🤦‍🔇~มาลาริน~เปิดพฤติการณ์'ยิ่งลักษณ์'ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน..ศาลยกคำร้องเพิกถอนคำสั่งชดใช้ค่าเสียหายจำนำข้าว !!เวรกรรม



30 ม.ค.61 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม  โพสต์ข้อในในแฟนเพจเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom สรุปสาระในคำนำวินิจฉัยศาลปกครองที่ยกคำร้องคำขอทุเลาการบังคับคำสั่งทางปกครอง ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  ต่อการปล่อยปละละเลย ให้เกิดการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว และนำไปสู่ความเสียหายที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องชดใช้ 3.5 หมื่น เพราะมีพฤติการณ์ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน

    เจ้าพนักงานบังคับคดี ได้ดำเนินการยึดทรัพย์ นางสาวยิ่งลักษณ์ทั้งสิ้น
    1.บัญชีเงินฝากรวม 16 บัญชี
    2. อายัดเงินส่วนแบ่งทรัพย์สินในคดีล้มละลาย ของศาลล้มละลายกลาง
    3. ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และห้องชุด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ จำนวน 37 รายการ โดยมีราคาประเมินรวมทั้งสิ้น 176,258,934.50 บาท

    มีข้อเท็จจริงว่า ในส่วนของบัญชีเงินฝากที่กรมบังคับคดี ได้ทำการอายัดไว้มีทั้งหมด 16 บัญชี กรมบังคับคดีได้ชี้แจงต่อศาลว่า ตามบัญชีแสดงรายการทรัพย์และหนี้สินของนางสาวยิ่งลักษณ์ ที่ยื่นต่อคณะกรรมการป.ป.ช. เมื่อพ้นจากตำแหน่งครบ 1 ปี มีจำนวนเงินรวม 24,908,420.28 บาท เปรียบเทียบกับการอายัดเงินฝากในธนาคารของกรมบังคับคดี 16 บัญชี มีจำนวน 1,969,884.31 บาท ลดลงจากเดิมจำนวน 22,938,535.97 บาท หรือคิดเป็น ร้อยละ 92.09

    ซึ่งเงินที่หายไปจำนวนมากเช่นนี้ เมื่อมีการชี้แจงข้อมูลต่อศาล ศาลได้แจ้งข้อมูลดังกล่าวแก่นางสาวยิ่งลักษณ์ แต่นางสาวยิ่งลักษณ์ไม่ได้ชี้แจงหรือโต้แย้งใดๆ ศาลปกครองได้ลงความเห็นว่า กรณีจึงน่าเชื่อได้ว่า นางสาวยิ่งลักษณ์มีพฤติการณ์ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินดังกล่าวจริง

    การยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินของนางสาวยิ่งลักษณ์ จึงเป็นหนึ่งในเหตุที่ ศาลปกครองยกคำร้อง การขอทุเลาการบังคับคำสั่งทางปกครอง

    ตารางเวลาที่น่าสนใจในคดียึดทรัพย์นางสาวยิ่งลักษณ์

    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 ออกคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 1351/2559 ให้นางสาวยิ่งลักษณ์รับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เฉพาะในส่วนของตนเองร้อยละ 20 เป็นเงิน 35,717 ล้านบาท

    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 กระทรวงการคลังมีหนีงสือ ด่วนที่สุดที่ กค.0201/ล 2560 แจ้งให้นางสาวยิ่งลักษณ์ทราบ

    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 นางสาวยิ่งลักษณ์ทำหนังสือโต้แย้งความไม่ชอบของคำสั่งดังกล่าว
นางสาวยิ่งลักษณ์มีหนังสือ 29 ธค.2559 ขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับคดีมาพร้อมคำฟ้อง ขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับคดีตามคำสั่งก.การคลังลงวันที่ 13 ตุลาคม 2559 (ศาลมีคำสั่ง 10 เมษายน 2560 ยกคำขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครอง)

    วันที่ 4 มกราคม 2560 มีหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุดที่ กค 0206/44 แจ้งเตือนนางสาวยิ่งลักษณ์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนภายใน 15 วัน โดยนางสาวยิ่งลักษณ์ได้รับหนังสือวันที่ 7 มกราคม 2560 และครบกำหนดตามเวลาที่กำหนด

    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 กระทรวงการคลังได้ยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี ขอให้อายัดบัญชีเงินฝากของนางาวยิ่งลักษณ์ 16 บัญชีและได้ดำเนินการในวันเดียวกัน

    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยื่นหนังสือถึงเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เพื่อขออายัดเงินส่วนแบ่งทรัพย์สินในคดีล้มละลายของศาลล้มละลายกลาง คดีหมายเลขดำที่ ล.13430/2552
นางสาวยิ่งลักษณ์มีหนังสือ 19 กรกฎาคม 2560 ขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งก.การคลังลงวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ไว้เป็นการชั่วคราวก่อนการพิพากษา

    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการยึดทรัพย์ของนางสาวยิ่งลักษณ์รวม 37 รายการ ตามคำขอของกระทรวงการคลัง โดยมีราคาประเมินรวมทั้งสิ้น 176,258,934.50 บาท

ประกอบด้วย
    1.ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 4 รายการ
    2.ที่ดินว่างเปล่า 3 รายการ
    3.ห้องชุด 30 รายการ

    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 กรมบังคับคดีได้มีหนังสือด่วนที่สุดที่ ยธ0501/5823 ถึงกระทรวงการคลังว่านางสาวยิ่งลักษณ์มีพฤติการณ์ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินไปแล้ว

    โดยในส่วนของข้อมูลบัญชีเงินฝาก ทั้ง 16 บัญชี ตามบัญชีแสดงรายการทรัพย์และหนี้สินของนางสาวยิ่งลักษณ์ ที่ยื่นต่อคณะกรรมการป.ป.ช. เมื่อพ้นจากตำแหน่งครบ 1 ปี มีจำนวนเงินรวม 24,908,420.28 บาท เปรียบเทียบกับการอายัดเงินฝากในธนาคารของกรมบังคับคดี 16 บัญชี มีจำนวน 1,969,884.31 บาท ลดลงจากเดิมจำนวน 22,938,535.97 บาท หรือคิดเป็น ร้อยละ 92.09

    เมื่อมีการชี้แจงข้อมูลต่อศาล ศาลได้แจ้งข้อมูลดังกล่าวแก่นางสาวยิ่งลักษณ์ แต่นางสาวยิ่งลักษณ์ไม่ได้ชี้แจงหรือโต้แย้งใดๆ

    วันที่ 26 มกราคม 2561 ศาลปกครองยกคำร้อง การขอทุเลาการบังคับคำสั่งทางปกครอง

http://www.thaipost.net/main/detail/2061

‘ปู’แห้ว!ศาลยกคำร้องขอเพิกถอนคำสั่งชดใช้ค่าเสียหายจำนำข้าว3.5หมื่นล.

ศาลปกครองยกคำร้อง‘ยิ่งลักษณ์’ขอเพิกถอนคำสั่งชดใช้ค่าเสียหายจำนำข้าว 3.5 หมื่นล้านบาท หลังยื่นครั้งที่ 2

29 ม.ค.61 ที่ศาลปกครองกลาง ถนนเเจ้งวัฒนะ ศาลปกครองกลางมีคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา (ครั้งที่ 2) ในคดีหมายเลขดำที่ 1996/2559 ระหว่าง น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร ผู้ฟ้องคดี กับ นายกรัฐมนตรี , รมว.คลัง, รมช.คลัง, ปลัดกระทรวงคลัง รวม 4 คน

คดีนี้ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า คำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่ที่เรียกให้ผู้ฟ้องคดีชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ทางราชการ กรณีมีการกล่าวหาว่าผู้ฟ้องคดีในฐานะนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ กระทำโดยจงใจปล่อยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว และทำให้ทางราชการเสียหายเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว ผู้ฟ้องคดีได้มีคำขอวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาอีกครั้ง โดยขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งพิพาทไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุดนั้น

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่ศาลจะมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งพิพาทในระหว่างพิจารณาคดีได้นั้น ต้องมีเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนดไว้ 3 ประการ เกิดขึ้นครบถ้วน กล่าวคือ (1) คำสั่งพิพาทน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย (2) การให้คำสั่งพิพาทมีผลใช้บังคับต่อไปจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงที่ยากแก่การแก้ไขเยียวยาในภายหลัง (3) การทุเลาการบังคับตามคำสั่งพิพาทไม่เป็นอุปสรรคแก่การบริหารงานของรัฐหรือแก่บริการสาธารณะ

เมื่อพิจารณาจากคำขอของผู้ฟ้องคดี ซึ่งได้ยื่นคำขอเป็นครั้งที่ 2 และข้อเท็จจริงจากการชี้แจงของคู่กรณี รวมถึงกรมบังคับคดีแล้ว เห็นว่าแม้ผู้ฟ้องคดีจะอ้างเหตุของความไม่ชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งเรียกให้ผู้ฟ้องคดีชดใช้เงินหลายประการ และผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่ได้ดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้ฟ้องคดีบ้างไปแล้วก็ตาม แต่ในเมื่อการที่จะวินิจฉัยว่า คำสั่งพิพาทจะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นประเด็นในเนื้อหาของคดีที่ศาลจะต้องแสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อพิจารณาพิพากษาคดีต่อไป

ในชั้นนี้จึงยังไม่อาจรับฟังได้ว่า คำสั่งพิพาทน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงเห็นว่าเงื่อนไขที่ขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งพิพาทเกิดขึ้นไม่ครบถ้วน  ศาลจึงไม่มีอำนาจสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งที่เรียกให้ผู้ฟ้องคดีชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ไว้เป็นการชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาคดี     ศาลจึงมีคำสั่งยกคำขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองของผู้ฟ้องคดี

ก่อนหน้านี้วันที่ 10 เม.ย. 2560 ศาลปกครองเคยยกคำร้อง ขอทุเลาการบังคับคดีไปเเล้วครั้งหนึ่ง เนื่องจากครั้งนั้น เห็นว่าหลังจากผู้ถูกฟ้องคดีออกคำสั่งเรียกให้ผู้ฟ้องคดีชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ผู้ถูกฟ้องคดีมีหนังสือแจ้งเตือนให้ผู้ฟ้องคดีชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้เสร็จสิ้นภายใน 15 วัน เเต่นอกจากหนังสือแจ้งเตือนดังกล่าวแล้ว ผู้ถูกฟ้องคดียังไม่มีการใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้ฟ้องคดีและขายทอดตลาดเพื่อชำระค่าสินไหมทดแทนแต่อย่างใด

จึงเห็นว่าเงื่อนไขตามข้ออ้างของผู้ฟ้องคดีในคำขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งพิพาทยังไม่มีน้ำหนักพอที่จะรับฟังได้ กรณีจึงไม่เข้าเงื่อนไขที่ศาลจะมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่ง ศาลจึงมีคำสั่งยกคำขอวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาของผู้ฟ้องคดีในครั้งแรก

http://www.naewna.com/politic/317217

ในทางพระพุทธศาสนานั้น ได้บอกไว้เป็นสัจธรรมมา  2560 ปีแล้วว่า...

“สัตว์โลกนั้นย่อมเป็นไปตามกรรม”  กรรมก็คือการกระทำนั่นเองค่ะ

ผลที่เกิดขึ้นในโลกนี้ ล้วนมาจาก “กรรม” ทั้งสิ้น

กรรมที่กำลังส่งผลนั้นเป็นเรื่องของการกระทำในชาติปัจจุบัน

ทำชาตินี้อย่างใดก็จะได้ในชาตินี้แบบทันตาเห็น

และไม่มีเรื่องของชาติหน้าหรือชาติเก่าชาติไหนๆ ทั้งสิ้น

ทำดีก็ต้องได้ดี ทำชั่วก็ต้องได้รับผลชั่วตามนั้นเป็นกฎธรรมชาติ เป็นเรื่องที่ไม่มีใครเก่งเกินกรรมค่ะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่