เราต้องบอกก่อนนะคะ
ถ้าจะมีคำถามว่า ทำไมไม่หางานตอนจบใหม่ๆ เราทำแล้วค่ะ แต่มีปัญหาหลายอย่าง หลักๆ เลย ตอนนั้นเราไม่สะดวกเรื่องเดินทาง ประกอบกับครอบครัวเป็นห่วง อยู่บ้านมาจนอายุ 28 พออยู่แต่บ้าน เราเลยเขียนนิยาย ตอนแรกเขียนเล่น ต่อมาทำมือขาย แต่การเป็นนักเขียน ต้องใช้สายตา สุขภาพแย่ ไม่ค่อยได้ออกไปไหน อีกอย่างคือเรื่องอารมณ์ เพราะว่าเราต้องเข้าถึงตัวละคร บางทีอารมณ์แปรปรวนจากการเขียนนิยาย วงการนิยาย ก็คล้ายๆ วงการบันเทิง พูดตามตรงว่าเราเจอมาเยอะ ทั้งรับอารมณ์คนอ่าน เพื่อนร่วมวงการดราม่ากันไปมา เราเคยเจอ นข หาเรื่องด้วย ไหนจะลอกงานเอย ต่างๆ นานา เคยออกกับสำนักพิมพ์เล่มหนึ่ง คิดว่าไม่ใช่แนวทาง อีกอย่างเขายืมลิขสิทธิ์เรื่องเดียว นอกนั้นเราก็ต้องสู้เองอยู่ดี พอออกไปแล้วทำท่าจะโกงอีก ถ้าไม่ใช่นักเขียนดังๆ รุ่นเก่า ก็เกิดยาก ตอนนี้ทำมือแต่รู้สึกว่าปัญหามันเยอะ ถ้าจะวางแผงเองก็ต้องมีต้นทุน แต่ถึงปัญหาเยอะ เราก็สู้มาตลอด
แต่ตอนนี้ต้องตัดสินใจเพราะว่า ที่บ้านดาวน์รถให้แต่เราเป็นคนผ่อน กำลังหัดขับให้คล่อง ผ่อนมาได้สองเดือนละค่ะ เป็นเงินเก็บจากการเขียนนิยาย แต่เดือนต่อๆ ไป คิดว่าจะมีพอมั้ย เพราะมันต้องลุ้นเอา งานเขียนเร่งไม่ได้
เราเองไม่ค่อยมีเพื่อนค่ะ เพื่อนสมัยเรียนก็ห่างหายกันไปตามกาลเวลา ตอนนี้คิดว่าจะหางานประจำทำแต่ก็รู้ว่างานนิยายต้องชะลอตัวไป ก็กลุ้มใจมากค่ะ
เข้าใจความรู้สึก คนที่อยากเป็นศิลปินแต่พ่อแม่ไม่เห็นด้วย คือเส้นทางเหล่านี้ ต่อสู้ลำบากขึ้นทุกวันค่ะ ถ้าจะเป็นนักเขียนประจำ เท่าที่ทราบมาก็ต้องอยู่ภายใต้สัญญาซึ่งมันไม่ได้โอเคเสมอไป
เราเครียดมาพักใหญ่แล้ว เพราะเริ่มมีภาระและเหมือนว่าจากที่บ้านอยากให้อยู่บ้าน เขาเริ่มขุดเราออกจากบ้านแล้ว แต่เราก็รู้นะคะ ว่าเราไม่ค่อยไปไหน การเข้าสังคมแย่เป็นคนไม่ค่อยพูด ที่เราคิดว่าจะทำงานเขียนไปตลอด มันคงเป็นไปไม่ได้ แต่ตัวเราก็ติดพันกับนิยายที่เขียนอยู่ เหมือนว่าต้องตัดสินใจทิ้งความฝันหรือทำมันให้น้อยลง
ขอกำลังใจหน่อยค่ะ
ถ้าจะมีคำถามว่า ทำไมไม่หางานตอนจบใหม่ๆ เราทำแล้วค่ะ แต่มีปัญหาหลายอย่าง หลักๆ เลย ตอนนั้นเราไม่สะดวกเรื่องเดินทาง ประกอบกับครอบครัวเป็นห่วง อยู่บ้านมาจนอายุ 28 พออยู่แต่บ้าน เราเลยเขียนนิยาย ตอนแรกเขียนเล่น ต่อมาทำมือขาย แต่การเป็นนักเขียน ต้องใช้สายตา สุขภาพแย่ ไม่ค่อยได้ออกไปไหน อีกอย่างคือเรื่องอารมณ์ เพราะว่าเราต้องเข้าถึงตัวละคร บางทีอารมณ์แปรปรวนจากการเขียนนิยาย วงการนิยาย ก็คล้ายๆ วงการบันเทิง พูดตามตรงว่าเราเจอมาเยอะ ทั้งรับอารมณ์คนอ่าน เพื่อนร่วมวงการดราม่ากันไปมา เราเคยเจอ นข หาเรื่องด้วย ไหนจะลอกงานเอย ต่างๆ นานา เคยออกกับสำนักพิมพ์เล่มหนึ่ง คิดว่าไม่ใช่แนวทาง อีกอย่างเขายืมลิขสิทธิ์เรื่องเดียว นอกนั้นเราก็ต้องสู้เองอยู่ดี พอออกไปแล้วทำท่าจะโกงอีก ถ้าไม่ใช่นักเขียนดังๆ รุ่นเก่า ก็เกิดยาก ตอนนี้ทำมือแต่รู้สึกว่าปัญหามันเยอะ ถ้าจะวางแผงเองก็ต้องมีต้นทุน แต่ถึงปัญหาเยอะ เราก็สู้มาตลอด
แต่ตอนนี้ต้องตัดสินใจเพราะว่า ที่บ้านดาวน์รถให้แต่เราเป็นคนผ่อน กำลังหัดขับให้คล่อง ผ่อนมาได้สองเดือนละค่ะ เป็นเงินเก็บจากการเขียนนิยาย แต่เดือนต่อๆ ไป คิดว่าจะมีพอมั้ย เพราะมันต้องลุ้นเอา งานเขียนเร่งไม่ได้
เราเองไม่ค่อยมีเพื่อนค่ะ เพื่อนสมัยเรียนก็ห่างหายกันไปตามกาลเวลา ตอนนี้คิดว่าจะหางานประจำทำแต่ก็รู้ว่างานนิยายต้องชะลอตัวไป ก็กลุ้มใจมากค่ะ
เข้าใจความรู้สึก คนที่อยากเป็นศิลปินแต่พ่อแม่ไม่เห็นด้วย คือเส้นทางเหล่านี้ ต่อสู้ลำบากขึ้นทุกวันค่ะ ถ้าจะเป็นนักเขียนประจำ เท่าที่ทราบมาก็ต้องอยู่ภายใต้สัญญาซึ่งมันไม่ได้โอเคเสมอไป
เราเครียดมาพักใหญ่แล้ว เพราะเริ่มมีภาระและเหมือนว่าจากที่บ้านอยากให้อยู่บ้าน เขาเริ่มขุดเราออกจากบ้านแล้ว แต่เราก็รู้นะคะ ว่าเราไม่ค่อยไปไหน การเข้าสังคมแย่เป็นคนไม่ค่อยพูด ที่เราคิดว่าจะทำงานเขียนไปตลอด มันคงเป็นไปไม่ได้ แต่ตัวเราก็ติดพันกับนิยายที่เขียนอยู่ เหมือนว่าต้องตัดสินใจทิ้งความฝันหรือทำมันให้น้อยลง