FIFTY SHADES FREED "ไคลแมกซ์" เรียบง่าย เพลินๆ ไม่หวือหวา ไม่น่า... มีภาคนี้เลยก็ได้!!!
Trailer
ต้องบอกก่อนเลยว่า เป็นติ่งหนังเรื่องนี้มากๆ ดูทุกภาค ทั้ง Fifty Shades of Grey กับ Fifty Shades Darker แล้ว Fifty Shades Freed ก็ต้องไม่พลาดอีกเช่นเคย ต้องดูตั้งแต่วันแรก ที่เข้าฉาย เพราะรอมาตั้งแต่ปีที่แล้ว หลังDarkerจบ ก็รอดูFreed ว่าตอนจบจะเป็นเช่นไร เพราะว่าภาค1 และDrakerทำเอาฟินสุดๆ ประทับใจมาก จนอยากจังให้ถึง กุมภาปีนี้ไวๆ และแล้ววันนี้ก็มาถึง..
ความรู้สึก หลังจากที่ได้ดู Fifty Shades Freedจบ ส่วนตัวคิดว่า หนังก็สนุกดีนะ โอเคในระดับนึง แต่ว่าไม่สุด ไม่ฟินมากเท่าภาค1 และ2 แถมภาค3นี้ ความเร่าร้อนของตัวหนัง ฉาก20+ มีน้อยมากๆๆๆๆ ถ้าเทียบกับภาคก่อนๆ หนังจะเน้นไปทางการใช้ชีวิตคู่ การแก้ปัญหาต่างๆ ให้คติในการใช้ชีวิตซะมากกว่า
หนังพยายามเล่าเรื่อง ทิ้งปมต่างๆ เยอะแยะมากมาย หลายประเด็น ให้คอยคิดตามเต็มไปหมด ไม่รู้จะเชื่อมโยงเยอะไปไหน อย่างกะPhaseหนังของMarvel แต่พอจะจบ ก็จบแบบง่ายมากๆ แบบว่าที่เหล่ามา หลายๆ ประเด็น เฉลยเลยตั้งแต่แรกก็ได้นะ แทบไม่มีความหมายเลย จะเล่าให้ยาวเพื่ออออ?
บทหนัง และพล็อตเรื่อง ดูง่ายไป ไม่สมกับเป็นตอนจบ ที่ต้องมีอะไรให้ประทับใจ หรือน่าจดจำ และร้องWOW!!! ดูเนือยๆ เยอะไปหน่อย
แต่เพราะเป็นติ่ง ก็เลยรู้สึกว่า ไม่น่าเบื่อเท่าไหร่ ก็ยังพอได้อยู่นะ แต่ถ้าคนไม่เป็นติ่ง หรือไม่ชอบดูแนวนี้ หรือว่าไม่ติดตามภาคก่อนๆ หวังจะดู ฉากเร่าร้อน20+ บลาๆๆ บอกเลยว่า ผิดหวังแน่ๆ
ในด้านของนักแสดง คุณเกรย์ยังหล่อ และแซ่บเหมือนเดิม ส่วนอนาตาเชีย สวย เย้ายวน เซ็กซี่ ขี้อ่อยเหมือนเดิม
ภาคนี้ อนาตาเชีย เป็นคุณนายเกรย์แล้วนะ เราก็จะได้เห็น การใช้ชีวิต ในรูปแบบของการเป็นภรรยาเศรษฐี โอ้ววววว! แม่เจ้า มันดีแบบนี้นี่เอง
จนดูๆไป ก็แอบมโน อยากเป็นคุณนายเกรย์ สักครั้ง
เพลงประกอบ และSound ของหนัง อันนี้ต้องขอชื่นชม หนังเรื่องนี้ เพลงประกอบ เพราะ และฟังติดหูทุกเพลง ทุกภาค เหมือนเดิม ประทับใจมาก ภาคนี้ก็จะเป็น เพลง For You ขับร้องโดย Liam Payne และRita Ora บอกเลย ว่าเพราะมาก และเข้ากับอารมณ์ในหนังสุดๆ
และอีกอย่าง ที่ชอบมาก ของหนังเรื่องนี้ คือสถานที่ถ่ายทำ ฉาก สวยดี ดูเข้ากับหนัง แต่ละที่สวยๆทั้งนั้น
>>>> สรุปเลยนะ ก็เป็นหนังภาคจบ ที่ดูเพลินๆ เรียบๆ ง่ายๆ ไม่หวือหวา ไม่สุดเลยสักทาง บทง่อย และไม่น่าประทับใจ และสมกับการรอคอยเท่าไหร่ ความจริง พูดเลยนะ ว่าภาคนี้ ไม่ต้องมีเลยก็ได้ ตัดจบที่ภาค2 ยังจะฟินกว่าเยอะ ภาค2 คือทำไว้ดีมากๆ น่าประทับใจสุด ภาคจบดูเหมือนเอาหนังที่ถ่ายเหลือๆจากภาค2 มาถ่ายเพิ่มอีกนิด เพื่อที่จะให้ขายต่อได้อีกภาค เท่านั้นเอง (ความคิดเห็นส่วนตัวนะ) เพราะฉากส่วนมาก ในภาคนี้ ก็เคยได้เห็นในตัวอย่างหนัง ที่ฉายหลังตอนจบของภาค2ทั้งนั้น ถ้าทำแล้วไม่ได้ ก็น่าจะจบไว้ที่ ฉากนี้ของภาค2 ยังจะสมบูรณ์แบบอยู่ละ น่าจดจำกว่า
สำหรับคะแนนความชอบ แบบบวกความเป็นติ่ง ให้ได้สุดๆ แค่ 8/10 คะแนนจริงๆ
แต่ถ้าตัดความเป็นติ่งออก ให้แค่ 6.9/10 คะแนน แทบไม่มีฉากไหน เป็นที่น่าจดจำ และไม่ค่อยประทับใจเลย
น่าจดจำสุด คือเพลง Love Me Like You Do ที่เปิดตอนใกล้จบของหนังเรื่องนี้อีกครั้ง คือฟังกี่ครั้งๆ ก็ฟิน
นึกถึงฉาก ในภาคก่อน ที่คุณเกรย์ พาอนาตาเชีย ขึ้นฮอลล์ส่วนตัว แล้วเพลงนี้ก็ดังขึ้น คืออารมณ์นั้นมาเลย
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้https://www.facebook.com/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%A2-%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%9F%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B9%88-609405332525643/
FIFTY SHADES FREED "ไคลแมกซ์" เรียบง่าย ไม่หวือหวา ไม่น่า... (Spoil)
Trailer
ต้องบอกก่อนเลยว่า เป็นติ่งหนังเรื่องนี้มากๆ ดูทุกภาค ทั้ง Fifty Shades of Grey กับ Fifty Shades Darker แล้ว Fifty Shades Freed ก็ต้องไม่พลาดอีกเช่นเคย ต้องดูตั้งแต่วันแรก ที่เข้าฉาย เพราะรอมาตั้งแต่ปีที่แล้ว หลังDarkerจบ ก็รอดูFreed ว่าตอนจบจะเป็นเช่นไร เพราะว่าภาค1 และDrakerทำเอาฟินสุดๆ ประทับใจมาก จนอยากจังให้ถึง กุมภาปีนี้ไวๆ และแล้ววันนี้ก็มาถึง..
ความรู้สึก หลังจากที่ได้ดู Fifty Shades Freedจบ ส่วนตัวคิดว่า หนังก็สนุกดีนะ โอเคในระดับนึง แต่ว่าไม่สุด ไม่ฟินมากเท่าภาค1 และ2 แถมภาค3นี้ ความเร่าร้อนของตัวหนัง ฉาก20+ มีน้อยมากๆๆๆๆ ถ้าเทียบกับภาคก่อนๆ หนังจะเน้นไปทางการใช้ชีวิตคู่ การแก้ปัญหาต่างๆ ให้คติในการใช้ชีวิตซะมากกว่า
หนังพยายามเล่าเรื่อง ทิ้งปมต่างๆ เยอะแยะมากมาย หลายประเด็น ให้คอยคิดตามเต็มไปหมด ไม่รู้จะเชื่อมโยงเยอะไปไหน อย่างกะPhaseหนังของMarvel แต่พอจะจบ ก็จบแบบง่ายมากๆ แบบว่าที่เหล่ามา หลายๆ ประเด็น เฉลยเลยตั้งแต่แรกก็ได้นะ แทบไม่มีความหมายเลย จะเล่าให้ยาวเพื่ออออ?
บทหนัง และพล็อตเรื่อง ดูง่ายไป ไม่สมกับเป็นตอนจบ ที่ต้องมีอะไรให้ประทับใจ หรือน่าจดจำ และร้องWOW!!! ดูเนือยๆ เยอะไปหน่อย
แต่เพราะเป็นติ่ง ก็เลยรู้สึกว่า ไม่น่าเบื่อเท่าไหร่ ก็ยังพอได้อยู่นะ แต่ถ้าคนไม่เป็นติ่ง หรือไม่ชอบดูแนวนี้ หรือว่าไม่ติดตามภาคก่อนๆ หวังจะดู ฉากเร่าร้อน20+ บลาๆๆ บอกเลยว่า ผิดหวังแน่ๆ
ในด้านของนักแสดง คุณเกรย์ยังหล่อ และแซ่บเหมือนเดิม ส่วนอนาตาเชีย สวย เย้ายวน เซ็กซี่ ขี้อ่อยเหมือนเดิม
ภาคนี้ อนาตาเชีย เป็นคุณนายเกรย์แล้วนะ เราก็จะได้เห็น การใช้ชีวิต ในรูปแบบของการเป็นภรรยาเศรษฐี โอ้ววววว! แม่เจ้า มันดีแบบนี้นี่เอง
จนดูๆไป ก็แอบมโน อยากเป็นคุณนายเกรย์ สักครั้ง
เพลงประกอบ และSound ของหนัง อันนี้ต้องขอชื่นชม หนังเรื่องนี้ เพลงประกอบ เพราะ และฟังติดหูทุกเพลง ทุกภาค เหมือนเดิม ประทับใจมาก ภาคนี้ก็จะเป็น เพลง For You ขับร้องโดย Liam Payne และRita Ora บอกเลย ว่าเพราะมาก และเข้ากับอารมณ์ในหนังสุดๆ
และอีกอย่าง ที่ชอบมาก ของหนังเรื่องนี้ คือสถานที่ถ่ายทำ ฉาก สวยดี ดูเข้ากับหนัง แต่ละที่สวยๆทั้งนั้น
>>>> สรุปเลยนะ ก็เป็นหนังภาคจบ ที่ดูเพลินๆ เรียบๆ ง่ายๆ ไม่หวือหวา ไม่สุดเลยสักทาง บทง่อย และไม่น่าประทับใจ และสมกับการรอคอยเท่าไหร่ ความจริง พูดเลยนะ ว่าภาคนี้ ไม่ต้องมีเลยก็ได้ ตัดจบที่ภาค2 ยังจะฟินกว่าเยอะ ภาค2 คือทำไว้ดีมากๆ น่าประทับใจสุด ภาคจบดูเหมือนเอาหนังที่ถ่ายเหลือๆจากภาค2 มาถ่ายเพิ่มอีกนิด เพื่อที่จะให้ขายต่อได้อีกภาค เท่านั้นเอง (ความคิดเห็นส่วนตัวนะ) เพราะฉากส่วนมาก ในภาคนี้ ก็เคยได้เห็นในตัวอย่างหนัง ที่ฉายหลังตอนจบของภาค2ทั้งนั้น ถ้าทำแล้วไม่ได้ ก็น่าจะจบไว้ที่ ฉากนี้ของภาค2 ยังจะสมบูรณ์แบบอยู่ละ น่าจดจำกว่า
สำหรับคะแนนความชอบ แบบบวกความเป็นติ่ง ให้ได้สุดๆ แค่ 8/10 คะแนนจริงๆ
แต่ถ้าตัดความเป็นติ่งออก ให้แค่ 6.9/10 คะแนน แทบไม่มีฉากไหน เป็นที่น่าจดจำ และไม่ค่อยประทับใจเลย
น่าจดจำสุด คือเพลง Love Me Like You Do ที่เปิดตอนใกล้จบของหนังเรื่องนี้อีกครั้ง คือฟังกี่ครั้งๆ ก็ฟิน
นึกถึงฉาก ในภาคก่อน ที่คุณเกรย์ พาอนาตาเชีย ขึ้นฮอลล์ส่วนตัว แล้วเพลงนี้ก็ดังขึ้น คืออารมณ์นั้นมาเลย
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้