ช่วงนี้เบื่อโลกมากครับ จริงตัวผมเป็นคนมองโลกในแง่บวก สร้างกำลังใจให้ตัวเองอยู่ตลอก ไม่เคยยอมแพ้ สิ้นหวัง เกิดในครอบครัวที่จน ทำงานหาเงินจนเรียนจบมหาลัย
แต่เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อช่วงนี้น้ำท้วมบ้านบ่อยมาก ต้องขนของหนี้น้ำบ่อยๆ บ้านก็หลังเก่ามาก ที่แย่ที่สุดคือแม่แก่มาก ต้องมายกของหนี้น้ำ ตกเย็นแม่บนปวดเมื่อยมาก สงสารแม่มาก เลยตัดสินใจว่าจะหาบ้านใหม่ แม่จะได้สบายขึ้น หลังจากนั้นก็ไปปรึกษาพี่ชาย พี่ชายพูดคำแรกว่า"ไม่มี" ทั้งทีตอนลูกตัวเองเรียนจบปริญา ยังตั้งโต๊ะจัดเลี้ยงในบ้าน เลยไปถามพี่สาว ก็บอกเหมือนกันว่าไม่มี ทำงานแต่ไม่มีเงินเก็บเลย ผมก็เลยพูดกับแม่ว่าไม่เป็นไรเดียวผม จัดการเอง เลยหาดูบ้าน ได้ 2 หลัง หลังแรกสวยและใหญ่ แต่ไกลมาก หลังที่2 อยู่ใกล้เมือง พอดูเสร็จก็กลับมาบอกแม่ แม่พูดว่า "ไม่ไป" จะตายที่นี่ผมก็ยกเหตุผลร้อยแปด เขาก็ไม่ฟัง ผมลองปรึกษาเพื่อน เพื่อนก็บอกว่า เอาที่เราสบายก่อน เรื่องแม่ค่อยว่ากันทีหลัง ที่แม่ผมไม่ไปอยู่กับพี่ชายเพราะ บ้านเขาไม่ค่อยเป็นระเบี่ยบ กินข้าวจานก็ไม่ล้าง คือแม่ผมเจ้าระบียบ ขี้บ่น เขารู้ว่าอยู่ไม่ได้แน่
หลังจากนั้นก็ไปปรึกษาคู่หมั่น ผมตกลงว่าอีก 2 ปีจะแต่งงานกัน สินสอดก้หลายแสนอยู่ เธอเงินเดือนน้อยกว่าผม 5 พัน ทำงานที่บ้าน ไม่ต้องจ่ายค่ากินอยู่ ผมก็เลยบอก มาเปิดบัญชีร้วมกันมั้ย เดือนละ 5 พัน 2 คนก็หมื่นนึง ไว้เป็นสินสอดแต่งงาน เธอก็พูดว่า ต้องเก็บเงินจัดงานแต่ให้ตัวเองเหรอ คือตอนแรกผมก้เก็บคนเดียว พอตอนนี้ ผมต้องซื้อบ้าน ผมก็อยากให้เธอช่วยบ้าง ตอนที่ได้ฟังรู้สึกแย่ แล้วจะทำอย่างไงกับงานแต่ง
คือตอนนี้คนในครอบครัวผม ไม่มีใครคิดจะช่วยเลยซักคน ผมนี่โครตท้อเลย สิ้นหวังกับอนาคตมาก ช่วงนี้ไม่อยากคุยกับใคร อยากจะหนีออกจากชึวิตแบบนี้ ถ้าไม่เพราะแม่แก่ และเป็นเส้นเลือดในสอมงแตก ร่างกายทางด้านขวาใช้การไม่ได้ ผมคงไปหางานทำในกทม. ที่เงินเดือนสูงๆ ไปแล้ว ตอนนี้อยากหนีไปไกลๆ อยากอยู่คนเดียว
เบื่อปัญหาชีวิตมาก ครอบครัว ความรัก ปัญหาที่เรารับคนเดียว
แต่เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อช่วงนี้น้ำท้วมบ้านบ่อยมาก ต้องขนของหนี้น้ำบ่อยๆ บ้านก็หลังเก่ามาก ที่แย่ที่สุดคือแม่แก่มาก ต้องมายกของหนี้น้ำ ตกเย็นแม่บนปวดเมื่อยมาก สงสารแม่มาก เลยตัดสินใจว่าจะหาบ้านใหม่ แม่จะได้สบายขึ้น หลังจากนั้นก็ไปปรึกษาพี่ชาย พี่ชายพูดคำแรกว่า"ไม่มี" ทั้งทีตอนลูกตัวเองเรียนจบปริญา ยังตั้งโต๊ะจัดเลี้ยงในบ้าน เลยไปถามพี่สาว ก็บอกเหมือนกันว่าไม่มี ทำงานแต่ไม่มีเงินเก็บเลย ผมก็เลยพูดกับแม่ว่าไม่เป็นไรเดียวผม จัดการเอง เลยหาดูบ้าน ได้ 2 หลัง หลังแรกสวยและใหญ่ แต่ไกลมาก หลังที่2 อยู่ใกล้เมือง พอดูเสร็จก็กลับมาบอกแม่ แม่พูดว่า "ไม่ไป" จะตายที่นี่ผมก็ยกเหตุผลร้อยแปด เขาก็ไม่ฟัง ผมลองปรึกษาเพื่อน เพื่อนก็บอกว่า เอาที่เราสบายก่อน เรื่องแม่ค่อยว่ากันทีหลัง ที่แม่ผมไม่ไปอยู่กับพี่ชายเพราะ บ้านเขาไม่ค่อยเป็นระเบี่ยบ กินข้าวจานก็ไม่ล้าง คือแม่ผมเจ้าระบียบ ขี้บ่น เขารู้ว่าอยู่ไม่ได้แน่
หลังจากนั้นก็ไปปรึกษาคู่หมั่น ผมตกลงว่าอีก 2 ปีจะแต่งงานกัน สินสอดก้หลายแสนอยู่ เธอเงินเดือนน้อยกว่าผม 5 พัน ทำงานที่บ้าน ไม่ต้องจ่ายค่ากินอยู่ ผมก็เลยบอก มาเปิดบัญชีร้วมกันมั้ย เดือนละ 5 พัน 2 คนก็หมื่นนึง ไว้เป็นสินสอดแต่งงาน เธอก็พูดว่า ต้องเก็บเงินจัดงานแต่ให้ตัวเองเหรอ คือตอนแรกผมก้เก็บคนเดียว พอตอนนี้ ผมต้องซื้อบ้าน ผมก็อยากให้เธอช่วยบ้าง ตอนที่ได้ฟังรู้สึกแย่ แล้วจะทำอย่างไงกับงานแต่ง
คือตอนนี้คนในครอบครัวผม ไม่มีใครคิดจะช่วยเลยซักคน ผมนี่โครตท้อเลย สิ้นหวังกับอนาคตมาก ช่วงนี้ไม่อยากคุยกับใคร อยากจะหนีออกจากชึวิตแบบนี้ ถ้าไม่เพราะแม่แก่ และเป็นเส้นเลือดในสอมงแตก ร่างกายทางด้านขวาใช้การไม่ได้ ผมคงไปหางานทำในกทม. ที่เงินเดือนสูงๆ ไปแล้ว ตอนนี้อยากหนีไปไกลๆ อยากอยู่คนเดียว