ค้าน ’กสทช.’ รื้อเกณฑ์ประมูล 4 จี คลื่น 1800 ชี้ซอยใบอนุญาต 9 ใบ ส่อเอื้อบางราย

กระทู้ข่าว
เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ แหล่งข่าวในวงการโทรคมนาคม เปิดเผยถึง กรณีที่คณะอนุกรรมการกลั่นกรองงานทางด้านโทรคมนาคม เตรียมเสนอให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พิจารณาให้ความเห็นชอบการปรับปรุงเงื่อนไขการประมูลเพื่อออกใบอนุญาตคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ หรือ 4จี รวม 45 เมกะเฮิรตซ์ จากเดิมแบ่งเป็น 3 ใบอนุญาต ใบอนุญาตละ 15 เมกะเฮิรตซ์ โดยผู้เข้าประมูลได้เพียง 1 ใบอนุญาตเท่านั้น แต่มีการเปลี่ยนใหม่โดยซอยย่อยเป็น 9 ใบเล็ก ใบละ 5 เมกะเฮิรตซ์ และให้ประมูลสูงได้ถึง 4 ใบ รวม 20 เมกะเฮิรตซ์ โดยคณะอนุกรรมการฯอ้างว่า เนื่องจากราคาประมูลคลื่นดังกล่าวสูงมากแล้ว และความจำเป็นในการใช้งานคลื่นความถี่ไม่เท่ากัน ผู้ประกอบการอยากได้จำนวนคลื่นเท่าใดก็เลือกได้เอง

การเปลี่ยนหลักเกณฑ์ดังกล่าวทำให้เกิดสองมาตรฐาน ระหว่างการประมูลครั้งที่แล้วกับครั้งนี้ และส่อว่าจะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการบางราย โดยรัฐอาจได้รับความเสียหาย แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีการทำประชาพิจารณ์ถึงหลักเกณฑ์การประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ครั้งนี้ โดยกำหนดให้มีใบอนุญาตได้ 3 ใบ ใบละ 15 เมกะเฮิรตซ์ หากมีผู้ยื่นประมูลเพียงรายเดียว ต้องขยายเวลาการประมูลออกไป 30 วัน ถ้าครบกำหนดแล้วยังไม่มีผู้มาร่วมประมูลเพิ่ม ให้ประมูลต่อไปได้ โดยนำใบอนุญาตออกมาประมูล 1 ใบ ซึ่งผู้ยื่นประมูลต้องเคาะราคา 1 ครั้ง ถ้ามีผู้ร่วมประมูล 2 ราย ให้นำใบอนุญาต 1 ใบ 15 เมกะเฮิรตซ์เปิดประมูลโดยไม่ต้องเลื่อนการประมูล หากมีผู้ร่วมประมูล 3 ราย ให้นำใบอนุญาตออกมาประมูล 2 ใบ และถ้ามีผู้ประมูล 4 รายขึ้นไปให้ประมูลได้ 3 ใบอนุญาต รวม 45 เมกะเฮิรตซ์

แหล่งข่าวกล่าวว่า หลักเกณฑ์เดิมนอกจากจะเกิดความเป็นธรรมกับรัฐ เนื่องจากมีการแข่งขันการประมูลแล้ว ยังเป็นธรรมกับผู้ชนะการประมูลคราวก่อน เพราะเป็นหลักเกณฑ์ในลักษณะเดิม แต่การเปลี่ยนหลักเกณฑ์โดยแบ่งใบอนุญาตเป็น 9 ใบ และประมูลได้สูงสุด 20 เมกะเฮิรตซ์ โดยไม่คำนึงถึงจำนวนผู้ประมูลว่ามีกี่ราย แม้การประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ราคาการประมูลจะสูงแล้วก็ตาม แต่การแข่งขันการประมูลจะต้องมี ไม่ใช่นำราคาดังกล่าวประเคนให้รายใดรายหนึ่งถึง 20 เมกะเฮิรตซ์ หรืออาจให้ใบอนุญาต 3 รายเท่าๆ กัน รายละ 15 เมกะเฮิรตซ์ ส่อว่าจะเอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่ง ซึ่งจะส่งผลกระทบเหมือนการประมูลคลื่น 2.1 กิกะเฮิรตซ์ หรือ 3 จี

ผู้ชนะประมูลคราวก่อนแสดงความเห็นคัดค้านการปรับหลักเกณฑ์ดังกล่าว แต่อนุกรรมการฯอ้างว่าขายคลื่นความถี่ดังกล่าวให้หมด เพราะเหลือไว้จะทำให้รัฐเสียประโยชน์ แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวว่า การเปลี่ยนเงื่อนไขครั้งนี้น่าจะมีเบื้องหลังเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการบางราย เพราะเป็นที่รู้กันว่าตลาดโทรคมนาคมในขณะนี้ โอกาสที่จะเปิดทางให้ผู้ประกอบการหน้าใหม่เข้ามาแข่งขันได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดประมูลใบอนุญาตละ 5 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งไม่คุ้มค่าทางธุรกิจ และหากผู้เข้าร่วมประมูลสามารถได้คลื่นคนละ 3 ใบอนุญาตคือได้คลื่นรายละ 15 เมกะเฮิร์ตซ์โดยไม่ต้องเคาะราคาแข่งขัน จะเกิดข้อครหาว่ามีการฮั้วราคากัน แหล่งข่าวกล่าว

กสทช.เคยมีมติให้ไปถามสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาถึงอำนาจหน้าที่ในการประมูลของ กสทช.ชุดรักษาการ แล้วทำไมจึงรีบเร่งเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ที่มีช่องโหว่มากมายอย่างนี้ ถ้าหากมีการยืนยันแบ่งซอยย่อยใบอนุญาตออกเป็นใบละ 5 เมกะเฮิร์ตซ์ เชื่อว่าผู้ชนะการประมูลคราวที่แล้วจะยื่นฟ้องร้อง กสทช.ให้ยกเลิก และอาจฟ้องคดีอาญา เพราะไม่เป็นธรรมกับผู้รับใบอนุญาตเดิมที่มีต้นทุนสูงกว่าเป็นเท่าตัว แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวจาก กสทช. กล่าวถึงข้อเสนอให้เลื่อนโรดแมปประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิร์ตซ์ออกไปก่อนว่า นอกจากปัญหาสัญญาณคลื่นรบกวนที่อาจมีขึ้นกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แล้ว ยังมีปัญหาการจัดช่องสัญญาณคลื่นใหม่ที่ กสทช.กำหนดไว้ที่ย่าน 885-895/934-940 เมกะเฮิร์ตซ์ และการกำหนดแถบความถี่ของแต่ละช่องความถี่ที่กำหนดความกว้างหรือแบนด์วิธไว้เพียง 2-5 เมกะเฮิร์ตซ์ ซึ่งผู้ให้บริการโทรคมนาคมส่วนใหญ่เห็นว่าการกำหนดแถบความถี่ของ กสทช. จะส่งผลก่อให้เกิดการรบกวนสัญญาณเกินกว่าสภาพปกติ

โดยเฉพาะบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ได้มีหนังสือแย้งมายัง กสทช.ระบุว่าที่ผ่านมาบริษัทได้รับจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 824-839 / 869-884 เมกะเฮิร์ตซ์ และลงทุนตั้งอุปกรณ์โทรคมนาคมตามมาตฐานที่กำหนด โดยไม่มีปัญหาคลื่นรบกวน การที่ กสทช.กำหนดให้ต้องติดตั้งวงจรกรองสัญญาณที่ภาคส่งของสถานีเพื่อไม่ให้กระทบกับภาครับของคลื่นใหม่นั้น ถือว่าไม่เป็นธรรมแก่บริษัท เพราะเมื่อ กสทช.กำหนดคลื่นใหม่และกำหนดแถบคลื่นความถี่แคบลงจนกระทบผู้ได้รับใบอนุญาตเดิม ควรให้ผู้รับใบอนุญาตใหม่เป็นผู้รับภาระติดตั้งวงจรกรองสัญญาณรบกวนทั้งหมด หรือกำหนดมาตรการชดเชยให้ผู้ได้รับใบอนุญาตเดิมหากได้รับผลกระทบ แหล่งข่าวกล่าว

ที่มา : https://www.matichon.co.th/news/839219
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่