เกี่ยวกับ OD capital/VCs/ymci และอื่นๆมากมาย ผมเข้าใจถูกมั้ยครับ [ช่วยดูให้หน่อยครับ]

ผมเคยได้ยิน money game พวกนี้มานานพอสมควร ตั้งแต่แชร์แม่ชม้อย แชร์ลุกโซ่ ยูฟันอะไรทำนองนั้น แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมาย เพราะรู้ดีว่า ลุกช้าจ่ายรอบวง

จนมีวันนึงมีคนรู้จักมาชวนลงทุนพวกนี้ ในชื่อ OD อะไรนี่แหละ ออกตัวก่อนผมเป็นคนไม่รู้เรื่องหุ้นเรื่องลงทุน เรื่องอะไรแบบนี้เลย ความรู้เป็น 0
ผมก็ลองคุยเล่นๆดูถามรายละเอียดเอาสนุก จนรู้สึกว่ามันมีอะไรบางอย่างที่แตกต่างจากแชร์ลูกโซ่ที่ผมเคยรู้จัก ผมพยายามหา mechanism และวาด flow chart เพื่อดู overview และ time line ทั้งหมดเป็นยังไง ทำไมมีคนมาชวนลงทุนแบบหลังชนฝาขนาดนั้น ทำไมมีคนกล้าเอาเงินหลายล้านมาลงทุนกับอะไรที่เสี่ยงขนาดนี้

สิ่งนั้นมันอยู่ในหัวผมตลอดทำให้ผมนอนไม่หลับหลายคืนตั้งแต่วันนั้น (เป็นเวลาเดือนนึงแล้ว) สิ่งนั้นคือการวาด flow chart ที่สมบูรณ์แบบภาษาชาวบ้านที่ไม่มีความรู้เรื่องหุ้นเรื่องการลงทุนเข้าใจ แบบเด็ก ป.4 ก็เข้าใจอ้ะนึกภาพออกมั้ย ผมคงตายตาไม่หลับถ้าผมทำให้ flow chart มันสมบูรณ์ไม่ได้

**รบกวนเพื่อนๆชาว Pantip** ช่วยเติมเต็ม flow chart ให้สมบูรณ์ในแบบฉบับภาษาชาวบ้านเข้าใจด้วยครับผม


นาย A มีไอเดียสุดบรรเจิดในการหาเงินแบบง่ายๆผุดขึ้นในหัว -------> โดยนาย A สร้างธุรกิจขึ้นมาโดยจะจ่ายเงินให้กับคนที่เอาเงินมาลงทุนร้อยละ 5 ต่อเดือน เช่นนาย B สนใจ ลงไป 100 นึง ได้ 5 บาทต่อเดือน และบอกอีกว่าถ้าหาคนมาลงทุนเพิ่มได้จะได้เงินพิเศษอีก

-------> เมื่อนาย B เห็นว่าได้เงินจริง นาย B จึงลงทุนเพิ่ม บวกกับชักชวนทุกวิถีทางให้คนอื่นมาลงทุนกับนาย A เพราะจะได้เงินพิเศษ -------> คนต่อๆไปนาย C,D,E... ก็จะมาลงทุนต่อ

   แต่!!   นาย C,D,E... มีความรอบคอบในการลงทุนบวกกับยุคนี้ใครๆก็เข้าถึงข้อมูลข่าวสาร นาย C,D,E... จึงไปคนห้าข้อมูลดูว่าธุรกิจนาย A นั้นมีจริงหรือปล่าว น่าเชื่อถือหรือปล่าว

-------> ผลสรุปคือ นาย A มีธุรกิจจริง จดทะเบียนจริงทำให้ทุกคนเลือกที่จะลงทุนหมด

-------> สิ่งที่นาย A ทำก็คือคิดแผนไว้ 2 ทาง

1. ถ้าธุรกิจรอด เงินที่นำไปจ่ายให้กับ นาย B,C,D... จะมาจากกำไรของธุรกิจจริงๆ แล้วมันก็จะไม่ใช่แชร์ลูกโซ่อีกต่อไป
2. ถ้าธุรกิจ ไม่ รอด
นาย A สามารถนำเงินของผู้ลงทุนรายใหม่มาหมุนจ่ายปันผลให้กับคนก่อนหน้านี้ไปเรื่อยๆ
เข้าสูตรของแชร์ลูกโซ่ และรอจนกว่า ธุรกิจจะกำไรเฟื่องฟูพอให้จ่ายปันผลด้วยกำไรบริษัทจริงๆให้ได้


-------> อนิจจา นาย A รู้ดีว่าธุรกิจตัวเองไม่มีทางเฟื่องฟูถึงระดับจ่ายปันผล % สูงขนาดนั้นให้ทุกคนได้ตลอดเวลาเป๊ะๆแน่ เพราะถ้าทำได้จริง
อย่างน้อยจดที่มันให้กำไรถึงขั้นนั้นแล้ว ชื่อของธุจกิจนาย A ต้องคุ้นหูตนทั่วไปแน่นอน (เบียช้าง CP central world BTS ไทยประกันชีวิต etc.)
นาย A จึงวางแผน ที่จะ  หุบ  เงินทั้งหมดแต่แรก
โดยจะหุบตอนที่เงินถึงจุดสูงสุด รายรับ < รายจ่าย
และใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายต่างๆเพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุมและคิดทางหนีทีไล่ไว้อย่างดี
ใครจะทำไรได้ถ้าอยู่ดีๆเงินโดนหุบ สาวตัวก็ไม่ถึง

-------> นาย A เริ่มเอาเงินมาหมุน   ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ ธุรกิจน่าเชื่อถือ ทั้งศัพท์เทคนิค การโน้มน้าวต่างๆเพื่อดึงคนมาลงทุนให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้  
แต่แน่นอน ลำพังนาย A คนเดียวคงไม่พอ ต้องให้นาย B,C,D.... เป็นกำลังเสียงช่วย

ถ้าปาฏิหาริย์ มีจริง เงินที่นำมาหมุนอาจจะมากพอทำให้เกิดเหตการณ์
แบบข้อ 1 ก็ได้ (กำไรธุรกิจมากพอมาจ่ายปันผลให้ผู้มาลงทุน)
แต่หลักๆคือเอาข้อ 2 พร้อมคิดทางหนีทีไล่ไว้แล้ว มีแต่ได้กับได้

-------> นาย B,C,D คือคนแรกๆที่มาลงทุนกับนาย A  นาย B,C,D มีโอกาสสูงมากๆที่จะได้กำไรพร้อมคืนทุนเพราะ กว่าจะถึงจุดที่โซ่ขาด (รายรับนาย A < รายจ่ายนาย A) คงกินเวลาหลายปีทำให้ปันผลคืนทุนไปนานแล้ว ยกเว้นนาย B,C,D ลงทุนต่อจังหวะที่ โซ่ขาดพอดี  

-------> ระหว่างที่โซ่กำลังดำเนินอยู่นั้น นาย XYZ รู้ทันนาย A ทั้งหมด แต่เนื่องจากอาจจะไม่ทันเพราะลงทุนไปแล้วบวกกับไม่รู้ว่าปันผลจะคืนทุนก่อนโซ่ขาดมั้ยหรือ รู้ดีก่อนลงทุนแต่แรก
แต่ตั้งใจที่จะหาผลประโยชน์จาก โซ่ของนาย A นาย XYZ จึงตั้งใจอย่างเอาเป็นเอาตายในการหาคนมาต่อโซ่ เพราะ

1. ต่อชีวิตโซ่ตัวเอง
2. เก็บค่าหัวคิวจากการหาคนมาต่อโซ่เพิ่ม  ทำให้นาย XYZ มีภาวะพึ่งพาอาศัยกัน (Mutualism +,+) กับนาย A และยังเป็นกำลังเสียงให้นาย A อีกยิ่งทำให้ โซ่มันดูน่าเชื่อถือมากขึ้นไปเรื่อยๆ

-------> นาย B,C,D,X,Y,Z จำเป็นต้องผันตัวเองให้ดูน่าเชื่อถือ ไม่ว่าทำตัวเองให้เป็นกูรูด้านการลงทุนหรือ แสดงการใช้ชีวิตหรูหรา เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ (จะเป็นกูรูด้านการเงินได้มันก็ต้องแสดงให้เห็นว่ากรูรวยอ้ะนะถึงดูน่าเชื่อถือ)
ทั้งนี้เงินอาจจะมาจาก โซ่เองหรือมีฐานะพออยู่แล้วที่จะผันตัวเองเป็นแบบนั้นได้
เพราะได้กำไร 2 ต่อ

1. ได้ใช้ชีวิตแบบสำราญ

2. มันไม่ใช่การผลาญเงิน  มันคือการลงทุน!!  เพราะยิ่งเราโชว์ความหรู ความสำราญมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดึงคนมาต่อโซ่ + เก็บหัวคิวได้มากเท่านั้น!!  ชีวิตจะมีอะไรดีกว่าการผลาญเงิน แล้วเป็นการลงทุนไปในตัวด้วย แต่มันก็ต้อวทำรายรับรายจ่ายให้มันพอดี แต่มันก็ผลาญแล้วเกิดประโยชน์มากกว่าหลายๆอาชีพแน่นอน  


-------> โซ่จะขาดนั้นหลักๆมี 3 ข้อ

1. รายรับ < รายจ่าย
2. จำนวนเงินถึงจุดที่ตั้งเป้าแล้ว
3. ตำรวจจะมาเคาะประตูบ้านแล้ว


-------> เวลาผ่านไป 10 ปีโซ่ค่อยขาด ผลสรุป คนที่เป็นเศรษฐี คือ นาย A,B,X,Y,Z  ที่เหลือเละ


A = เจ้าของโซ่ หุบเงิน รวยอยู่แล้ว
B = ลงทุนคนแรกๆ ปันผลจ่ายคืนทุนไปนานแล้ว  ( 12 เดือน * 5% * 10 ปี = 600%) และไม่ลงทุนเพิ่มในช่วงที่โซ่จะขาดพอดี
C = ไม่เป็นเศรษฐีเพราะ กลับมาลงทุนก้อนใหญ่จังหวะโซ่ขาดพอดี
D = ไม่เป็นเศรษฐีเพราะ ลงทุนทีละนิดเพิ่มขึ้นทุกปีทำให้ไม่กำไรสักที (เอากำไรที่ได้ไปลงทุนเพิ่ม)
X = รู้ทันช่วงกลางๆโซ่ จึงรีบหาคนมาต่อโซ่ไว้ทันและบวกกับกินหัวคิวจนรวย
Y,Z = ตั้งใจมากินหัวคิวให้รวยแต่แรกอยู่แล้ว

-------> ช่วงเวลาที่โซ่ดำเนินไปทั้งหมด นาย A คิดแผนและทางหนีทีไล่ไว้ คำแก้ตัว ช่องโหว่กฏหมาย เผื่อโซ่ วงต่อไปไว้แล้ว หรือถ้าหนักหน่อยก็ ฟอกเงิน แบ่งมาลงทุนทำธุรกิจจริงๆ ถ้ารุ่งก็ไม่วนลูป
ก็ดำเนินธุรกิจขาวสะอาดต่อไป
หรือผสมคือกำไรจริงแต่ไม่พอจ่ายต้องเอาเงินคนอื่นมาหมุนจ่ายปันผลอยู่ดี หรือพอจ่ายแต่ไม่อยากจ่ายอยากได้เงินก้อนหนักๆแบบนั้นอีก

ถ้าไม่รุ่งก็วนลูป แถมเอาเงินจากโซ่วงที่แล้วมาลงทนให้ดูน่าเชื่อถือขึ้นอีก ให้ธุจกิจมีหน้ามีตาพอให้ไม่เจ๊ง

/// คนที่มาลงทุนลองคิดดว่ามันเสี่ยงแค่ไหน กับการเอาเงินไปลงทนให้ใครก็ไม่รู้ที่อยู่มาเลเซีย ไม่ได้มีการจดทะเบียนที่ถูกต้อง เกิดวันดีคืนดีเขาอยากปิดบริษัทหนีไปเลยดื้อๆทำไง  บางคนบอกว่าการลงทุนมีความเสี่ยง ต้องกล้าที่จะเสี่ยง

แต่นี่ เสี่ยงโดนโกง ไม่ใช่ เสี่ยงขาดทุน คนละเรื่องเลยนะครับ
ขาดทุนเราไม่ขาดทุน 100% หรอกจิงมั้ยแถม สิ่งที่ได้เป็นบนเรียนว่าภายภาคหน้า เราจะพัฒนาข้อเสียตรงไหนให้ภายภาคหน้าไม่ขาดทน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ ฝีมือการเล่นหุ้น  ความรู้  อย่างน้อยก็ยังได้อะไรบ้างนะครับ

****เป็นใช้ตัวเลขสมมติอย่างง่าย รายละเอียดการจ่ายการลงทุนมีมากกว่านั้นเยอะ แต่โดยรวม net ผู้ลงทนก็จะได้คินมา 3-10% ต่อเดือนอ่ะน้ะ แถมมีหุ้นส่วนมีสิทธิพิเศษต่างๆ ในอนาคตอีกมากมายที่เสนอโดยนาย A หลังจากครบสัญญาอะไรก็ว่าไป
**** นาย A ไมไ่ด้มาในรูปคนคนเดียวแน่นอน ต้องมาเป็นทีมๆ เผลอๆ B,C,X,Y... อาจจะกลายมาเป็นทีมนาย A ทีหลังก็ได้
****ถ้ามีอะไรแก้ไขเพิ่มเติมยังไง ก๊อปของผมไปแก้ แล้ว โพสเเลยนะครับ หรือจะพิมใหม่ทั้งหมดก็ได้
แก้ไขข้อความเมื่อ

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 3
ตามนั้นและครับ
     - ขนาดแชร์แม่ชม้อย ที่เขาว่าจ่ายปันผลตกปีล่ะ 70%++ แถมคนลงทุนสามารถถอนเงินต้นได้ตลอดเวลา ยังอยู่ได้เกือบ 10 ปี
     -  OD จ่าย 30%ต่อปี จากการที่ไปถามมา แถมเงินต้นถ้าลงไปแล้ว 2 ปี ถึงสามารถถอนได้  
   ในเมื่อยังปันผลเยอะอยู่ส่วนใหญ่ไม่มีใครไปถอนเงินต้นออกหรอกจริงป่ะ เด๋วรวยไม่ทันเพื่อนในกลุ่ม
   เวลาโดนโกง จริงๆคงเรียกโกงไม่ได้มั้ง พอจ่ายปันผลไม่ไหว ก็ปล่อยมันเจ๊ง บริษัทก็ออกใบหุ้นที่ไม่มีมูลค่า ไว้ใส่กรอบติดประดับฝาบ้าน
   เจ้าของหอบเงินหนีสบายใจ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่