เคยรู้สึกว่าในโลกนี้ไม่มีใครเข้าใจเราไหมคะ

สวัสดีค่ะ วันนี้หนูขอมาพูดเกี่ยวกับชีวิตของหนู หนูเป็นเด็กวัยรุ่นอายุ14-15 ปีค่ะ มีพ่อแม่อยู่ที่อยู่ด้วยกัน ฐานะครอบครัวปานกลาง รายได้ส่วนใหญ่ได้จากพ่อคนเดียวค่ะ หนูเรียนในโรงเรียนชื่อดังของจังหวัด โปรแกรมEPค่ะ เลือกมาเรียนเองเพราะชอบภาษาอังกฤษ แต่แม่และทางญาติอยากให้เรียนวิทย์-คณิตค่ะ ซึ่งหนูก็มีโอกาสสอบติด แต่เลือกมาเรียนที่นี่เพราะชอบภาษา
__________________________________

เข้าเรื่องดีกว่าค่ะ ตั้งแต่หนูได้มาอยู่ในชีวิตมัธยมมีอะไรหลายอย่างในชีวิตที่เปลี่ยนไป ไหนจะต้องตื่นเช้าไปเรียน ไหนจะเรียนในแต่ละวิชาเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งยากกว่าเดิม แล้วก็ได้พบกับสังคมที่ใหญ่ขึ้น และอีกอย่างที่เปลี่ยนไปคือความสุขของหนูเองค่ะ
หนูลองตั้งคำถามกับตัวเองว่าตั้งแต่โตมา เคยมีความสุขที่สุดตอนไหน คำตอบคือไม่มีค่ะ แต่อาจจะเป็นความสุขเล็กๆน้อยๆตอนอยู่กับเพื่อน นอกนั้นก็ไม่ใช่แล้วค่ะ หนูเริ่มรู้สึกว่าหาความสุขไม่ได้ตอนอายุ13 มันมีความรู้สึกว่าไม่อยากอยู่แล้ว (แต่ไม่ใช่อยากตายนะคะ) คืออยากออกไปไหนสักที่อยู่คนเดียว แต่ตอนนี้นะคะ กล้าพูดเลยว่าอยากตายค่ะ เพราะอะไรหรอคะ เป็นมาจากครอบครัวหนูเอง หนูรู้สึกน้อยใจพ่อกับแม่ตัวเอง ขอเล่าจากพ่อก่อนนะคะ
คือว่าหนูถึงขั้นไม่ค่อยชอบอยู่กับพ่อ ไม่อยากคุย ไม่อยากยุ่งหรือรู้จัก มีครั้งนึงที่แม่หนูไม่อยู่บ้านค่ะ เพราะว่าต้องไปดูงานต่างจังหวัด(แม่เป็นผู้นำชุมชนค่ะ) ซึ่งเป็นวันเสาร์แล้วะพ่อกลับบ้านมา ถามว่า
พ่อ"ไม่ไปเรียนพิเศษหรอวันนี้"
หนู"จะไปได้ไงไม่มีใครไปส่งอะ"
พ่อ"แล้วแม่ไปไหน"
หนู"ไปดูงานไง"
พ่อ"บอกแล้วว่าไม่ต้องไปๆ ชอบเที่ยวอยู่ได้"
แล้วอยู่ดีพ่อก็พูดว่า "ทีหลังก็ไม่ต้องเรียนมันล่ะ เรียนให้เปลืองตังเปล่าๆ"
คือพ่อกับแม่อคยทะเลาะกันเรื่องที่แม่ไปดูงานค่ะ พ่อไม่อยากให้ไปอยากให้อยู่บ้านกับลูก แต่หนูก็ไม่เป็นไรนะคะ อยู่คนเดียวได้ เพราะข้างๆก็เป็นบ้านตายาย กับน้า (พ่อจะกลับบ้านวันเสาร์-อาทิตย์) คือประโยคที่พ่อพูดว่าไม่ต้องเรียนอะค่ะ คือพูดตรงๆว่าน้อยใจมาก เพราะเมื่อก่อนได้เรียนพิเศษกับอาจารย์ที่โรงเรียน เวลามีสอบอะไรก็จะได้เต็มตลอด แต่มันแพงพ่อเลยให้ออกค่ะ หนูก็แอบเสียใจนิดๆเลยหาที่เรียนพิเศษใหม่ ก็ได้ค่ะ อยู่หน้าโรงเรียนเรียน คอร์สละ2,200 /3เดือน เรียนกับคอมพิวเตอร์อะค่ะ หนูคิดว่ามันดีอยู่อย่างคือไปเรียนวันไหนก็ได้ที่สะดวก อีกอย่างจะได้ไม่ลำบากพ่อแม่ต้องมาส่งเรียน เพราะจะเรียนตอนเย็นหลังเลิกเรียนแทน
พ่อพูดแบบนั้นแล้วอยู่ดีๆน้ำตาหนูก็ไหนค่ะ ใจมันคิดว่าพ่อไม่เห็นอยากจะให้เราเรียนเก่งๆเลย แล้วที่ส่งมาเรียนทุกวันนี้ เหมือนกับแค่อยากให้เรียนจบๆ เพื่อเอาไปคุยกับคนอื่นได้แค่นี้เอง
อีกเรื่องนึงคือวันที่14/2 ค่ะ เป็นวันที่โรงเรียนจัดวันแห่งความสำเร็จให้พี่ม.6 แล้วหนูก็เอาดอกไม้ไปให้พี่ม.3คนนึง เป็นพี่ผู้ชาย เรารู้จักเค้ามาตั้งแต่ป.4 ขอถ่ายรูปค่ะ และเอารูปนั้นมาตั้งโปรไฟล์เฟสบุ้ค. พ่อก็เข้าใจผิดค่ะ คิดว่าหนูมีแฟน แรดอะไรต่างๆนานา แล้วไลน์มาบอกแม่ว่า "ต้องดูลูกดีๆนะ อย่าให้ยุ่งกับผู้ชายให้มาก ระวังจะเรียนไม่จบนะ" คือ....
แค่นี้มันทำให้หนูไม่จบเลยหรอคะ ทำไมพ่อถึงไม่ถามสักคำ แล้วมาว่าเพื่อนหนูอีก เชิงประมาณว่ามีแฟนกันทั้งกลุ่ม เดี๋ยวจะเอาลูกสาวไปแรดด้วย มันไม่จริงเลยอะค่ะ หนูถามพ่อว่าทำไมถึงไม่ถาม ทำไมต้องมาว่าเพื่อนหนู พ่อก็ตอบมาแค่
"ห้ามมีฟงมีแฟนนะ สนใจเรียนอย่างเดียว"
เอาจริงๆคือเบื่อมากค่ะ กับการที่ต้องมาคุยกับพ่อ พ่อไม่เคยเข้าใจหนูเลย หนูพูดไปเค้าก็ไม่เข้าใจ แล้วไม่ยอมมาพูดกับหนูให้เข้าใจ จะว่าหนูก็ว่าคนเดียวสิ จะมาว่าเพื่อนหนูทำไม พ่อแม่เค้าก็มี พ่อแม่ก็รักลูกเหมือนกันทั้งนั้น
       สำหรับหนูพ่อคือคนที่ยุ่งเรื่องชาวบ้านเก่งที่สุดในโลก
คือยุ่งก็ไม่ได้ยุ่งกับใครหรอกนะคะ แต่มายุ่งกับหนู คือยุ่งทุกอย่าง คือตอนแรกๆหนูก็ยอมค่ะ เพราะคิดว่าเค้ารัก. แต่หลังๆคือหนูคิดว่าเค้ารักหนูแต่ไม่เคยเข้าใจหนูเลย วันเกิดเพื่อนหนูตั้งรูปโปรเป็นรูปเพื่อน พ่อก็มาถามๆๆๆๆๆๆๆ ทุกครั้งค่ะที่ตั้งไม่ว่าจะหญิงหรือชาย สำหรับบางคนไม่รู้สึกอะไรแต่สำหรับมันคือ จุ้นจ้านกับชีวิตหนูมากเกินไปค่ะ จริงๆมันด็มีหลายเรื่องมากกว่านี้ค่ะ ไหนจะเรื่องที่บังคับหนูไปเที่ยวทั้งๆที่หนูบอกว่าทำงาน จนไม่ได้ทำงาน ต้องมาปั่นตอนดึกๆก่อนส่ง มันมากเกินไปไหมคะ
__________________________
แม่
แม่หนูก็เหมือนจะเข้าใจทุกอย่างแหละค่ะ แต่เอาจริงๆตอนอยู่กับพ่อก็เข้าข้างพ่อ ส่วนหนูนี้หมาหัวเน่าไปเลย หนูมีอะไรจะไม่บอกคนในบ้านหรอกค่ะ เอาดีๆก็ไม่บอกใครหรอก ชอบเก็บไว้คนเดียวค่ะ อยู่บ้านเนี่ย หนูกล้าพูดเลยว่าเอ่ยปากพูดกับคนในบ้านวันนึงไม่ถึง10คำค่ะ เพราะเป็นคนไม่ค่อยพูด พูดไปก็ไม่มีใครเข้าใจค่ะ มีครั้งนึงหนูอยากจะย้ายออกจากโรงเรียน  เพราะมีปัญหากับเพื่อนๆ (ไม่ได้มีคนเดียวนะคะ คือเพื่อนทั้งห้องก็มีปัญหากับคนนี้) หนูเลยลองเปิดใจคุยกับแม่เรื่องปัญหา ทั้งๆที่ไม่เคยทำมาก่อน เพราะเวลามีปัญหาอะไร จะเก็บไว้คนเดียว และหาทางแก้เอง เว้นแต่จะทำไมได้จริงๆค่ะ หนูลองขอแม่ย้ายโรงเรียน อย่างแรกที่ได้มาคือโดนด่าค่ะ ยับเลย ว่าเรื่องมากบ้าง ไม่สนใจเรียนบ้าง ต่างๆนานา หนูก็เลยโอเค ไม่เป็นไร เข้าห้องนอนไปก็ได้แต่ร้องไห้ค่ะ คือเราขออะไรไม่เคยได้จากเค้าเลย ทั้งๆที่ไม่เคยขออะไรด้วยซ้ำ วัยเกิดที่ผ่านมาก็ไม่ขออะไร เพราะรู้ค่ะว่าขอไปก็ไม่ได้ พูดไปเปลืองน้ำลายเปล่าๆ เอาจริงคือไม่ค่อยชอบนิสัยของพ่อแม่ด้วยคาะ คือเค้าเป็นคนไม่ค่อยรักษาคำพูด แล้วหนูก็บังเอิญเป็นคนเกลียดพวกประเภทนี้ด้วยสิ😈 ต่อนะคะ แล้วคืนนั้นแม่ก็เรียกมาคุยที่ห้องแม่ค่ะ ว่าเป็นอะไร พูดให้แม่เข้าใจ เราก็เล่าไปต่างๆนานา มันมีตอนนึงที่เรากำลังพูด แล้วแม่ก็พูดขึ้นว่า "เมิงก็ฟังตูสิ เวลาพูดไม่เคยจะฟัง" เอ้าก็เมื่อกี้บอกเองอะว่าให้อธิบายให้เข้าใจ คือเรื่องมันมาจากหนูเนี่ยแหละค่ะพยายามจะอธิบาย ว่าที่แม่พูดอะมันจริงหรือเปล่า พอพูดอธิบาย ก็โดนด่าซะงั้น เอาจริงๆคือเจ็บค่ะ เข็ดเลยไม่กล้าพูดเปิดใจคุยกับแม่อีก ถ้ารู้ว่าคุยแล้วจะกลายเป็นเราที่โดนด่าซะเองแบบนี้ ไม่คุยดีกว่าค่ะ ยิ้ม
________________________
ตอนนี้หรอคะ พยายามอยู่กับตัวเองค่ะ อ่านหนังสือ หาอะไรทำ ก็ยังเป็นนิสัยไม่คุยกับคนในบ้านเหมือนเดิมค่ะ ชอบอยู่ในห้อง เป็นคนโลกส่วนตัวสูง ไม่ชอบให้ใครมายุ่งเรื่องส่วนตัว ทุกครั้งที่แม่เข้ามาว่า เรื่องห้องนอนรกเอย อะไรเอย ก็อึดอัดค่ะ แต่มันก็จริง จนกระทั่งแม่บอกว่าถ้าห้องยังรกอยู่แบบนี้แม่จะเอาโต๊ะทำงานออกมาข้างนอก  จนเอามาข้างนอกจริงๆค่ะ เรารู้สึกว่าเห้ย ทำไมอะ มันแย่ขนาดนั้นเลยหรอ แล้วเอาไปไว้ข้างนอกก็ใช้ว่าจะได้ทำงาน ทีวีก็เปิดเสียงดัง แล้วจะมีสมาธิได้ไงอ่ะ พูดไปก็ไม่ฟัง เรารู้สึกว่าเค้าเริ่มไม่เข้าใจเราตั้งแต่ตอนนั้นแล้วค่ะ

เดี๋ยวนี้คือหนูร้องไห้บ่อยมากๆค่ะ เป็นเพราะคำพูดของแม่กับพ่อเนี่ยแหละ หนูชอบเก็บเอามาคิดมาก วันนึงหนูน้องไห้ไม่ตํ่ากว่า3-5รอบค่ะ คือมันไม่ได้อยากร้องแต่ น้ำตามันไหลออกมาเอง แล้วก็รู้สึกเพลียๆ นอนได้ทั้งวันค่ะ ไม่มีความสุข ไม่อยากอยู่บ้านกับพ่อแม่ อยากอยู่คนเดียว บางทีก็อยากหายไปจากโลกนี้ หนูอยากมีเพื่อนที่คอยรับฟังหนู แต่ไม่มีเลย ในโลกนี้ไม่มีใครเข้าใจหนู ไม่ว่าจะใครก็ตามแต่. หนูพยายามคิดว่านี่อาจเป็นเรื่องปกติของวัยรุ่น เพื่อนๆ พี่ๆที่เคยมีความรู้สึกแบบนี้ มาแชร์กันได้นะคะ หนูแค่อยากระบายออกมา และอยากรู้ว่าทุกคนมีวิธีทำให้ตัวเองพ้นจากความรู้สึกแบบนี้ยังไงคะ ขอบคุณที่รับฟังกันมาจนจบคงไม่ทีอะไรมากกว่านี้แล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ ยิ้ม

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่