เที่ยว ตปท. ให้อุ่นใจ มารู้จักประกันภัยการเดินทางกันเถอะ


ใกล้ช่วงเทศกาลท่องเที่ยวกันเข้ามาแล้ว หลายคนคงเริ่มมีแผนการท่องเที่ยวขึ้นมาในใจกันไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวในประเทศ หรือ ต่างประเทศ หากเป็นการท่องเที่ยวในประเทศ การวางแผนคงทำได้ง่ายไม่ลำบากมากนัก แต่ในส่วนของการท่องเที่ยวต่างประเทศ หลายคงคงมีการเตรียมการอย่างดี เนื่องจากเป็นที่ๆไม่คุ้นเคย หรือหากผิดแผนอาจจะทำให้การท่องเที่ยวนั้นไม่สนุกทั้งทริปไปเลยก็ได้

แต่จนแล้วจนรอดเชื่อว่าต่อให้วางต่อให้วางแผนมาอย่างดี ก็อาจจะมีเรื่องมาให้ตื่นเต้นกันได้ตลอดเวลา เช่น สภาพอากาศไม่ดี ทำให้เครื่องบินมีการดีเลย์ กระเป๋าล่าช้า หรือชำรุดก็มีให้เห็นบ่อย ไม่นับการเจ็บป่วยจากสภาพอากาศ ซึ่งใครโชคดีก็อาจจะแก้ไขได้เช่น มีการดีเลย์แค่ 1-2 ช.ม. หรือแค่เป็นไข้หวัดกินยา 1-2 วันก็หาย แต่ถ้าโชคร้ายเครื่องบินดีเลย์ข้ามวัน หรือ มีอาการป่วยจนต้องเข้า ร.พ. นอกจากจะต้องเปลี่ยนแผนแล้ว ค่าใช้จ่ายที่ตามมา ก็อาจจะทำให้หมดสนุกกันได้เลยทีเดียว

K-Expert จึงอยากแนะนำประกันภัยการเดินทางต่างประเทศที่จะช่วยบรรเทาจากปัญหาเหล่านี้ได้ หากให้อธิบายง่ายๆ ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ ก็คือ ประกันที่ทำขึ้นมาเพื่อคุ้มครองคนที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยวในต่างประเทศ โดยที่เพิ่มความคุ้มครองไม่ใช่เฉพาะอุบัติเหตุ หรือ เสียชีวิตเท่านั้น แต่จะรวมถึงค่ารักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วยที่เกิดในต่างประเทศ ทรัพย์สินส่วนตัวสูญหาย การเลื่อนหรือการบอกเลิกการเดินทาง การล่าช้าของกระเป๋าเดินทาง อีกทั้งยังรวมถึง การพลาดการต่อเที่ยวบิน และอื่นๆ อีกมากขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัทผู้รับประกัน

ค่าเบี้ยของประกันภัยเดินทางขึ้นอยู่กับ ประเทศ และระยะเวลาในการเดินทาง ยกตัวอย่างประกันภัยการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 1.5 ล้านบาท ระยะเวลาเดินทาง 1-4 วัน เบี้ยประกันจะอยู่ที่ประมาณ 360 บาท ถ้าเทียบกับค่าเบี้ยที่เสียแล้ว ถือว่าความคุ้มครองที่ได้ค่อนข้างคุ้มค่า

หลักที่สำคัญในการเลือกประกันเดินทางประกอบไปด้วย 3 ส่วนด้วยกันคือ

1. ความถี่ในการเที่ยวของเรา เพราะ ประกันการเดินทางมีให้เลือกทั้งแบบ ครั้งเดียว (Single Trip) หรือแบบรายปี (Annual Plan) แบบรายปีนั้นเหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางเป็นประจำในแต่ละปี ทั้งนี้แผนจะมีอายุ 365 วัน และไม่จำกัดจำนวนครั้งการเดินทาง หากแต่ระยะเวลาคุ้มครองในแต่ละครั้งขึ้นอยู่กับบริษัทประกันภัยกำหนดไว้ ในแผนประกันภัย เช่น 60 หรือ 180 วันในแต่ละเที่ยว

2. คุ้มครองครอบคลุมเรื่องใดบ้าง โดยเปรียบเทียบเบี้ยประกันของแต่ละแห่งควบคู่กัน เพราะ แต่ละบริษัทก็มีความคุ้มครองที่ไม่เหมือนกัน วงเงินที่คุ้มครองก็มีให้เลือกแตกต่างกัน เช่น การเสียชีวิต การสูญเสียอวัยวะ การรักษาพยาบาลในต่างประเทศ การสูญเสีย หรือความเสียหายของกระเป๋าเดินทาง หรือทรัพย์สินส่วนตัว การเคลื่อนย้ายเพื่อการรักษาพยาบาลฉุกเฉิน หรือการเคลื่อนย้ายกลับประเทศภูมิลำเนา เป็นต้น

3. การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นหากเราป่วยในต่างประเทศ เราสามารถเบิกจ่ายในต่างประเทศได้เลยหรือไม่ หรือ ต้องสำรองจ่ายล่วงหน้า และนำหลักฐานการชำระเงินกลับมาเบิกจ่ายจากบริษัทประกันภัยในประเทศ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัท (ใบรับรองแพทย์ ส่วนใหญ่จะรับเฉพาะที่เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น หากเราได้รับเป็นภาษาอื่นๆ เราจำเป็นต้องแปลงเป็นภาษาอังกฤษโดยอาจจะขอจากทาง รพ.ผู้ออกเบื้องต้น)

แต่ที่สำคัญเลยก็คือต้องศึกษาและทำความเข้าใจกับเงื่อนไขให้ดี เช่น ความคุ้มครองเอกสารการเดินทาง ที่ไม่คุ้มครองกรณีหลงลืม ทำหายโดยไม่รู้ตัว หรือ การชดเชยความล่าช้าในการเดินทางที่จะชดเชยจากการเดินทางที่ถูกเลื่อนออกไปมากกว่ากี่ ช.ม. นั้นก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัท ส่วนสำหรับใครที่มีแผนที่จะท่องเที่ยวประเทศกลุ่มเสี่ยงเช่น เกาหลีเหนือ คิวบา ซีเรีย ฯลฯ ต้องไปเช็กกันดีๆ ก่อน เพราะบริษัทผู้ให้ประกันภัยอาจจะไม่รับทำประกันได้น้า  

ทั้งนี้การตัดสินใจซื้อก็คงขึ้นอยู่กับลักษณะของการท่องเที่ยวของแต่ละคนว่ามีความเสี่ยงกันแค่ไหน หรือต้องไปในกลุ่มประเทศที่จำเป็นต้องมีประกันการเดินทางต่างประเทศ เพื่อใช้ในการยื่นเพื่อขอวีซ่าหรือไม่ เช่นการขอขอวีซ่า เชงเก้น (Shengen) สำหรับกลุ่มประเทศในโซนยุโรป

โดยปัจจุบันแต่ละบริษัทก็มีช่องทางเพื่ออำนวยความสะดวกในการสมัครหลากหลายไม่ว่าจะเป็นทางโทรศัพท์ หรือผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือ เช่น หากต้องการศึกษาข้อมูล หรือสนใจสมัครประกันเดินทางของธนาคารกสิกรไทยก็สามารถเข้าไปได้ที่แอพพลิเคชั่น K PLUS ในหมวดของบริการอื่น ได้ครับ

สำหรับใครที่เคยเจอเหตุการณ์แย่ๆ ในการเดินทางก็มาร่วมแบ่งปันกันได้เลยนะครับ อย่างผมไปเที่ยวญี่ปุ่น 11 วันเจอฝน 10 วัน หลังจากนั้นสภาพอากาศสดใสยาวเป็นเดือน T_T แกล้งกันชัดๆ ต้องเที่ยวแบบก้มหน้าทัวร์เกือบตลอดทริป

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่