โลกโซเชียลมีเดียทำให้ได้ทราบข่าวเพื่อนๆที่ไม่ค่อยได้เจอหลังจากเรียนจบ
ได้ทราบจากเฟสบุ๊คว่าพ่อเพื่อนคนหนึ่งเสียชีวิต ผมก็เดินทางไปร่วมงานวันเผา พอถึงงานก็มอบซองให้เพื่อนกล่าวแสดงความเสียใจกับเพื่อน ผมก็เลือกนั่งเก้าอี้ท้ายๆตามนิสัยผม สักพักเห็นเพื่อนกวักมือเรียกผมให้ไปนั่งโซนข้างหน้า พอเดินไปเรื่อยๆคนที่ผมจะนั่งข้างๆด้วยก็หันหน้ามามอง เธอคือคนที่ผมเคยคบหาสมัยเรียนอยู่มหาวิทยาลัย ผมรู้สึกดีใจที่ได้เจอเธอ
ผมนั่งเก้าอี้ติดกับเธอ ได้พูดคุยกัน ถามความเป็นอยู่ หน้าที่การงานกัน(เธอรู้ว่าผมรับราชการอะไร แต่ไม่รู้ว่าที่ไหน ขณะที่ผมไม่รู้เลยว่าเธอทำอะไร) จากไม่ได้พบกันมา 20 ปี ... เธอยังเหมือนเดิม ยิ้มเก่ง ใจเย็น พูดน้ำเสียงเบาๆ บางจังหวะเราก็เงียบไป แล้วเราก็พูดขึ้นพร้อมกัน เธอยังเหมือนเดิมมากๆ (วันนั้นเพื่อนๆคนอื่นๆมาไม่ได้ บางคนก็มาวันสวดแล้ว หลายคนคงติดงานเพราะเผาเวลา 16.00)
หลังจากงานผมและเธอก็ยืนรอให้กำลังใจเพื่อนที่ร้องไห้และวุ่นๆอยู่กับงาน ผมและเธอลาเพื่อนและญาติๆกลับเป็นคนท้ายๆ ผมและเธอจอดรถที่อาคารจอดด้วยกันแต่จอดคนละชั้น ระหว่างเดินไปอาคารจอดรถ เธอแวะเข้าไปไหว้พระ ถ่ายรูปเล่นมุมต่างๆ ผมยืนรอด้านนอกคิดอยากจะบอกอะไรเธอบางอย่าง เพราะการได้พบกับเธอวันนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายรึเปล่าก็ไม่แน่ใจ ผมต้องการบอกเธอว่าผมรู้สึกผิดที่ตอนนั้นทำให้เธอเสียใจ ผมอยากขอโทษ....
ย้อนไปวันที่ผมตัดสินใจบอกเลิกกับเธอ.....หลังจากเรียนจบป.ตรีแล้ว ทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้านหางาน หรือไปทำงาน ไม่ค่อยได้ติดต่อกัน โทรศัพท์มือถือสมัยนั้นไม่มีใช้กัน ถ้าผมจะโทรติดต่อเธอก็ต้องโทรไปที่เบอร์บ้าน และจะมีคนไปตามเธอมารับสาย บางครั้งเธอก็บอกกลัวโดนผู้ใหญ่ว่า ผมเลยรู้สึกยากขึ้น ห่างกันมากขึ้น ผมอยากดูแลเธอ อยากจะห่วงเธอเหมือนเดิม แต่ไม่ค่อยมีโอกาสเหมือนก่อนนี้เลย (ผมนี่มันไม่มีความอดทนเอาซะเลย).............วันหนึ่งกลุ่มเพื่อนๆส่งข่าวกันนัดพบปะสังสรรค์บ้านที่เพื่อนเช่าอยู่ วันนั้นผมบอกเลิกกับเธอ เธอก้มหน้าร้องไห้ไม่ยอมลงมาจากชั้นบน ผมอยู่ปลอบเธอนานมาก ขอให้เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้มั้ย เธอก็เงียบก้มหน้าร้องไห้ สรุปแล้วเธอไม่ลงมาสังสรรค์กับเพื่อนๆเลย (ผมกับเธอคบกันแต่ไม่เคยมีอะไรเกินเลยนะครับ เดินจับมือจูงมือ มากสุดแค่กอดกันให้รู้ว่ารักกันให้กำลังใจกันแค่นั้น)
ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกผิด ภาพ20ปีที่แล้วที่เธอก้มหน้ากับพื้นร้องไห้มันลอยเข้ามา....ผมถามตัวเองว่า ตอนนั้นผมทำอะไรกับหัวใจดวงน้อยๆของเธอนี่
หลังจากที่เธอไหว้พระ-ถ่ายรูปเสร็จ เธอเดินออกมา มือถือกล้อง เธอใส่รองเท้าเหยียบส้น555 (สายตาผมมองเธอตลอด อยากจะจำเวลานี้ไว้นานๆ) ผมและเธอเดินไปที่อาคารจอดรถ เธอจอดชั้น2 ผมเดินไปส่งเธอ
ไม่เจอกัน20ปีแล้ว เธอยังเหมือนเดิม
ได้ทราบจากเฟสบุ๊คว่าพ่อเพื่อนคนหนึ่งเสียชีวิต ผมก็เดินทางไปร่วมงานวันเผา พอถึงงานก็มอบซองให้เพื่อนกล่าวแสดงความเสียใจกับเพื่อน ผมก็เลือกนั่งเก้าอี้ท้ายๆตามนิสัยผม สักพักเห็นเพื่อนกวักมือเรียกผมให้ไปนั่งโซนข้างหน้า พอเดินไปเรื่อยๆคนที่ผมจะนั่งข้างๆด้วยก็หันหน้ามามอง เธอคือคนที่ผมเคยคบหาสมัยเรียนอยู่มหาวิทยาลัย ผมรู้สึกดีใจที่ได้เจอเธอ
ผมนั่งเก้าอี้ติดกับเธอ ได้พูดคุยกัน ถามความเป็นอยู่ หน้าที่การงานกัน(เธอรู้ว่าผมรับราชการอะไร แต่ไม่รู้ว่าที่ไหน ขณะที่ผมไม่รู้เลยว่าเธอทำอะไร) จากไม่ได้พบกันมา 20 ปี ... เธอยังเหมือนเดิม ยิ้มเก่ง ใจเย็น พูดน้ำเสียงเบาๆ บางจังหวะเราก็เงียบไป แล้วเราก็พูดขึ้นพร้อมกัน เธอยังเหมือนเดิมมากๆ (วันนั้นเพื่อนๆคนอื่นๆมาไม่ได้ บางคนก็มาวันสวดแล้ว หลายคนคงติดงานเพราะเผาเวลา 16.00)
หลังจากงานผมและเธอก็ยืนรอให้กำลังใจเพื่อนที่ร้องไห้และวุ่นๆอยู่กับงาน ผมและเธอลาเพื่อนและญาติๆกลับเป็นคนท้ายๆ ผมและเธอจอดรถที่อาคารจอดด้วยกันแต่จอดคนละชั้น ระหว่างเดินไปอาคารจอดรถ เธอแวะเข้าไปไหว้พระ ถ่ายรูปเล่นมุมต่างๆ ผมยืนรอด้านนอกคิดอยากจะบอกอะไรเธอบางอย่าง เพราะการได้พบกับเธอวันนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายรึเปล่าก็ไม่แน่ใจ ผมต้องการบอกเธอว่าผมรู้สึกผิดที่ตอนนั้นทำให้เธอเสียใจ ผมอยากขอโทษ....
ย้อนไปวันที่ผมตัดสินใจบอกเลิกกับเธอ.....หลังจากเรียนจบป.ตรีแล้ว ทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้านหางาน หรือไปทำงาน ไม่ค่อยได้ติดต่อกัน โทรศัพท์มือถือสมัยนั้นไม่มีใช้กัน ถ้าผมจะโทรติดต่อเธอก็ต้องโทรไปที่เบอร์บ้าน และจะมีคนไปตามเธอมารับสาย บางครั้งเธอก็บอกกลัวโดนผู้ใหญ่ว่า ผมเลยรู้สึกยากขึ้น ห่างกันมากขึ้น ผมอยากดูแลเธอ อยากจะห่วงเธอเหมือนเดิม แต่ไม่ค่อยมีโอกาสเหมือนก่อนนี้เลย (ผมนี่มันไม่มีความอดทนเอาซะเลย).............วันหนึ่งกลุ่มเพื่อนๆส่งข่าวกันนัดพบปะสังสรรค์บ้านที่เพื่อนเช่าอยู่ วันนั้นผมบอกเลิกกับเธอ เธอก้มหน้าร้องไห้ไม่ยอมลงมาจากชั้นบน ผมอยู่ปลอบเธอนานมาก ขอให้เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้มั้ย เธอก็เงียบก้มหน้าร้องไห้ สรุปแล้วเธอไม่ลงมาสังสรรค์กับเพื่อนๆเลย (ผมกับเธอคบกันแต่ไม่เคยมีอะไรเกินเลยนะครับ เดินจับมือจูงมือ มากสุดแค่กอดกันให้รู้ว่ารักกันให้กำลังใจกันแค่นั้น)
ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกผิด ภาพ20ปีที่แล้วที่เธอก้มหน้ากับพื้นร้องไห้มันลอยเข้ามา....ผมถามตัวเองว่า ตอนนั้นผมทำอะไรกับหัวใจดวงน้อยๆของเธอนี่
หลังจากที่เธอไหว้พระ-ถ่ายรูปเสร็จ เธอเดินออกมา มือถือกล้อง เธอใส่รองเท้าเหยียบส้น555 (สายตาผมมองเธอตลอด อยากจะจำเวลานี้ไว้นานๆ) ผมและเธอเดินไปที่อาคารจอดรถ เธอจอดชั้น2 ผมเดินไปส่งเธอ