.
เวลานี นอนบนเตียงอันอบอุ่นและคุ้นเคย สายตาจ้องมองนาฬิกาแขวนข้างผนัง ใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว แต่ทำไมสายัญยังไม่กลับมา ป่านนี้คงไปหลง ไฟ... แสง.. สี.. สวย... สาว... กับพรรคพวก ตามประสาในหยุดสุดสัปดาห์ ทิ้งให้ภรรยาเปล่าเปลี่ยวเดียวดาย อยู่กับอ้อมกอดของตัวเอง นี่ใช่ไหมนิยามของคำว่า ความรักและครอบครัว
ไม่ยุติธรรมเลยสักนิด
สายัญ ไม่เคยบอกว่า เขาไม่เคยเปะปะเถลไถลไปกับปัจจัยแทรกซ้อน ของระบบครอบครัว แต่เธอไม่เคยไว้ใจ แม่เคยสอนว่า ‘ตอนเล็กๆ ไม่เรียนหนังสือ โตขึ้นมาต้องขัดรองเท้า แม่ของเราให้จำเอาไว้ อย่าไว้ใจพวกสัตว์สองเท้า อย่าไว้ใจทาง อย่างวางใจสามี’ คำสอนง่ายๆ แต่กว่าจะรู้ซึ้งก็สายเกินไป
หลังจากสามปีผ่านไป สายัญ ไม่เคยผิดพลาดกับหน้าที่อันแสนยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ คือคำว่า ‘ผู้นำของครอบครัว’ แม้ว่าจะไม่แน่ใจว่าผู้นำแบบไหนกันแน่ แต่ที่แน่ๆ เขาเป็นผู้นำในการทำงานบ้าน ทำกับข้าว ล้างถ้วยล้างชาม...ใช่อีกแล้ว นั่นล่ะ..หน้าที่อันแสนยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติยังคงก้าวต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด พลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ มาพร้อมกับกองเสื้อผ้าอันยิ่งใหญ่รอวันซักรีด
ให้ตายเถอะ....พอคิดเรื่องนี้ทีไร น้ำตาของเวลานีไหลริน เพียงเวลาผ่านไปสามปี สามีเริ่มกลับบ้านช้า...เริ่มจากหนึ่งนาที...จนเป็นสามนาที....ให้ตายเถอะอีกครั้ง....สามนาทีอันแสนยาวนานทรมาน.. นรกชัดๆ.. สามีตัวร้ายเอาเวลาอันแสนมีค่าไปทำอะไร...กับใคร.. สามนาที...อะไรก็เกิดขึ้นได้ ตั้งแต่แอบพาสาวสวยในที่ทำงานไปทานข้าวด้วยกัน มองตากัน ไปไหนต่อไหน จนไม่อยากวาดมโนภาพ ความโหดร้ายของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า ‘มนุษย์สามี’ มันจะเกินไปแล้ว
“คุณคิดไปเอง เออเอง ทั้งนั้น” ผู้เป็นสามีตอบอย่างเกรงใจกึ่งชี้แจง เขาพยายามใช้ความสงบ สยบความเคลื่อนไหว ในขณะที่คู่ครองร่วมชีวิตใช้วิชา ‘ความเคลื่อนไหวสยบความอยู่นิ่ง’ พลังอำนาจในครอบครัวจะต้องเผด็จการไม่อ่อนข้อ ไม่มีคำว่าปรานี
“หลักฐานชัดเจน คุณยังกล้าเถียงอีกหรือคะ” เธอวางไพ่ใบสุดท้ายไม้ตายก้นหีบ “ดูภาพนี้สิคะ ฉันค้นได้ในกระเป๋ากางเกงในของคุณ มันจะมากเกินไปแล้วนะคะ มีที่ไหน ทำกระเป๋าลับไว้ในกางเกงใน”
“คุณบ้าไปแล้ว” สามัญจ้องหน้าภรรยาอย่างไม่เข้าใจ ก่อนแต่งงานเธอเป็นผู้หญิงแสนหวาน ฉลาด รอบรู้ ทั้งเรื่องชีวิต ความรัก โลกและจักรวาล ทำไมกลับกลายมาเป็น “แม่นางหึงหวงโหดไร้เงา หึงร้อยครั้ง ด่าร้อยครา” ไปได้ หญิงสาวในภาพเป็นเพียงเพื่อนร่วมงานเท่านั้น และเขาไม่เคยคิดว่าจะพามาเป็นเพื่อนร่วมเตียงร่วมชายคา
“ความลับไม่มีในโลกนะคะ”
“คุณคิดมากเกินไป วันหนึ่งคุณจะประสาทแด๊ก”
ผู้เป็นสามีคำราม แม้จะนึกสงสารเมื่อมองเห็นภรรยาตัวเองกลายเป็นคนเสียสติฟั่นเฟือน เพราะความคิดมาก คิดเอง เออเอง เชื่อเอง จริงจังเอง ทำเอง..โกรธเอง.. แค้นเอง..ไม่มีใครจะช่วยได้แม้ แต่จิตแพทย์มือหนึ่งก็ตาม ถ้าจะสั่นไหวความเชื่อของผู้หญิง การเคลื่อนย้ายภูผา ยังง่ายกว่า ยิ่งเป็นความเชื่อลมๆแล้งๆ ยิ่งทรงพลานุภาพระดับฟ้าสะท้านแผ่นดินสะเทือน
“คุณหลอกฉันได้ไม่เกินพรุ่งนี้ นะที่รัก”
เธอบอกพลางมองหน้าสามีด้วยสายตาของผู้ชนะ ยังก่อน..เธอยังมีเมตตากับสัตว์โลก ให้เวลาอีกฝ่ายคิดอีกหนึ่งคืน เพื่อจะได้สำนึกบาปของตัวเอง แล้วคลานมาสารภาพบาปอย่างเชื่องเชื่อ กับการอ้อนวอนขออภัยไร้เงื่อนไข พวกผู้ชายก็มักเป็นแบบนี้ พอจำนนด้วยหลักฐานก็ใช้ไม้ตาย สารภาพบาปขอโทษ แค่คิดก็ดูแย่แล้วกับสัตว์โลก
และนั่นคือการลงโทษบทแรก สามีไม่ได้รับอนุญาตให้นอนห้องเดียวกัน ไม่ว่าจะอ้างถึงการกลัวผี และฝันร้ายสยอดสยอง อย่างไรก็ตาม ไม่มีวันเสียล่ะจะใจอ่อนง่าย ๆ ผิดก็คือผิด... พวกผู้ชายก็ไม่ต่างจากสัตว์เพศผู้ วิ่งหาแต่ราคะจริตผิดที่ทาง ทำไมไม่พากันมุ่งสู่เส้นทางของรสพระธรรมโสดาบันก็ไม่รู้ เธอคิดในใจ แต่งงานกันเพียงสามปีกว่า แต่ข่าวคราวของสามีนอกใจกับมีมากกว่าสามแสนครั้ง ขนาดเดินออกไปปากซอย เขายังกล้าเงยหน้าไปสบตากับหญิงสาวที่ออกมายืนรับลมเย็นบริเวณหน้าต่างบนอาคารชุดชั้นที่สิบสาม คิดดูเองก็แล้วกัน เธอจำไม่เคยมีวันลืม วันที่สายัญไปซื้อส้มตำกับสาวส้มตำปากซอย สามีตัวดีถึงกับกล้ามองหน้าแม่ค้าคนงามเป็นเวลาตั้งสามวินาทีต่อหน้าต่อตา มันมากเกินเหลือจะทานทน
นี่ถ้าเธอไม่ไปด้วย มั่นใจได้เลยว่า เขาต้องทำสาวแม่ค้าส้มตำตั้งท้อง ก่อนหน้าจะตำส้มตำเสร็จเสียด้วยซ้ำ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าความไว้เนื้อเชื่อใจ มลายหายหมดสิ้น ต่อหน้าต่อตายังขนาดนี้ ลับหลังจะขนาดไหน ไหนจะมีสาวผัดไทย สาวก๋วยเตี๋ยว สาวขนมครก สาวขนมจีนน้ำยา อีกเป็นแถวนับไม่ถ้วน ขืนให้สามีเดินจ่ายตลาดมีหวังท้องไส้เลี้ยงไม่หวาดไม่ไหว
“พรุ่งนี้นะที่รัก....” เธอบอกย้ำอีกครั้ง ให้เวลาสำนึกบาป ด้วยความหวังสุดแสนว่าสามีจะคลานเข่าเข้ามาพร้อมน้ำตานองหน้า...ที่รัก ผมผิดไปแล้ว ผมจะไม่ซื้อส้มตำ ก๋วยเตี๋ยว อาหารตามสั่ง ผัดไทย อีกต่อไป.....
ใช่สิ....พรุ่งนี้ต้องเป็นเช่นนั้น เวลานียิ้มอำมหิตดุเดือดเลือดพล่าน..ไม่โหดไม่ใช่เมีย!
เวลาตีสี่กว่า เวลานีสะดุ้งตื่นเพราะฝันร้ายสุดสยอง ในฝันสามีตัวดีเดินผ่านหน้าหญิงสาวมากมายหลายหลาก เขาไม่ได้พูดไม่ได้คุย แต่นึกรู้ในใจว่าเขาแอบมองด้วยหางตาตามนิสัยผู้ชายเจ้าชู้ แม้กระทั่งความฝันเขายังกล้า... แบบนี้อยู่ด้วยกันต่อไปไม่ได้....เธอคำรามครืนในใจ ขณะลุกขึ้นมานั่งมองข้างเตียงว่างเปล่า ปราศจากร่องรอยของสามี
คงไปหาบรรดานังตัวดี.......
“ออกมาเสียดีๆ คุณอยู่ไหน” เสียงกรีดร้องกังวาน หลังจากนั้นไม่นาน ทุกอย่างรอบตัวมีผู้คนวิ่งไปมาสับสน และเสียงพูดจาฟังไม่ได้สรรพ
“ใจเย็นๆนะคะ” เสียงใสๆของนางพยาบาล ทำให้เวลานีสะดุ้ง ใจสั่นระรัว สายัญหายไปไหน เธอยังไม่ได้คิดบัญชีกับเขาเลย ป่านนี้คงไปเที่ยวระเริงกับสาวๆ มากมายหลายหน้า ความคิดบังเกิดความแค้นปะทุครืนทันที ไอ้พวกผู้ชายหลายใจ...สมควรส่งลงไปนรกให้หมด
หันไปมองผนังด้านข้าง มีกระจกบานใหญ่ เวลานีจ้องมองอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
เป็นภาพของหญิงชราวัยแปดสิบกว่า สีหน้าแววตาเต็มไปด้วยแบบหมกหมุ่นครุ่นแค้นและสับสนหวาดกลัว
“ใจเย็นๆ นะคะ” นางพยาบาลพยายามประคองร่างของหญิงชราในนอนลงบนเตียงตามเดิม เธอจำได้ว่าหญิงชราคนนี้เข้ามาอยู่ในสถาบันโรคทางจิตหลายสิบปีแล้ว แต่อาการไม่เคยดีขึ้นเลย จำไม่ได้แม้กระทั่งว่าเป็นคนยิงสามีตัวเองตายไปเมื่อหลายสิบปีก่อนเพราะความหึงหวง
เสียงสะอื้นแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของหญิงชรา ความทรงจำเฝ้าหลอกหลอนทุกวันทุกคืน นานเท่าไรแล้ว....กับการตื่นขึ้นมา เพื่อรับรู้ความทรงจำแสนขมขื่นรวดร้าว ราวกับเพิ่งเกิดมาวันวานนี้เอง ทรมานและสิ้นหวังกับความทรงจำน่ากลัวไร้ทางแก้
หลังจากเหตุการณ์เลวร้าย เวลาและความสุขหายไปอยู่ที่ไหนกัน...หรือมันจะกลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของฝันร้ายไม่มีที่สิ้นสุดยาวนานตลอดกาล

จบแล้วครับ
เวลาที่หายไป
เวลานี นอนบนเตียงอันอบอุ่นและคุ้นเคย สายตาจ้องมองนาฬิกาแขวนข้างผนัง ใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว แต่ทำไมสายัญยังไม่กลับมา ป่านนี้คงไปหลง ไฟ... แสง.. สี.. สวย... สาว... กับพรรคพวก ตามประสาในหยุดสุดสัปดาห์ ทิ้งให้ภรรยาเปล่าเปลี่ยวเดียวดาย อยู่กับอ้อมกอดของตัวเอง นี่ใช่ไหมนิยามของคำว่า ความรักและครอบครัว
ไม่ยุติธรรมเลยสักนิด
สายัญ ไม่เคยบอกว่า เขาไม่เคยเปะปะเถลไถลไปกับปัจจัยแทรกซ้อน ของระบบครอบครัว แต่เธอไม่เคยไว้ใจ แม่เคยสอนว่า ‘ตอนเล็กๆ ไม่เรียนหนังสือ โตขึ้นมาต้องขัดรองเท้า แม่ของเราให้จำเอาไว้ อย่าไว้ใจพวกสัตว์สองเท้า อย่าไว้ใจทาง อย่างวางใจสามี’ คำสอนง่ายๆ แต่กว่าจะรู้ซึ้งก็สายเกินไป
หลังจากสามปีผ่านไป สายัญ ไม่เคยผิดพลาดกับหน้าที่อันแสนยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ คือคำว่า ‘ผู้นำของครอบครัว’ แม้ว่าจะไม่แน่ใจว่าผู้นำแบบไหนกันแน่ แต่ที่แน่ๆ เขาเป็นผู้นำในการทำงานบ้าน ทำกับข้าว ล้างถ้วยล้างชาม...ใช่อีกแล้ว นั่นล่ะ..หน้าที่อันแสนยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติยังคงก้าวต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด พลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ มาพร้อมกับกองเสื้อผ้าอันยิ่งใหญ่รอวันซักรีด
ให้ตายเถอะ....พอคิดเรื่องนี้ทีไร น้ำตาของเวลานีไหลริน เพียงเวลาผ่านไปสามปี สามีเริ่มกลับบ้านช้า...เริ่มจากหนึ่งนาที...จนเป็นสามนาที....ให้ตายเถอะอีกครั้ง....สามนาทีอันแสนยาวนานทรมาน.. นรกชัดๆ.. สามีตัวร้ายเอาเวลาอันแสนมีค่าไปทำอะไร...กับใคร.. สามนาที...อะไรก็เกิดขึ้นได้ ตั้งแต่แอบพาสาวสวยในที่ทำงานไปทานข้าวด้วยกัน มองตากัน ไปไหนต่อไหน จนไม่อยากวาดมโนภาพ ความโหดร้ายของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า ‘มนุษย์สามี’ มันจะเกินไปแล้ว
“คุณคิดไปเอง เออเอง ทั้งนั้น” ผู้เป็นสามีตอบอย่างเกรงใจกึ่งชี้แจง เขาพยายามใช้ความสงบ สยบความเคลื่อนไหว ในขณะที่คู่ครองร่วมชีวิตใช้วิชา ‘ความเคลื่อนไหวสยบความอยู่นิ่ง’ พลังอำนาจในครอบครัวจะต้องเผด็จการไม่อ่อนข้อ ไม่มีคำว่าปรานี
“หลักฐานชัดเจน คุณยังกล้าเถียงอีกหรือคะ” เธอวางไพ่ใบสุดท้ายไม้ตายก้นหีบ “ดูภาพนี้สิคะ ฉันค้นได้ในกระเป๋ากางเกงในของคุณ มันจะมากเกินไปแล้วนะคะ มีที่ไหน ทำกระเป๋าลับไว้ในกางเกงใน”
“คุณบ้าไปแล้ว” สามัญจ้องหน้าภรรยาอย่างไม่เข้าใจ ก่อนแต่งงานเธอเป็นผู้หญิงแสนหวาน ฉลาด รอบรู้ ทั้งเรื่องชีวิต ความรัก โลกและจักรวาล ทำไมกลับกลายมาเป็น “แม่นางหึงหวงโหดไร้เงา หึงร้อยครั้ง ด่าร้อยครา” ไปได้ หญิงสาวในภาพเป็นเพียงเพื่อนร่วมงานเท่านั้น และเขาไม่เคยคิดว่าจะพามาเป็นเพื่อนร่วมเตียงร่วมชายคา
“ความลับไม่มีในโลกนะคะ”
“คุณคิดมากเกินไป วันหนึ่งคุณจะประสาทแด๊ก”
ผู้เป็นสามีคำราม แม้จะนึกสงสารเมื่อมองเห็นภรรยาตัวเองกลายเป็นคนเสียสติฟั่นเฟือน เพราะความคิดมาก คิดเอง เออเอง เชื่อเอง จริงจังเอง ทำเอง..โกรธเอง.. แค้นเอง..ไม่มีใครจะช่วยได้แม้ แต่จิตแพทย์มือหนึ่งก็ตาม ถ้าจะสั่นไหวความเชื่อของผู้หญิง การเคลื่อนย้ายภูผา ยังง่ายกว่า ยิ่งเป็นความเชื่อลมๆแล้งๆ ยิ่งทรงพลานุภาพระดับฟ้าสะท้านแผ่นดินสะเทือน
“คุณหลอกฉันได้ไม่เกินพรุ่งนี้ นะที่รัก”
เธอบอกพลางมองหน้าสามีด้วยสายตาของผู้ชนะ ยังก่อน..เธอยังมีเมตตากับสัตว์โลก ให้เวลาอีกฝ่ายคิดอีกหนึ่งคืน เพื่อจะได้สำนึกบาปของตัวเอง แล้วคลานมาสารภาพบาปอย่างเชื่องเชื่อ กับการอ้อนวอนขออภัยไร้เงื่อนไข พวกผู้ชายก็มักเป็นแบบนี้ พอจำนนด้วยหลักฐานก็ใช้ไม้ตาย สารภาพบาปขอโทษ แค่คิดก็ดูแย่แล้วกับสัตว์โลก
และนั่นคือการลงโทษบทแรก สามีไม่ได้รับอนุญาตให้นอนห้องเดียวกัน ไม่ว่าจะอ้างถึงการกลัวผี และฝันร้ายสยอดสยอง อย่างไรก็ตาม ไม่มีวันเสียล่ะจะใจอ่อนง่าย ๆ ผิดก็คือผิด... พวกผู้ชายก็ไม่ต่างจากสัตว์เพศผู้ วิ่งหาแต่ราคะจริตผิดที่ทาง ทำไมไม่พากันมุ่งสู่เส้นทางของรสพระธรรมโสดาบันก็ไม่รู้ เธอคิดในใจ แต่งงานกันเพียงสามปีกว่า แต่ข่าวคราวของสามีนอกใจกับมีมากกว่าสามแสนครั้ง ขนาดเดินออกไปปากซอย เขายังกล้าเงยหน้าไปสบตากับหญิงสาวที่ออกมายืนรับลมเย็นบริเวณหน้าต่างบนอาคารชุดชั้นที่สิบสาม คิดดูเองก็แล้วกัน เธอจำไม่เคยมีวันลืม วันที่สายัญไปซื้อส้มตำกับสาวส้มตำปากซอย สามีตัวดีถึงกับกล้ามองหน้าแม่ค้าคนงามเป็นเวลาตั้งสามวินาทีต่อหน้าต่อตา มันมากเกินเหลือจะทานทน
นี่ถ้าเธอไม่ไปด้วย มั่นใจได้เลยว่า เขาต้องทำสาวแม่ค้าส้มตำตั้งท้อง ก่อนหน้าจะตำส้มตำเสร็จเสียด้วยซ้ำ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าความไว้เนื้อเชื่อใจ มลายหายหมดสิ้น ต่อหน้าต่อตายังขนาดนี้ ลับหลังจะขนาดไหน ไหนจะมีสาวผัดไทย สาวก๋วยเตี๋ยว สาวขนมครก สาวขนมจีนน้ำยา อีกเป็นแถวนับไม่ถ้วน ขืนให้สามีเดินจ่ายตลาดมีหวังท้องไส้เลี้ยงไม่หวาดไม่ไหว
“พรุ่งนี้นะที่รัก....” เธอบอกย้ำอีกครั้ง ให้เวลาสำนึกบาป ด้วยความหวังสุดแสนว่าสามีจะคลานเข่าเข้ามาพร้อมน้ำตานองหน้า...ที่รัก ผมผิดไปแล้ว ผมจะไม่ซื้อส้มตำ ก๋วยเตี๋ยว อาหารตามสั่ง ผัดไทย อีกต่อไป.....
ใช่สิ....พรุ่งนี้ต้องเป็นเช่นนั้น เวลานียิ้มอำมหิตดุเดือดเลือดพล่าน..ไม่โหดไม่ใช่เมีย!
เวลาตีสี่กว่า เวลานีสะดุ้งตื่นเพราะฝันร้ายสุดสยอง ในฝันสามีตัวดีเดินผ่านหน้าหญิงสาวมากมายหลายหลาก เขาไม่ได้พูดไม่ได้คุย แต่นึกรู้ในใจว่าเขาแอบมองด้วยหางตาตามนิสัยผู้ชายเจ้าชู้ แม้กระทั่งความฝันเขายังกล้า... แบบนี้อยู่ด้วยกันต่อไปไม่ได้....เธอคำรามครืนในใจ ขณะลุกขึ้นมานั่งมองข้างเตียงว่างเปล่า ปราศจากร่องรอยของสามี
คงไปหาบรรดานังตัวดี.......
“ออกมาเสียดีๆ คุณอยู่ไหน” เสียงกรีดร้องกังวาน หลังจากนั้นไม่นาน ทุกอย่างรอบตัวมีผู้คนวิ่งไปมาสับสน และเสียงพูดจาฟังไม่ได้สรรพ
“ใจเย็นๆนะคะ” เสียงใสๆของนางพยาบาล ทำให้เวลานีสะดุ้ง ใจสั่นระรัว สายัญหายไปไหน เธอยังไม่ได้คิดบัญชีกับเขาเลย ป่านนี้คงไปเที่ยวระเริงกับสาวๆ มากมายหลายหน้า ความคิดบังเกิดความแค้นปะทุครืนทันที ไอ้พวกผู้ชายหลายใจ...สมควรส่งลงไปนรกให้หมด
หันไปมองผนังด้านข้าง มีกระจกบานใหญ่ เวลานีจ้องมองอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
เป็นภาพของหญิงชราวัยแปดสิบกว่า สีหน้าแววตาเต็มไปด้วยแบบหมกหมุ่นครุ่นแค้นและสับสนหวาดกลัว
“ใจเย็นๆ นะคะ” นางพยาบาลพยายามประคองร่างของหญิงชราในนอนลงบนเตียงตามเดิม เธอจำได้ว่าหญิงชราคนนี้เข้ามาอยู่ในสถาบันโรคทางจิตหลายสิบปีแล้ว แต่อาการไม่เคยดีขึ้นเลย จำไม่ได้แม้กระทั่งว่าเป็นคนยิงสามีตัวเองตายไปเมื่อหลายสิบปีก่อนเพราะความหึงหวง
เสียงสะอื้นแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของหญิงชรา ความทรงจำเฝ้าหลอกหลอนทุกวันทุกคืน นานเท่าไรแล้ว....กับการตื่นขึ้นมา เพื่อรับรู้ความทรงจำแสนขมขื่นรวดร้าว ราวกับเพิ่งเกิดมาวันวานนี้เอง ทรมานและสิ้นหวังกับความทรงจำน่ากลัวไร้ทางแก้
หลังจากเหตุการณ์เลวร้าย เวลาและความสุขหายไปอยู่ที่ไหนกัน...หรือมันจะกลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของฝันร้ายไม่มีที่สิ้นสุดยาวนานตลอดกาล
จบแล้วครับ