มีคนเกลียด (กระทู้ระบาย)

กระทู้คำถาม
สวัสดีค่ะ คือว่าตั้งกระทู้ครั้งแรกค่ะก็อาจจะให้คำหรืออะไรไม่ค่อยถูกต้องก็ขออภัยด้วยค่ะ ถ้าผิดตรงไหน
คือว่า นี่ก็กระทู้ระบายปัญหาชีวิตนั่นแหละทั้วไปของคนที่อยู่ในอาการสับสนและอยากมีที่ระบายแต่ก็ไม่อยากให้เพื่อนๆหรือพ่อแม่รู้
เรื่องมันก็จะมีความงงในงง เพราะตัวเราเองก็ไม่เข้าใจว่ามีมีเหตุอะไรยังไง
เข้าเรื่องชีวิตที่บ้านก็เหมือนจะมีครบและมีความสุขดีทุกอย่างถ้ามองจากคนนอกนะ เราอยากได้อะไรหรือต้องใช้อะไรพ่อกับแม่จะหามาให้และซื้อให้ตลอดแต่ไม่ค่อยมีใครรู้ความจริงหรอกเพราะเราไม่เคยเล่าให้ใครฟังเลยเรื่องในครอบครัว ตอนนี้ก็ยังสับสนว่าจะเขียนมันดีไหม แต่เราก็รู้ตัวอยู่ว่าเราก็รู้สึกอึดอัดตลอดเวลาไม่เคยโล่งใจได้แบบเต็ม เหมือนเราต้องมีความกังวลอะไรซักอย่างตลอดเวลา ถึงแม้เราจะพยายามทำให้ทุกอย่างปกติ แต่ปกติของเรามันอาจไม่ปกติสำหรับคนอื่น ไม่ก็ไม่ถึงขั้นเครียดอะไรมากแค่ไม่รู้ว่าเราควรจะทำยังไงต่อไป เราเป็นแค่เด็กธรรมดาที่ที่บ้าน แปรปวนทุกวัน บางวันดีบางวันก็ไม่ดีถึงขั้นเลวร้ายเลย พ่อเป็นคนที่ใจเย็นกว่าส่วนคุณแม่ก็มีสองด้าน คือเวลาอารมณ์ดีก็จะดีมาก แม่เป็นคนที่จะไม่เก็บกดกับอะไรทั้งนั้น จะร้องไห้หรือจะบ่นจะทะเลาะหรือไม่พอใจ แม่ก็จะแสดงออกมาทุกอย่าง ในทุกคนในบ้านรับรู้จนเราชินกับการที่เราจะ ผิดไม่ได้ เพราะเมื่อเราทำอะไรผิดไปซักอย่างแม้เล็กน้อยหรือเรื่องไร้สาระ ก็จะโดนด่า ว่า ด้วยคำที่รุนแรงเสมอเป็นสอนปนด่า ในบางครั้ง มีอยู่หลายครั้งที่แม่ด่าเราแรงมากๆ ถึงขนาดบอกว่า เกลียด ถ้ามีน้องจะไม่สนเราเลย ขอให้ตายๆไปเลย ไม่ต้องออกมาอีก จริงๆแล้วมันมีความคิดหนึ่งในหัวเราที่เรารู้ว่าไม่ควรแค่ก็คิดไปแล้วว่า แม่รักแมวมากกว่าเราซ่ะอีก ซึ่งทุกครั้งที่เป็นแบบนี้มันจะเหมือนลูปเดิมๆ เรื่องคือ เราไม่ชอบออกไปข้างนอก แต่แม่ชอบ และบังคับเราไปเสมอ เราพยายามแล้ว  แต่ก็นั่นแหละ คุณไม่สามารถฝืนในสิ่งที่คุณไม่ชอบได้ตลอดเป็นเวลานานๆได้หรอก มันก็จะมีปัญหาที่ไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่ได้มันก็เป็นเช่นเราทำหน้าเบื่อหรือหน้านิ่งไม่ค่อยยิ้มหรือเผลอพูดว่าอยากกลับมันเหมือนเป็นเรื่องที่ผิดมากเลยทีเดียว แม่อลาวาทใส่เราตลอด ง่ายๆคือเราหรือพ่อทำอะไรไม่ถูกใจ แม่ก็จะอลาวาด ด่าแรงๆและเสียงดังด้วย ปาข้าวของ ร้องไห้ เราได้แค่นั่งร้องไห้คนเดียวไม่เลยเล่าอะไรหรือคุยระบายกับในมาเป็นเวลากว่า 10 ปี เรารู้สึกมันมีความกลัวอยู่ในหัวเราตลอดเวลา เมื่อแม่เรียก เราต้องขานรับเสมอ เพราะเมื่อเราไม่ขานก็จะเกิดเรื่องเดิมๆ เพราะบางครั้งเราเล่นเกมหรือทำการบ้าน ฟังเพลงใส่หูฟังเราก็จะไม่ได้ยินเวลาแม่เรียก และแม่จะตะโกนอย่างนั้น และถ้านาน ก็จะเกิดเรื่องเดิมๆ ตอนนี้ เราเลยมีเสียงแม่ตะโกนเรียกเราในหัวเกิบตลอดเวลา และเอาไม่ออกด้วยจนมันชินไปและบางทีก็แยกไม่ออกระหว่างเสียงในหัวกับเสียงจริงจนบางทีที่เราเผลอขานรับเสียงในหัวตัวเอง แต่เราก็ไม่เข้าใจและเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ เรารักแม่เรามากเราเป็นห่วงแม่เสมอเราชอบแม่ตอนอารมณ์ดี ตอนที่แม่มีความสุข ปกติแม่เป็นที่สร้างความสุขและความสนุกสนานในคนรอบข้าง ตลก น่ารัก ถึงเราจะเป็นคนที่ชอบอยู่คนเดียวมากกว่าออกไปข้างนอก แต่เราก็ชอบ เวลาที่ไปซื้อของหรือไปตลาดกับแม่สองคนมาก เราชอบเวลาที่แม่เล่าเรื่องสนุกๆบนรถ ชอบที่แม่ทักคนรู้จักตามทาง แม่เป้นคนที่ขับรถเก่งมาก  แบบที่ว่าสามารถจอดและออกได้ในโค้งเดียวหรือกลับรถกลางถนนเลยหล่ะ ถึงแม่จะขับเร็วแต่แม่ไม่เคยประมาทเลย เราชอบช่วงเวลาที่ได้พูดคุยกับแม่ถึงแม้จะแค่แปปเดียวก็ตาม เรื่องอยากระบายมันยามากเรื่องครอบครัวแต่มันก็ยังมีอะไรคาอยู่ว่า เราทำอะไรที่ไม่ดีหรือผิดอยู่รึเปล่า สรุปว่า เรารักคุณแม่กับคุณพ่อมาก และเราก็อยู่บ้านอย่างปกติได้ ด้วยความระมัดระวัง
มาเรื่องที่โรงเรียนบ้าง นี่เรื่องหลักเลยที่ทำให้เรามานั่งเขียนอะไรแบบนี้เพราะอยากระบายมาก มันมากเกินไปจริงๆ
เลยมีใครรู้ตัวว่ามีคนเกลียดคุณเข้าขั้นรังเกียจไหม โดยที่คุณก็ไม่รู้ว่าทำไมเพราะคุณก็อยู่ของคุณโดยไม่เดิอดร้อนใคร
เราอยู่โรงเรียนธรรมดานี่แหละ ม.5 อยู่สายภาษาญี่ปุ่น ชอบอนิเม การ์ตูน นิยายนิทาง หนังสือ หนัง เกม ซึ่ง ไม่ค่อยเหมือนเด็กทั่วไปที่นี่
บอกก่อนว่าที่ที่เราอยู่อยู่นอกตัวเมืองหรือ บ้านนอกนั่นแหละ แต่เราโชคดีกว่าคนส่วนมากที่นี่นิดหน่อย ไม่ขอพิมพ์ในส่วนนี้ล่ะกัน เราพูดกับเพื่อนสนิทเราเป็นภาษากลาง ที่บ้านก็พูดภาษาท้องถิ่นนี่แหละ ภาษาเหนือ พ่อคนเชียงใหม่แต่เป็นครึ่งฟิลิปปินส์ พูดสองภาษาแต่ก็พูดเหนือได้ชัดมาก แม่เป็นคนที่นี่และพูดภาษาเหนือ ซึ่งขอบอกก่อนว่าคนที่นี่มีอคติมากกับเรื่องภาษาพูดของคนที่พูดกลาง จะเหมือนตัวประหลาดหรือพวกที่มันไม่ดีอ่ะ ในสายตาที่คนที่นี่ แต่ส่วนใหญ่เป็นคนดีนะ เราก็จะไม่พูดกลางกับเพื่อนอื่นๆที่เราไม่ได้สนิทด้วยไปเพื่อเลี่ยงปัญหา เขาเจ็บแอว(เอว)  หรือ แกนๆ อะไรซักอย่าง บางคำเราต้องถามแม่ว่าแปลว่าอะไร บางที่เกิดเหนือแต่โตมาโดยที่ใช้หลายภาษามันก็จะอยากหน่อยกับเหนือแท้ อยากมากบางคำก็ไม่รู้ความหมายก็ต้องศึกษาเอา เข้าเรื่องๆ คือ ห้องเรามันจะแบ่งเป็นพรรคเป็นพวกๆไป ห้องเราเราเป็นสายจีนกับสายหยุ่น(ญี่ปุ่น)รวมกันเป็นห้องเดียว ทุกคนนิสัยดีนะตามที่เราเห็น แต่จะมีอยู่คนหนึ่งที่เขาดูไม่ชอบเรามากๆเกลียดเราแบบเราทำอะไรก็เขวะหมด บอกก่อนว่าเราเป็นคนที่จะไม่ทำอะไรที่ผิดระเบียบเลยและการเรียนเราก็โอเคเราสอบติดท็อป10มาตั้งแต่ขึ้นมอปลายเราไม่เคยโดนหักคะแนนความประพฤติหรืออะไรเลย เกรดก็ไม่คอยไม่ 0 ร มส ตั้งแต่เรียนหนังสือมา ไม่เคยมีเรื่องชู้สาวหรือแฟน แต่มีเพื่อนก็เยอะอยู่ รุ่นน้องกับรุ่นเดียวกันทั้งในเกมและในโรงเรียน เป็นกลุ่มที่เล่นเกมออนไลน์ด้วยกัน (ไม่ใช่เกมมือถือ)  เราสื่อสารกับครูที่มาจากญี่ปุ่นได้คล่องพอสมควร ครูที่มาจากอเมริกา หรือจาก ฟิลิปปินด้วย(สอนภาษาอังกฤษ) เอาเป็นว่าเราได้ทุกวิชายกเว้น พละ เราเป็นเด็กที่คุยและเข้าหาผู้ใหญ่ค่อนข้างดี เรารู้ว่าเราควรปฏิบัติตัวยังไงมากกว่าคนที่นี่ เพราะ คนที่นี่จะไม่ค่อยมีมารยาทเท่าไหร่(เราแค่พิมพ์ความจริง) พูดไม่มีหางเสียงพูดห่วนๆเร็วและ ชอบคุยกันเสียงดัง ไม่มีระเบียบ มาก ส่วนน้อยนะ คนที่ดีก็มีอยู่ เราก็จะมีอาจารย์คนหนึ่งที่คอยสอนวิชาเอกเราเราก็จะเป็นเหมือนคนที่เก่งที่สุด (ดูเมะจนฟังและพูดหยุ่นรู้เรื่อง) เพราะมันเป็นเรื่องง่ายสำหรับเรา เราตั้งใจเรียนและศึกษาเป้นประจำด้วยแหละเราจึงสามารถ ตอบหรือพูดคุยกับครูได้ ไม่เหมือนคนในห้องคนหนึ่งที่เกลียดเรามาก ที่เขาจะ ยังมีความพยายามนะ แค่พื่นฐานที่เขามีมันไม่ได้ตั้งใจที่จะเรียนอยู่แล้วเหมือนทำทุกอย่างเพื่อให้มันผ่านไป ตอนแรกๆที่เราเจอเขา เขาก็เหมือนทุกคนที่พูดเหมือนไม่ค่อยชอบเราให้เรารู้อยู่แล้วเราใช้เวลาปรับตัวนานมาก แต่สุดท้ายคนในห้องคนนี้ก็ เป็นเพื่อนกับเราไม่ได้จริง เรารู้ดีว่า ถ้าใครไม่ชอบเราเราก็ไม่ต้องไปคิดมากว่าทำไม หรือทำยังไงให้เขาชอบในสิ่งที่เราเป็นเราจึงไม่สนใจ แต่คงมีคนเข้าใจเรานะ ว่าถ้ามีคนที่คุณรู้ว่าเขาไม่ชอบคุณเอามากและมาตอแย คอยพูดไม่ดีใส่ มันรู้สึกไม่ดีเลย ถึงแม้จะพยายามไม่สนหรือไม่เอามาคิดแล้ว มันอยากเกินไป จนมีไม่กี่วันที่ผ่านมา เราก็ไม่ได้ยุ่งกับเขา แต่เขามายุ่งคอยจี้เพื่อนเรา ขอให้เพื่อนเราช่วยเรื่องเขียนโปรแกรมที่ครูเขาก็บอกและอธิบาย และเราเข้าใจว่าถ้าคนที่เป้นบัวใต้ตม มันจะไม่รุ้เรื่องอยู่ดีตต่อเมื่ออธิบายยังไง มันทำแบบนี้บ่อยมาก แม้แต่ตอนสอบ มันถาม ถาม ถาม ถาม ล้วนแล้วเป็นคำถามที่จะสร้างแต่ความปวดหัว เสียเวลา และ ไร้สาระเป็นที่สุด เป็นคนที่น่ารำคาญที่สุดเท่าเลยเจอมาในชีวิตนี้เลย ไม่เคยยมองตัวเอง ไม่เลยคิดที่จะลองทำอะไรก่อนที่จะรู้ว่ามันยากหรือไม่ได้ยากก็ตัดสินไปแล้วว่าทำไม่ได้ มันยากเกินไป ไม่เข้าใจ และก็ไม่พยายามเข้าใจด้วยตัวเอง แต่จะเซ้าซี้คนอื่น หรือ เพื่อนสนิทเรา เรามีเพื่อนสนิทที่อยู่ในห้องที่ไปไหนมาไหนทำงานอะไรก็จะทำด้วยกันเป็นเพื่อนที่สนิทมาตั้งแต่เข้ามอต้นเลยมีความชอบความสนใจเหมือนๆกัน เพื่อนเราก็จะมีคนหนึ่งที่เป้นลูกครึ่งและก็เก่งด้วย และก็อีกคนที่เก่งเรื่องคอมเป็นพิเศษกับภาษา ก็จะโดนตื้อเรื่องประมาณ ขอลอกบ้าง ขอดูบ้าง ทำให้บ้าง ให้บอกบ้าง ให้ใบ้ให้เงี่ย ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องอ่ะ ที่ถามทุกเรื่องและให้บอกทุกอย่างเป็นสิบๆครั้ง ซึ่งเขาก็ไม่มาถามเราเท่าไหร่เพราะรู้ว่าเราเป็นคนที่ไม่ชอบให้ใครลอกแบบผิดๆจะเรียกว่าระเบียบจัดก็ได้แต่ทำเพราะเราไม่ได้ทำอะไรเดือดร้อนใครที่เราเป็นแบบนี้ และเพื่อนเราก็จะโดนตื่อแบบนี้ จนมีครั้งหนึ่งที่เกือบมีมวยแล้ว แต่เรามากสุดแค่เถียงจนเราเราเงียบก่อนและให้มันเถียงคนเดียวต่อไป และมีอีกอันที่อยากระบายมาก คือว่า คนที่ไม่ดีและไม่ชอบเราเนี่ย เขาขอให้เพื่อนเราติดตั้งเก่มให้ แล้วก็ติดให้ พอติดให้แล้ว มีปัญหาไร มันก็มาถาม ถามถามถามถาม คือแบบ จะไม่เรียนรู้อะไรเองเลยเหรอ เพื่อนเราก็รำคาญนะแต่ทำได้แค่ใจเย็น มีเพื่อนของคนไม่ดีคนนี้อีก สองคนที่อยู่กับเขาตลอด เราก็เห็นเขาเป็นคนดีนะทั้งสองคนเลย   วันหนึ่ง เขาขอให้เพื่อนเราช่วยเรื่องโปรแกรม เพราะเขาทำไม่ได้หรือไม่รู้เรื่องนี่แหละ (คนเราจะไม่รู้เลยก็ไม่รู้มันให้สุดเลย) ก็มันไม่รู้อ่ะ มันไม่ผิดหรอก แต่เพื่อนเราก็ทำงานอยู่ยุ่งอยู่ไม่ว่างเหมือนกันที่จะไปถวายความสะดวกให้เขาทุกอย่าง มันตื้อเรื่อยๆแต่ก็อย่างที่บอกเพื่อนไม่ว่าง เราเลยพูดหลุดปากไปว่า "ดูสิว่าเขาทำไรอยู่"   (ถ้าไม่อยู่ในอารมณ์ที่โดนกดดันและความรำคาญถึงจะเข้าใจเหมือนเราในตอนนั้นก็ไม่มีวันเข้าใจหรอกนะ) เขาพูกดกับเพื่อนเราว่า ถ้าเธอไม่อยากช่วยก็บอกเราสิว่าไม่ช่วยเราจะได้ไม่หวังไม่เสียใจ เราหาเองก็ได้ แค่นึ้เพื่อนพึ่งก็ไม่ได้" นั่นแหละคนเรา ประสาท ช่วงนี้ใกล้สอบแล้ว และก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม ต้องมีรายงานหรืองานที่ต้องใช้เวลาในตอนที่ใกล้สอบแล้ว ใครๆก็ไม่มีเวลาว่าง แต่ละคนต่างต้องยุ่งแต่เรื่องตัวเองทั้งนั้นๆ นั่นแหละใครๆก็ไม่ค่อยมีเวล่ รู้อะไรไม่รู้อะไรก็ไม่รู้แล้ว การเรารับผิดชอบตัวเองได้มันไปหนักหัวใครหรือคำให้คนอื่นเดือดร้อนยังไง คนเราก็มีความรู้สึก ถึงจะดีจะเข้าใจจะรู้อะไรมากแค่ไหน ทุกคนยิ่งเรียนรู้ก็ยิ่งเหมือนรู้ว่าสิ่งที่รู้นั้นมันน้อยลงน้อยลง เพราะรู้ว่าที่ต้องรู้มากมากขึ้น แต่คนที่ไม่รับอะไรเลยก็ไม่ต้องเบียดเบียนคนอื่นไม่ได้เหรอ แค่เมื่อสองวันที่ผ่านมานี้เป็นวันนี้โคตรเสียใจที่สุดเท่าที่เรียนมาและไม่เข้าใจด้วย เพราะเหตุผลที่เกิดเรื่องมันมากมายจริงๆ หลายๆเรื่องคิดในหัวมากมายแต่ไม่อาจที่จะบอกใครหรืออธิบายอะไรได้เพราะจำกัดต่างๆในสังคมแบบนี้ที่ไม่ยอมรับความเห็นตรงๆ ในคาบหนึ่งเรากำลังเรียนอยู่ ครูท่านหนึ่งกำลังสอนซึ่ง ครูท่านนี้เป็นที่เก่งมาก และเข้าใจวัยรุ่นนะไม่ค่อยสั่งงาน เราไม่รู้จะใช้คำว่าใส่ใจดีไหม แต่ก็นั่นแหละ ข้อจำกัดมันมีอย่างๆหนึ่งและ อาจจะหลายอย่างที่เด็ก "เด็ก" ไม่สามาถรออกความเห็นได้ในแบบเปิดกว่า ครูเขาสอนอยู่ เรื่องไวยากรณ์แหละ และมี ยกตัวอย่างประโยคมาอันนึง ซึ้งมันเป็นคำถามด้วย ที่ไม่เข้าใจเหรอว่า คุยตอนไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ตอนที่ทท่านกำลังสอน มันเสียเวลา และมันเป็นแบบนี้บ่อยเกินไป คำถามที่ว่า เราจะเลี้ยงส่งอาจารย์เมื่อไหร่ดี ตอนนั้นเราเหนื่อยมาก เลยว่า  
"เอาไว้หลังสอบกับงานหมดก่อนได้ไหม?"  จากนั้นเลย มีพลังงานจากข้างหลังเลย (คนที่ไม่ชอบเราเขานั่งแถวหลังเรา) ครูก็บอกกลับว่า "ทุกคนก็ไม่ว่างเหมือนกันดหมดนั่นแหละ งั้นไม่เลี้ยงแล้วมั้ย ไม่ต้องส่งมันแล้ว ดีมั้ย ทุกคนไม่ว่างเหมือนกัน ครูก็เหมือนกันครูก็มีอะไรต้องทำหลายอย่าง ชีวิตนี้ไม่ได้มีแค่นี้เธอต้องเจอคนอีกเป็นร้อยเป็นพันอีกหลายประเภท ไหนจะงานที่ดรงเรียนไหนจะที่บ้านไหนจะลูกจะครอบครัว ครูก็เหนื่อยเหมือนกัน ครูเลยต้องการเวลาที่แน่นอนตอนที่นักเรียกคาบว่างครูก็เห็นทำงานกันครูก็เลยไม่ถาม ให้ทำไป การเป็นคนญี่ปุ่นนะลูก หนูต้องเป็นคนที่มีเวลาที่แม้นยำต้องมีกำหนดการ ที่แน่นอน นี่ไง เดี่ยวเซนเซจะมีอะไรจะไปกรุงเทพจะไปเชียงใหม่ตอนไหน จะได้รู้เวลาที่แน่นอนไงลูก อย่าเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล เหมือนโลกมีแค่เธอ เพื่อนๆเราก็มีอยู่แค่นี้" บลาๆ จดหมดคาบเลยไม่เกี่ยวบ้างเกี่ยวบ้าง
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่