหลานคนนี้โพสด่า แถมเพื่อนเขา และญาติบางคนก็เข้ามาผสมโรง.. เมื่อผมเห็นข้อความ ผมก็เลยพูดว่า

"คนถ้ามันรักหมา ก็ต้องเอามันไปเลี้ยง มาเล่นกับมันบ้าง นี่ถ้าย่าไม่เดินเอาข้าวไปให้ก็คงตาย ย่าก็เดินแทบไม่ค่อยจะไหว แล้วที่พี่ทำ ก็ทำให้หมา ไม่ได้ทำให้คน ถ้าเขาอยากด่า ก็ให้โทรมาด่า พี่ไม่ใช่นักเลงคีย์บอร์ดที่ต้องโพสด่ากันไปด่ากันมา" แฟนผมก็เริ่มเงียบและดีขึ้น ป้ากับลุงที่อยู่ในบ้านก็เห็นด้วยที่ผมพูด ว่าถ้าคนเรารักหมา ก็คงจะไม่ขังมันไว้อยู่ตัวเดียวในบ้านเป็นปีๆ ตัวมันเหม็นสกปก ปีนึงจะได้อาบน้ำแค่ 2-3 ครั้ง ตอนที่กลับมาบ้านช่วงเทศกาล แล้วก็ไม่เคยเห็นเขามากอดมาอุ้มหมาเลยสักครั้ง เพราะว่าตัวมันเหม็นๆ ทั้งฝุ่นทั้งยางมะม่วง เขาพึ่งเคยเห็นผมเนี้ยแหละที่ไปอุ้มมัน นอนเกลือกกลิ้งเล่นกับมัน ผมบอกแฟนว่าไม่ต้องไปตอบโต้อะไร เราขอโทษแล้วก็พอ..จบ เขาไม่จบก็ช่างเขา

แต่ทางนั้นเขาก็ไม่ยอมจบ..ทั้งโพสด่า ยิ่งเพื่อนมาร่วมด้วยก็สนุกปากกันใหญ่ ยิ่งบอกว่า ขนหมาที่ตัดมันไม่มีวันจะยาวเหมือนเดิมแน่นอน..เพื่อนๆ เขาก็รุมกินโต๊ะแฟนผมกันสนุกปาก ไลด์กันเป็นร้อยๆ โดยที่คนเหล่านั้นเขาก็ไม่รู้เรื่อง ว่าคนที่โพส เขาไม่เคยมาดูแลหมาเลย ปล่อยหมาทิ้งไว้ที่บ้านตัวเดียว ทำให้โพสเขามีน้ำหนักมากทีเดียว ตกเย็นวันนั้น ผมไม่เห็นย่าเอาข้าวไปให้หมา... ย่าบอก "ย่าโมโห มันมาด่ามาว่าแบบนั้นได้ไง ย่าไม่เข้าใจ ให้มันหิวตายไปเลย ถ้ามันรักหมามันให้มันมาให้ข้าวหมาเอง" ผมก็บอกย่าว่า หมามันไม่เกี่ยว ย่าอย่าไปคิดมากเลยครับ ผมสงสารหมามัน มันเหงา มันเครียด ถ้าเขาจะด่า ให้เขามาด่าผม ย่าอย่าไปโกรธเลยนะย่า ย่าก็เริ่มเย็นลง ผมก็เลยพาแฟนขับรถ ไปซื้อซี่โครงไก่ทอดมาคลุกข้าวหมา ย่าบอกว่าเป็นมื้อแรกที่มันได้กินดีๆ เพราะที่ย่าเอามาให้ก็คือเศษกับข้าวเหลือๆ ที่ย่าพอจะมีให้ (ย่าเองแกไม่ค่อยจะไหวแล้ว อีก 4 ปีก็จะ 90 แล้ว แกก็ทำให้เพราะด้วยความสงสารหมาเท่าที่แกจะทำไหว)

ตกค่ำ ลุงก็มาโพสข้อความต่อว่า "พอได้แล้วลูก" เพราะลุงเองแกก็ไม่ได้ถือโทษโกรธอะไร แต่แกพูดอะไรมากไม่ได้ แต่ลูกสาวก็ยังไม่จบ ออกทำนองว่า "ไปบอกหลานสาวพ่อว่าอย่ามายุ่งเรื่องชาวบ้านก็พอ"

จริงๆ ผมมีภาพประกอบของหมาที่ผมตัดขนอาบน้ำให้มันนะ แต่ผมไม่อยากเอาลงแล้ว เดี๋ยวก็กลายเป็นต่อความยาวสาวความยืดอีก... ที่โพสไม่ใช่ต้องการหาแนวร่วม ต้องการคนเข้าข้าง หรือต้องการให้ใครไปด่าอะไรใคร

ผมแค่ต้องการให้พวกคุณๆ ทุกคนหันกลับมามองตัวเอง.. ว่าอย่ารักหมาแค่ลมปาก ถ้าคุณรักเขา ดูแลเขาบ้าง ไม่ใช่ปล่อยทิ้งๆ ขว้างๆ จะอยู่จะตายในรั้วก็ช่างมัน ใครอย่ามายุ่งกะหมาฉันแค่นั้นเองมันไม่ได้หรอกนะครับ สิ่งที่ผมทำผมยอมรับว่าผมยิ้มเอง ยุ่งเอง ไม่รู้กาลเทสะเอง ที่ไปอาบน้ำตัดขนหมาให้ ผมไม่รู้จักลุงหรือป้าเจ้าของบ้าน ไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยรู้จักลูกสาวและลูกชายของลุงกะป้าเจ้าของบ้านด้วย หมาผมก็พึ่งเห็นเป็นครั้งแรก สิ่งที่ผมทำ ผมทำด้วยความสมัครใจ ผมไม่ได้โดนใครบังคับ ใครอยากจะร่วมวงต่อว่าผม ผมก็ไม่ถือสาอะไรนะ ผมรู้แค่ว่า ผมทำเพื่อหมาตัวนึง ก็เท่านั้นเอง ถ้าจะด่าจะว่า จะเอาความเอาเรื่อง เอาที่ผมได้ทุกเวลา
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่