ชีวิตผ่านอะไรมามากมาย ทั้งทุกข์ ทั้งสุข ทั้งดี ทั้งไม่ดี มาจนถึงทุกวันนี้ เราก็ยังใช้ชีวิตอยู่
เรียนรู้อะไรใหม่ๆทุกวัน เจอประสบการณ์ ที่เราไม่เคยเจอมาก่อน รู้จักคนมากมาย ทำอะไรหลายอย่างที่เรายังไม่เคยทำ ทั้งหมดนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย..
เหมือนกับตอนนี้ เราคบกับผู้ชายคนนึง เขาอายุมากกว่าเรา ตอนแรกที่เจอกัน เราก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะเขาไม่ใช่สเปกเราเลยสักนิด และแล้วเราก็ได้เริ่มคุยกัน คุยไปคุยมา เราก็เริ่มรู้สึกว่า เขาเป็นคนที่น่าสนใจ และเป็นสุภาพบุรุษมากๆ เขาขอเบอร์เรา เราก็ให้เขาไป และหลังจากนั้นเราก็เขียนหากันเรื่อยๆ แต่ตอนนั้นเราก็ยังไม่ใด้คิดอะไร แค่มีความรู้สึกดีกับเขาเชยๆ
สองสามวันจากที่เราหาด้วยกัน เขาชวนเราไปกินข้าวข้างนอก เราก็ตอบตกลง และนัดเจอกันไปกินข้าวครั้งแรก ในเวลานั้น เราพยายาม สังเกตท่าทางกิริยาเขา ว่าเป็นคนยังไง แต่เรารู้สึกแปลกๆมาก ท่าทาง กิริยา คำพูด เราไม่เคยเห็นมาก่อน แอบคิดในใจว่า ทำไมท่าทางเขา ดูไม่เหมือนผู้ชายสักนิดเลย ดูยังไงๆก็เหมือนผู้หญิงมาก แต่มันก็แค่เป็นความคิดในเวลานั้น
หลังจากที่เราเจอกัน และได้เรียนรู้นิสัยใจคอเขา เราก็รู้สึกโอเคกับเขา ก็เลยตกลงคบกัน
ช่วงแรกๆที่เราคบกัน เขาถามเราว่าเราอยากย้ายมาอยู่กับเขาไหม ออกค่าห้องคนละครึ่ง ในเวลานั้นเราอายุ 20 และเป็นช่วงเวลาที่เราตื่นเต้นและดีใจมากๆ ที่จะได้มีบ้านเป็นของตัวเอง เราตอบตกลง แบบไม่คิดหน้าคิดหลัง ขออย่างเดียว ให้ได้ย้ายบ้านเร็วๆ
และสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น หลังจากที่เราได้คบกันมาประมาณเดือนนึง เราก็รู้สึกว่า เขาแปลกๆ เวลามีใครโทรมาบางครั้งเขาจะไม่รับสาย หรือถ้ามีข้อความเข้ามา บางครั้งเขาเลื่อนน้าจอลงมาดู แล้วไม่ตอบ ทำเหมือนมีความลับอะไรบางอย่าง และวันหนึ่งมีข้อความของผู้หญิงคนนึงเด้งมา เราถามเขาว่าผู้หญิงคนนี้ เขาเป็นใคร ทำไมเธอไม่ยอมอ่านข้อความและตอบเขาไป เขาตอบว่า “มันไม่สำคัญ ตอนนี้ฉันอยูกับเธอ ผมรำคาญผู้หญิงคนนี้มาก” และเขาก็ได้เล่าให้เราฟังว่า ผู้หญิงคนนี้ชอบเขาหัวปักหัวปำ แต่เขาไม่ได้คิดอะไรกับผู้หญิงคนนี้ เป็นแค่เพื่อนกัน
แรกๆที่ได้ยินเรารู้สึกแปลกๆและจิตใจไม่ค่อยดี แต่ด้วยการที่เราเพิ่งเริ่มคบกับเขาและเรารักเขาก็พยายามคิดว่า คงไม่มีอะไร ไม่งั้นเขาคงไม่กล้าบอกเราตรงๆ
และแล้วเดือนธันวาคมก็มาถึง ในเดือนนี้เราจองตั๋วไว้ก่อนที่จะพบเขาแล้ว ว่าจะกลับเมืองไทย 3 อาทิตย์ ในตอนนั้นใจมันหดหู่มาก ทั้งดีใจ ทั้งกลัวว่าแฟนจะทำให้เราเสียใจในเวลาที่ไม่อยู่ด้วยกัน ปีนั้นเป็นปีแรก ที่เราไปเที่ยวแล้วไม่มีความสุขเลย เราคิดมากและร้องให้ทุกวัน
ที่เราเป็นแบบนี้เพราะก่อนหน้านี้ที่เราอยู่ด้วยกัน เขาพยายามจะปิดบังเราเรื่องผู้หญิงคนนี้มาตลอด เขาบอกว่าเป็นแค่เพื่อน แต่ลึกๆในใจเรารู้ดี ว่ามันมากกว่านั้น แต่เราพยายามคิดในสิ่งที่ดีมาตลอด เราทะเลาะกันทุกๆวัน แต่เขาสมารถทำให้เราเชื่อใจเขาได้ตลอดเวลา ทั้งๆที่ความจริงไม่เป็นอย่างนั้นเลย
ตอนที่อยู่เมืองไทย วันนึงเขาโทรหาเราและเขาได้เผลอพูดคำนึง เราจึงจับใจความได้ว่า ผู้หญิงคนนั้นน่าจะมาหาเขาที่บ้านในเวลาที่เราไม่อยู่ ในตอนนั้นเรารู้สึกไม่ดีมาก ใจหนึ่งอย่างอยู่ ใจหนึงอยากกลับ แต่แล้วเราก็อยู่จนถึงวันสุด ขึ้นเครื่องกลับ เขาก็มารับที่สนามบิน พอมาถึงเขาก็กอดหอม ทำเหมือนไม่มีอะไร พอเรามาถึงบ้าน สิ่งแรกที่ทำคือ เราตรวจหาหลักฐานในบ้านว่ามีอะไรผิดสังเกตไหม และเราก็ได้ไปเจอเส้นผม ที่ไม่ใช่เส้นผมเราวางอยู่บนโต๊ะในห้องครัว เราถามเขาว่า “ถามตามตรง อีผู้หญิงคนนั้นได้มาบ้านไหมในตอนที่ฉันไม่อยู่” เขาก้มหน้าหน้า สีหน้าซีดและโกหกเราว่า “ไม่”
เรารู้อยู่แก่ใจว่ามันต้องเป็นแบบนี้ เราจึงพยายาม ค้นหาหลักฐานและเช็คมือถือเขาตลอด เราทะเลาะกันแทบทุกวัน
อยูมาวันนึงคนที่เราเคยคบในระยะนึงเขาก็ติดต่อเรามา ในเวลานั้นเรารู้สึกโดดเดี่ยวมาก ก็เลยตัดสินใจคุยกับเขา และในวันที่เราทะเลาะกับแฟน เราก็นัดเจอกับผู้ชายคนนั้น ทำอย่างนี้มาเรื่อยๆจนอยู่มาวันนึงแฟนเราจับได้ เราก็บอกความจริงกับแฟนไป และเขาก็ได้บอกความจริงกับเราสองเรื่อง คือเรื่องอีผู้หญิงคนนั้น เขาบอกกับเราว่า เขารู้จักผู้หญิงคนนี้ก่อนเราไม่นาน เจอกันในอินเตอร์เน็ต ในตอนที่เขาเจอเราเขาตกหลุมรักเรา เขาก็เลยมาคบกับเรา และตัดใจลองคบกับผู้หญิงคนนั้นแบบเพื่อน แต่มันไม่เป็นอย่างที่คิด เขาสองคนแอบมีอะไรกันตลอดในยามที่เราไม่อยู่และอีผู้หญิงคนนี้ก็มานอนที่บ้านเราเป็นประจำ..
(เราเคยนัดเจอกับอีผู้หญิงคนนี้แล้ว หลังจากที่เรำรู้เรื่องจริง เขียนก็เขียนไปคุยแล้ว ต่อหน้าเราทําเหมือนละอายใจลับหยัง มันยังแอบคุยกันอีก. หมดคําจะพูด..)
ไดฟังแค่นั้นแหละเราใจสลายเลย ไม่รู้ว่าจะดีใจที่ความจริงที่เรารู้อยู่แก่ใจถูกเปิด หรือว่า จะเสียใจที่จะต้องเสียผู้ชายคนนึงไปที่ไม่ได้รักเราจริงๆ..
และยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่เขาปิดปังเรามาตลอด คืออายุที่แท้จริงของเขา เขาอายุแก่กว่าที่เขาบอกเราตั้งสิบปี (ไม่คิดว่าความรักจะทำให้เราตาบอดได้ขนาดนี้)
แรกๆเรารับไม่ได้ บอกเลิกและขนของกลับไปหาพ่อแม่ แต่เราตัดใจไม่ได้ เรายอมรับความจริงไม่ได้ ก็กลับไปคบกับเขาอีก ทุกๆอย่างไม่ดีขึ้นเลย แรกๆเหมือนว่าจะดี แต่นิสัยเขาไม่เคยเปลี่ยน ถ้าวันไหนเขามีโอกาสที่จะนอกใจเรา เขาไม่มีวันจะปล่อยโอกาสนั้นลอยนวล เราเช็คโทรศัพท์เขาตลอด และรับรู้ตลอดว่าเขาเขียนกับผู้หญิงคนไหนบ้าง แต่ใจเราไม่แข็งพอที่จะตัดขาดจากเขาแบบจริงจัง ล่าสุดที่เราบอกเลิกเขา เขาก็ติดต่อกับอีผู้หญิงคนนั้นอีก และพยายามจะนัดเจอกัน แต่เราไปเห็นข้อความเข้า เราก็พยายามคุยกับเขาและถามเขาว่าทำไมขนาดเราเพิ่งเลิกกัน เรายังไม่ย้ายออกจากที่นี้เลย ทำไมเธอยังกล้าติดต่อกับอีผู้หญิงคนนั้นที่เคยทำให้เราเจ็บ..
เขาตอบเราว่า เขาจะเขียนไปบอกอีผู้หญิงคนนั้นว่า เขาคืนดีกับเราแล้ว และเขาจะเลิกคุย
เราก็ตอบตกลง ตอนนี้ไม่รู้ทำไมเราโง่ และกลับมาคบกับเขาอีก ทั้งๆที่ตลอด กว่าปีที่ผ่านมา เรามีความสุขน้อยมาก ร้องไห้เกือบทุกวัน
ตอนนี้เราเป็นโร็คซึมเศร้าไปแล้ว วันๆไม่มีแรงจะทำอะไร คิดมาก ร้องไห้ อยู่อย่างนี้ไปวันๆ
เราควรจะทำยังไงดี เราตัดใจไม่ได้จริง ยิ่งอยู่อย่างนี้เรายิ่งแย่ลงทุกวัน
เราลืมเรื่องเก่าๆไม่ได้ ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เรายังร้องให้กับเรื่องเดิมมาโดยตลอด แฟนก็ไม่เข้าใจแถมยังไปพูดกับเพื่อนว่าเราเป็นบ้า และเอาเรื่องเราไปพูดให้เพื่อนๆคนรู้จักฟัง เราเคยบอกหลายครั้งแล้วว่าเราไม่ชอบแต่ดูเหมือนเขาไม่สนใจเลย
ขอคำแนะนำจากทุกคนด้วยนะคะ ไมไหวแล้วจริงๆ
ความในใจ / ปัญหาชีวิต / โรคซึมเศร้า
เรียนรู้อะไรใหม่ๆทุกวัน เจอประสบการณ์ ที่เราไม่เคยเจอมาก่อน รู้จักคนมากมาย ทำอะไรหลายอย่างที่เรายังไม่เคยทำ ทั้งหมดนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย..
เหมือนกับตอนนี้ เราคบกับผู้ชายคนนึง เขาอายุมากกว่าเรา ตอนแรกที่เจอกัน เราก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะเขาไม่ใช่สเปกเราเลยสักนิด และแล้วเราก็ได้เริ่มคุยกัน คุยไปคุยมา เราก็เริ่มรู้สึกว่า เขาเป็นคนที่น่าสนใจ และเป็นสุภาพบุรุษมากๆ เขาขอเบอร์เรา เราก็ให้เขาไป และหลังจากนั้นเราก็เขียนหากันเรื่อยๆ แต่ตอนนั้นเราก็ยังไม่ใด้คิดอะไร แค่มีความรู้สึกดีกับเขาเชยๆ
สองสามวันจากที่เราหาด้วยกัน เขาชวนเราไปกินข้าวข้างนอก เราก็ตอบตกลง และนัดเจอกันไปกินข้าวครั้งแรก ในเวลานั้น เราพยายาม สังเกตท่าทางกิริยาเขา ว่าเป็นคนยังไง แต่เรารู้สึกแปลกๆมาก ท่าทาง กิริยา คำพูด เราไม่เคยเห็นมาก่อน แอบคิดในใจว่า ทำไมท่าทางเขา ดูไม่เหมือนผู้ชายสักนิดเลย ดูยังไงๆก็เหมือนผู้หญิงมาก แต่มันก็แค่เป็นความคิดในเวลานั้น
หลังจากที่เราเจอกัน และได้เรียนรู้นิสัยใจคอเขา เราก็รู้สึกโอเคกับเขา ก็เลยตกลงคบกัน
ช่วงแรกๆที่เราคบกัน เขาถามเราว่าเราอยากย้ายมาอยู่กับเขาไหม ออกค่าห้องคนละครึ่ง ในเวลานั้นเราอายุ 20 และเป็นช่วงเวลาที่เราตื่นเต้นและดีใจมากๆ ที่จะได้มีบ้านเป็นของตัวเอง เราตอบตกลง แบบไม่คิดหน้าคิดหลัง ขออย่างเดียว ให้ได้ย้ายบ้านเร็วๆ
และสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น หลังจากที่เราได้คบกันมาประมาณเดือนนึง เราก็รู้สึกว่า เขาแปลกๆ เวลามีใครโทรมาบางครั้งเขาจะไม่รับสาย หรือถ้ามีข้อความเข้ามา บางครั้งเขาเลื่อนน้าจอลงมาดู แล้วไม่ตอบ ทำเหมือนมีความลับอะไรบางอย่าง และวันหนึ่งมีข้อความของผู้หญิงคนนึงเด้งมา เราถามเขาว่าผู้หญิงคนนี้ เขาเป็นใคร ทำไมเธอไม่ยอมอ่านข้อความและตอบเขาไป เขาตอบว่า “มันไม่สำคัญ ตอนนี้ฉันอยูกับเธอ ผมรำคาญผู้หญิงคนนี้มาก” และเขาก็ได้เล่าให้เราฟังว่า ผู้หญิงคนนี้ชอบเขาหัวปักหัวปำ แต่เขาไม่ได้คิดอะไรกับผู้หญิงคนนี้ เป็นแค่เพื่อนกัน
แรกๆที่ได้ยินเรารู้สึกแปลกๆและจิตใจไม่ค่อยดี แต่ด้วยการที่เราเพิ่งเริ่มคบกับเขาและเรารักเขาก็พยายามคิดว่า คงไม่มีอะไร ไม่งั้นเขาคงไม่กล้าบอกเราตรงๆ
และแล้วเดือนธันวาคมก็มาถึง ในเดือนนี้เราจองตั๋วไว้ก่อนที่จะพบเขาแล้ว ว่าจะกลับเมืองไทย 3 อาทิตย์ ในตอนนั้นใจมันหดหู่มาก ทั้งดีใจ ทั้งกลัวว่าแฟนจะทำให้เราเสียใจในเวลาที่ไม่อยู่ด้วยกัน ปีนั้นเป็นปีแรก ที่เราไปเที่ยวแล้วไม่มีความสุขเลย เราคิดมากและร้องให้ทุกวัน
ที่เราเป็นแบบนี้เพราะก่อนหน้านี้ที่เราอยู่ด้วยกัน เขาพยายามจะปิดบังเราเรื่องผู้หญิงคนนี้มาตลอด เขาบอกว่าเป็นแค่เพื่อน แต่ลึกๆในใจเรารู้ดี ว่ามันมากกว่านั้น แต่เราพยายามคิดในสิ่งที่ดีมาตลอด เราทะเลาะกันทุกๆวัน แต่เขาสมารถทำให้เราเชื่อใจเขาได้ตลอดเวลา ทั้งๆที่ความจริงไม่เป็นอย่างนั้นเลย
ตอนที่อยู่เมืองไทย วันนึงเขาโทรหาเราและเขาได้เผลอพูดคำนึง เราจึงจับใจความได้ว่า ผู้หญิงคนนั้นน่าจะมาหาเขาที่บ้านในเวลาที่เราไม่อยู่ ในตอนนั้นเรารู้สึกไม่ดีมาก ใจหนึ่งอย่างอยู่ ใจหนึงอยากกลับ แต่แล้วเราก็อยู่จนถึงวันสุด ขึ้นเครื่องกลับ เขาก็มารับที่สนามบิน พอมาถึงเขาก็กอดหอม ทำเหมือนไม่มีอะไร พอเรามาถึงบ้าน สิ่งแรกที่ทำคือ เราตรวจหาหลักฐานในบ้านว่ามีอะไรผิดสังเกตไหม และเราก็ได้ไปเจอเส้นผม ที่ไม่ใช่เส้นผมเราวางอยู่บนโต๊ะในห้องครัว เราถามเขาว่า “ถามตามตรง อีผู้หญิงคนนั้นได้มาบ้านไหมในตอนที่ฉันไม่อยู่” เขาก้มหน้าหน้า สีหน้าซีดและโกหกเราว่า “ไม่”
เรารู้อยู่แก่ใจว่ามันต้องเป็นแบบนี้ เราจึงพยายาม ค้นหาหลักฐานและเช็คมือถือเขาตลอด เราทะเลาะกันแทบทุกวัน
อยูมาวันนึงคนที่เราเคยคบในระยะนึงเขาก็ติดต่อเรามา ในเวลานั้นเรารู้สึกโดดเดี่ยวมาก ก็เลยตัดสินใจคุยกับเขา และในวันที่เราทะเลาะกับแฟน เราก็นัดเจอกับผู้ชายคนนั้น ทำอย่างนี้มาเรื่อยๆจนอยู่มาวันนึงแฟนเราจับได้ เราก็บอกความจริงกับแฟนไป และเขาก็ได้บอกความจริงกับเราสองเรื่อง คือเรื่องอีผู้หญิงคนนั้น เขาบอกกับเราว่า เขารู้จักผู้หญิงคนนี้ก่อนเราไม่นาน เจอกันในอินเตอร์เน็ต ในตอนที่เขาเจอเราเขาตกหลุมรักเรา เขาก็เลยมาคบกับเรา และตัดใจลองคบกับผู้หญิงคนนั้นแบบเพื่อน แต่มันไม่เป็นอย่างที่คิด เขาสองคนแอบมีอะไรกันตลอดในยามที่เราไม่อยู่และอีผู้หญิงคนนี้ก็มานอนที่บ้านเราเป็นประจำ..
(เราเคยนัดเจอกับอีผู้หญิงคนนี้แล้ว หลังจากที่เรำรู้เรื่องจริง เขียนก็เขียนไปคุยแล้ว ต่อหน้าเราทําเหมือนละอายใจลับหยัง มันยังแอบคุยกันอีก. หมดคําจะพูด..)
ไดฟังแค่นั้นแหละเราใจสลายเลย ไม่รู้ว่าจะดีใจที่ความจริงที่เรารู้อยู่แก่ใจถูกเปิด หรือว่า จะเสียใจที่จะต้องเสียผู้ชายคนนึงไปที่ไม่ได้รักเราจริงๆ..
และยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่เขาปิดปังเรามาตลอด คืออายุที่แท้จริงของเขา เขาอายุแก่กว่าที่เขาบอกเราตั้งสิบปี (ไม่คิดว่าความรักจะทำให้เราตาบอดได้ขนาดนี้)
แรกๆเรารับไม่ได้ บอกเลิกและขนของกลับไปหาพ่อแม่ แต่เราตัดใจไม่ได้ เรายอมรับความจริงไม่ได้ ก็กลับไปคบกับเขาอีก ทุกๆอย่างไม่ดีขึ้นเลย แรกๆเหมือนว่าจะดี แต่นิสัยเขาไม่เคยเปลี่ยน ถ้าวันไหนเขามีโอกาสที่จะนอกใจเรา เขาไม่มีวันจะปล่อยโอกาสนั้นลอยนวล เราเช็คโทรศัพท์เขาตลอด และรับรู้ตลอดว่าเขาเขียนกับผู้หญิงคนไหนบ้าง แต่ใจเราไม่แข็งพอที่จะตัดขาดจากเขาแบบจริงจัง ล่าสุดที่เราบอกเลิกเขา เขาก็ติดต่อกับอีผู้หญิงคนนั้นอีก และพยายามจะนัดเจอกัน แต่เราไปเห็นข้อความเข้า เราก็พยายามคุยกับเขาและถามเขาว่าทำไมขนาดเราเพิ่งเลิกกัน เรายังไม่ย้ายออกจากที่นี้เลย ทำไมเธอยังกล้าติดต่อกับอีผู้หญิงคนนั้นที่เคยทำให้เราเจ็บ..
เขาตอบเราว่า เขาจะเขียนไปบอกอีผู้หญิงคนนั้นว่า เขาคืนดีกับเราแล้ว และเขาจะเลิกคุย
เราก็ตอบตกลง ตอนนี้ไม่รู้ทำไมเราโง่ และกลับมาคบกับเขาอีก ทั้งๆที่ตลอด กว่าปีที่ผ่านมา เรามีความสุขน้อยมาก ร้องไห้เกือบทุกวัน
ตอนนี้เราเป็นโร็คซึมเศร้าไปแล้ว วันๆไม่มีแรงจะทำอะไร คิดมาก ร้องไห้ อยู่อย่างนี้ไปวันๆ
เราควรจะทำยังไงดี เราตัดใจไม่ได้จริง ยิ่งอยู่อย่างนี้เรายิ่งแย่ลงทุกวัน
เราลืมเรื่องเก่าๆไม่ได้ ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เรายังร้องให้กับเรื่องเดิมมาโดยตลอด แฟนก็ไม่เข้าใจแถมยังไปพูดกับเพื่อนว่าเราเป็นบ้า และเอาเรื่องเราไปพูดให้เพื่อนๆคนรู้จักฟัง เราเคยบอกหลายครั้งแล้วว่าเราไม่ชอบแต่ดูเหมือนเขาไม่สนใจเลย
ขอคำแนะนำจากทุกคนด้วยนะคะ ไมไหวแล้วจริงๆ