กู๊ดมอนิ่ง ชาว ขาS และ ขาL & ชาว Put,Call (5 Feb 2018)

กระทู้สนทนา





สวัสดียามเช้าวันจันทร์ วันทำงานวันแรกของสัปดาห์ ครับ พี่ๆน้องๆ ชาว ขาS และ ขาL & ชาว Put Call ทุกๆท่าน

เมื่อวานศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนี SET index ได้เผชิญกับแรงเทขายทำกำไรออกมาในช่วงท้ายตลาด อันเนื่องมาจาก บรรยากาศ Sentiment การลงทุน
โดยรอบภูมิภาคเอเชียค่อนข้างแย่ ภายหลังผลการประชุม FOMC ในค่ำคืนวันที่ 1 ก.พ โดยคุณ Janet Yellen ได้ส่งสัญญาณในเชิง Hawkish ในการดำเนินนโยบาย ด้วยเหตุผลดอลล่าร์อ่อนค่าลงมามาก ราคาน้ำมันพุ่งอย่างต่อเนื่อง และผลลัพธ์จากมาตราการลดภาษี  จึงน่าจะทำให้อัตราเงินเฟ้อ
สหรัฐ เพิ่มสูงขึ้นไวกว่าคาด และอาจจะทำให้ FED ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่า 3 ครั้ง ด้วยปัจจัยที่กล่าวมา ทำให้เห็นการร่วงลงของตลาดหุ้นสหรัฐ ยุโรป เอเชีย รวมถึงตลาดหุ้นไทย ปิดตัวร่วงลงไปปิดที่ระดับ 1827 จุด -6.35 จุด  วันนี้มาติดตามกันต่อ ว่าดัชนีตลาดหุ้นไทย จะสามารถฟื้นตัว
ได้หรือไม่


Fundamental

"เอเชียเช้านี้" ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดร่วงลงอย่างหนักในวันนี้ หลังจากดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงหนักสุดในรอบกว่า
1 ปีเมื่อวันศุกร์ (2 ก.พ.) โดยได้รับแรงกดดันจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผย
ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนม.ค.ที่แข็งแกร่งเกินคาด สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 31,715.56 จุด
ร่วงลง 886.22 จุด หรือ 2.72%

นอกจากนี้ การพุ่งขึ้นของตัวเลขจ้างงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเลขรายได้ต่อชั่วโมงซึ่งเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญเนื่อง
จากเป็นสัญญาณบ่งชี้เงินเฟ้อนั้น ยังกระตุ้นให้เกิดการคาดการณ์ว่า เฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้ในปีนี้

"ฝั่งสหรัฐ" ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงหนักสุดในรอบกว่า 1 ปีเมื่อวันศุกร์ (2 ก.พ.) โดยได้รับแรงกดดันจากการพุ่งขึ้นของ
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนม.ค.ที่แข็งแกร่งเกินคาด
ขณะเดียวกัน การพุ่งขึ้นของตัวเลขจ้างงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเลขรายได้ต่อชั่วโมงซึ่งเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ
เนื่องจากเป็นสัญญาณบ่งชี้เงินเฟ้อนั้น ยังกระตุ้นให้เกิดการคาดการณ์ว่า เฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้ในปีนี้

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,520.96 จุด ร่วงลง 665.75 จุด หรือ -2.54%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,240.95 จุด ลดลง 144.92 จุด หรือ -1.96%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,762.13 จุด ลดลง 59.85 จุด หรือ -2.12%

ตลอดทั้งสัปดาห์ ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลงทั้งสิ้น 4.1% ขณะที่ดัชนี S&P ปรับตัวลง 3.9% และดัชนี Nasdaq ปรับตัวลง 3.5%

กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนม.ค.พุ่งขึ้น 200,000 ตำแหน่ง มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 180,000 ตำแหน่ง หลังจากที่เพิ่มขึ้น 160,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. ขณะที่อัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับ 4.1% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 17 ปี

ส่วนตัวเลขรายได้ หรือค่าแรงต่อชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงานซึ่งเป็นข้อมูลที่เฟดให้ความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณบ่งชี้เงินเฟ้อนั้น เพิ่มขึ้น 9 เซนต์/ชั่วโมง หรือ 0.3% และเพิ่มขึ้น 2.9% เมื่อเทียบรายปี

นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์อินเวสโคกล่าวว่า ตัวเลขจ้างงานที่แข็งแกร่งเกินคาดส่งผลให้นักลงทุนคาดการณ์ว่า เฟดอาจจะปรับขึ้นอัตรา
ดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดในปีนี้ และยังส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐทะยานขึ้นเมื่อวันศุกร์ด้วย ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลว่า อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ขณะที่นักวิเคราะห์จากแน็ทเวสต์ มาร์เก็ตส์ กล่าวว่า ตัวเลขรายได้หรือค่า
แรงของแรงงานที่พุ่งขึ้นสูงสุดในรอบเกือบ 9 ปีในเดือนม.ค.นั้น จะเป็นปัจจัยหนุนให้คณะกรรมการเฟดภายใต้การนำของนายเจอโรม พาวเวล
ประธานเฟดคนใหม่ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้มากกว่า 3 ครั้งที่มีการคาดการณ์กันก่อนหน้านี้ เพื่อรับมือกับเงินเฟ้อที่จะดีดตัวขึ้น

ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐประเภทอายุ 30 ปีพุ่งขึ้นเหนือระดับ 3% แตะที่ 3.074% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.ปีที่แล้ว
เมื่อวันศุกร์ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 10 ปี ทะยานขึ้นแตะ 2.83% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี

หุ้นแอปเปิล ร่วงลง 4.4% หลังจากแอปเปิลเปิดเผยผลประกอบการไตรมาสที่สิ้นสุดวันที่ 30 ธ.ค. 2560 โดยระบุว่า รายได้เพิ่มขึ้น 13% เทียบรายปี สู่ระดับ 8.83 หมื่นล้านดอลลาร์ และกำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 16% เทียบรายปี สู่ระดับ 3.89 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม รายได้และกำไรของแอปเปิลยังต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

"ฝั่งยุโรป" ตลาดหุ้นยุโรปปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (2 ก.พ.) หลังจากดอยซ์แบงก์ ธนาคารรายใหญ่ของเยอรมนี เปิดเผยตัวเลขขาดทุนติดต่อกัน
เป็นปีที่ 3 ซึ่งส่งผลให้ดัชนีหุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวลงด้วย นอกจากนี้ การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐและประเทศยุโรป ยังเป็นอีก
ปัจจัยที่ฉุดตลาดหุ้นยุโรปปิดร่วงลงติดต่อกันเป็นวันที่ 5

ดัชนี Stoxx Europe 600 ร่วงลง 1.4% ปิดที่ 388.07 จุด ซึ่งเป็นการร่วงลงหนักสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2559
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 12,785.16 จุด ร่วงลง 218.74 จุด หรือ -1.68%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,364.98 จุด ลดลง 89.57 จุด หรือ -1.64%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,443.43 จุด ลดลง 46.96 จุด หรือ -0.63%

หุ้นดอยซ์แบงก์ ร่วงลง 6.2% หลังจากธนาคารเปิดเผยตัวเลขขาดทุนสุทธิในไตรมาส 4/2560 อยู่ที่ 2.18 พันล้านยูโร เนื่องจากรายได้โดยรวม
ปรับตัวลง 19% แตะระดับ 5.71 พันล้านยูโร ขณะที่ตัวเลขขาดทุนสุทธิตลอดปี 2560 อยู่ที่ 512 ล้านยูโร ซึ่งเป็นการขาดทุนติดต่อกันปีที่ 3 การร่วงลง
ของหุ้นดอยซ์แบงก์ ส่งผลให้ดัชนีหุ้นกลุ่มธนาคารที่คำนวณในดัชนี Stoxx Europe 600 ปรับตัวลง 1.1%

นอกจากนี้ ตลาดยังวิตกกังวลต่อการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร โดยเมื่อคืนนี้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐประเภทอายุ 30 ปี
พุ่งขึ้นเหนือระดับ 3% แตะที่ 3.074% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.ปีที่แล้ว ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษประเภท 10 ปี
ดีดตัวขึ้น 0.05% สู่ระดับ 1.571% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2560 และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีประเภทอายุ 10 ปี
ปรับตัวขึ้น 0.06% สู่ระดับ 0.705% ซึ่งใกล้เคียงกับระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 ปี

ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งขึ้นหลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนม.ค.พุ่งขึ้น 200,000 ตำแหน่ง มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 180,000 ตำแหน่ง หลังจากที่เพิ่มขึ้น 160,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. ขณะที่อัตราการว่างงานทรงตัว
ที่ระดับ 4.1% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 17 ปี

ส่วนตัวเลขรายได้ หรือค่าแรงต่อชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงานซึ่งเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณบ่งชี้
เงินเฟ้อนั้น เพิ่มขึ้น 9 เซนต์/ชั่วโมง หรือ 0.3% และเพิ่มขึ้น 2.9% เมื่อเทียบรายปี

หุ้นกลุ่มธุรกิจสร้างบ้านของอังกฤษร่วงลง หลังจากการสำรวจของ Markit/CIPS พบว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคก่อสร้างของสหราชอาณา
จักรปรับตัวลงสู่ระดับ 50.2 ในเดือนม.ค. และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังแตะระดับ 52.2 ในเดือนธ.ค.

ทั้งนี้ หุ้นบาร์แรตต์ เดเวลลอปเมนต์ส ร่วงลง 1.7% หุ้นเทย์เลอร์ วิมปีย์ ลดลง 1.7% และหุ้นเพอร์ซิมมอน ลดลง 0.5%

หุ้นแอสทราเซเนกา ซึ่งเป็นบริษัทเวชภัณฑ์รายใหญ่ ดีดตัวขึ้น 3.1% หลังจากราคาหุ้นร่วงลงในระหว่างวัน จากการรายงานผลกำไรก่อนหักภาษี
ของบริษัทซึ่งทรุดตัวลงถึง 81% ในไตรมาส 4/2560 อันเนื่องมาจากต้นทุนที่สูงขึ้น

Credit : สำนักข่าวอินโฟวเควสท์




Technical Analysis

SET Index TF Day: เมื่อวานศุกร์ที่ผ่านมา ในช่วงเช้าดัชนี SET Index ได้ทะยานขึ้นไปทดสอบระดับ 1840 จุด แต่ท้ายที่สุดก็ไม่สามารถปิดตัว
ยืนเหนือได้ เนื่องจากเผชิญกับแรงเทขายทำกำไรออกมา จึงทำให้ปิดแท่งเทียนไปแบบ Bearish Engulfing อีกทั้งการเคลื่อนไหวของแท่งเทียน
ที่อยู่ในกรอบ (1803 – 1848 จุด) มองเป็นรูปแบบ “Diamond” //หากดัชนีสามารถขึ้นไปทำ High ใหม่ได้ ก็จะกลายเป็นรูปแบบ Diamond
Formation as Continuation Pattern แต่ถ้าหากไม่สามารถทำ High ใหม่ และหลุด Low 1803 จุด ลงไป ก็จะกลายเป็นรูปแบบ Diamond Top
Reversal Pattern.

S50H18 TF Day: เมื่อวานศุกร์ที่ผ่านมา ในช่วงเช้าดัชนี ได้ทะยานขึ้นไปทดสอบระดับ 1190 จุด แต่ท้ายที่สุดก็ไม่สามารถปิดตัวยืนเหนือได้
เนื่องจากเผชิญกับแรงเทขายทำกำไรออกมา จึงทำให้ปิดแท่งเทียนไปแบบ Bearish Engulfing อีกทั้งการเคลื่อนไหวของแท่งเทียนที่อยู่ในกรอบ
(1171 – 1196 จุด) มองเป็นรูปแบบ “Diamond” //หากดัชนีสามารถขึ้นไปทำ High ใหม่ได้ ก็จะกลายเป็นรูปแบบ Diamond Formation as Continuation Pattern แต่ถ้าหากไม่สามารถทำ High ใหม่ และหลุด Low 1171 จุด ลงไป ก็จะกลายเป็นรูปแบบ Diamond Top Reversal Pattern.

S50H18 TF60 Min: ตลอดทั้งวันศุกร์ หรือ ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีเคลื่อนไหวแกว่งตัวในกรอบ (1171-1197 จุด) แม้จะมีสัญญาณ
Bearish Divergence ปกคลุมมาอย่างยาวนาน แต่ก็ไม่มีผลกระทบต่อดัชนี และแนวโน้มถัดจากนี้ มองว่า ดัชนีน่าจะเคลื่อนไหว Sideway
แกว่งตัวในกรอบนี้ไปสักระยะ เพื่อรอเลือกทาง หากดัชนีสามารถขึ้นไปยืนเหนือระดับ 1200 จุดได้ ก็จะเป็นการยืนยัน "Flag High and Tight"
เตรียมทะยานสู่ดวงดาวอันไกลโพ้น //หากดัชนีหลุดระดับ 1171 จุด ลงมา ก็จะยืนยันรูปแบบ "Rectangle Tops"  และมีการพักฐานเกิดขึ้นได้

Resistance 1188 1191 1196 1200 / 1830 1835 1840
Support 1185 1180 1177 1171 / 1822 1818 1811

*EOD End of day

ผิดพลาดประการใดโปรดชี้แนะ

สำหรับพี่ๆ น้องๆ ที่ เล่น Put,Call Option ครับ  ผมอาจจะไม่ ถนัดด้านนี้
แต่ ในกระทู้นี้ รับรองว่ามี จอมขมังเวทย์ Option เยอะครับ  เชิญแชร์ iDea เจ๋งๆ เด็ดๆ / หรือข้อสงสัย สอบถามกันตามสบายเลยครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่