ผมควรทำตัวอย่างไรดี ปัจจุบันย่างอายุ 35 ปี สามารถจัดการและรับผิดชอบชีวิตของตัวเองได้ 100%
คือเรื่องการกลับบ้านดึกเพราะต้องทำงานและเข้าร่วมงานชมรมซึ่งนานๆ จะมีสักครั้ง
ปรกติแล้วผมกลับบ้านตรงเวลาไม่เกิน 1 ทุ่มทุกวันไม่เที่ยวกลางคืน ไม่ทะเล่ทะไหล และโทรบอกแม่ก่อนทุกครั้ง
ประเด็นคือไม่อยากให้แม่รอเปิดประตูให้ตอนดึกๆ ก็เข้าใจว่าท่านเป็นห่วงซึ่งเป็นธรรมชาติของคนเป็นแม่
แต่ผมรู้สึกไม่ชอบและรู้สึกอึดอัดเหมือนกับท่าน "ไม่เชื่อใจและวางใจ" ในตัวของผม
ทุกครั้งที่กลับดึกผมจะโทรบอกท่านว่าไม่ต้องรอ ไม่ต้องกังวล สามารถดูแลตัวเองให้ปลอดภัยได้
(ลืมบอกไปว่าอยู่บ้านคนละหลัง แต่ท่านก็มารออยู่ที่บ้านของผม)
ท่านก็รับปาก แต่สุดท้ายก็กลับมารอไม่ทำตามสัญญาที่รับปากกันเอาไว้
มันทำให้ผมไม่พอใจและหมดความไว้วางใจในคำพูดของท่าน
ท่านก็อ้างเหตุผลแก้ตัวที่เข้าข้างตัวท่าน ซึ่งผมรู้ว่าเหตุผลท่านขัดแย้งกับความรู้สึกของท่านที่ปิดบัง
บ่อยครั้งที่ท่านเข้ามาจัดการและบ่งการชีวิต จนทำให้ผมรู้สึกอึดอัดทั้งที่ผมสามารถจัดการเองได้
ความรักของท่านเข้าขั้นขาดสติ จนไม่สามารถปล่อยวางหรือคลายความกังวลในสิ่งที่รักได้
ทั้งทีเคยบอกกับท่านว่า ผมสามารถดูแลตัวเองให้แคล้วคลาดปลอดภัยแม่ไม่ต้องเป็นห่วงมากนะ
ความเชื่อใจ วางใจ และความมั่นใจในความสามารถในการดูแลตัวเองของลูกเป็นสิ่งที่ลูกทุกคนปรารถนา
แม่เป็นคนศรัธาในพุทธศาสนาแต่ท่านไม่เคยเข้าในความหมายของคำสอน
สายพินที่ตึงไปมันจะขาด สายพินที่หย่อนจะดีดไม่ดัง สายพินที่ตั้งพอดีๆจะเสียงไพเราะ
"ทางสายกลาง" ที่พุทธะเคยสั่งสอนไว้คงจะเป็นคำตอบในการจัดความรู้สึกในทุกๆสิ่ง
หวังว่าท่านคงจะเข้าใจ ได้โปรด...เชื่อใจและวางใจในตัวลูก ได้โปรด...อย่าทำลายความเชื่อมั่นในตัวลูก
ได้โปรด...มีทางสายกลางความสัมพันธ์ในตัวลูก และนี้จะเป็นการขอร้องครั้งสุดท้ายในชีวิต...
และสุดท้ายแม่ก็จะพูดว่า "ท่านเข้าใจทุกอย่างที่ผมพูด... แต่แม่ทำใจยอมรับไม่ได้"
สร้างความเข้าใจยังไงดีกับพ่อ-แม่ ของชายโสดในวัยกลางคน?
คือเรื่องการกลับบ้านดึกเพราะต้องทำงานและเข้าร่วมงานชมรมซึ่งนานๆ จะมีสักครั้ง
ปรกติแล้วผมกลับบ้านตรงเวลาไม่เกิน 1 ทุ่มทุกวันไม่เที่ยวกลางคืน ไม่ทะเล่ทะไหล และโทรบอกแม่ก่อนทุกครั้ง
ประเด็นคือไม่อยากให้แม่รอเปิดประตูให้ตอนดึกๆ ก็เข้าใจว่าท่านเป็นห่วงซึ่งเป็นธรรมชาติของคนเป็นแม่
แต่ผมรู้สึกไม่ชอบและรู้สึกอึดอัดเหมือนกับท่าน "ไม่เชื่อใจและวางใจ" ในตัวของผม
ทุกครั้งที่กลับดึกผมจะโทรบอกท่านว่าไม่ต้องรอ ไม่ต้องกังวล สามารถดูแลตัวเองให้ปลอดภัยได้
(ลืมบอกไปว่าอยู่บ้านคนละหลัง แต่ท่านก็มารออยู่ที่บ้านของผม)
ท่านก็รับปาก แต่สุดท้ายก็กลับมารอไม่ทำตามสัญญาที่รับปากกันเอาไว้
มันทำให้ผมไม่พอใจและหมดความไว้วางใจในคำพูดของท่าน
ท่านก็อ้างเหตุผลแก้ตัวที่เข้าข้างตัวท่าน ซึ่งผมรู้ว่าเหตุผลท่านขัดแย้งกับความรู้สึกของท่านที่ปิดบัง
บ่อยครั้งที่ท่านเข้ามาจัดการและบ่งการชีวิต จนทำให้ผมรู้สึกอึดอัดทั้งที่ผมสามารถจัดการเองได้
ความรักของท่านเข้าขั้นขาดสติ จนไม่สามารถปล่อยวางหรือคลายความกังวลในสิ่งที่รักได้
ทั้งทีเคยบอกกับท่านว่า ผมสามารถดูแลตัวเองให้แคล้วคลาดปลอดภัยแม่ไม่ต้องเป็นห่วงมากนะ
ความเชื่อใจ วางใจ และความมั่นใจในความสามารถในการดูแลตัวเองของลูกเป็นสิ่งที่ลูกทุกคนปรารถนา
แม่เป็นคนศรัธาในพุทธศาสนาแต่ท่านไม่เคยเข้าในความหมายของคำสอน
สายพินที่ตึงไปมันจะขาด สายพินที่หย่อนจะดีดไม่ดัง สายพินที่ตั้งพอดีๆจะเสียงไพเราะ
"ทางสายกลาง" ที่พุทธะเคยสั่งสอนไว้คงจะเป็นคำตอบในการจัดความรู้สึกในทุกๆสิ่ง
หวังว่าท่านคงจะเข้าใจ ได้โปรด...เชื่อใจและวางใจในตัวลูก ได้โปรด...อย่าทำลายความเชื่อมั่นในตัวลูก
ได้โปรด...มีทางสายกลางความสัมพันธ์ในตัวลูก และนี้จะเป็นการขอร้องครั้งสุดท้ายในชีวิต...
และสุดท้ายแม่ก็จะพูดว่า "ท่านเข้าใจทุกอย่างที่ผมพูด... แต่แม่ทำใจยอมรับไม่ได้"