บอกรักคนที่เราแอบชอบดีไหม..!? อย่างไรดี..!? ( ชช )

กระทู้แรกในชีวิต ขอความเห็นผู้รู้ทุกคนครับ...

            เนื่องจากการเป็นเพศที่สาม (ชช) อาจเป็นเรื่องยากที่จะหาความรักหรือคนจริงใจ ทำให้ผมไม่ค่อยสนใจเรื่องคู่ครองหรือเรื่องรักๆใคร่ๆ เท่าไหร่  ปัจจุบันก็อายุ 30+ แล้ว  แต่คงด้วยเป็นคำสาบของเพศสภาพทางเลือกแบบนี้  ก็ไม่วายที่จะไปแอบชอบใครเข้าง่ายๆ ได้เหมือนกัน

            แต่เพราะความที่ไม่สนใจเรื่องรักใคร่ที่บอกไว้แต่แรก จึงทำให้คนที่ผมแอบชอบนั้นต้องพิเศษและสำคัญจริงๆ  โดยส่วนใหญ่ของความรู้สึกที่แอบชอบเกิดจากการได้พึ่งพาอาศัยกัน ช่วยเหลือกัน ใกล้ชิดกัน จนทำให้ผมมั่นใจได้ว่าเขามีรสนิยมทางเพศแบบ ชช ถึงแม้บางทีเขาจะพยายามแสดงตนว่าเป็น ชญ ก็ตาม 55555  และคนที่ผมแอบชอบตามที่ได้เพ้อพร่ำมาทั้งหมด ก็มีแค่เพียง 2 คนเองครับ

           คนแรก เป็นคนที่เรียนมาด้วยกัน สถาบันเดียวกัน จึงเป็นธรรมดาที่จะได้พึ่งพาอาศัยกัน  เห็นกันมานานก็ไม่เคยเห็นเขามีแฟนสักที  และด้วยเหตุผลหลายอย่างทำให้ผมแอบเผลอไปชอบเขาโดยไม่รู้ตัว (อาจเพราะเป็นคนแรก555 )  จนผ่านไปเป็นปี เพื่อนของผมก็จับสังเกตผมได้ แต่ผมก็ไม่ได้ปิดบังอะไร เพื่อนถามก็บอก ไม่ถามจะไปบอกทำไม55  และแน่นอนครับว่าคนที่ผมแอบชอบนั้นเขาก็รู้ตัวแล้วด้วยเป็นธรรมดา  จนเวลาผ่านไป 2 ปีกว่า ผมก็ยังไม่กล้าบอกชอบหรือบอกรักแต่อย่างใด  ก็มีอาการหึงหวง น้อยใจ วี้เหง้าตามประสา บางทีถึงขั้นผมหาเรื่องทะเลาะกันเลยครับ (ก็ไม่รู้จะงี้เหงาน้อยใจทำไม ไม่ได้เป็นอะไรกับเขาซะกน่อย5555)  แต่ในระหว่าง 2ปีกว่านี้  เราก็ปรึกษา ช่วยเหลือกันมาตลอดถึงจะทะเลาะกันบ้างโดยไม่มีเหตุผล  จนมีคืนนึงที่ผมค่อยข้างเมาจากงานเลี้ยงวันเกิดเพื่อน  ขากลับหอพักจึงกล้าที่จะเข้าไปบอกเขาตรงๆในห้องเขา (ปกติผมก็เข้าห้องเขาได้เป็นประจำนะ ดูทีวี เล่นเกมส์ กินข้าว ) ซึ่งมันดึกมากและเจาก็หลับแล้ว  ผมตัดสินใจบอกเขาว่าแอบชอบและรักเขามานานแล้ว แต่เขาก็นิ่งครับเพราะรู้มานานแล้วเหมือนกัน  อาการของเขาที่ผมคาดหวังคือ yes or no  เขาคงต้องเลือกสักอย่างจะได้ไม่คาลาคาซังแบบนี้  แต่ด้วยความเมาของผมเองเขาเลยไม่ตอบอะไร และรีบพาผมกลับมาที่ห้องผมเอง  ลืมบอกครับว่าเราอยู่หอเดียวกัน.... หลังจากเขาพาผมมาที่ห้องผมเองแล้วก็นั่งคุยกันต่ออีกพักใหญ่  สุดท้ายก็ไม่คำตอบ yes or no อย่างที่หวังครับ  แต่มีคำตอบนึงที่เขายืนยันหนักแน่นว่า “เขาไม่ได้เป็นเกย์” 5555 พูดแล้วขำตัวเอง  หลังจากเหตุการณ์วันนั้นเราก็เลิกคุยกันอย่างปกติที่เคยคุยครับ  ผมลยเฟส ลบเบอร์(จริงๆก็จำเบอร์ได้อะนะ) ไม่ติดต่อกันเป็นปี จนถึวันที่ผมตัดสินใจบวชให้พ่อกับแม่ คืนวันที่กำลังเตรียมงานที่บ้าน มีเบอร์แปลกๆโทรเขา ในใจไม่เคยคิดจริงๆครับว่าจะเป็นเขา แต่สุดท้ายมันก็ใช่  เราคุยกันปกติครับเป็นการคุยกันเรื่องวานบวชซะมากกว่าแล้วก็ขออโหสิกรรมเรื่องที่ปมเคยก่อปัญหา งี้เหง้า อะไรอื่นๆอีกมาก55  ปัจจุบันเราก็ยังติดต่อกันครับ มีอะไรพอข่วยเหลือกันได้ก็ช่วยตลอดทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องงาน  และที่สำคัญเจาก็ยังไม่มีแฟนสักที555ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย  ทำให้ผมเองก็แอบหวั่นไหวได้ในบางครั้ง5555555 แต่ก็ดึงตัวเองกลับมาได้นะครับ  เพราะหลายสิ่งมันทำให้เราปลงและเปลี่ยนไป

               คนที่สอง  ปัญหาที่ถามตามหัวข้อกระทู้มันมาอยู่ที่คนคนนี้ละครับ  แน่นอนว่าเป็นคนล่าสุดที่ผมแอบชอบแต่ไม่กล้าบอกเพราะเคยมีบทเรียนจากคนแรก  ตอนนี้เราอยู่ในวัยทำงานกันทั้งคู่ ทำงานหน่วยงานเดียวกันแต่คนละส่วนงาน  เหตุเกิดของการแอบชอบครั้งนี้ก็เนื่องจากการเจอกันในการไปอบรมสัมมนาของหน่วยงานครับ  ความรู้สึกตอนเจอเขาคนนี้ครั้วแรกแล้วมันชอบเลย ใช่เลยครับ (ใจง่ายอีกแล้วววว) รูปร่างหน้าตาอาจไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่ที่ประทับใจและเป็นความประทับใจแรกคือ ความสุภาพ พูดน้อย การวางตัวในระหว่างสัมมนา ซึ่งในระหว่างสัมมนาผมได้แค่แอบมองโดยเขาไม่รู้ตัว  หลังจากอบรมเสร็จก็รู้ว่าโอกาสที่ผมจะได้เจอเขาอีกนั้นยากมากกก  ทางเดียวที่จะติดต่อเขาได้ก็คือเฟซบุ๊กครับ  ค้นหาจากเพื่อนคนนั้นคนนี้จนเจอ  แต่พอผม add friend ไปกลับเงียบ ไม่รับ ไม่ตอบอะไรใดๆ  ผมก็ได้แต่ส่องเฟซเขาไปวันๆ ซึ่งก็ไม่เห็นอะไรมากอยู่แล้วเพราะเขาน่าจะตั้งสถานะของผู้ที่ตะเห็นโพส หงอยแตกสิครับ555555  ผ่านไป 1 ปี ผมก็ยังส่องเฟซเขาเหมือนเดิม และตัดสินใจ add friend  ใหม่อีกครั้ง รอบนี้แจ๊คพ็อตครับเขารับเป็นเพื่อนแล้ว ตะโกนบ้านแทบแตก (คิดในใจจะดีใจอะไรนักหนา5555) อย่าลืมว่าเราอยู่หน่วยงานเดียวกัน ระหว่างที่ได้เป็นเพื่อนกันก็พยายามติดต่อเขาทุกอย่าง ขอคำปรึกษาบ้างแหล่ะ ชวนคุยบ้างแหล่ะ 5555 (แหลไปเรื่อยเปื่อย)  จนวันนึงมีโอกาสได้ไปสัมมนาอีกรอบ คิดในใจว่าถ้าเจอเขาจะทำตัวยังไงอยู่หลายวัน  วันแรกของการสัมมนาผมไม่กล้ามองหน้าหรือสบตาเขาเลยครับ กลัวผลที่จะตามมา  จนถึงช่วงดึกวันนั้นผมเตรียมเข้านอนพร้อมกับอารมณ์ที่ค่อยข้างจะนอยด์ๆนิดนึงว่าเขาไม่ยอมมาทักเราก่อนทั้งที่คุยกันทางข้อความเรื่อยๆ  ก่อนนอนมีข้อความเข้ามาจากเขาสิครับ คำถามแรกของเขาคือ ถามว่าผมอยู่ไหน?  ไม่ได้มาสัมมนาใช่ไหม?  ผมก็บ่ายเบี่ยงพูดเรื่องอื่น จนเขาถามมาอีกรอบและบอกว่าวันนี้มีคนมาสัมมนาหน้าคล้ายผมมาก จนแล้วจนรอดผมเลยต้องยอมรับว่ามาสัมมนาด้วย  และตลอดการสัมมนาในวันต่อมาก็ได้เจอเขาอีกและก็ได้คุนกันบ้างตามเวลาที่เอื้ออำนวย  จนการสัมมนาเสร็จสิ้นแนกย้ายกันกับ ผมก็ยังติดต่อเขาทางข้อความเหมือนเดิม แต่ผมเป็นคนทักและเริ่มสนทนาก่อนเสมอ จนวันนี้ผมต้องการความมั่นใจอยากจะบอกเขาให้รู้ถึงความรู้สึก เพราะอายุผมก็มากแล้วการมีคนคอยดูแลกันและกันจึงเป็นจุดประสงค์ใหญ่มากกว่าอะไร  แต่เพราะบทเรียนครั้งแรกเลยทำให้กังวลกับการบอกครั้งนี้  จึงหยั่งใจอยู่ครับว่าจะบอกหรือไม่บอกดี??? เพราะกลัวจะเสียมิตรภาพ  และถ้าบอกจะบอกแบบไหนให้ผลที่ออกมาไม่กระทบกับมิตรภาพที่ดีต่อกันครับ?????

ต้องขอโทษที่พิมพ์มาซะยืดยาวครับ เพลินไปหน่อย55555
พิมพ์ตกหล่นต้องขออภัยนะครับ ใช้พิมพ์ในโทรศัพท์ก็จะมีปัญหาหน่อย
รบกวนผู้รู้แสดงความเห็นหน่อยครับ ตอนนี้กำลังมึนมากในการตัดสินใจ

ขอบคุณครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่