สวัสดีค่ะพี่น้องชาวพันทิปทุ๊กกกกกกท่าน วันนี้มีเรื่องมาเล่าสู่กันฟัง โดยเฉพาะสาวๆที่กำลังวิ่งตามความรัก ถ้าวันนึงความรักมันผ่านมาทักทาย จงอย่าเผลอใจไปกับมันมากมาย เราไม่อาจรู้ได้เลยว่ามันจะจริงหรือหลอก และสำหรับหนุ่มๆ หากมีใครให้ความรู้สึกดีๆกับคุณ จงอย่าหลอกลวงกันเลย คนถูกหลอก มันเจ็บ และรู้สึกไร้ค่าเหลือเกิน เราจะเขียนกระทู้นี้ไว้เตือนสติตัวเอง เพื่อวันหลังจะได้ไม่โง่ซ้ำอีก
รายละเอียดเกี่ยวกับตัวเราคือ ชะนีอายุ30+ หน้าที่การงานมั่นคง มีบ้านอยู่ มีรถขับ ผิดหวังกับความรักมา ก็เลยปิดกั้นตัวเองมาหลายปี จนวันนึง รู้สึกว่าจริงๆแล้วชั้นก็เหงานี่ ชั้นก้ต้องการคนมาเดินเคียงข้างกันนี่ จึงเป็นที่มาของการลองเล่นแอพหาคู่แอพหนึ่ง
(จุดเริ่มต้นของหายนะ )
หลังจากสร้างโปรไฟล์ไว้นานแล้ว วันนึงจึงเข้าไปส่อง เจอโปรไฟล์ผู้ชายคนนึง หน้าตาธรรมดากับชุดเสื้อยืดในวันบายๆ แต่รอยยิ้มดูอบอุ่นมาก จึงทักไป และเค้าก็ทักตอบกลับมาการสนทนาเป็นไปด้วยดี เราเริ่มสนใจในตัวเค้า จึงเข้าไปดูรายละเอียดในโปรฟล์เค้าเพิ่มเติม จึงรู้ว่าเค้าเป็นทหารหน่วยหนึ่งในสัตหีบ และอายุน้อยกว่าเรา ถึง 3 ปี ส่วนตัวเราแล้ว ไม่ชอบคนในเครื่องแบบเลย มีความคิดปักใจเสมอว่า คนเหล่านี้มีผู้หญิงเข้าหาเยอะอยู่แล้ว มีความเสี่ยงมากที่เค้าจะนอกใจ และด้วยอายุเค้าที่น้อยกว่าเราหลายปี ทำให้เราเริ่มเกริ่นกะเค้าที่จะถอนตัวไม่คุยต่อ
( ความไม่พร้อมของร่างกายไม่ใช่ อุปสรรคของความเจ้าชู้ )
แต่เค้าได้เล่าถึงปมด้อยตนเองให้เราฟังว่า ประสบอุบัติเหตุระหว่างปฏิบัติหน้าที่ แขนข้างหนึ่งได้รับบาดเจ็บรุนแรง จนทำให้เค้าแขบลีบ และเค้าไม่กล้าที่จะเจอใคร จนเป็นคนเก็บตัว ชะนีผู้โอบอ้อมอารีอย่างเรา ก็เห็นใจสิ ว่าเราไม่ควรเดินจากเค้าไปแบบนี้ เพราะสำหรับเราต่อให้เค้าไม่มีแขน เราก้พร้อมจะเดินไปกับเข้า พร้อมจะกอดเค้าด้วยอ้อมแขนถึกๆของเรา เราจึงสานสัมพันธ์ต่อ
( อ้างภาระกิจ ขาดการติดต่อ )
วันหนึ่งเราและเพื่อนๆที่อ๊อฟฟิส นัดกันว่าจะไปพักผ่อนกันที่บ้านพักริมทะเล แถวสัตหีบ เราจึงเห็นเป็นโอกาสที่เรา และเค้าจะได้เจอกัน และปลอดภัยต่อเราที่มีเพื่อนๆอยู่ด้วย จึงนัดเค้ามาเจอ เรานัดกันว่าจะแวะเข้าไปรับเค้า และไปบ้านเพื่อนด้วยกัน เวลานัดคือเที่ยง เช้าวันนั้นมีเหตุให้เราต้องออกจากบ้านก่อนเวลาและจะถึงสถานที่นัดหมายก่อนเวลา 1 ชั่วโมง
เราจีงไลน์บอกเค้าล่วงหน้า 2 ชั่วโมง แต่เค้าไม่อ่าน เราก็รอจนเกินเวลาที่นัดกัน เค้าก็ไม่อ่านไลน์เช่นเดิม เราจึงทิ้งไลน์ไว้ว่า
ไม่เป็นไร ขอให้เค้าโชคดี เพราะคิดว่าเค้าไม่สะดวกใจที่จะมาเจอกัน
แต่ทันใดนั้นเค้าก้โทรมา เค้าขอโทษและอ้างภาระกิจดูแลบุคคลสำคัญ ซึ่งเราก็ไม่โกรธ เพราะเข้าใจในความเป็นหน้าที่ เค้าพาไปขับรถดูที่ทำงานของเค้า และพาไปดูสถานที่ ที่จะใช้ต้อนรับบุคลสำคัญ และถ้าคืนนี้บุคคลสำคัญนั้นมา เค้า จะต้องมาอยู่จุดนี้ แล้วเราสองคนก็ไปบ้านเพื่อนของเรา เพื่อจะขนของไปบ้านพักริมทะเล พอเราไปถึงบ้านเพื่อนสักครู่ เค้าอ้างว่ามีภาระกิจด่วน ต้องเข้าที่ทำงานตอนนี้ และขอเอารถเราไป แล้วจะรีบกลับมา เรายินดีให้ไป แม้ว่านี่ คือการเจอหน้ากันของคนจากโลกออนไลน์ครั้งแรกก็ตาม (โง่ไปอีก) เค้าไลน์หาเราเป็นระยะ อ้างประชุมเตรียมภาระกิจบ้าง เราก็ไม่เซ้าซี้ อยู่กับเพื่อนของเราไป จนเริ่มค่ำ เค้าไม่เริ่มติดต่อยาก โทรไม่รับ ไลน์ไม่อ่าน สาบานว่า เราไม่เคยคิดในแง่ร้ายเลยแม้แต่น้อยว่าเค้าจะเอารถเราไปทำอะไรไม่ดี เราเชื่อสนิทใจมากว่านั่นคือ ภาระกิจของเค้าจริงๆ และอาจไม่สะดวกติดต่อเรา
จนเช้าเค้าติดต่อมาและเข้ามาหาเราที่บ้านพัก พร้อมกับแวะซื้อข้าวเข้ามากินด้วย พลางบ่นว่าเหนื่อยและหิว เรานั่งมองเค้ากินข้าว อย่างเห็นใจ กลับรู้สึกผิดมากที่เมื่อคืน เราไลน์ไปกวนใจเค้า หลังเค้ากินข้าวเสร็จ เราได้คุยกันไม่กี่คำ เค้าหาว เราสงสารจับใจ จึงให้เค้าขึ้นไปนอนพัก ส่วนเราเพลียมากเช่นกันที่อดนอนรอเค้าทั้งคืน เพราะคิดว่าเดี๋ยวเค้าก้มา กลัวเค้าจะหาบ้านพักไม่เจอ รอโทรศัพท์เค้า จนหลับคาโทรศัพท์ไป เค้าขึ้นไปนอนพักบนห้องเรา ส่วนเราหามุมนอนชั้นล่างที่เป็นโถงใหญ่ แต่เนื่องด้วยพี่ที่ไปด้วยกันแกกรนดังมาก และเราอยากหลับมากๆ จึงขึ้นไปนอนกับเค้า เรานอนกันฟูกคนละอันและเปิดประตูไว้ เพื่อไม่ให้เพื่อนๆเราลุ้นกันมากเกินไป เค้านอนหันหลังให้เรา เราหลับไปไม่นาน เค้าตื่นก่อน เมื่อหันมาเห็นเรา เค้ารีบลุกขึ้นและเรียกให้เราตื่น ส่วนตัวเค้าลงจากห้องไปทันที
( รถของชั้นไม่เหมือนเดิม )
หลังจากเก็บของ เพื่อเตรียมตัวกลับ เรายกกระเป๋ามาที่รถ และพบว่ากล้องหน้ารถ ถูกถอดปลั๊ก ยอมรับว่าตอนนั้นได้ยินเสียงแว่วขึ้นมาในหัวทันทีว่า “โถ่ อิโง่เอ้ยยย” เราโกรธเพราะรู้สึกได้ของความไม่ชอบมาพากล และเริ่มสังเกตุส่วนอื่นๆ เบาะคนนั่งข้างถูกปรับ ที่วางเท้า มีร่องรอยเศษดินแสดงว่าที่ตรงนี้มีคนนั่ง ที่วางขวดน้ำ ซึ่งเดิมเราวางขวดน้ำหอมไว้ น้ำหอมถูกย้ายออกไป แสดงว่ามีคนที่ใช้รถเราต้องการที่วางขวดน้ำ2ขวด น้ำมันรถเราจากเดิมเกินครึ่งถังตอนนี้ ไฟเตือนว่าเหลือน้อย เราเริ่มถามเค้าทันที เค้าตอบเราแบบไม่กระจ่างเท่าไหร่นัก ตอนนั้นเรามีคำตอบในใจแล้วล่ะคืนนั้นเค้าหายไปเพราะภาระกิจจริงหรือไม่ เรานั่งเงียบและอยากให้วันนี้ของเราและเค้าจบลงอย่างเร็วที่สุด เค้าอยากให้เราไปนั่งกินกาแฟด้วยกันต่อเราก้ไป และไปเดินเที่ยวริมหาดที่เค้าเคยอ้างว่าจะต้องมาอารักขาบุคคลสำคัญเมื่อคืน หลังจากนั้น เราแยกย้ายกันกลับบ้าน เนื่องจากรถเราเกจน้ำมันเตือนนานแล้วว่าน้ำมันจะหมด เราซึ่งไม่ชินพื้นที่ หาปั๊มไม่เจอต้องทนขับอย่างหวั่นใจว่ารถจะดับกลางคัน พอถึงปั๊ม เราเติมเต็มถังทันที ยอดออกมา 1,890 บาท เราตกใจมาก เพราะทุกครั้งที่นำมันจะหมด และเกจน้ำมันเตือน เติมเต็มถังก็แค่ 1,600 บาท เราเริ่มคิดทันทีว่า เค้า เอารถเราไปวิ่งถึงไหนมา
วันถัดมาเรายังคุยกัน เหมือนปกติ แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือใจเรา ที่รู้สัมผัสได้ถึงความโง่ของตัวเอง เราตัดสินใจ ไลน์ไปบอกเค้าว่า เราคงไม่ใช่คนที่เค้าชอบ ขอให้เค้าดูแลตัวเอง และขอให้เค้าโชคดี เราบล็อคทุกการติดต่อจากเค้า และลบโปรไฟล์ในแอพที่เคยเจอกันทิ้ง
( เข้าสู่โหมดเศร้าอีกครั้ง )
ถึงการพบเจอกับเค้าจะเป็นระยะเวลาสั้นๆ แต่มันก็ทำให้หัวใจเราชุ่มชื้นได้ไม่น้อย เค้าสร้างความสุขให้เราด้วยรอยยิ้มของเค้า ที่ยิ้มเวลาเราเล่นมุก 5 บาท 10 บาท เราคิดไปไกลมาก ว่าถ้าเค้าต้องไปประจำอยู่สามจังหวัดชายแดนใต้ เราจะทนได้มั้ย เค้าแขนลีบ เราจะอายใครมั้ย เค้าเงินเดือนไม่ถึงครึ่งของเงินเดือนเราด้วยซ้ำ เราแคร์มั้ย คำตอบของเรา คือ สิ่งต่างๆเหล่านั้นไม่ใช่อุปสรรค์เลย ขอเพียงเรารักกันก็พอ
เราชอบเล่นกีต้าร์ เค้าชอบร้องเพลง เราฝันไปไกลว่าจะไปนั่งเล่นกีต้าร์ริมทะเลด้วยกันและฟังเค้าร้องเพลง แต่ทุกอย่างจบลงแล้ว เราต้องยอมรับมัน ถึงจะคิดถึง แต่ก็เลือกตัดใจ ช่วงนี้เราเหงาหงอยไปอีก ได้ยินเสียงหมาเห่าก็เศร้าได้
( ความพีค มันอยู่ในกล้อง )
หลังจากเลิกงาน เดินมาที่รถอย่างเชื่องช้า ด้วยจิตใจที่บอบช้าประหนึ่งโดนเค้าพรากพรหมจรรย์ไปแล้ว มานั่งในรถ อดคิดถึงเค้าไม่ได้ ว่าที่นั่งฝั่งคนขับ เป็นเค้าที่เคยนั่ง ตรงนั้นที่นั่งข้างๆ เคยเป็นเรานั่งมองหน้าเค้า แต่ทำไงได้ มันจบแล้ว ระหว่างกำลังจะบิดกุญแจสตาร์ทเครื่อง สายตาเหลือไปเห็นว่ากฃ้องยังคงถูกถอดอยู่ จึงจะเสียบปลั๊กอีกครั้ง และหันปรับตำแหน่งกล้องนิดหน่อย พลัน มือไปโดนปุ่มรายการที่บันทึกไว้ ซึ่งตัวอย่างคลิปคือหน้าเค้า ทำใจไม่ได้อีกละสิชะนี ก็เลยเปิดดูทีละคลิปตั้งแต่ที่เราออกจากบ้านขับไปรอเค้า เจอตัวเค้ารับเค้าขึ้นรถและไปบ้านเพื่อน และเค้าออกจากบ้านเพื่อนเราไปทำเพื่อไปทำภาระกิจ ในคลิปเค้าใส่ชุดประจำหน่วย ขับรถฟังเพลงไปร้องเพลงตาม เค้าช่างน่ารักจัง ชะนีดูไปก็ยิ้มตาม ทั้งน้ำตา ระหว่างนั้น เหมือนมีสายโทรเข้า เค้าเริ่มรับสาย เราเริ่มเงี่ยหูฟังว่าเค้าพูดอะไร บทสนทนาคือ การออดอ้อน จ๊ะจ๋าตลอดเส้นทาง พร้อมทั้งคำพูดล่อแหลมเชิงสองแง่สองง่าม ซึ่งตอนอยู่กัยเราเค้าไม่เคยพูด และนั่นทำให้เราคิดว่าเค้าเรียบร้อยมาก แต่สิ่งที่เค้ากำลังคุยกับคู่สนทนานี้ มันลบภาพนั้นของเค้าไปสิ้น (เสียงในหัวเราผุดขึ้นมาอีกแล้วว่า “ ไงล่ะ โดนเข้าละ “ ) เค้าคุยกับสายนั้นจนถึงที่ทำงานของเค้า และกล้องเริ่มบันทึกอีกครั้งตอนเค้ากลับมานั่งในรถด้วยชุดลำลอง ( เสียงในหัวเราแว่วมาอีกว่า “ น่านงะ ภารกิจมั้ยละเมิง” ) เนื่องจากว่ากล้องหน้ารถเราบันทึกทั้งหน้ารถ และภายในห้องโดยสาร รวมทั้ง พิกัดที่ไป ทำให้เราได้เห็นใบหน้าของเค้ายิ้มแย้มตลอดเวลาที่คุยสายกับใครบางคน และเห็นว่าเค้ากำลังเดินทางไปบางแสน คลิปสุดท้ายของเค้าจบลงที่ ใกล้ๆมหาลัยหนึ่งแถวบางแสน
( คลิปจบคนไม่จบ )
จากก่อนหน้านั้น เราพยายามทำใจ พยามตัดใจ และเลือกเก็บเค้าไว้ในกล่องความทรงจำที่งดงามของเรา แต่ตอนนี้ เราจุกจนต้องถอนหายใจพลางอุธานเบาๆว่า “ เฮียเอร๊ยยยย หลอกกุได้ ” เราดูคลิปซ้ำๆ ฟังเค้าออดอ้อนปลายสายซ้ำๆ แล้ววางไทม์ไลน์เทียบกับตัวเราว่า เรากำลังทำอะไรในตอนนั้น ความเจ็บแค้นเริ่มแทรกซึมเข้ามา แต่เมื่อนึกถึงกระทู้นึงที่แม่ไส้อั่วเคยเขียนไว้ว่า การที่เค้าไม่เลือกเรา เค้าก็ไม่ผิด ใครๆย่อมเลือกสิ่ที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง เราควรยินดีกับเค้าที่เค้าได้เลือกคนที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุข เกือบดีแล้วใช่มั้ยล่ะ แต่ ๆ ๆ ๆ ๆ มาหลอกกันแบบนี้ ใจคอเค้าช่างโหดร้ายเลือดเย็นเหลือเกิน
( อภัย )
ถึงแม้ความจริงที่ได้ คือ เค้าไม่มีภาระกิจใดๆทั้งสิ้น เค้าโกหกเรา เอารถเราไปหาคนที่บางแสน หลอกให้เรารอทั้งคืน ถึงเป็นครั้งแรกที่เราเดทกัน แต่เค้าก้ไม่แยแสใดๆ ปล่อยให้เรานั่งตบยุ่งรอยันสว่าง แต่แล้วไงล่ะ ครั้งนึงเราเคยหวังดีกับเค้าได้ เราเคยมีความรู้สึกดีๆให้เค้า ใยวันนี้เราต้องแค้นเคืองเค้า เพียงเพราะแค่เค้าต้องการคนที่เค้ารัก เค้าก็แค่อยากมีความสุข เราจึงเลือกเก็บเค้าไว้ในกล่องความทรงจำที่สวยงามต่อไป และเลือกให้อภัยในความหลอกลวงที่เค้าเคยทำ เราคงไม่มีโอกาสเจอกับเค้าอีก ทำได้เพียงส่งความหวังดีที่เคยมีไปตามสายลมและเสียงเพลงที่เค้าเคยชอบร้องให้ฟังเท่านั้น
“ โชคดีนะดาวดาว “
* แก้ไขสะกดผิด
“ความเชื่อใจ” ถูกตีค่าเท่ากับ “โง่” มนต์รักสัตหีบ ที่จะจำไปจนตาย
รายละเอียดเกี่ยวกับตัวเราคือ ชะนีอายุ30+ หน้าที่การงานมั่นคง มีบ้านอยู่ มีรถขับ ผิดหวังกับความรักมา ก็เลยปิดกั้นตัวเองมาหลายปี จนวันนึง รู้สึกว่าจริงๆแล้วชั้นก็เหงานี่ ชั้นก้ต้องการคนมาเดินเคียงข้างกันนี่ จึงเป็นที่มาของการลองเล่นแอพหาคู่แอพหนึ่ง
(จุดเริ่มต้นของหายนะ )
หลังจากสร้างโปรไฟล์ไว้นานแล้ว วันนึงจึงเข้าไปส่อง เจอโปรไฟล์ผู้ชายคนนึง หน้าตาธรรมดากับชุดเสื้อยืดในวันบายๆ แต่รอยยิ้มดูอบอุ่นมาก จึงทักไป และเค้าก็ทักตอบกลับมาการสนทนาเป็นไปด้วยดี เราเริ่มสนใจในตัวเค้า จึงเข้าไปดูรายละเอียดในโปรฟล์เค้าเพิ่มเติม จึงรู้ว่าเค้าเป็นทหารหน่วยหนึ่งในสัตหีบ และอายุน้อยกว่าเรา ถึง 3 ปี ส่วนตัวเราแล้ว ไม่ชอบคนในเครื่องแบบเลย มีความคิดปักใจเสมอว่า คนเหล่านี้มีผู้หญิงเข้าหาเยอะอยู่แล้ว มีความเสี่ยงมากที่เค้าจะนอกใจ และด้วยอายุเค้าที่น้อยกว่าเราหลายปี ทำให้เราเริ่มเกริ่นกะเค้าที่จะถอนตัวไม่คุยต่อ
( ความไม่พร้อมของร่างกายไม่ใช่ อุปสรรคของความเจ้าชู้ )
แต่เค้าได้เล่าถึงปมด้อยตนเองให้เราฟังว่า ประสบอุบัติเหตุระหว่างปฏิบัติหน้าที่ แขนข้างหนึ่งได้รับบาดเจ็บรุนแรง จนทำให้เค้าแขบลีบ และเค้าไม่กล้าที่จะเจอใคร จนเป็นคนเก็บตัว ชะนีผู้โอบอ้อมอารีอย่างเรา ก็เห็นใจสิ ว่าเราไม่ควรเดินจากเค้าไปแบบนี้ เพราะสำหรับเราต่อให้เค้าไม่มีแขน เราก้พร้อมจะเดินไปกับเข้า พร้อมจะกอดเค้าด้วยอ้อมแขนถึกๆของเรา เราจึงสานสัมพันธ์ต่อ
( อ้างภาระกิจ ขาดการติดต่อ )
วันหนึ่งเราและเพื่อนๆที่อ๊อฟฟิส นัดกันว่าจะไปพักผ่อนกันที่บ้านพักริมทะเล แถวสัตหีบ เราจึงเห็นเป็นโอกาสที่เรา และเค้าจะได้เจอกัน และปลอดภัยต่อเราที่มีเพื่อนๆอยู่ด้วย จึงนัดเค้ามาเจอ เรานัดกันว่าจะแวะเข้าไปรับเค้า และไปบ้านเพื่อนด้วยกัน เวลานัดคือเที่ยง เช้าวันนั้นมีเหตุให้เราต้องออกจากบ้านก่อนเวลาและจะถึงสถานที่นัดหมายก่อนเวลา 1 ชั่วโมง
เราจีงไลน์บอกเค้าล่วงหน้า 2 ชั่วโมง แต่เค้าไม่อ่าน เราก็รอจนเกินเวลาที่นัดกัน เค้าก็ไม่อ่านไลน์เช่นเดิม เราจึงทิ้งไลน์ไว้ว่า
ไม่เป็นไร ขอให้เค้าโชคดี เพราะคิดว่าเค้าไม่สะดวกใจที่จะมาเจอกัน
แต่ทันใดนั้นเค้าก้โทรมา เค้าขอโทษและอ้างภาระกิจดูแลบุคคลสำคัญ ซึ่งเราก็ไม่โกรธ เพราะเข้าใจในความเป็นหน้าที่ เค้าพาไปขับรถดูที่ทำงานของเค้า และพาไปดูสถานที่ ที่จะใช้ต้อนรับบุคลสำคัญ และถ้าคืนนี้บุคคลสำคัญนั้นมา เค้า จะต้องมาอยู่จุดนี้ แล้วเราสองคนก็ไปบ้านเพื่อนของเรา เพื่อจะขนของไปบ้านพักริมทะเล พอเราไปถึงบ้านเพื่อนสักครู่ เค้าอ้างว่ามีภาระกิจด่วน ต้องเข้าที่ทำงานตอนนี้ และขอเอารถเราไป แล้วจะรีบกลับมา เรายินดีให้ไป แม้ว่านี่ คือการเจอหน้ากันของคนจากโลกออนไลน์ครั้งแรกก็ตาม (โง่ไปอีก) เค้าไลน์หาเราเป็นระยะ อ้างประชุมเตรียมภาระกิจบ้าง เราก็ไม่เซ้าซี้ อยู่กับเพื่อนของเราไป จนเริ่มค่ำ เค้าไม่เริ่มติดต่อยาก โทรไม่รับ ไลน์ไม่อ่าน สาบานว่า เราไม่เคยคิดในแง่ร้ายเลยแม้แต่น้อยว่าเค้าจะเอารถเราไปทำอะไรไม่ดี เราเชื่อสนิทใจมากว่านั่นคือ ภาระกิจของเค้าจริงๆ และอาจไม่สะดวกติดต่อเรา
จนเช้าเค้าติดต่อมาและเข้ามาหาเราที่บ้านพัก พร้อมกับแวะซื้อข้าวเข้ามากินด้วย พลางบ่นว่าเหนื่อยและหิว เรานั่งมองเค้ากินข้าว อย่างเห็นใจ กลับรู้สึกผิดมากที่เมื่อคืน เราไลน์ไปกวนใจเค้า หลังเค้ากินข้าวเสร็จ เราได้คุยกันไม่กี่คำ เค้าหาว เราสงสารจับใจ จึงให้เค้าขึ้นไปนอนพัก ส่วนเราเพลียมากเช่นกันที่อดนอนรอเค้าทั้งคืน เพราะคิดว่าเดี๋ยวเค้าก้มา กลัวเค้าจะหาบ้านพักไม่เจอ รอโทรศัพท์เค้า จนหลับคาโทรศัพท์ไป เค้าขึ้นไปนอนพักบนห้องเรา ส่วนเราหามุมนอนชั้นล่างที่เป็นโถงใหญ่ แต่เนื่องด้วยพี่ที่ไปด้วยกันแกกรนดังมาก และเราอยากหลับมากๆ จึงขึ้นไปนอนกับเค้า เรานอนกันฟูกคนละอันและเปิดประตูไว้ เพื่อไม่ให้เพื่อนๆเราลุ้นกันมากเกินไป เค้านอนหันหลังให้เรา เราหลับไปไม่นาน เค้าตื่นก่อน เมื่อหันมาเห็นเรา เค้ารีบลุกขึ้นและเรียกให้เราตื่น ส่วนตัวเค้าลงจากห้องไปทันที
( รถของชั้นไม่เหมือนเดิม )
หลังจากเก็บของ เพื่อเตรียมตัวกลับ เรายกกระเป๋ามาที่รถ และพบว่ากล้องหน้ารถ ถูกถอดปลั๊ก ยอมรับว่าตอนนั้นได้ยินเสียงแว่วขึ้นมาในหัวทันทีว่า “โถ่ อิโง่เอ้ยยย” เราโกรธเพราะรู้สึกได้ของความไม่ชอบมาพากล และเริ่มสังเกตุส่วนอื่นๆ เบาะคนนั่งข้างถูกปรับ ที่วางเท้า มีร่องรอยเศษดินแสดงว่าที่ตรงนี้มีคนนั่ง ที่วางขวดน้ำ ซึ่งเดิมเราวางขวดน้ำหอมไว้ น้ำหอมถูกย้ายออกไป แสดงว่ามีคนที่ใช้รถเราต้องการที่วางขวดน้ำ2ขวด น้ำมันรถเราจากเดิมเกินครึ่งถังตอนนี้ ไฟเตือนว่าเหลือน้อย เราเริ่มถามเค้าทันที เค้าตอบเราแบบไม่กระจ่างเท่าไหร่นัก ตอนนั้นเรามีคำตอบในใจแล้วล่ะคืนนั้นเค้าหายไปเพราะภาระกิจจริงหรือไม่ เรานั่งเงียบและอยากให้วันนี้ของเราและเค้าจบลงอย่างเร็วที่สุด เค้าอยากให้เราไปนั่งกินกาแฟด้วยกันต่อเราก้ไป และไปเดินเที่ยวริมหาดที่เค้าเคยอ้างว่าจะต้องมาอารักขาบุคคลสำคัญเมื่อคืน หลังจากนั้น เราแยกย้ายกันกลับบ้าน เนื่องจากรถเราเกจน้ำมันเตือนนานแล้วว่าน้ำมันจะหมด เราซึ่งไม่ชินพื้นที่ หาปั๊มไม่เจอต้องทนขับอย่างหวั่นใจว่ารถจะดับกลางคัน พอถึงปั๊ม เราเติมเต็มถังทันที ยอดออกมา 1,890 บาท เราตกใจมาก เพราะทุกครั้งที่นำมันจะหมด และเกจน้ำมันเตือน เติมเต็มถังก็แค่ 1,600 บาท เราเริ่มคิดทันทีว่า เค้า เอารถเราไปวิ่งถึงไหนมา
วันถัดมาเรายังคุยกัน เหมือนปกติ แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือใจเรา ที่รู้สัมผัสได้ถึงความโง่ของตัวเอง เราตัดสินใจ ไลน์ไปบอกเค้าว่า เราคงไม่ใช่คนที่เค้าชอบ ขอให้เค้าดูแลตัวเอง และขอให้เค้าโชคดี เราบล็อคทุกการติดต่อจากเค้า และลบโปรไฟล์ในแอพที่เคยเจอกันทิ้ง
( เข้าสู่โหมดเศร้าอีกครั้ง )
ถึงการพบเจอกับเค้าจะเป็นระยะเวลาสั้นๆ แต่มันก็ทำให้หัวใจเราชุ่มชื้นได้ไม่น้อย เค้าสร้างความสุขให้เราด้วยรอยยิ้มของเค้า ที่ยิ้มเวลาเราเล่นมุก 5 บาท 10 บาท เราคิดไปไกลมาก ว่าถ้าเค้าต้องไปประจำอยู่สามจังหวัดชายแดนใต้ เราจะทนได้มั้ย เค้าแขนลีบ เราจะอายใครมั้ย เค้าเงินเดือนไม่ถึงครึ่งของเงินเดือนเราด้วยซ้ำ เราแคร์มั้ย คำตอบของเรา คือ สิ่งต่างๆเหล่านั้นไม่ใช่อุปสรรค์เลย ขอเพียงเรารักกันก็พอ
เราชอบเล่นกีต้าร์ เค้าชอบร้องเพลง เราฝันไปไกลว่าจะไปนั่งเล่นกีต้าร์ริมทะเลด้วยกันและฟังเค้าร้องเพลง แต่ทุกอย่างจบลงแล้ว เราต้องยอมรับมัน ถึงจะคิดถึง แต่ก็เลือกตัดใจ ช่วงนี้เราเหงาหงอยไปอีก ได้ยินเสียงหมาเห่าก็เศร้าได้
( ความพีค มันอยู่ในกล้อง )
หลังจากเลิกงาน เดินมาที่รถอย่างเชื่องช้า ด้วยจิตใจที่บอบช้าประหนึ่งโดนเค้าพรากพรหมจรรย์ไปแล้ว มานั่งในรถ อดคิดถึงเค้าไม่ได้ ว่าที่นั่งฝั่งคนขับ เป็นเค้าที่เคยนั่ง ตรงนั้นที่นั่งข้างๆ เคยเป็นเรานั่งมองหน้าเค้า แต่ทำไงได้ มันจบแล้ว ระหว่างกำลังจะบิดกุญแจสตาร์ทเครื่อง สายตาเหลือไปเห็นว่ากฃ้องยังคงถูกถอดอยู่ จึงจะเสียบปลั๊กอีกครั้ง และหันปรับตำแหน่งกล้องนิดหน่อย พลัน มือไปโดนปุ่มรายการที่บันทึกไว้ ซึ่งตัวอย่างคลิปคือหน้าเค้า ทำใจไม่ได้อีกละสิชะนี ก็เลยเปิดดูทีละคลิปตั้งแต่ที่เราออกจากบ้านขับไปรอเค้า เจอตัวเค้ารับเค้าขึ้นรถและไปบ้านเพื่อน และเค้าออกจากบ้านเพื่อนเราไปทำเพื่อไปทำภาระกิจ ในคลิปเค้าใส่ชุดประจำหน่วย ขับรถฟังเพลงไปร้องเพลงตาม เค้าช่างน่ารักจัง ชะนีดูไปก็ยิ้มตาม ทั้งน้ำตา ระหว่างนั้น เหมือนมีสายโทรเข้า เค้าเริ่มรับสาย เราเริ่มเงี่ยหูฟังว่าเค้าพูดอะไร บทสนทนาคือ การออดอ้อน จ๊ะจ๋าตลอดเส้นทาง พร้อมทั้งคำพูดล่อแหลมเชิงสองแง่สองง่าม ซึ่งตอนอยู่กัยเราเค้าไม่เคยพูด และนั่นทำให้เราคิดว่าเค้าเรียบร้อยมาก แต่สิ่งที่เค้ากำลังคุยกับคู่สนทนานี้ มันลบภาพนั้นของเค้าไปสิ้น (เสียงในหัวเราผุดขึ้นมาอีกแล้วว่า “ ไงล่ะ โดนเข้าละ “ ) เค้าคุยกับสายนั้นจนถึงที่ทำงานของเค้า และกล้องเริ่มบันทึกอีกครั้งตอนเค้ากลับมานั่งในรถด้วยชุดลำลอง ( เสียงในหัวเราแว่วมาอีกว่า “ น่านงะ ภารกิจมั้ยละเมิง” ) เนื่องจากว่ากล้องหน้ารถเราบันทึกทั้งหน้ารถ และภายในห้องโดยสาร รวมทั้ง พิกัดที่ไป ทำให้เราได้เห็นใบหน้าของเค้ายิ้มแย้มตลอดเวลาที่คุยสายกับใครบางคน และเห็นว่าเค้ากำลังเดินทางไปบางแสน คลิปสุดท้ายของเค้าจบลงที่ ใกล้ๆมหาลัยหนึ่งแถวบางแสน
( คลิปจบคนไม่จบ )
จากก่อนหน้านั้น เราพยายามทำใจ พยามตัดใจ และเลือกเก็บเค้าไว้ในกล่องความทรงจำที่งดงามของเรา แต่ตอนนี้ เราจุกจนต้องถอนหายใจพลางอุธานเบาๆว่า “ เฮียเอร๊ยยยย หลอกกุได้ ” เราดูคลิปซ้ำๆ ฟังเค้าออดอ้อนปลายสายซ้ำๆ แล้ววางไทม์ไลน์เทียบกับตัวเราว่า เรากำลังทำอะไรในตอนนั้น ความเจ็บแค้นเริ่มแทรกซึมเข้ามา แต่เมื่อนึกถึงกระทู้นึงที่แม่ไส้อั่วเคยเขียนไว้ว่า การที่เค้าไม่เลือกเรา เค้าก็ไม่ผิด ใครๆย่อมเลือกสิ่ที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง เราควรยินดีกับเค้าที่เค้าได้เลือกคนที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุข เกือบดีแล้วใช่มั้ยล่ะ แต่ ๆ ๆ ๆ ๆ มาหลอกกันแบบนี้ ใจคอเค้าช่างโหดร้ายเลือดเย็นเหลือเกิน
( อภัย )
ถึงแม้ความจริงที่ได้ คือ เค้าไม่มีภาระกิจใดๆทั้งสิ้น เค้าโกหกเรา เอารถเราไปหาคนที่บางแสน หลอกให้เรารอทั้งคืน ถึงเป็นครั้งแรกที่เราเดทกัน แต่เค้าก้ไม่แยแสใดๆ ปล่อยให้เรานั่งตบยุ่งรอยันสว่าง แต่แล้วไงล่ะ ครั้งนึงเราเคยหวังดีกับเค้าได้ เราเคยมีความรู้สึกดีๆให้เค้า ใยวันนี้เราต้องแค้นเคืองเค้า เพียงเพราะแค่เค้าต้องการคนที่เค้ารัก เค้าก็แค่อยากมีความสุข เราจึงเลือกเก็บเค้าไว้ในกล่องความทรงจำที่สวยงามต่อไป และเลือกให้อภัยในความหลอกลวงที่เค้าเคยทำ เราคงไม่มีโอกาสเจอกับเค้าอีก ทำได้เพียงส่งความหวังดีที่เคยมีไปตามสายลมและเสียงเพลงที่เค้าเคยชอบร้องให้ฟังเท่านั้น
“ โชคดีนะดาวดาว “
* แก้ไขสะกดผิด