สวัสดีครับ
สมาชิกห้องเพลงทุกๆท่าน วันนี้
MC แอ๊ด (WANG JIE) เข้าประจำการ ชดเชยวันอาทิตย์ที่ผ่านมาอีก 1 วันครับ
เกือบจะลงมือเขียนเรื่องอื่นอยู่แล้วเชียว เผอิญนึกขึ้นมาได้ว่า วันนี้วันที่ 14 กุมภาฯ เป็นวันวาเลนไทน์นี่นา ก็เลยเบรคหัวทิ่ม เก็บเรื่องที่ตั้งใจจะเขียนทีแรกไว้ก่อน เอาไว้วันเสาร์ค่อยว่ากันอีกที แล้วก็เริ่มรวบรวมเรื่องราวสารพัดเกี่ยวกับวันนี้ครับ
ห้องเพลง ก่อตั้งมาสองสามปีแล้ว แน่นอนว่าเมื่อถึงวันนี้ ต้องมี MC เคยเขียนเรื่องนี้มาก่อนแน่ๆ ดังนั้นในวันนี้ MC แอ๊ดจะพยายามนำเสนอหลายๆแง่มุมเพื่อมิให้ซ้ำซากกับเรื่องที่ MC ปีก่อนๆเคยเล่า แต่ก็คงต้องกล่าวถึงที่มาของวันวาเลนไทน์โดยสังเขปก่อนเพื่อปูทางให้เรื่องในแง่มุมอื่นที่จะตามมานะครับ
"วาเลนไทน์" หรือที่เรารู้จักกันในนามของ เซนต์วาเลนไทน์ เป็นนักบวชชาวคริสต์ชื่อ "วาเลนตินุส" อาศัยอยู่ที่กรุงโรมในช่วงศตวรรษที่ 3 ตอนนั้น กรุงโรมถูกปกครองโดยจักรพรรดิ "คลอดิอุส" พระองค์นิสัยชอบข่มเหงผู้อื่น ทำให้ประชาชนเกลียดชังกันมากด้วยความบ้าอำนาจของพระองค์ (ทำไมคนมีอำนาจมันชอบเป็นแบบนี้กันแทบทั้งนั้นก็ไม่รู้) ต้องการสร้างกองทัพให้ยิ่งใหญ่ จึงเกณฑ์ชายชาวโรมันมาเป็นทหารเพื่อทำศึกสงคราม แต่ปรากฏว่าไม่มีใครสนใจเข้ามาสมัครรับใช้จักรวรรดิกันเลย (ใครที่ไหนจะอยากมาสมัครเล่า ในเมื่อซีซาร์ชอบข่มเหงรังแกคนอื่น ?) จักรพรรดิคลอดิอุสก็เลยใช้ไม้เด็ดและไม้ตาย โดยการออกกฎหมายห้ามไม่ให้ชายหญิงแต่งงานหรือหมั้นกัน! เอากะพ่อสิ!
เมื่อมีกฏหมายออกมาอย่างนั้น ประชาชนก็ยิ่งไม่พอใจกันมากขึ้น หลวงพ่อวาเลนตินุสหรือวาเลนไทน์ ก็เลยแอบจัดการแต่งงานให้กับคู่รักหลายๆคู่ขึ้น โดยให้เป็นความลับ ภายในงานจะมีเพียงเจ้าบ่าว เจ้าสาว และหลวงพ่อเท่านั้น! (ได้ใจหนุ่มสาวไปเต็มๆ) ขณะทำพิธีก็ต้องคอยเงี่ยหูฟังเสียงจากข้างนอกโบสถ์ด้วยว่าจะมีเสียงพวกทหารเดินตบเท้าตรวจตรามาบ้างไหม (ถ้ามีก็คงจะเบรคก่อนแล้วพากันไปซ่อนแอบก่อนกระมัง?) ทุลักทุเลดีแท้
หลวงพ่อวาเลนตินุสทำแบบนี้มาเรื่อยๆ (แหล่งข้อมูลบางที่ไปเรียกท่านในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ว่า "นักบุญ" เลย ไม่ถูกนะครับ ต้องให้ท่านมรณภาพไปเสียก่อนและถูกยกย่องให้ขึ้นชั้นเป็น SAINT อีกทีหนึ่ง! นี้ว่าโดยหลักทางฝ่ายคาทอลิก ถ้าเป็นฝ่ายโปรเตสแตนท์จะไม่นับถือเซนต์) แต่ความลับไม่มีในโลก คืนหนึ่งก็พลาดจนได้ หลวงพ่อถูกทหารจับ ส่วนคู่บ่าวสาวหนีรอดไปได้
หลวงพ่อถูกนำไปขังและทรมานอย่างสาหัส จนกระทั่งวันหนึ่งมีหนุ่มสาวหลายคู่แอบมาเยี่ยม และโยนดอกไม้กับกระดาษเขียนข้อความให้กำลังใจส่งลอดช่องหน้าต่างคุก ด้วยความเชื่อและศรัทธาในตัวหลวงพ่อ หนึ่งในนั้นคือ "จูเลีย" ลูกสาวของผู้คุม ซึ่งเป็นคนสวย แต่โชคร้ายที่ตาบอดทั้งสองข้างมาตั้งแต่เกิด นางนำอาหารไปให้หลวงพ่อวาเลนตินุสประจำ เพราะพ่อของนางอนุญาตให้เข้าไปเยี่ยมข้างในได้
ฝ่ายหลวงพ่อก็ได้เล่าเรื่องประวัติศาสตร์ต่างๆ ให้จูเลีย อีกทั้งยังสอนให้นางคิดเลขเป็น และเล่าเรื่องเกี่ยวกับพระเจ้าให้ฟัง ทำให้นางรู้เรื่องต่างๆ ในโลกนี้และรู้สึกสงบสุขเมื่ออยู่กับหลวงพ่อ
และในช่วงวาระสุดท้าย วันหนึ่ง จูเลียเอ่ยถามท่านว่า “หากเราอธิษฐานต่อพระผู้เป็นเจ้า ท่านจะทรงได้ยินเราไหม”
หลวงพ่อวาเลนตินุสตอบว่า
“พระองค์ทรงสดับพวกเราทุกคนแน่นอน”
“ท่านทราบหรือไม่ ทุกเช้าทุกเย็น ข้าทูลอธิษฐานขออะไร ? ข้าอยากจะมองเห็นโลกนี้ และเห็นทุกอย่างที่ท่านเล่าให้ฟัง”
“พระเจ้าย่อมมอบแต่สิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ทุกคน แต่ต้องมีความเชื่อมั่นในพระองค์เท่านั้นเอง”
ด้วยความเชื่อมั่นในพระเจ้า จูเลียนั่งคุกเข่าและกุมมืออธิษฐานขอพรไปพร้อมๆกับหลวงพ่อ และทันใดนั้นก็เกิดสิ่งมหัศจรรย์ขึ้น มีแสงสว่างลอดเข้ามาในคุก และเมื่อนางค่อย ๆลืมตาขึ้น นางก็สามารถมองเห็นได้ !!! ทั้งสองกล่าวขอบคุณในความมหัศจรรย์ที่พระเจ้าทรงประทานให้จนนางมองเห็นได้เป็นครั้งแรก และเรื่องนี้ได้เลื่องลือไปทั่วราชอาณาจักร
คืนวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ค.ศ.270 หลวงพ่อวาเลนตินุสได้ส่งจดหมายฉบับสุดท้ายให้แก่จูเลีย ซึ่งลงท้ายจดหมายว่า “From Your Valentine” และถูกประหารด้วยการตัดศีรษะในวันรุ่งขึ้น สรีระร่างของหลวงพ่อถูกเก็บไว้ในโบสถ์พราซีเดส (Praxedes) ที่กรุงโรม ใกล้หลุมศพนั้น จูเลียได้ปลูกต้นอัลมอนต์สีชมพูไว้ เพื่อมอบแด่หลวงพ่อวาเลนตินุสผู้เป็นที่เคารพรัก ต้นอัลมอนต์สีชมพูจึงกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพและความรักชั่วนิจนิรันดร์
เมื่อพิจารณาอย่างละเอียดถ่องแท้จากเรื่องราวทั้งหมด จะเห็นได้ว่า "วันวาเลนไทน์" ดั้งเดิม เป็นเพียงวันเพื่อรำลึกถึงหลวงพ่อวาเลนตินัสเท่านั้น ในฐานะที่ท่านเป็นนักบวชในกรุงโรมผู้ยอมเสียสละพลีชีพเพื่อคริสตศาสนา ท่านจึงถูกยกย่องให้เป็น "นักบุญ" (SAINT)

และวันวาเลนไทน์นี้ ถูกกำหนดขึ้นครั้งแรกโดยสมเด็จพระสันตะปาปาเกลาซิอุสที่ 1 ใน ค.ศ. 496 ก่อนจะถูกลบออกจากปฏิทินนักบุญทั่วไปของโรมัน (General Roman Calendar of saints) ในปี ค.ศ. 1969 โดยสมเด็จพระสันตะปาปาปอลที่ 6 แต่ความหมายในทางรักๆใคร่ๆหรือ "โรแมนติก" โดยนัยสมัยใหม่ ถูกเหล่ากวีเพิ่มเติม (ผันแปร) ในภายหลังทั้งสิ้น
ต่อไปเป็นเรื่อง "14 เรื่องที่ควรทราบ สำหรับวันวาเลนไทน์"
1. "ทำไมต้องเป็นวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ?" อันนี้ เรารู้คำตอบกันแล้วจากเรื่องที่กล่าวมา
2. "ทำไมคนถึงมอบช็อกโกแลตกันในวันนี้ ?"

ช็อคโกแลต เป็นของขวัญที่หนุ่มสาวนิยมมอบให้กันในวันนี้ตั้งแต่ในอดีต เพราะในสมัยก่อนช็อคโกแลตเป็นของมีค่า หายากและมีราคาแพง คนรักจึงมักใช้เป็นของขวัญแทนใจมอบให้กัน อีกทั้งช็อคโกแลตยังสามารถกระตุ้นให้สมองหลั่งสารเคมีแห่งความสุขอย่างเอ็นดอร์ฟิน (Endorphin) ออกมา ช่วยคลายเครียด และให้เกิดความรู้สึกดีๆได้ (แถมช่วยกระตุ้นให้ "อยากกินตับ" กันอีกด้วย!)

3. ดอกไม้แห่งวันวาเลนไทน์คือ ?"

หลายคนคงคิดว่าต้องเป็นกุหลาบชัวร์ แต่แท้จริงแล้วตามความเชื่อของชาวคริสต์ ดอกไม้สัญลักษณ์ของวันนี้ ต้องเป็น
“ดอกอัลมอนต์สีชมพู” เพราะเป็นดอกไม้ที่จูเลียมอบให้หลวงพ่อวาเลนติโน่เพื่อแสดงความเคารพรักครั้งสุดท้ายก่อนที่ท่านจะถูกประหาร
4. WHITE DAY "วันตอบรับรัก"
White Day ตรงกับวันที่ 14 มีนาคม 1 เดือนหลังจากวันวาเลนไทน์ โดยเทศกาลนี้จะมีขึ้นในบางประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี เป็นวันที่ฝ่ายชายจะหาของขวัญซึ่งนิยมเป็นของสีขาว เช่น ไวต์ช็อคโกแลต มาร์ชเมลโล มามอบให้กับหญิงที่ให้ของขวัญตนเองในวันนี้ เป็นการตอบแทนความรักที่ทั้งคู่มีให้กัน
5. BLACK DAY "วันคนรักคุด"
Black Day จะตรงกับวันที่ 14 เมษายน 2 เดือนหลังจากวันวาเลนไทน์ เทศกาลนี้จะมีขึ้นในประเทศเกาหลี
เป็นการเฉลิมฉลองให้คนโสดที่ผิดหวังจากความรักในวันวาเลนไทน์โดยเฉพาะ จึงเรียกได้ว่าเป็น "วันแห่งคนรักคุด" โดยแท้! (อันนี้ MC ตั้งให้เอง!) คนโสดจะออกมาทาน “จาจังมยอน (Jajangmyeon)” หรือบะหมี่ดำ อาหารชนิดหนึ่งที่คล้ายก๋วยเตี๋ยวราดด้วยน้ำซอสสีดำ และจะนิยมแต่งกายด้วยชุดสีดำด้วย
6. วันแห่งความรักในศาสนาพุทธ
คือ
วันมาฆบูชา นั่นเอง ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 3 (ซึ่งมักจะอยู่ในเดือนกุมภาพันธ์) ถือเป็นวันแห่งความรักในทางพระพุทธศาสนา เพราะวันนี้ในพุทธกาล พระสงฆ์จำนวน 1,250 รูป จากทั่วทุกสารทิศ เดินทางไปเพื่อเข้าเฝ้าพระบรมศาสดา ด้วยความเคารพรักและผูกพันในพระพุทธองค์โดยต่างรูปก็ต่างไป กลายเป็นประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย แล้วพระพุทธเจ้าก็ทรงแสดง “โอวาทปาฏิโมกข์” อันมีใจความโดยย่อคือ การไม่ทำบาปทั้งปวง ละความชั่ว ทำใจให้บริสุทธิ์ เสมือนทรงสอนให้รู้จักรักเพื่อนร่วมโลกและรู้จักรักตัวเอง ฉะนั้นจึงกล่าวได้ว่าเป็นหลักการที่ว่าด้วยความรักอย่างแท้จริง และในปี พ.ศ. 2549 รัฐบาลไทยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของวันมาฆบูชาที่อาจถือได้ว่าเป็นวันแห่งความรักของพระพุทธศาสนา โดยถือว่าเหตุการณ์สำคัญดังกล่าวนั้นเป็นสิ่งที่แสดงถึงความกตัญญูกตเวทีอันบริสุทธิ์ จึงได้ให้วันมาฆบูชานั้นเป็น "วันกตัญญูแห่งชาติ" อีกด้วย
7. วันวาเลนไทน์ไม่ได้มีทุกที่
ในบางประเทศมีการแบนวันวาเลนไทน์ เช่น ประเทศอิหร่าน โดยให้เหตุผลว่า วันวาเลนไทน์เป็นธรรมเนียมของชาวคริสต์ ซึ่งในศาสนาอิสลามซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติก็มีเทศกาลแห่งความรักอยู่แล้ว จึงไม่ควรตามกระแสตะวันตก ทางรัฐบาลจึงสั่งแบนกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับวาเลนไทน์ รวมถึงสินค้าและสัญลักษณ์ต่างๆ เช่น ดอกกุหลาบสีแดง สินค้ารูปหัวใจ การ์ดวันวาเลนไทน์ หากฝ่าฝืนก็จะมีบทลงโทษด้วย
8. กามเทพแผลงศร

“กามเทพ (Cupid)” เป็นเทพเจ้าแห่งความรักในตำนานของชาวโรมัน เป็นบุตรของมาร์ เทพเจ้าแห่งสงคราม และ วีนัส เทพีแห่งความงาม ถือเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ยอดนิยมประจำวันวาเลนไทน์ที่หลายคนคงจะคุ้นเคยดี กับภาพของเด็กน้อยน่ารักมีปีก ในมือถือคันธนูและลูกศร คอยเล็งไปที่หัวใจของผู้คน กล่าวกันว่าใครที่ถูกกามเทพแผลงศร จะถูกลิขิตให้ตกหลุมรักกันและกันในทันที
9. ของขวัญแห่งความรักชิ้นใหญ่ที่สุด ?

ของขวัญแห่งความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกเท่าที่เคยมีมา คือ “ทัชมาฮาล” อนุสรณ์ที่กำเนิดจากพลังแห่งรักของ “พระราชาชาห์จาฮาน” สมเด็จพระจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโมกุลที่มีต่อพระมเหสีของพระองค์ที่สิ้นพระชนม์ไป เป็นสุสานหินอ่อนที่งดงาม ใช้เวลาสร้างทั้งหมดกว่า 22 ปี
10. ใครที่ได้รับการ์ดวาเลนไทน์มากที่สุด ?
จากการสำรวจแล้วพบว่า ผู้ที่ได้รับการ์ดวาเลนไทน์มากที่สุดคือ
“คุณครู” รองลงมาคือ ลูกๆที่ได้รับการ์ดจากพ่อแม่,เพื่อน,สามีภรรยา,แฟน ปิดท้ายด้วยสัตว์เลี้ยง !
11. มีจดหมายถึงใครมากที่สุดในวันนี้ ?

ทุกปีในวันวาเลนไทน์ ที่เมือง “เวโรนา” ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของนิยายชื่อก้องโลก อย่างโรมิโอกับจูเลียต จะได้รับจดหมายกว่า 1 พันฉบับ จ่าหน้าซองถึงจูเลียต เพื่อขอพรให้สมหวังในความรัก รวมถึงปรึกษาปัญหาหัวใจต่างๆ
12. รายจ่ายในวันแห่งความรัก ?
5,000 บาท คือค่าเฉลี่ยของจำนวนเงินที่ผู้ชายไทยใช้ซื้อของขวัญ หรือสร้างค่ำคืนสุดเซอร์ไพร์สให้คนรักในวันวาเลนไทน์
13. จดทะเบียนสมรสวันวาเลนไทน์ ?
14 กุมภาพันธ์ ปี 2560 กรุงเทพมหานคร ได้เผยจำนวนคู่รักที่เดินทางมาจดทะเบียนสมรส ณ สำนักงานเขตรวมกว่า 2,663 คู่ (ซึ่งน้อยกว่าเมื่อปี 2559 ที่มีคู่รักเดินทางมาจดทะเบียนสมรสจำนวน 3,486 คู่) เขตที่มากที่สุดคือ เขตบางรัก 625 คู่ รองลงมาคือ เขตบางซื่อ 125 คู่, เขตบางแค 84 คู่
14. ความหมายที่ซ่อนอยู่ ?
กุมภาพันธ์ เป็นเดือนที่มีวันน้อยที่สุดของปี คือ 28 หรือ 29 วัน มีความหมายโดยนัยว่า ไม่ว่าเวลาของความรักจะสั้นหรือยาวเพียงใด เราก็ควรทำทุกๆวันให้มีคุณค่าและน่าจดจำมากที่สุด ทั้งนี้วันแห่งความรักไม่ได้มีเพียงวันเดียวต่อปี
วันไหนๆก็สามารถเป็นวันแห่งความรักได้เสมอ เริ่มต้นง่ายๆแค่ “รักตัวเอง” และ “คนข้างๆ”
ขอบคุณ ข้อมูลจาก
https://www.beautyhunter.co.th/14-ความลับ-วันวาเลนไทน์ และ วิกิฯ
พบกันใหม่วันเสาร์ครับ 
ห้องเพลง**คนรากหญ้า**พักยกการเมือง มุมเสียงเพลง มุมนี้ไม่มีสีไม่มีกลุ่ม มีแต่เสียง 14/2/2561 - เรื่องของ Valentine's Day
สวัสดีครับ
เกือบจะลงมือเขียนเรื่องอื่นอยู่แล้วเชียว เผอิญนึกขึ้นมาได้ว่า วันนี้วันที่ 14 กุมภาฯ เป็นวันวาเลนไทน์นี่นา ก็เลยเบรคหัวทิ่ม เก็บเรื่องที่ตั้งใจจะเขียนทีแรกไว้ก่อน เอาไว้วันเสาร์ค่อยว่ากันอีกที แล้วก็เริ่มรวบรวมเรื่องราวสารพัดเกี่ยวกับวันนี้ครับ
ห้องเพลง ก่อตั้งมาสองสามปีแล้ว แน่นอนว่าเมื่อถึงวันนี้ ต้องมี MC เคยเขียนเรื่องนี้มาก่อนแน่ๆ ดังนั้นในวันนี้ MC แอ๊ดจะพยายามนำเสนอหลายๆแง่มุมเพื่อมิให้ซ้ำซากกับเรื่องที่ MC ปีก่อนๆเคยเล่า แต่ก็คงต้องกล่าวถึงที่มาของวันวาเลนไทน์โดยสังเขปก่อนเพื่อปูทางให้เรื่องในแง่มุมอื่นที่จะตามมานะครับ
"วาเลนไทน์" หรือที่เรารู้จักกันในนามของ เซนต์วาเลนไทน์ เป็นนักบวชชาวคริสต์ชื่อ "วาเลนตินุส" อาศัยอยู่ที่กรุงโรมในช่วงศตวรรษที่ 3 ตอนนั้น กรุงโรมถูกปกครองโดยจักรพรรดิ "คลอดิอุส" พระองค์นิสัยชอบข่มเหงผู้อื่น ทำให้ประชาชนเกลียดชังกันมากด้วยความบ้าอำนาจของพระองค์ (ทำไมคนมีอำนาจมันชอบเป็นแบบนี้กันแทบทั้งนั้นก็ไม่รู้) ต้องการสร้างกองทัพให้ยิ่งใหญ่ จึงเกณฑ์ชายชาวโรมันมาเป็นทหารเพื่อทำศึกสงคราม แต่ปรากฏว่าไม่มีใครสนใจเข้ามาสมัครรับใช้จักรวรรดิกันเลย (ใครที่ไหนจะอยากมาสมัครเล่า ในเมื่อซีซาร์ชอบข่มเหงรังแกคนอื่น ?) จักรพรรดิคลอดิอุสก็เลยใช้ไม้เด็ดและไม้ตาย โดยการออกกฎหมายห้ามไม่ให้ชายหญิงแต่งงานหรือหมั้นกัน! เอากะพ่อสิ!
เมื่อมีกฏหมายออกมาอย่างนั้น ประชาชนก็ยิ่งไม่พอใจกันมากขึ้น หลวงพ่อวาเลนตินุสหรือวาเลนไทน์ ก็เลยแอบจัดการแต่งงานให้กับคู่รักหลายๆคู่ขึ้น โดยให้เป็นความลับ ภายในงานจะมีเพียงเจ้าบ่าว เจ้าสาว และหลวงพ่อเท่านั้น! (ได้ใจหนุ่มสาวไปเต็มๆ) ขณะทำพิธีก็ต้องคอยเงี่ยหูฟังเสียงจากข้างนอกโบสถ์ด้วยว่าจะมีเสียงพวกทหารเดินตบเท้าตรวจตรามาบ้างไหม (ถ้ามีก็คงจะเบรคก่อนแล้วพากันไปซ่อนแอบก่อนกระมัง?) ทุลักทุเลดีแท้
หลวงพ่อวาเลนตินุสทำแบบนี้มาเรื่อยๆ (แหล่งข้อมูลบางที่ไปเรียกท่านในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ว่า "นักบุญ" เลย ไม่ถูกนะครับ ต้องให้ท่านมรณภาพไปเสียก่อนและถูกยกย่องให้ขึ้นชั้นเป็น SAINT อีกทีหนึ่ง! นี้ว่าโดยหลักทางฝ่ายคาทอลิก ถ้าเป็นฝ่ายโปรเตสแตนท์จะไม่นับถือเซนต์) แต่ความลับไม่มีในโลก คืนหนึ่งก็พลาดจนได้ หลวงพ่อถูกทหารจับ ส่วนคู่บ่าวสาวหนีรอดไปได้
หลวงพ่อถูกนำไปขังและทรมานอย่างสาหัส จนกระทั่งวันหนึ่งมีหนุ่มสาวหลายคู่แอบมาเยี่ยม และโยนดอกไม้กับกระดาษเขียนข้อความให้กำลังใจส่งลอดช่องหน้าต่างคุก ด้วยความเชื่อและศรัทธาในตัวหลวงพ่อ หนึ่งในนั้นคือ "จูเลีย" ลูกสาวของผู้คุม ซึ่งเป็นคนสวย แต่โชคร้ายที่ตาบอดทั้งสองข้างมาตั้งแต่เกิด นางนำอาหารไปให้หลวงพ่อวาเลนตินุสประจำ เพราะพ่อของนางอนุญาตให้เข้าไปเยี่ยมข้างในได้
ฝ่ายหลวงพ่อก็ได้เล่าเรื่องประวัติศาสตร์ต่างๆ ให้จูเลีย อีกทั้งยังสอนให้นางคิดเลขเป็น และเล่าเรื่องเกี่ยวกับพระเจ้าให้ฟัง ทำให้นางรู้เรื่องต่างๆ ในโลกนี้และรู้สึกสงบสุขเมื่ออยู่กับหลวงพ่อ
และในช่วงวาระสุดท้าย วันหนึ่ง จูเลียเอ่ยถามท่านว่า “หากเราอธิษฐานต่อพระผู้เป็นเจ้า ท่านจะทรงได้ยินเราไหม”
หลวงพ่อวาเลนตินุสตอบว่า “พระองค์ทรงสดับพวกเราทุกคนแน่นอน”
“ท่านทราบหรือไม่ ทุกเช้าทุกเย็น ข้าทูลอธิษฐานขออะไร ? ข้าอยากจะมองเห็นโลกนี้ และเห็นทุกอย่างที่ท่านเล่าให้ฟัง”
“พระเจ้าย่อมมอบแต่สิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ทุกคน แต่ต้องมีความเชื่อมั่นในพระองค์เท่านั้นเอง”
ด้วยความเชื่อมั่นในพระเจ้า จูเลียนั่งคุกเข่าและกุมมืออธิษฐานขอพรไปพร้อมๆกับหลวงพ่อ และทันใดนั้นก็เกิดสิ่งมหัศจรรย์ขึ้น มีแสงสว่างลอดเข้ามาในคุก และเมื่อนางค่อย ๆลืมตาขึ้น นางก็สามารถมองเห็นได้ !!! ทั้งสองกล่าวขอบคุณในความมหัศจรรย์ที่พระเจ้าทรงประทานให้จนนางมองเห็นได้เป็นครั้งแรก และเรื่องนี้ได้เลื่องลือไปทั่วราชอาณาจักร
คืนวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ค.ศ.270 หลวงพ่อวาเลนตินุสได้ส่งจดหมายฉบับสุดท้ายให้แก่จูเลีย ซึ่งลงท้ายจดหมายว่า “From Your Valentine” และถูกประหารด้วยการตัดศีรษะในวันรุ่งขึ้น สรีระร่างของหลวงพ่อถูกเก็บไว้ในโบสถ์พราซีเดส (Praxedes) ที่กรุงโรม ใกล้หลุมศพนั้น จูเลียได้ปลูกต้นอัลมอนต์สีชมพูไว้ เพื่อมอบแด่หลวงพ่อวาเลนตินุสผู้เป็นที่เคารพรัก ต้นอัลมอนต์สีชมพูจึงกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพและความรักชั่วนิจนิรันดร์
เมื่อพิจารณาอย่างละเอียดถ่องแท้จากเรื่องราวทั้งหมด จะเห็นได้ว่า "วันวาเลนไทน์" ดั้งเดิม เป็นเพียงวันเพื่อรำลึกถึงหลวงพ่อวาเลนตินัสเท่านั้น ในฐานะที่ท่านเป็นนักบวชในกรุงโรมผู้ยอมเสียสละพลีชีพเพื่อคริสตศาสนา ท่านจึงถูกยกย่องให้เป็น "นักบุญ" (SAINT)
และวันวาเลนไทน์นี้ ถูกกำหนดขึ้นครั้งแรกโดยสมเด็จพระสันตะปาปาเกลาซิอุสที่ 1 ใน ค.ศ. 496 ก่อนจะถูกลบออกจากปฏิทินนักบุญทั่วไปของโรมัน (General Roman Calendar of saints) ในปี ค.ศ. 1969 โดยสมเด็จพระสันตะปาปาปอลที่ 6 แต่ความหมายในทางรักๆใคร่ๆหรือ "โรแมนติก" โดยนัยสมัยใหม่ ถูกเหล่ากวีเพิ่มเติม (ผันแปร) ในภายหลังทั้งสิ้น
ต่อไปเป็นเรื่อง "14 เรื่องที่ควรทราบ สำหรับวันวาเลนไทน์"
1. "ทำไมต้องเป็นวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ?" อันนี้ เรารู้คำตอบกันแล้วจากเรื่องที่กล่าวมา
2. "ทำไมคนถึงมอบช็อกโกแลตกันในวันนี้ ?"
ช็อคโกแลต เป็นของขวัญที่หนุ่มสาวนิยมมอบให้กันในวันนี้ตั้งแต่ในอดีต เพราะในสมัยก่อนช็อคโกแลตเป็นของมีค่า หายากและมีราคาแพง คนรักจึงมักใช้เป็นของขวัญแทนใจมอบให้กัน อีกทั้งช็อคโกแลตยังสามารถกระตุ้นให้สมองหลั่งสารเคมีแห่งความสุขอย่างเอ็นดอร์ฟิน (Endorphin) ออกมา ช่วยคลายเครียด และให้เกิดความรู้สึกดีๆได้ (แถมช่วยกระตุ้นให้ "อยากกินตับ" กันอีกด้วย!)
3. ดอกไม้แห่งวันวาเลนไทน์คือ ?"
หลายคนคงคิดว่าต้องเป็นกุหลาบชัวร์ แต่แท้จริงแล้วตามความเชื่อของชาวคริสต์ ดอกไม้สัญลักษณ์ของวันนี้ ต้องเป็น“ดอกอัลมอนต์สีชมพู” เพราะเป็นดอกไม้ที่จูเลียมอบให้หลวงพ่อวาเลนติโน่เพื่อแสดงความเคารพรักครั้งสุดท้ายก่อนที่ท่านจะถูกประหาร
4. WHITE DAY "วันตอบรับรัก"
White Day ตรงกับวันที่ 14 มีนาคม 1 เดือนหลังจากวันวาเลนไทน์ โดยเทศกาลนี้จะมีขึ้นในบางประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี เป็นวันที่ฝ่ายชายจะหาของขวัญซึ่งนิยมเป็นของสีขาว เช่น ไวต์ช็อคโกแลต มาร์ชเมลโล มามอบให้กับหญิงที่ให้ของขวัญตนเองในวันนี้ เป็นการตอบแทนความรักที่ทั้งคู่มีให้กัน
5. BLACK DAY "วันคนรักคุด"
Black Day จะตรงกับวันที่ 14 เมษายน 2 เดือนหลังจากวันวาเลนไทน์ เทศกาลนี้จะมีขึ้นในประเทศเกาหลี เป็นการเฉลิมฉลองให้คนโสดที่ผิดหวังจากความรักในวันวาเลนไทน์โดยเฉพาะ จึงเรียกได้ว่าเป็น "วันแห่งคนรักคุด" โดยแท้! (อันนี้ MC ตั้งให้เอง!) คนโสดจะออกมาทาน “จาจังมยอน (Jajangmyeon)” หรือบะหมี่ดำ อาหารชนิดหนึ่งที่คล้ายก๋วยเตี๋ยวราดด้วยน้ำซอสสีดำ และจะนิยมแต่งกายด้วยชุดสีดำด้วย
6. วันแห่งความรักในศาสนาพุทธ
คือ วันมาฆบูชา นั่นเอง ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 3 (ซึ่งมักจะอยู่ในเดือนกุมภาพันธ์) ถือเป็นวันแห่งความรักในทางพระพุทธศาสนา เพราะวันนี้ในพุทธกาล พระสงฆ์จำนวน 1,250 รูป จากทั่วทุกสารทิศ เดินทางไปเพื่อเข้าเฝ้าพระบรมศาสดา ด้วยความเคารพรักและผูกพันในพระพุทธองค์โดยต่างรูปก็ต่างไป กลายเป็นประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย แล้วพระพุทธเจ้าก็ทรงแสดง “โอวาทปาฏิโมกข์” อันมีใจความโดยย่อคือ การไม่ทำบาปทั้งปวง ละความชั่ว ทำใจให้บริสุทธิ์ เสมือนทรงสอนให้รู้จักรักเพื่อนร่วมโลกและรู้จักรักตัวเอง ฉะนั้นจึงกล่าวได้ว่าเป็นหลักการที่ว่าด้วยความรักอย่างแท้จริง และในปี พ.ศ. 2549 รัฐบาลไทยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของวันมาฆบูชาที่อาจถือได้ว่าเป็นวันแห่งความรักของพระพุทธศาสนา โดยถือว่าเหตุการณ์สำคัญดังกล่าวนั้นเป็นสิ่งที่แสดงถึงความกตัญญูกตเวทีอันบริสุทธิ์ จึงได้ให้วันมาฆบูชานั้นเป็น "วันกตัญญูแห่งชาติ" อีกด้วย
7. วันวาเลนไทน์ไม่ได้มีทุกที่
ในบางประเทศมีการแบนวันวาเลนไทน์ เช่น ประเทศอิหร่าน โดยให้เหตุผลว่า วันวาเลนไทน์เป็นธรรมเนียมของชาวคริสต์ ซึ่งในศาสนาอิสลามซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติก็มีเทศกาลแห่งความรักอยู่แล้ว จึงไม่ควรตามกระแสตะวันตก ทางรัฐบาลจึงสั่งแบนกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับวาเลนไทน์ รวมถึงสินค้าและสัญลักษณ์ต่างๆ เช่น ดอกกุหลาบสีแดง สินค้ารูปหัวใจ การ์ดวันวาเลนไทน์ หากฝ่าฝืนก็จะมีบทลงโทษด้วย
8. กามเทพแผลงศร
“กามเทพ (Cupid)” เป็นเทพเจ้าแห่งความรักในตำนานของชาวโรมัน เป็นบุตรของมาร์ เทพเจ้าแห่งสงคราม และ วีนัส เทพีแห่งความงาม ถือเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ยอดนิยมประจำวันวาเลนไทน์ที่หลายคนคงจะคุ้นเคยดี กับภาพของเด็กน้อยน่ารักมีปีก ในมือถือคันธนูและลูกศร คอยเล็งไปที่หัวใจของผู้คน กล่าวกันว่าใครที่ถูกกามเทพแผลงศร จะถูกลิขิตให้ตกหลุมรักกันและกันในทันที
9. ของขวัญแห่งความรักชิ้นใหญ่ที่สุด ?
ของขวัญแห่งความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกเท่าที่เคยมีมา คือ “ทัชมาฮาล” อนุสรณ์ที่กำเนิดจากพลังแห่งรักของ “พระราชาชาห์จาฮาน” สมเด็จพระจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโมกุลที่มีต่อพระมเหสีของพระองค์ที่สิ้นพระชนม์ไป เป็นสุสานหินอ่อนที่งดงาม ใช้เวลาสร้างทั้งหมดกว่า 22 ปี
10. ใครที่ได้รับการ์ดวาเลนไทน์มากที่สุด ?
จากการสำรวจแล้วพบว่า ผู้ที่ได้รับการ์ดวาเลนไทน์มากที่สุดคือ “คุณครู” รองลงมาคือ ลูกๆที่ได้รับการ์ดจากพ่อแม่,เพื่อน,สามีภรรยา,แฟน ปิดท้ายด้วยสัตว์เลี้ยง !
11. มีจดหมายถึงใครมากที่สุดในวันนี้ ?
ทุกปีในวันวาเลนไทน์ ที่เมือง “เวโรนา” ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของนิยายชื่อก้องโลก อย่างโรมิโอกับจูเลียต จะได้รับจดหมายกว่า 1 พันฉบับ จ่าหน้าซองถึงจูเลียต เพื่อขอพรให้สมหวังในความรัก รวมถึงปรึกษาปัญหาหัวใจต่างๆ
12. รายจ่ายในวันแห่งความรัก ?
5,000 บาท คือค่าเฉลี่ยของจำนวนเงินที่ผู้ชายไทยใช้ซื้อของขวัญ หรือสร้างค่ำคืนสุดเซอร์ไพร์สให้คนรักในวันวาเลนไทน์
13. จดทะเบียนสมรสวันวาเลนไทน์ ?
14 กุมภาพันธ์ ปี 2560 กรุงเทพมหานคร ได้เผยจำนวนคู่รักที่เดินทางมาจดทะเบียนสมรส ณ สำนักงานเขตรวมกว่า 2,663 คู่ (ซึ่งน้อยกว่าเมื่อปี 2559 ที่มีคู่รักเดินทางมาจดทะเบียนสมรสจำนวน 3,486 คู่) เขตที่มากที่สุดคือ เขตบางรัก 625 คู่ รองลงมาคือ เขตบางซื่อ 125 คู่, เขตบางแค 84 คู่
14. ความหมายที่ซ่อนอยู่ ?
กุมภาพันธ์ เป็นเดือนที่มีวันน้อยที่สุดของปี คือ 28 หรือ 29 วัน มีความหมายโดยนัยว่า ไม่ว่าเวลาของความรักจะสั้นหรือยาวเพียงใด เราก็ควรทำทุกๆวันให้มีคุณค่าและน่าจดจำมากที่สุด ทั้งนี้วันแห่งความรักไม่ได้มีเพียงวันเดียวต่อปี วันไหนๆก็สามารถเป็นวันแห่งความรักได้เสมอ เริ่มต้นง่ายๆแค่ “รักตัวเอง” และ “คนข้างๆ”
ขอบคุณ ข้อมูลจาก https://www.beautyhunter.co.th/14-ความลับ-วันวาเลนไทน์ และ วิกิฯ
พบกันใหม่วันเสาร์ครับ