บังเอิญ ดิฉันจำได้ ใครพูดอะไรไว้...




ใครหนอพูดว่า....🐴🐴🐴🐴🐴🐴
" ผมและทุกคนในครอบครัว ยังยืนยันคำเดิมว่า เราเพียงแต่ต้องการชีวิตครอบครัวที่อบอุ่นกลับคืนมา โดยที่ไม่มีคนหนึ่งคนใดในครอบครัว ต้องการที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีกเลย..แม้แต่นิดเดียว ถ้าเป็นไปได้จริงจะเป็นของขวัญที่มีคุณค่ามากที่สุด สำหรับผมและครอบครัวครับ”
http://www.komchadluek.net/news/politic/304429
ใครหนอ...สวมบทนักปชต.โพสต์จี้พรรคการเมืองเลือกข้างทหารหรือนักศึกษา
ไม่อยากยุ่งการเมืองแต่ออกมาพูดว่า...
"เมื่อคนของพรรคการเมืองที่อยู่ฝั่งประชาธิปไตย และอยู่ข้างนักศึกษามาโดยตลอด ออกมาแสดงความคิดเห็นแบบนี้ ผมคิดว่าผู้พูด และพรรคการเมืองต้นสังกัด ควรรีบออกมาชี้แจงต่อสังคม และแสดงจุดยืนให้ชัดเจน จะอยู่ข้างทหาร หรืออยู่ข้างนักศึกษา เอาให้เคลียร์ๆชัดๆ
ผมจะรอฟังครับ.."
http://www.thaipost.net/main/detail/2410
ทั้งนี้ การปรากฏตัวของทั้งสองคนที่ประเทศจีนไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันมีจังหวะในการปล่อยภาพ
.......
มันจึงทำให้เกิดความรู้สึกว่าถ้ามีเงิน มีอำนาจ ทำอะไรก็ได้ใช่ไหม'
http://www.thaipost.net/main/detail/2914
"วัชระ" เห็นใจ "พานทองแท้" แนะบอก "ทักษิณ" กลับประเทศสู้คดี เชื่อได้ครอบครัวที่อบอุ่นคืน
นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร โพสต์ข้อความและภาพผ่านเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมส่วนตัวในโอกาสวันเกิดครบรอบ 38 ปี ระบุ ต้องการชีวิตครอบครัวที่อบอุ่นกลับคืนมา โดยที่ไม่มีคนหนึ่งคนใดในครอบครัวต้องการที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ว่า รู้สึกเห็นใจนายพานทองแท้มาก เพราะสิบกว่าปีที่ผ่านมา สังคมไทยไม่เหมือนเดิมเพราะบางคนในตระกูลนี้ใช่หรือไม่ มีโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรีถึง 2 คน แต่อยู่ในประเทศไทยไม่ได้ ถือว่าถูกสาปทางการเมืองไปแล้ว และไม่ใช่เพราะใครมากลั่นแกล้ง แต่หลบหนีคดีทุจริตจนอยู่ในประเทศไม่ได้
"นายพานทองแท้ คงรู้ซึ้งรสการเมืองเป็นอย่างดีว่าหอมหวนและขมขื่นปานใด ความร่ำรวยมหาศาลจากบิดาที่ได้ประโยชน์จากประเทศชาติไปนับแสนล้านบาท ไม่สามารถทำให้นายพานทองแท้มีความสุขได้หรือ ปริญญาบัตรจากม.รามคำแหงที่ได้มาสมัยนายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ทำให้นายพานทองแท้มีเกียรติและภูมิความรู้หรือ ทรัพย์สินเงินทอง ที่นายพานทองแท้ได้รับจากราชการรัฐวิสาหกิจต่างๆหรือจากกลุ่มกฤษดานครไม่ทำให้นายพานทองแท้ มีเงินมีทองมีครอบครัวที่อบอุ่น หรือบารมีทางการเมืองของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ผู้เป็นอา ไม่ได้ส่งผลให้นายพานทองแท้เกิดความนิยมชมชอบทางการเมืองหรือ" นายวัชระ กล่าว
นายวัชระ กล่าวอีกว่า เมื่อนายพานทองแท้ออกมาอ้อนวอนขอครอบครัวที่อบอุ่นกลับคืนมา ตนก็ขอถามว่าแล้วครอบครัวของพี่น้องประชาชนที่ประสบเคราะห์กรรมจากการเผาบ้านเผาเมืองนับพันครอบครัวหรือครอบครัวของพลเอกร่มเกล้า ธุวธรรม เขาไม่ต้องการความอบอุ่นหรือ
"ถ้านายพานทองแท้ ไม่อยากให้ครอบครัวเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีก นายพานทองแท้ต้องกล้าบอกกับนายทักษิณ ชินวัตร ยุติเคลื่อนไหวทางการเมืองและเคารพศาลยุติธรรม ซึ่งนายทักษิณจะยินยอมตามคำร้องขอของนายพานทองแท้หรือไม่ ก็ต้องรอคำตอบจากนายทักษิณต่อไป และไม่ใช่รอคำตอบจากนายทักษิณคนเดียว นายพานทองแท้ต้องถามคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ผู้เป็นมารดาด้วยว่าพร้อมจะทำตามคำอ้อนวอนของลูกหรือไม่ หรือเพียงแค่ออกมาขอความเห็นใจในช่วงนี้เท่านั้น ตนคิดว่าสังคมยังมีโอกาสที่จะให้อภัย ถ้านายทักษิณ กลับมาต่อสู้คดีภายใต้กระบวนการยุติธรรม อย่าใช้อภิสิทธิ์ใดๆเหมือนเช่นที่ผ่านมา นายพานทองแท้ก็อาจได้ครอบครัวที่อบอุ่นกลับคืนมาก็เป็นได้" นายวัชระ กล่าว
http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/783729
นึกถึงสุภาษิตนี้ค่ะ..
พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง..
ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน คำพังเพยหรือสำนวน “พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง” หมายถึง พูดไปก็ไม่มีประโยชน์ สู้นิ่งไว้ดีกว่า โดยโบราณท่านเปรียบไว้เหมือนเมื่อพูดก็ได้เงินเพียง 2 ไพ แต่นิ่งเสียกลับได้ถึง 1 ตำลึงของทองคำ
คำว่า พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง นี้สามารถเป็นได้ทั้งคำพังเพย คำสำนวนและคำสุภาษิต นิยมใช้กับสถานณการณ์ที่การพูดจาออกไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย ให้นิ่งเงียบไว้จะเกิดประโยชน์เสียมากกว่า
🎯😁~มาลาริน~ใครหนอ..ต้องการชีวิตครอบครัวที่อบอุ่นคืนมาโดยไม่มีคนหนึ่งคนใดที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวการเมืองอีกแม้แต่นิดเดียว
ใครหนอพูดว่า....🐴🐴🐴🐴🐴🐴
" ผมและทุกคนในครอบครัว ยังยืนยันคำเดิมว่า เราเพียงแต่ต้องการชีวิตครอบครัวที่อบอุ่นกลับคืนมา โดยที่ไม่มีคนหนึ่งคนใดในครอบครัว ต้องการที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีกเลย..แม้แต่นิดเดียว ถ้าเป็นไปได้จริงจะเป็นของขวัญที่มีคุณค่ามากที่สุด สำหรับผมและครอบครัวครับ”
http://www.komchadluek.net/news/politic/304429
ใครหนอ...สวมบทนักปชต.โพสต์จี้พรรคการเมืองเลือกข้างทหารหรือนักศึกษา
ไม่อยากยุ่งการเมืองแต่ออกมาพูดว่า...
"เมื่อคนของพรรคการเมืองที่อยู่ฝั่งประชาธิปไตย และอยู่ข้างนักศึกษามาโดยตลอด ออกมาแสดงความคิดเห็นแบบนี้ ผมคิดว่าผู้พูด และพรรคการเมืองต้นสังกัด ควรรีบออกมาชี้แจงต่อสังคม และแสดงจุดยืนให้ชัดเจน จะอยู่ข้างทหาร หรืออยู่ข้างนักศึกษา เอาให้เคลียร์ๆชัดๆ
ผมจะรอฟังครับ.."
http://www.thaipost.net/main/detail/2410
ทั้งนี้ การปรากฏตัวของทั้งสองคนที่ประเทศจีนไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันมีจังหวะในการปล่อยภาพ
.......
มันจึงทำให้เกิดความรู้สึกว่าถ้ามีเงิน มีอำนาจ ทำอะไรก็ได้ใช่ไหม'
http://www.thaipost.net/main/detail/2914
"วัชระ" เห็นใจ "พานทองแท้" แนะบอก "ทักษิณ" กลับประเทศสู้คดี เชื่อได้ครอบครัวที่อบอุ่นคืน
นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร โพสต์ข้อความและภาพผ่านเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมส่วนตัวในโอกาสวันเกิดครบรอบ 38 ปี ระบุ ต้องการชีวิตครอบครัวที่อบอุ่นกลับคืนมา โดยที่ไม่มีคนหนึ่งคนใดในครอบครัวต้องการที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ว่า รู้สึกเห็นใจนายพานทองแท้มาก เพราะสิบกว่าปีที่ผ่านมา สังคมไทยไม่เหมือนเดิมเพราะบางคนในตระกูลนี้ใช่หรือไม่ มีโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรีถึง 2 คน แต่อยู่ในประเทศไทยไม่ได้ ถือว่าถูกสาปทางการเมืองไปแล้ว และไม่ใช่เพราะใครมากลั่นแกล้ง แต่หลบหนีคดีทุจริตจนอยู่ในประเทศไม่ได้
"นายพานทองแท้ คงรู้ซึ้งรสการเมืองเป็นอย่างดีว่าหอมหวนและขมขื่นปานใด ความร่ำรวยมหาศาลจากบิดาที่ได้ประโยชน์จากประเทศชาติไปนับแสนล้านบาท ไม่สามารถทำให้นายพานทองแท้มีความสุขได้หรือ ปริญญาบัตรจากม.รามคำแหงที่ได้มาสมัยนายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ทำให้นายพานทองแท้มีเกียรติและภูมิความรู้หรือ ทรัพย์สินเงินทอง ที่นายพานทองแท้ได้รับจากราชการรัฐวิสาหกิจต่างๆหรือจากกลุ่มกฤษดานครไม่ทำให้นายพานทองแท้ มีเงินมีทองมีครอบครัวที่อบอุ่น หรือบารมีทางการเมืองของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ผู้เป็นอา ไม่ได้ส่งผลให้นายพานทองแท้เกิดความนิยมชมชอบทางการเมืองหรือ" นายวัชระ กล่าว
นายวัชระ กล่าวอีกว่า เมื่อนายพานทองแท้ออกมาอ้อนวอนขอครอบครัวที่อบอุ่นกลับคืนมา ตนก็ขอถามว่าแล้วครอบครัวของพี่น้องประชาชนที่ประสบเคราะห์กรรมจากการเผาบ้านเผาเมืองนับพันครอบครัวหรือครอบครัวของพลเอกร่มเกล้า ธุวธรรม เขาไม่ต้องการความอบอุ่นหรือ
"ถ้านายพานทองแท้ ไม่อยากให้ครอบครัวเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีก นายพานทองแท้ต้องกล้าบอกกับนายทักษิณ ชินวัตร ยุติเคลื่อนไหวทางการเมืองและเคารพศาลยุติธรรม ซึ่งนายทักษิณจะยินยอมตามคำร้องขอของนายพานทองแท้หรือไม่ ก็ต้องรอคำตอบจากนายทักษิณต่อไป และไม่ใช่รอคำตอบจากนายทักษิณคนเดียว นายพานทองแท้ต้องถามคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ผู้เป็นมารดาด้วยว่าพร้อมจะทำตามคำอ้อนวอนของลูกหรือไม่ หรือเพียงแค่ออกมาขอความเห็นใจในช่วงนี้เท่านั้น ตนคิดว่าสังคมยังมีโอกาสที่จะให้อภัย ถ้านายทักษิณ กลับมาต่อสู้คดีภายใต้กระบวนการยุติธรรม อย่าใช้อภิสิทธิ์ใดๆเหมือนเช่นที่ผ่านมา นายพานทองแท้ก็อาจได้ครอบครัวที่อบอุ่นกลับคืนมาก็เป็นได้" นายวัชระ กล่าว
http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/783729
นึกถึงสุภาษิตนี้ค่ะ..
พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง..
ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน คำพังเพยหรือสำนวน “พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง” หมายถึง พูดไปก็ไม่มีประโยชน์ สู้นิ่งไว้ดีกว่า โดยโบราณท่านเปรียบไว้เหมือนเมื่อพูดก็ได้เงินเพียง 2 ไพ แต่นิ่งเสียกลับได้ถึง 1 ตำลึงของทองคำ
คำว่า พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง นี้สามารถเป็นได้ทั้งคำพังเพย คำสำนวนและคำสุภาษิต นิยมใช้กับสถานณการณ์ที่การพูดจาออกไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย ให้นิ่งเงียบไว้จะเกิดประโยชน์เสียมากกว่า