รบกวนสอบถามท่านผู้รู้ค่ะ
เราใช้นิสันทีด้า2007 ตอนนี้ก็10ปีแล้ว วิ่งมา126000กม. เป็นรถคันแรกค่ะรักมากตั้งแต่ขับมาไม่เคยมีปัญหาหนักใจเลยค่ะ มีแต่ปัญหาเด็กๆเช่นสายไฟขาด ปั้มติ๊กเสีย กล่องแอร์เสีย โช๊คแตก ลูกปืนแตก ซึ่งส่วนตัวคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติสำหรับรถ10ปี ค่ะ
แต่มีอยู่วันหนึ่งขับรถออกไปซื้อของ พอขอกลับเราก็สตาร์ทรถปกติแต่เร่งเครื่องไม่ไปเลยค่ะ เหยียบเท่าไหร่ก็ไม่ขึ้น ได้แต่ไหลไปเรื่อยๆ เราเลยพยามยามประคองรถกะว่าหาที่จอดรถแถวๆบ้านไว้ก่อนแล้วค่อยเรียกช่างมาดู แต่พอดีมาเจออู่อยู่อู่หนึ่งไม่เคยเข้านะคะแต่มันอยู่ใกล้ที่สุดแถวนั้นก็เลยขับไปให้เค้าดู ก็แจ้งอาการว่าเร่งเครื่องไม่ไป อู่ก็ดู เราก็ถามว่ามันเกี่ยวกับน้ำมันเครื่องไหมเพราะรู้สึกเกินมา2000ยังไม่ได้เปลี่ยน (ปกติรถเราจะเลยน้ำมันเครื่องครั้งละ2-3พันตลอดเพราะว่าลืมเราเป็นผญ.ขับรถบางทีก็ลืมแต่ไม่เคยขาดเกิน4พันเลย) อู่ก็บอกว่าไม่เกี่ยวเพิ่งเกินมา2000เอง ยังใช้ได้อยู่ เช็คไปเช็คมาอู่บอกว่าเป็นที่คอลย์ เราก็บอกว่าถ้ามันต้องเปลี่ยนก็ให้เปลี่ยนไปเลยสรุปอู่เรียก1700 เราขี้เกียจรอเลยเข้าบ้านก่อนพอตอนเย็นก็ให้แฟนมารับรถ แฟนบอกอู่รับประกัน6เดือนเราถามหาใบเสร็จแฟนบอกไม่ได้ให้มา (บ่นกับแฟนไปว่าถ้ามีปัญหาจะเอาหลักฐานอะไรอ้างอิง)
เวลาผ่านไปซักอาทิตย์ ซึ่งตั้งแต่ซ่อมรถมาเราไม่ได้ใช้รถเลย เพราะปกติเราจอดรถไว้บ้านขึ้นรถบริษัทไปทำงาน แต่วันนั้นแฟนต้องใช้รถไปงานเลี้ยง พอตกกลางคืนซักเที่ยงคืนแฟนโทรมาบอกว่าเครื่องดับสตาร์ทไม่ติดแต่ไฟในรถยังติดปกติ เราก็เอะใจนึกถึงอู่ขึ้นมาทันทีคิดว่ามันต้องไปทำอะไรหรือซ่อมรถเราไม่ดีแน่ๆ เลยโทรหาอู่บอกอาการ อู่ก็ขับรถลากไปหารถเราที่ตายอยู่เลยค่ะ ดูอาการแล้วก็บอกว่าน้ำมันเครื่องแห้งทำให้เครื่องดับ มันบอกว่าเราไม่ถ่ายน้ำมันเครื่อง เราก็เลยถามอู่ไปว่าเมื่ออาทิตย์ที่แล้วตอนเอารถไปซ่อมถามอู่แล้วใช่ไหมว่าเป็นที่น้ำมันเครื่องหรือเปล่าเค้ายังบอกว่าไม่เกี่ยว แต่พอมาอาทิตย์นี้บอกน้ำมันเครื่องแห้ง ทำไมตอนซ่อมรถอาทิตย์ที่แล้วตัวเองเป็นช่างทำไมไม่ดูกระปุกน้ำมันเครื่องให้ อู่มันรีบบอกเลยว่ามันไม่ได้บอก เราก็ปากเสียว่ามันว่าวางยาเรา มันก็บอกจะทำไปทำไม เราก็เถียงอยู่ซักพัก สุดท้ายเมื่อมันไม่รับ เราก็ได้แต่โทษตัวเองว่าปล่อยให้น้ำมันเครื่องขาดมา2000กม.สุดท้ายก็ต้องโทษตัวเอง
อู่บอกว่าถ้าเปลี่ยนน้ำมันเครื่องแล้วสตาร์ทรถติดก็โอเค แต่ถ้าสตาร์ทติดแล้วเครื่องสั่นเป็นเรื่องใหญ่น่าจะเป็นที่ชาล์ป จริงอย่างที่อู่บอกสตาร์ทแล้วเครื่องสั่น มันบอกความร้อนของเครื่องทำให้ชาล์ปละลายต้องเปลี่ยน มันตีราคา 17000 บวกค่าลากรถ ค่าถ่ายน้ำมันเครื่อง อีก900 เป็น 17900 (ขอโทษเถอะเราเผลอบ่นกับมันอีกว่านี่หรอไม่วางยา วางแล้วได้อะไร ล่อเราไป 17900) สรุปแฟนเราเป็นคนไม่เรื่องมากก็เลยให้มันซ่อมไป
อีกหนึ่งอาทิตย์ต่อมารถเสร็จแฟนเราก็ไปรับรถเหมือนเดิม(เค้าไม่ให้เราไปเพราะกลัวเราไปทะเลาะกับอู่) พอแฟนขับถอยรถเข้าบ้านเราก็บอกแฟนว่ามีเสียงดังเหมือนเสียงตะแกรงดังนะ ให้เอากลับไปให้อู่ดูใหม่กลัวมันจะทำงานไม่ละเอียดแบบว่าถอดเครื่องออกมาแล้วใส่กลับไม่ดีรถเลยมีเสียง แฟนเราก็เอากลับไปที่อู่บอกว่ารถมีเสียง อู่บอกพัดลมแอร์เสีย มันบอกแฟนว่าซ่อมเลยไหมมันคิด1000บาท แฟนเป็นคนง่ายๆอยู่แล้วคิดว่าถ้าเสียก็ซ่อมให้มันจบๆก็เลยให้มันซ่อม สรุป 2อาทิตย์กว่าตั้งแต่เอารถเราเข้าอู่มัน เราโดนไปทั้งหมด 1700+17900+1000 รวมเป็น 20600 บาท ..แม่เจ้าไม่เคยซ่อมรถแพงขนาดนี้
รถเมื่อซ่อมเสร็จก็จอดทิ้งไว้บ้านเหมือนเดิมเพราะเราไม่ได้เอารถไปทำงาน พอดีวันหยุดเราต้องใช้รถ พอเข้าไปในรถ รถเราดำปิ๊ดปี๋ เบาะรถเราเป็นเบาะหนังพวงมาลัยหนัง เบาะรถด้านคนขับดำปี๋ คอนโซลแถวคนขับดำด้วยคราบน้ำมัน ที่เจ็บใจกว่านั้นพวงมาลัยหนังของเราถลอกและดำไปด้วยคราบน้ำมัน มันซ่อมแค่รถจริงๆแต่ไม่หาเครื่องมือป้องกันรถลูกค้าเลย ธรรมดาตามอู่เวลาซ่อมรถเค้าจะใช้ผ้าใบหรือผ้าปิดไว้ป้องกันรอยน้ำมันจากเสี้อผ้าช่างแต่อู่นี้ไม่เลย มันทำรถเลอะเทอะไปหมด เราได้แต่บ่นแฟนว่าไม่เช็ครถตอนไปรับรถเลย สุดท้ายก็ได้แต่โทษตัวเองที่สัพเพรา พอสตาร์ทรถสิ่งที่เรารู้สึกคือ เสียงเครื่องยนต์ดังผิดปกติ พอเหยียบคันเร่งรถมีอาการสั่นกระตุกกระตุกเราพยายามเหยียบเพื่อดูว่าจะหยุดสั่นไหม ก็ไม่หยุดจนต้องปล่อยคันเร่งเอง ดูอาการจนตั้งข้อสังเกตุได้คือ พอเหยียบคันเร่งตอนออกตัวมันจะกระตุกและจะหายเมื่อวิ่งได้100 มีความรู้สึกว่ารอบสูงเพราะตอนสตาร์ทและเหยียบคันเร่งออกตัวรอบเราขึ้นมาเกือบ2000 ถ้าวิ่งถึง100 รอบเราจะมาอยู่ที่3000 และเสียงดังเหมือนเสียงตะแกรงที่มาจากหลังรับรถคือเสียงเวลาเราเข้าเกียร์ถอยหลังและเหยียบเบรคมันจะดังเหมือนเสียงตะแกรงสั่น ซึ่งอาการเหล่านี้มันไม่เคยเป็นจนกระทั่งเราเอารถเข้าอู่นี้
สิ่งที่เราอยากถามผู้รู้ทุกท่านที่ใช้ทีด้าหรือใช้รถรุ่นอื่นถ้ารู้บอกเราทีค่ะคือเรากังวลและห่วงรถเรา คือถ้ามันเสียจริงแล้วต้องซ่อมเราก็จะซ่อมเพื่อให้มันจบแต่ไม่อยากซ่อมไปซ่อมมา ซ่อมตรงนี้แล้วตรงนั้นเสียต่ออีกมันไม่ไหวค่ะ
1. ท่านคิดว่าเราโดนวางยาอย่างที่เราคิดไหมคะ
2. ถ้าโดนวางยาจริงๆเราควรจะเอาเข้าอู่เดิมไหมคะ บางคนบอกว่าให้เข้าอู่เดิมเพราะรู้อาการรถเราแล้ว
3. ถ้าไม่ได้โดนวางยาแล้วอาการพวกนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร
4. อาการที่เกิดมานี้มาจากที่ช่างซ่อมรถสัพเพราหรือเปล่าคะ สามารถนำรถกลับไปให้มันรีเครมได้ไหมคะ
รบกวนทุกท่านที่ได้อ่านกระทู้นี้ตอบคำถามให้ด้วยนะคะ จะได้เป็นแนวทางให้เราต่อไปค่ะเพราะเป็นผญ.ขับรถซึงมีแฟนที่ไม่รู้เรื่องรถเลยซักอย่างค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
์NISSAN TIIDA 2007 เครื่องสั่นเวลาเข้าเกียร์ถอยหลัง
เราใช้นิสันทีด้า2007 ตอนนี้ก็10ปีแล้ว วิ่งมา126000กม. เป็นรถคันแรกค่ะรักมากตั้งแต่ขับมาไม่เคยมีปัญหาหนักใจเลยค่ะ มีแต่ปัญหาเด็กๆเช่นสายไฟขาด ปั้มติ๊กเสีย กล่องแอร์เสีย โช๊คแตก ลูกปืนแตก ซึ่งส่วนตัวคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติสำหรับรถ10ปี ค่ะ
แต่มีอยู่วันหนึ่งขับรถออกไปซื้อของ พอขอกลับเราก็สตาร์ทรถปกติแต่เร่งเครื่องไม่ไปเลยค่ะ เหยียบเท่าไหร่ก็ไม่ขึ้น ได้แต่ไหลไปเรื่อยๆ เราเลยพยามยามประคองรถกะว่าหาที่จอดรถแถวๆบ้านไว้ก่อนแล้วค่อยเรียกช่างมาดู แต่พอดีมาเจออู่อยู่อู่หนึ่งไม่เคยเข้านะคะแต่มันอยู่ใกล้ที่สุดแถวนั้นก็เลยขับไปให้เค้าดู ก็แจ้งอาการว่าเร่งเครื่องไม่ไป อู่ก็ดู เราก็ถามว่ามันเกี่ยวกับน้ำมันเครื่องไหมเพราะรู้สึกเกินมา2000ยังไม่ได้เปลี่ยน (ปกติรถเราจะเลยน้ำมันเครื่องครั้งละ2-3พันตลอดเพราะว่าลืมเราเป็นผญ.ขับรถบางทีก็ลืมแต่ไม่เคยขาดเกิน4พันเลย) อู่ก็บอกว่าไม่เกี่ยวเพิ่งเกินมา2000เอง ยังใช้ได้อยู่ เช็คไปเช็คมาอู่บอกว่าเป็นที่คอลย์ เราก็บอกว่าถ้ามันต้องเปลี่ยนก็ให้เปลี่ยนไปเลยสรุปอู่เรียก1700 เราขี้เกียจรอเลยเข้าบ้านก่อนพอตอนเย็นก็ให้แฟนมารับรถ แฟนบอกอู่รับประกัน6เดือนเราถามหาใบเสร็จแฟนบอกไม่ได้ให้มา (บ่นกับแฟนไปว่าถ้ามีปัญหาจะเอาหลักฐานอะไรอ้างอิง)
เวลาผ่านไปซักอาทิตย์ ซึ่งตั้งแต่ซ่อมรถมาเราไม่ได้ใช้รถเลย เพราะปกติเราจอดรถไว้บ้านขึ้นรถบริษัทไปทำงาน แต่วันนั้นแฟนต้องใช้รถไปงานเลี้ยง พอตกกลางคืนซักเที่ยงคืนแฟนโทรมาบอกว่าเครื่องดับสตาร์ทไม่ติดแต่ไฟในรถยังติดปกติ เราก็เอะใจนึกถึงอู่ขึ้นมาทันทีคิดว่ามันต้องไปทำอะไรหรือซ่อมรถเราไม่ดีแน่ๆ เลยโทรหาอู่บอกอาการ อู่ก็ขับรถลากไปหารถเราที่ตายอยู่เลยค่ะ ดูอาการแล้วก็บอกว่าน้ำมันเครื่องแห้งทำให้เครื่องดับ มันบอกว่าเราไม่ถ่ายน้ำมันเครื่อง เราก็เลยถามอู่ไปว่าเมื่ออาทิตย์ที่แล้วตอนเอารถไปซ่อมถามอู่แล้วใช่ไหมว่าเป็นที่น้ำมันเครื่องหรือเปล่าเค้ายังบอกว่าไม่เกี่ยว แต่พอมาอาทิตย์นี้บอกน้ำมันเครื่องแห้ง ทำไมตอนซ่อมรถอาทิตย์ที่แล้วตัวเองเป็นช่างทำไมไม่ดูกระปุกน้ำมันเครื่องให้ อู่มันรีบบอกเลยว่ามันไม่ได้บอก เราก็ปากเสียว่ามันว่าวางยาเรา มันก็บอกจะทำไปทำไม เราก็เถียงอยู่ซักพัก สุดท้ายเมื่อมันไม่รับ เราก็ได้แต่โทษตัวเองว่าปล่อยให้น้ำมันเครื่องขาดมา2000กม.สุดท้ายก็ต้องโทษตัวเอง
อู่บอกว่าถ้าเปลี่ยนน้ำมันเครื่องแล้วสตาร์ทรถติดก็โอเค แต่ถ้าสตาร์ทติดแล้วเครื่องสั่นเป็นเรื่องใหญ่น่าจะเป็นที่ชาล์ป จริงอย่างที่อู่บอกสตาร์ทแล้วเครื่องสั่น มันบอกความร้อนของเครื่องทำให้ชาล์ปละลายต้องเปลี่ยน มันตีราคา 17000 บวกค่าลากรถ ค่าถ่ายน้ำมันเครื่อง อีก900 เป็น 17900 (ขอโทษเถอะเราเผลอบ่นกับมันอีกว่านี่หรอไม่วางยา วางแล้วได้อะไร ล่อเราไป 17900) สรุปแฟนเราเป็นคนไม่เรื่องมากก็เลยให้มันซ่อมไป
อีกหนึ่งอาทิตย์ต่อมารถเสร็จแฟนเราก็ไปรับรถเหมือนเดิม(เค้าไม่ให้เราไปเพราะกลัวเราไปทะเลาะกับอู่) พอแฟนขับถอยรถเข้าบ้านเราก็บอกแฟนว่ามีเสียงดังเหมือนเสียงตะแกรงดังนะ ให้เอากลับไปให้อู่ดูใหม่กลัวมันจะทำงานไม่ละเอียดแบบว่าถอดเครื่องออกมาแล้วใส่กลับไม่ดีรถเลยมีเสียง แฟนเราก็เอากลับไปที่อู่บอกว่ารถมีเสียง อู่บอกพัดลมแอร์เสีย มันบอกแฟนว่าซ่อมเลยไหมมันคิด1000บาท แฟนเป็นคนง่ายๆอยู่แล้วคิดว่าถ้าเสียก็ซ่อมให้มันจบๆก็เลยให้มันซ่อม สรุป 2อาทิตย์กว่าตั้งแต่เอารถเราเข้าอู่มัน เราโดนไปทั้งหมด 1700+17900+1000 รวมเป็น 20600 บาท ..แม่เจ้าไม่เคยซ่อมรถแพงขนาดนี้
รถเมื่อซ่อมเสร็จก็จอดทิ้งไว้บ้านเหมือนเดิมเพราะเราไม่ได้เอารถไปทำงาน พอดีวันหยุดเราต้องใช้รถ พอเข้าไปในรถ รถเราดำปิ๊ดปี๋ เบาะรถเราเป็นเบาะหนังพวงมาลัยหนัง เบาะรถด้านคนขับดำปี๋ คอนโซลแถวคนขับดำด้วยคราบน้ำมัน ที่เจ็บใจกว่านั้นพวงมาลัยหนังของเราถลอกและดำไปด้วยคราบน้ำมัน มันซ่อมแค่รถจริงๆแต่ไม่หาเครื่องมือป้องกันรถลูกค้าเลย ธรรมดาตามอู่เวลาซ่อมรถเค้าจะใช้ผ้าใบหรือผ้าปิดไว้ป้องกันรอยน้ำมันจากเสี้อผ้าช่างแต่อู่นี้ไม่เลย มันทำรถเลอะเทอะไปหมด เราได้แต่บ่นแฟนว่าไม่เช็ครถตอนไปรับรถเลย สุดท้ายก็ได้แต่โทษตัวเองที่สัพเพรา พอสตาร์ทรถสิ่งที่เรารู้สึกคือ เสียงเครื่องยนต์ดังผิดปกติ พอเหยียบคันเร่งรถมีอาการสั่นกระตุกกระตุกเราพยายามเหยียบเพื่อดูว่าจะหยุดสั่นไหม ก็ไม่หยุดจนต้องปล่อยคันเร่งเอง ดูอาการจนตั้งข้อสังเกตุได้คือ พอเหยียบคันเร่งตอนออกตัวมันจะกระตุกและจะหายเมื่อวิ่งได้100 มีความรู้สึกว่ารอบสูงเพราะตอนสตาร์ทและเหยียบคันเร่งออกตัวรอบเราขึ้นมาเกือบ2000 ถ้าวิ่งถึง100 รอบเราจะมาอยู่ที่3000 และเสียงดังเหมือนเสียงตะแกรงที่มาจากหลังรับรถคือเสียงเวลาเราเข้าเกียร์ถอยหลังและเหยียบเบรคมันจะดังเหมือนเสียงตะแกรงสั่น ซึ่งอาการเหล่านี้มันไม่เคยเป็นจนกระทั่งเราเอารถเข้าอู่นี้
สิ่งที่เราอยากถามผู้รู้ทุกท่านที่ใช้ทีด้าหรือใช้รถรุ่นอื่นถ้ารู้บอกเราทีค่ะคือเรากังวลและห่วงรถเรา คือถ้ามันเสียจริงแล้วต้องซ่อมเราก็จะซ่อมเพื่อให้มันจบแต่ไม่อยากซ่อมไปซ่อมมา ซ่อมตรงนี้แล้วตรงนั้นเสียต่ออีกมันไม่ไหวค่ะ
1. ท่านคิดว่าเราโดนวางยาอย่างที่เราคิดไหมคะ
2. ถ้าโดนวางยาจริงๆเราควรจะเอาเข้าอู่เดิมไหมคะ บางคนบอกว่าให้เข้าอู่เดิมเพราะรู้อาการรถเราแล้ว
3. ถ้าไม่ได้โดนวางยาแล้วอาการพวกนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร
4. อาการที่เกิดมานี้มาจากที่ช่างซ่อมรถสัพเพราหรือเปล่าคะ สามารถนำรถกลับไปให้มันรีเครมได้ไหมคะ
รบกวนทุกท่านที่ได้อ่านกระทู้นี้ตอบคำถามให้ด้วยนะคะ จะได้เป็นแนวทางให้เราต่อไปค่ะเพราะเป็นผญ.ขับรถซึงมีแฟนที่ไม่รู้เรื่องรถเลยซักอย่างค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ