You are my Valentine
สวัสดีครับ นี่เป็นครั้งแรกที่เขียนกระทู้ในพันทิป
ในวันแห่งความรักนี้ ขออนุญาตแชร์เรื่องเราความรักของเราสองคนให้ทุกๆคนที่มีความรักมีกำลังใจในการฟันฟ่าอุปสรรคต่างๆเพื่อความรักของตน
เราสองคนรู้จักกันครั้งแรกเมื่อประมาณเกือบ 20 ปีที่แล้ว เจอกันครั้งแรกตอนที่เข้าแคมป์ที่พัทยา เป็นตอนที่กำลังจะกลับ เค้ามากับพ่อแม่เพือมารับน้องชายที่มาเข้าแคมป์ ในตอนนั้นทำได้แค่มองและคิดว่า "สวยจัง" แต่ก็ไม่มีโอกาสได้พูดคุยหรือทำความรู้จัก (ในตอนนั้นเค้าอายุประมาณไม่เกิน 15)
หลังจากนั้นก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย จนกระทั่งได้ไปช่วยงานที่แคมป์ ซึ่งครั้งนี้เค้ามาด้วย จึงได้มีโอกาสทำความรู้จักในตอนนั้น จนกระทั่งแคมป์จบไป ก็พยายามจีบ ติดต่ออยู่เสมอ จนวันนึงตัดสินใจที่จะบอกชอบในวันที่เข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย แต่คำตอบที่ได้กลับมากลับไม่เป็นอย่างที่หวัง "เราเป็นพี่น้องกันดีกว่า"
ตั้งแต่ตอนนั้นมาก็พยายามเป็นพี่ที่ดีมาตลอด คิดแค่ว่าเราคงเป็นได้แค่นี้ ก็ต้องพยายามตัดใจ ถึงแม้ไม่ได้เป็นแฟนกันแต่ก็เป็นพี่น้องกันก็ยังดี คงเป็นได้แค่นี้ แต่ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายเมื่อเค้าย้ายมาอยู่บ้านป้าเพื่อเข้ามาเรียนในกรุงเทพ ซึ่งเวลานั้นบ้านป้ากับบ้านเราห่างกันแค่ 2 หลัง จึงได้เจอหน้ากันเกือบทุกวัน บางไปรับ บางวันไปส่ง บางวันก็ไปไหนด้วยกัน แต่ไปในฐานะแค่ พี่น้อง จนเวลาผ่านไป เราสองคนต่างมีคนเข้ามาและก็ผ่านไปในชีวิต
ในตอนนั้นทำใจไปแล้วว่า คงเป็นได้แค่นี้ เป็นได้แค่ "พี่น้อง" ตลอดไป แต่ไม่รู้ทำไม ทุกๆครั้งที่คุยกัน ที่ไปไหนด้วยกัน ไม่ว่าจะมีแฟน หรือไม่มีแฟน มันรู้สึกประหม่า ไม่กล้าสบตานานๆ ตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้อยู่ด้วยกัน อยากตามใจทุกๆเรื่องที่เค้าอยากได้ มันเป็นอย่างนี้อยู่ลึกๆในใจมาตลอด โดยที่ตัวเราเองมองข้ามสิ่งเหล่านี้มาตลอด ไม่สนใจมัน
จนกระทั่งปี 2559 ได้มีโอกาสไปจีนด้วยกัน ซึ่งเป็นการไปจีนโดยการนั่งรถไป!! เลยหาโอกาสนั่งข้างเค้าไปตลอดทาง ตั้งแต่ลาว ผ่านเข้าไปสิบสองปันณา ไปถึงคุนหมิง จนถึงต้าหลี่ ระยะเวลาการนั่งรถในครั้งนั้นร่วม 10-20 ชม ได้ ตลอดทั้งทริป ตลอดทุกที่ที่ไป รู้สึกตื่นเต้น มีความสุขที่ได้อยู่ข้างๆ
เมื่อจบทริปกลับถึงบ้าน จึงมาทบทวนความรู้สึกตัวเอง ถามตัวเองเพื่อความชัดเจนในครั้งนี้ ทุกๆอย่างมันชัดเจน ตลอดระยะเวลาที่รู้จักกันมาตั้งแต่วันแรกที่เจอจนกระทั่งวันนี้ แม้จะเคยถูกปฏิเสธ เป็นได้แค่พี่น้อง เป็นได้แค่เพื่อน แต่ใจมันยังรอคอยคนคนนี้เสมอมา ไม่มีวันไหนเลยที่ไม่รัก ไม่มีวันไหนเลยที่ไม่มีเค้าอยู่ในใจ ไม่มีวันไหนเลยที่ไม่อยากเจอ และยังคงตื่นเต้นในทุกๆครั้งที่ได้อยู่ด้วยกัน ในวันนั้นจึงตัดสินใจที่จะไปสารภาพรักกับเค้า เป็นไงเป็นกัน!!
วันนั้นเป็นวันที่ 7 พ.ค. 2559 เราขับรถจากกรุงเทพเพื่อไปรับเค้าที่ชลบุรี เพื่อไปหาอะไรกินชิลๆ ที่พัทยา โดยในหัวนั้นตั้งใจว่าจะไปสารภาพรักที่ร้านอาหารบรรยากาศดีๆริมทะเลสักร้านที่พัทยา เมื่อถึงพัทยาเค้าก็โทรชวนน้องคนนึงที่สนิท ซึ่งเราก็สนิทด้วย มานั่งกินด้วยกัน เวลาผ่านไปจนทานอาหารเสร็จเรียบร้อย ในใจคิดว่าคงไม่มีโอกาสแล้ว จนกระทั่งขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางที่ขับรถไปส่งเค้าที่บ้าน มีมอเตอร์ไซด์คันนึงขี่มาปาดหน้า เค้าตกใจมากเพราะเคยมีประสบการณ์ที่ไม่ดีมาก่อน (สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ ประโยคนี้คงใช้ได้กับเหตุการณ์นี้) เมื่อเค้าอยู่ในอาการตกใจกลัว เราเลยรีบยื่นมือไปจับ ไปกุมมือไว้ โดยตลอดทางขากลับแม้เหตุการณ์จะผ่านไปแล้วแต่ก็ยังจับมือไว้ไม่ปล่อย จึงใช้โอกาสนั้นสารภาพรักไป
สิงที่ขอในตอนนั้น ไม่ต้องการให้ตอบตกลงเป็นแฟน แต่ขอโอกาสให้เค้าเปิดใจ ให้เราเข้าไปดูแล โชคดีที่ในครั้งนี้นั้นประสบผลสำเร็จ เค้าตกลงที่จะลองเปิดใจให้เรา ความรู้สึกในตอนนั้น มันดีใจมากไม่เคยมีความสุขแบบนี้มาก่อน และแล้วเราก็ได้ตกลงเป็นแฟนในวันที่ 17 ก.ค. 2559 โดยเราได้ไปขออนุญาตกับพ่อแม่เค้าเพื่อเป็นแฟนกับเค้า จนกระทั่งถึงวันนี้ วันที่เราได้แต่งงานกับเค้า ได้เป็นครอบครัวเดียวกัน ทุกอย่างมันเหมือนกับฝันที่เป็นจริง
หากคุณเป็นคนนึงมีใครสักคนที่คุณรัก เราขอเป็นกำลังใจให้คุณไม่ย่อท้อ ไม่หมดหวังในตัวคนๆนั้น ขอให้คุณได้เจอกับรักแท้ ได้เจอกับความรักที่ดีที่รอคอย ขอให้มีความสุขในวันแห่งความรัก เดือนแห่งความรักครับ
My valentine
สวัสดีครับ นี่เป็นครั้งแรกที่เขียนกระทู้ในพันทิป
ในวันแห่งความรักนี้ ขออนุญาตแชร์เรื่องเราความรักของเราสองคนให้ทุกๆคนที่มีความรักมีกำลังใจในการฟันฟ่าอุปสรรคต่างๆเพื่อความรักของตน
เราสองคนรู้จักกันครั้งแรกเมื่อประมาณเกือบ 20 ปีที่แล้ว เจอกันครั้งแรกตอนที่เข้าแคมป์ที่พัทยา เป็นตอนที่กำลังจะกลับ เค้ามากับพ่อแม่เพือมารับน้องชายที่มาเข้าแคมป์ ในตอนนั้นทำได้แค่มองและคิดว่า "สวยจัง" แต่ก็ไม่มีโอกาสได้พูดคุยหรือทำความรู้จัก (ในตอนนั้นเค้าอายุประมาณไม่เกิน 15)
หลังจากนั้นก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย จนกระทั่งได้ไปช่วยงานที่แคมป์ ซึ่งครั้งนี้เค้ามาด้วย จึงได้มีโอกาสทำความรู้จักในตอนนั้น จนกระทั่งแคมป์จบไป ก็พยายามจีบ ติดต่ออยู่เสมอ จนวันนึงตัดสินใจที่จะบอกชอบในวันที่เข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย แต่คำตอบที่ได้กลับมากลับไม่เป็นอย่างที่หวัง "เราเป็นพี่น้องกันดีกว่า"
ตั้งแต่ตอนนั้นมาก็พยายามเป็นพี่ที่ดีมาตลอด คิดแค่ว่าเราคงเป็นได้แค่นี้ ก็ต้องพยายามตัดใจ ถึงแม้ไม่ได้เป็นแฟนกันแต่ก็เป็นพี่น้องกันก็ยังดี คงเป็นได้แค่นี้ แต่ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายเมื่อเค้าย้ายมาอยู่บ้านป้าเพื่อเข้ามาเรียนในกรุงเทพ ซึ่งเวลานั้นบ้านป้ากับบ้านเราห่างกันแค่ 2 หลัง จึงได้เจอหน้ากันเกือบทุกวัน บางไปรับ บางวันไปส่ง บางวันก็ไปไหนด้วยกัน แต่ไปในฐานะแค่ พี่น้อง จนเวลาผ่านไป เราสองคนต่างมีคนเข้ามาและก็ผ่านไปในชีวิต
ในตอนนั้นทำใจไปแล้วว่า คงเป็นได้แค่นี้ เป็นได้แค่ "พี่น้อง" ตลอดไป แต่ไม่รู้ทำไม ทุกๆครั้งที่คุยกัน ที่ไปไหนด้วยกัน ไม่ว่าจะมีแฟน หรือไม่มีแฟน มันรู้สึกประหม่า ไม่กล้าสบตานานๆ ตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้อยู่ด้วยกัน อยากตามใจทุกๆเรื่องที่เค้าอยากได้ มันเป็นอย่างนี้อยู่ลึกๆในใจมาตลอด โดยที่ตัวเราเองมองข้ามสิ่งเหล่านี้มาตลอด ไม่สนใจมัน
จนกระทั่งปี 2559 ได้มีโอกาสไปจีนด้วยกัน ซึ่งเป็นการไปจีนโดยการนั่งรถไป!! เลยหาโอกาสนั่งข้างเค้าไปตลอดทาง ตั้งแต่ลาว ผ่านเข้าไปสิบสองปันณา ไปถึงคุนหมิง จนถึงต้าหลี่ ระยะเวลาการนั่งรถในครั้งนั้นร่วม 10-20 ชม ได้ ตลอดทั้งทริป ตลอดทุกที่ที่ไป รู้สึกตื่นเต้น มีความสุขที่ได้อยู่ข้างๆ
เมื่อจบทริปกลับถึงบ้าน จึงมาทบทวนความรู้สึกตัวเอง ถามตัวเองเพื่อความชัดเจนในครั้งนี้ ทุกๆอย่างมันชัดเจน ตลอดระยะเวลาที่รู้จักกันมาตั้งแต่วันแรกที่เจอจนกระทั่งวันนี้ แม้จะเคยถูกปฏิเสธ เป็นได้แค่พี่น้อง เป็นได้แค่เพื่อน แต่ใจมันยังรอคอยคนคนนี้เสมอมา ไม่มีวันไหนเลยที่ไม่รัก ไม่มีวันไหนเลยที่ไม่มีเค้าอยู่ในใจ ไม่มีวันไหนเลยที่ไม่อยากเจอ และยังคงตื่นเต้นในทุกๆครั้งที่ได้อยู่ด้วยกัน ในวันนั้นจึงตัดสินใจที่จะไปสารภาพรักกับเค้า เป็นไงเป็นกัน!!
วันนั้นเป็นวันที่ 7 พ.ค. 2559 เราขับรถจากกรุงเทพเพื่อไปรับเค้าที่ชลบุรี เพื่อไปหาอะไรกินชิลๆ ที่พัทยา โดยในหัวนั้นตั้งใจว่าจะไปสารภาพรักที่ร้านอาหารบรรยากาศดีๆริมทะเลสักร้านที่พัทยา เมื่อถึงพัทยาเค้าก็โทรชวนน้องคนนึงที่สนิท ซึ่งเราก็สนิทด้วย มานั่งกินด้วยกัน เวลาผ่านไปจนทานอาหารเสร็จเรียบร้อย ในใจคิดว่าคงไม่มีโอกาสแล้ว จนกระทั่งขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางที่ขับรถไปส่งเค้าที่บ้าน มีมอเตอร์ไซด์คันนึงขี่มาปาดหน้า เค้าตกใจมากเพราะเคยมีประสบการณ์ที่ไม่ดีมาก่อน (สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ ประโยคนี้คงใช้ได้กับเหตุการณ์นี้) เมื่อเค้าอยู่ในอาการตกใจกลัว เราเลยรีบยื่นมือไปจับ ไปกุมมือไว้ โดยตลอดทางขากลับแม้เหตุการณ์จะผ่านไปแล้วแต่ก็ยังจับมือไว้ไม่ปล่อย จึงใช้โอกาสนั้นสารภาพรักไป
สิงที่ขอในตอนนั้น ไม่ต้องการให้ตอบตกลงเป็นแฟน แต่ขอโอกาสให้เค้าเปิดใจ ให้เราเข้าไปดูแล โชคดีที่ในครั้งนี้นั้นประสบผลสำเร็จ เค้าตกลงที่จะลองเปิดใจให้เรา ความรู้สึกในตอนนั้น มันดีใจมากไม่เคยมีความสุขแบบนี้มาก่อน และแล้วเราก็ได้ตกลงเป็นแฟนในวันที่ 17 ก.ค. 2559 โดยเราได้ไปขออนุญาตกับพ่อแม่เค้าเพื่อเป็นแฟนกับเค้า จนกระทั่งถึงวันนี้ วันที่เราได้แต่งงานกับเค้า ได้เป็นครอบครัวเดียวกัน ทุกอย่างมันเหมือนกับฝันที่เป็นจริง
หากคุณเป็นคนนึงมีใครสักคนที่คุณรัก เราขอเป็นกำลังใจให้คุณไม่ย่อท้อ ไม่หมดหวังในตัวคนๆนั้น ขอให้คุณได้เจอกับรักแท้ ได้เจอกับความรักที่ดีที่รอคอย ขอให้มีความสุขในวันแห่งความรัก เดือนแห่งความรักครับ