เพื่อไทย แนะคสช. เลิกลับลวงพรางการเมือง จี้ ชี้แจงกับประชาชนตรงไปตรงมา
https://www.matichon.co.th/news/819689
“เพื่อไทย” จี้ คสช.ต้องอธิบายว่าเพราะเหตุใด ถึงยังไม่พร้อมจัดการเลือกตั้ง และแนวทางต่อจากนี้ไปคืออะไร
เมื่อวันที่ 28 มกราคม นาย
อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุ ไม่สามารถก้าวล่วงสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ลงมติให้ขยายเวลาบังคับใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ทำให้โรดแมปการเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไปเป็นปี 2562 ว่า ไม่เหนือความคาดหมาย พล.อ.
ประยุทธ์ จะพูดอย่างไรก็เป็นสิทธิ์ และประชาชนก็มีสิทธิ์ใช้วิจารณญาณว่าจะเชื่อหรือไม่ ความจริงถ้าต้องการจะเลื่อนการเลือกตั้งหรืออยู่ในอำนาจให้นานที่สุด ควรจะชี้แจงกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา ไม่ควรลับลวงพราง วางแผนเป็นขั้นเป็นตอน ทำกันเป็นกระบวนการ เล่นปาหี่หลอกชาวบ้านหรือไม่ ซึ่งจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของรัฐบาลและคสช.เอง การปฏิเสธว่าไม่เคยก้าวล่วงการพิจารณากฎหมายของสนช.นั้น ประชาชนมีสิทธิคิด ขนาดกฎหมายที่มีผลบังคับใช้แล้ว ท่านยังออกคำสั่งมาตรา 44 แก้ไขมาแล้ว และจากนี้ไปก็ไม่มีใครรู้ว่า ท่านจะมาไม้ไหนอีก ตนยังยืนยันว่าถ้ารัฐบาลคสช.มีผลงาน โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน คงไม่มีเสียงเรียกร้องการเลือกตั้งหนักขนาดนี้ คสช.ต้องอธิบายว่าเพราะเหตุใด ถึงยังไม่พร้อมจัดการเลือกตั้ง แนวทางต่อจากนี้ไปคืออะไร ยุทธศาสตร์ชาติท่านยังวางแผนล่วงหน้า 20 ปี แต่กลับไม่รู้ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ภาคประชาสังคมและกลุ่มองค์กรต่างๆทั้งในประเทศ ต่างประเทศจะกดดันคสช.มากขึ้น แม้แต่กองหนุนก็หดหาย กลายเป็นแนวต้านโต้กลับ สะท้อนผ่านโพลหลายสำนักว่า ประชาชนต้องการการเลือกตั้ง แม่น้ำ 5 สายทั้งหลายพวกท่านได้ประโยชน์มามากแล้ว อย่ายึดติดกับอำนาจและผลประโยชน์ จนละทิ้งความถูกต้อง ละทิ้งประชาชนที่ยากลำบาก อย่าให้ประชาชนต้องบอกว่าหลายๆเรื่องที่ท่านทำหน้าที่ ท่านอาจไม่อาย แต่ประชาชนอายแทนหรือไม่
นักเศรษฐศาสตร์ชี้เลื่อนเลือกตั้งส่งผลกระทบต่อภาคการลงทุน
https://prachatai.com/journal/2018/01/75150
คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม.รังสิต ชี้การเลื่อนการเลือกตั้งจะส่งผลกระทบต่อภาคการลงทุน เพิ่มความขัดแย้งทางการเมืองโดยไม่จำเป็นอันบั่นทอนต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุน เพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเมืองและการกลับคืนสู่ประชาธิปไตยในอนาคต
28 ม.ค.2561 ผศ.ดร.
อนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้แสดงความเห็นต่อผลกระทบของการเลื่อนการเลือกตั้งต่อเศรษฐกิจ ว่า การเลื่อนการเลือกตั้งส่งผลกระทบต่อภาคการลงทุนจากการสร้างความไม่แน่นอน การไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่า จะมีการเลื่อนอีกหรือไม่ในอนาคต ทำให้ความมั่นใจของนักลงทุนที่คาดหวังให้ประเทศกลับคืนสู่ประชาธิปไตยลดลง นอกจากนี้ เพิ่มความขัดแย้งทางการเมืองโดยไม่จำเป็นอันบั่นทอนต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุน เพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเมืองและการกลับคืนสู่ประชาธิปไตยในอนาคต ระบบนิติรัฐและความน่าเชื่อถือของรัฐบาลมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภาคการลงทุนและการตัดสินใจ ยิ่งเลือกตั้งเร็วเท่าไหร่ และสามารถจัดการเลือกตั้งได้อย่างโปร่งใส เป็นธรรมและน่าเชื่อถือมากเท่าไหร่ จะยิ่งลดความเสี่ยงในการจะเกิดวิกฤตการณ์การเมืองรอบใหม่มากเท่านั้น และเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจในระยะยาว
แม้นปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจไทยยังคงดี การขยายตัวเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวอย่างชัดเจนส่งผลดีต่อภาคส่งออกและภาคท่องเที่ยวของไทย แต่ความล่าช้าของการเลือกตั้งทำให้ประเทศสูญเสียโอกาสในการเริ่มต้นเจรจาข้อตกลง FTA กับอียู สหรัฐอเมริกา และ TPP ซึ่งสหรัฐอเมริกาอาจตัดสินใจเข้าร่วมอีกครั้งหนึ่ง
ดร.
อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม. รังสิต กล่าวว่า การคืนอำนาจให้ประชาชนผ่านรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะทำให้เกิดการกระจายอำนาจมากขึ้น การกระจายอำนาจจะเป็นปัจจัยจำเป็นต่อการลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ การกระจายตัวของรายได้และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ระบบการเมืองที่ส่งเสริมและเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมและมีเสรีภาพจะช่วยลดการผูกขาดในระบบเศรษฐกิจลง สามารถใช้เสรีภาพโดยไม่ถูกปิดกั้นในการมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศจะเป็นสภาวะแวดล้อมที่จะทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมได้ดีกว่า โดยเฉพาะไม่ปิดกั้นคนส่วนใหญ่ที่จะกำหนดความเป็นไปของบ้านเมือง และ เราต้องการระบอบประชาธิปไตยที่จะส่งเสริมหรือเอื้อต่อการที่ประเทศจะเข้าสู่โลกาภิวัตน์ได้อย่างเข้มแข็ง มีคุณภาพ ทำให้ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกอย่างเต็มที่
สุริยะใส ชี้ น่าเสียดาย ที่ผ่านมา คสช.ไม่ได้ปฎิรูปประเทศจริงจัง
https://www.matichon.co.th/news/819679
วันนี้ (28 ม.ค.) นาย
สุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความทางเฟสบุ๊กแสดงความเห็นทางการเมือง ระบุว่า
เลื่อนเลือกตั้งอาจกระทบความเชื่อมั่น แต่ถ้าเลือกตั้งแล้วไม่ปฏิรูปก็เข้าสู่การเมืองที่ล้มเหลวอีก!
ประเด็นเลื่อนเลือกตั้งจะหลายเป็นประเด็นอ่อนไหวทางการเมืองที่อาจลุกลามขยายผลได้ในวงกว้าง แม้ คสช.จะพยายามออกมาดับกระแสว่าเป็นการเลื่อนครั้งสุดท้าย แต่ที่ผ่านมามีการใช้เทคนิคทางกฎหมายเลื่อนมาแล้ว 4 ครั้ง จึงเป็นเรื่องยากที่จะทำให้สังคมเชื่อใจว่าจะไม่เลื่อนอีกแล้ว
แต่ในขณะเดียวกันสถานการณ์เลยมาไกลขนาดนี้แล้ว ร่าง พรป.การเลือกตั้ง สส.ก็ผ่านวาระ 3 แล้วคงเป็นเรื่องยากที่จะปรับแก้ใดๆได้ ประเด็นจึงอยู่ที่ว่า คสช.จะฟื้นความเชื่อมั่นกลับมาได้หรือไม่ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่
น่าเสียดายที่ผ่านมา คสช.ไม่ได้ปฏิรูปประเทศอย่างจริงจังเป็นรูปธรรม ทั้งที่ คสช.ก็รู้ดีว่าการปฏิรูปก่อนเลือกตั้งเป็นวาระประเทศ จนทำให้การเข้ามาของ คสช.ได้โอกาสจากหลายๆฝ่าย มาวันนี้ผลงานปฏิรูปที่ไม่โดดเด่นพอทำให้กองหนุนหายไปมาก
และก็น่าเป็นห่วงหลายพรรคกดดันเลือกตั้ง โจมตี คสช.ว่าไม่ปฏิรูปแต่พรรคเหล่านี้ตอนมีอำนาจก็ไม่ปฏิรูปอะไรเหมือนกัน จนทำให้ประชาชนบางส่วนอาจจะยังไม่มั่นใจในการเลือกตั้งก็มี
อย่างไรก็ตามไม่ว่าการเลือกตั้งจะเลื่อนหรือไม่เลื่อนก็ไม่ควรมองข้ามประเด็นการปฏิรูปประเทศลำพังแค่การได้วันเลือกตั้งที่แน่นอนอาจคลี่คลายความอึมครึมทางการเมืองได้ระดับหนึ่ง
แต่จะสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่าการเลือกตั้งจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น ออกจากความขัดแย้ง แตกแยกได้หรือไม่ ยังเป็นเรื่องที่ คสช.และบรรดาพรรคการเมืองต้องขบคิด สร้างหลักประกันว่าหลังการเลือกตั้งจะไม่วนกลับมาสู่การเมืองที่ล้มเหลวอีก.
JJNY : เพื่อไทย แนะคสช. เลิกลับลวงพรางการเมืองฯ/นักเศรษฐศาสตร์ชี้เลื่อนเลือกตั้งส่งผลกระทบฯ/สุริยะใส ชี้ น่าเสียดายฯ
https://www.matichon.co.th/news/819689
“เพื่อไทย” จี้ คสช.ต้องอธิบายว่าเพราะเหตุใด ถึงยังไม่พร้อมจัดการเลือกตั้ง และแนวทางต่อจากนี้ไปคืออะไร
เมื่อวันที่ 28 มกราคม นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุ ไม่สามารถก้าวล่วงสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ลงมติให้ขยายเวลาบังคับใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ทำให้โรดแมปการเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไปเป็นปี 2562 ว่า ไม่เหนือความคาดหมาย พล.อ.ประยุทธ์ จะพูดอย่างไรก็เป็นสิทธิ์ และประชาชนก็มีสิทธิ์ใช้วิจารณญาณว่าจะเชื่อหรือไม่ ความจริงถ้าต้องการจะเลื่อนการเลือกตั้งหรืออยู่ในอำนาจให้นานที่สุด ควรจะชี้แจงกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา ไม่ควรลับลวงพราง วางแผนเป็นขั้นเป็นตอน ทำกันเป็นกระบวนการ เล่นปาหี่หลอกชาวบ้านหรือไม่ ซึ่งจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของรัฐบาลและคสช.เอง การปฏิเสธว่าไม่เคยก้าวล่วงการพิจารณากฎหมายของสนช.นั้น ประชาชนมีสิทธิคิด ขนาดกฎหมายที่มีผลบังคับใช้แล้ว ท่านยังออกคำสั่งมาตรา 44 แก้ไขมาแล้ว และจากนี้ไปก็ไม่มีใครรู้ว่า ท่านจะมาไม้ไหนอีก ตนยังยืนยันว่าถ้ารัฐบาลคสช.มีผลงาน โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน คงไม่มีเสียงเรียกร้องการเลือกตั้งหนักขนาดนี้ คสช.ต้องอธิบายว่าเพราะเหตุใด ถึงยังไม่พร้อมจัดการเลือกตั้ง แนวทางต่อจากนี้ไปคืออะไร ยุทธศาสตร์ชาติท่านยังวางแผนล่วงหน้า 20 ปี แต่กลับไม่รู้ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ภาคประชาสังคมและกลุ่มองค์กรต่างๆทั้งในประเทศ ต่างประเทศจะกดดันคสช.มากขึ้น แม้แต่กองหนุนก็หดหาย กลายเป็นแนวต้านโต้กลับ สะท้อนผ่านโพลหลายสำนักว่า ประชาชนต้องการการเลือกตั้ง แม่น้ำ 5 สายทั้งหลายพวกท่านได้ประโยชน์มามากแล้ว อย่ายึดติดกับอำนาจและผลประโยชน์ จนละทิ้งความถูกต้อง ละทิ้งประชาชนที่ยากลำบาก อย่าให้ประชาชนต้องบอกว่าหลายๆเรื่องที่ท่านทำหน้าที่ ท่านอาจไม่อาย แต่ประชาชนอายแทนหรือไม่
นักเศรษฐศาสตร์ชี้เลื่อนเลือกตั้งส่งผลกระทบต่อภาคการลงทุน
https://prachatai.com/journal/2018/01/75150
คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม.รังสิต ชี้การเลื่อนการเลือกตั้งจะส่งผลกระทบต่อภาคการลงทุน เพิ่มความขัดแย้งทางการเมืองโดยไม่จำเป็นอันบั่นทอนต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุน เพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเมืองและการกลับคืนสู่ประชาธิปไตยในอนาคต
28 ม.ค.2561 ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้แสดงความเห็นต่อผลกระทบของการเลื่อนการเลือกตั้งต่อเศรษฐกิจ ว่า การเลื่อนการเลือกตั้งส่งผลกระทบต่อภาคการลงทุนจากการสร้างความไม่แน่นอน การไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่า จะมีการเลื่อนอีกหรือไม่ในอนาคต ทำให้ความมั่นใจของนักลงทุนที่คาดหวังให้ประเทศกลับคืนสู่ประชาธิปไตยลดลง นอกจากนี้ เพิ่มความขัดแย้งทางการเมืองโดยไม่จำเป็นอันบั่นทอนต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุน เพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเมืองและการกลับคืนสู่ประชาธิปไตยในอนาคต ระบบนิติรัฐและความน่าเชื่อถือของรัฐบาลมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภาคการลงทุนและการตัดสินใจ ยิ่งเลือกตั้งเร็วเท่าไหร่ และสามารถจัดการเลือกตั้งได้อย่างโปร่งใส เป็นธรรมและน่าเชื่อถือมากเท่าไหร่ จะยิ่งลดความเสี่ยงในการจะเกิดวิกฤตการณ์การเมืองรอบใหม่มากเท่านั้น และเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจในระยะยาว
แม้นปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจไทยยังคงดี การขยายตัวเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวอย่างชัดเจนส่งผลดีต่อภาคส่งออกและภาคท่องเที่ยวของไทย แต่ความล่าช้าของการเลือกตั้งทำให้ประเทศสูญเสียโอกาสในการเริ่มต้นเจรจาข้อตกลง FTA กับอียู สหรัฐอเมริกา และ TPP ซึ่งสหรัฐอเมริกาอาจตัดสินใจเข้าร่วมอีกครั้งหนึ่ง
ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม. รังสิต กล่าวว่า การคืนอำนาจให้ประชาชนผ่านรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะทำให้เกิดการกระจายอำนาจมากขึ้น การกระจายอำนาจจะเป็นปัจจัยจำเป็นต่อการลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ การกระจายตัวของรายได้และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ระบบการเมืองที่ส่งเสริมและเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมและมีเสรีภาพจะช่วยลดการผูกขาดในระบบเศรษฐกิจลง สามารถใช้เสรีภาพโดยไม่ถูกปิดกั้นในการมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศจะเป็นสภาวะแวดล้อมที่จะทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมได้ดีกว่า โดยเฉพาะไม่ปิดกั้นคนส่วนใหญ่ที่จะกำหนดความเป็นไปของบ้านเมือง และ เราต้องการระบอบประชาธิปไตยที่จะส่งเสริมหรือเอื้อต่อการที่ประเทศจะเข้าสู่โลกาภิวัตน์ได้อย่างเข้มแข็ง มีคุณภาพ ทำให้ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกอย่างเต็มที่
สุริยะใส ชี้ น่าเสียดาย ที่ผ่านมา คสช.ไม่ได้ปฎิรูปประเทศจริงจัง
https://www.matichon.co.th/news/819679
วันนี้ (28 ม.ค.) นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความทางเฟสบุ๊กแสดงความเห็นทางการเมือง ระบุว่า
เลื่อนเลือกตั้งอาจกระทบความเชื่อมั่น แต่ถ้าเลือกตั้งแล้วไม่ปฏิรูปก็เข้าสู่การเมืองที่ล้มเหลวอีก!
ประเด็นเลื่อนเลือกตั้งจะหลายเป็นประเด็นอ่อนไหวทางการเมืองที่อาจลุกลามขยายผลได้ในวงกว้าง แม้ คสช.จะพยายามออกมาดับกระแสว่าเป็นการเลื่อนครั้งสุดท้าย แต่ที่ผ่านมามีการใช้เทคนิคทางกฎหมายเลื่อนมาแล้ว 4 ครั้ง จึงเป็นเรื่องยากที่จะทำให้สังคมเชื่อใจว่าจะไม่เลื่อนอีกแล้ว
แต่ในขณะเดียวกันสถานการณ์เลยมาไกลขนาดนี้แล้ว ร่าง พรป.การเลือกตั้ง สส.ก็ผ่านวาระ 3 แล้วคงเป็นเรื่องยากที่จะปรับแก้ใดๆได้ ประเด็นจึงอยู่ที่ว่า คสช.จะฟื้นความเชื่อมั่นกลับมาได้หรือไม่ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่
น่าเสียดายที่ผ่านมา คสช.ไม่ได้ปฏิรูปประเทศอย่างจริงจังเป็นรูปธรรม ทั้งที่ คสช.ก็รู้ดีว่าการปฏิรูปก่อนเลือกตั้งเป็นวาระประเทศ จนทำให้การเข้ามาของ คสช.ได้โอกาสจากหลายๆฝ่าย มาวันนี้ผลงานปฏิรูปที่ไม่โดดเด่นพอทำให้กองหนุนหายไปมาก
และก็น่าเป็นห่วงหลายพรรคกดดันเลือกตั้ง โจมตี คสช.ว่าไม่ปฏิรูปแต่พรรคเหล่านี้ตอนมีอำนาจก็ไม่ปฏิรูปอะไรเหมือนกัน จนทำให้ประชาชนบางส่วนอาจจะยังไม่มั่นใจในการเลือกตั้งก็มี
อย่างไรก็ตามไม่ว่าการเลือกตั้งจะเลื่อนหรือไม่เลื่อนก็ไม่ควรมองข้ามประเด็นการปฏิรูปประเทศลำพังแค่การได้วันเลือกตั้งที่แน่นอนอาจคลี่คลายความอึมครึมทางการเมืองได้ระดับหนึ่ง
แต่จะสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่าการเลือกตั้งจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น ออกจากความขัดแย้ง แตกแยกได้หรือไม่ ยังเป็นเรื่องที่ คสช.และบรรดาพรรคการเมืองต้องขบคิด สร้างหลักประกันว่าหลังการเลือกตั้งจะไม่วนกลับมาสู่การเมืองที่ล้มเหลวอีก.