กรณีที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) อภิปรายร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ครบถ้วนทั้ง 178 มาตรา ที่ประชุมสนช.ที่ประชุม สนช.ได้ลงมติเป็นรายมาตราในวาระที่ 2 เริ่มจากมาตรา 2 ว่าด้วยการขยายระยะเวลาการบังคับใช้ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ออกไป 90 วันนับจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ผลปรากฏที่ประชุมเห็นด้วย 196 ต่อ 12 งดออกเสียง 14 คะแนน เมื่อช่วงค่ำวันที่ 25 ม.ค. ที่ผ่านมา
ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 26 ม.ค. กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG) นำโดย นาย
รังสิมันต์ โรม และ กลุ่ม
START UP PEOPLE นำโดย นาย
สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ (หรือจ่านิว) นัดรวมพล ประชาชนอยากเลือกตั้ง แสดงพลังต้านสืบทอดอำนาจคสช. ในวันเสาร์ที่ 27 มกราคม 2561 เวลา 17:30 น. ที่บริเวณ Skywalk สี่แยกปทุมวัน (อ่านข่าว :
ชวนประชาชนอยากเลือกตั้ง แสดงพลังหน้าหอศิลป์ ต้าน คสช.สืบทอดอำนาจ)
นาย
สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ แกนนำ
START UP PEOPLE หนึ่งในผู้ประกาศกิจกรรมนี้ เปิดเผยว่า การรณรงค์ในตอนแรกนั้น เราเปิดประเด็นให้เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจและลงมติถอนรัฐบาลทั้งคณะ โดยยื่นให้ สนช.เปิดอภิปราย แต่ไม่ได้รับการตอบรับและหลังจากยื่นหนังสือติดตามความคืบหน้าไม่กี่วัน สนช.ก็เปิดประชุมเพื่อลงมติยืดวันเลือกตั้งออกไปในเดือน ก.พ.62 ทำให้เราเห็นจะมีการเคลื่อนไหวเพื่อส่งสัญญาณว่าไม่เห็นด้วยกับการยืดอำนาจของ คสช.และกำหนดเวลาการเลือกตั้ง
เมื่อถามว่าคิดว่ากิจกรรมนี้ จะให้สังคมตระหนักสิ่งที่เกิดขึ้นได้มากแค่ไหน นายสิรวิชญ์ กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้ เราต้องให้เกิดการเคลื่อนไหวของพลังประชาชน เพื่อแสดงถึงอำนาจอธิปไตยที่แท้จริงที่จะไม่อดทนต่อการยืดขยายเวลาการเลือกตั้งออกไป เพราะถ้าเลื่อนรอบนี้ ก็ย่อมต้องเลื่อนได้อีก กิจกรรมนี้จะเริ่มต้นกดดันให้มีการเลือกตั้งตามกรอบระยะเวลาปี 2561 ถ้าประชาชนออกมาจำนวนมาก จะสะท้อนถึงความต้องการให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด
เมื่อถามว่าพร้อมแค่ไหน เพราะจนท.รัฐคงเตรียมรับมือแน่นอน นาย
สิริวชญ์ กล่าวว่า
เรายึดหลักการเคลื่อนไหวอย่างสันติ และมันเป็นสิ่งที่ประชาชนควรมี ไม่ว่าสิทธิการชุมนุมหรือเลือกตั้ง และเรายึดหลักการมาตลอดว่า คำสั่ง คสช.ไม่ใช่กฎหมาย ที่สำคัญถ้าประชาชนสามารถออกจากความกลัวในอำนาจที่ไม่ชอบธรรม จะพิสูจน์ได้ว่าพลังประชาชนยังมีอยู่จริง อย่างไรก็ตามเราก็ยินดี ถ้าเจ้าหน้าที่จะมาดูแลสถานการณ์โดยปกติ แต่จะมาใช้อำนาจพิเศษขัดขวางนั้นไม่มีสิทธิทำได้
ด้านนาย
รังสิมันต์ โรม แกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG) หนึ่งในผู้ประกาศกิจกรรมนี้ กล่าวว่า เราประกาศก่อนที่มติขยาย 90 วัน ออกมาไม่กี่ชั่วโมง เพราะเรามีวาระที่พูดเรื่องนี้กัน ถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่างก็จะเป็นแบบนี้ เหมือนเดิม เลื่อนเลือกตั้ง และถ้าไม่มีการเลือกตั้งตามที่สัญญากับต่างประเทศ การเลือกตั้งในเดือนพ.ย.นี้ไม่เกิดขึ้น เราคงไม่สามารถเชื่อได้แล้วว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้น มันจะเลื่อนต่อไปเรื่อยๆ และหวังว่าสังคมจะเห็นด้วย และมันไม่ใช่เรื่องระหว่างกลุ่มการเมืองอีกแล้ว แต่เป็นระหว่างทหารกับประชาชน และประชาชนจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ประเทศเดินหน้า
นาย
รังสิมันต์ กล่าวว่า ถึงรู้ว่าเสี่ยงแต่ตนทำในสิ่งที่ทำได้ เหมือนพันธกรณีที่จะต้องสู้ ไม่ใช่เพื่อคนอื่นแต่ตัวเองด้วย เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น ส่วนที่ประกาศว่าหมดเวลาของ คสช. แล้วนั้น เพราะตอนรัฐประหาร นายกฯเคยพูดว่าจะเลือกตั้งในปี 2558 แต่ตอนนี้ล่วงเลยมากว่า 2 ปีแล้ว ออกนโยบายที่ประชาชนเดือดร้อน มีการจับผู้เห็นต่าง มีทุจริต จนล่าสุดรับปากจะเลือกตั้งเดือนพ.ย. 2561 แต่ก็เลื่อนอีกแค่ว่าตัวเองยังไม่พร้อม ยังอยากหาเสียงให้ได้มากกว่านี้ มันแสดงให้เห็นถึงความเห็นแก่ตัวของ คสช.ที่ทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของตัวเอง เราจึงไม่ควรยอมให้ คสช. ต่อเวลาอีกต่อไป
JJNY : “จ่านิว – รังสิมันต์ โรม” ลั่น! ‘คสช. ขอเวลานานเกินไปแล้ว’….
ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 26 ม.ค. กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG) นำโดย นายรังสิมันต์ โรม และ กลุ่ม START UP PEOPLE นำโดย นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ (หรือจ่านิว) นัดรวมพล ประชาชนอยากเลือกตั้ง แสดงพลังต้านสืบทอดอำนาจคสช. ในวันเสาร์ที่ 27 มกราคม 2561 เวลา 17:30 น. ที่บริเวณ Skywalk สี่แยกปทุมวัน (อ่านข่าว : ชวนประชาชนอยากเลือกตั้ง แสดงพลังหน้าหอศิลป์ ต้าน คสช.สืบทอดอำนาจ)
นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ แกนนำ START UP PEOPLE หนึ่งในผู้ประกาศกิจกรรมนี้ เปิดเผยว่า การรณรงค์ในตอนแรกนั้น เราเปิดประเด็นให้เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจและลงมติถอนรัฐบาลทั้งคณะ โดยยื่นให้ สนช.เปิดอภิปราย แต่ไม่ได้รับการตอบรับและหลังจากยื่นหนังสือติดตามความคืบหน้าไม่กี่วัน สนช.ก็เปิดประชุมเพื่อลงมติยืดวันเลือกตั้งออกไปในเดือน ก.พ.62 ทำให้เราเห็นจะมีการเคลื่อนไหวเพื่อส่งสัญญาณว่าไม่เห็นด้วยกับการยืดอำนาจของ คสช.และกำหนดเวลาการเลือกตั้ง
เมื่อถามว่าคิดว่ากิจกรรมนี้ จะให้สังคมตระหนักสิ่งที่เกิดขึ้นได้มากแค่ไหน นายสิรวิชญ์ กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้ เราต้องให้เกิดการเคลื่อนไหวของพลังประชาชน เพื่อแสดงถึงอำนาจอธิปไตยที่แท้จริงที่จะไม่อดทนต่อการยืดขยายเวลาการเลือกตั้งออกไป เพราะถ้าเลื่อนรอบนี้ ก็ย่อมต้องเลื่อนได้อีก กิจกรรมนี้จะเริ่มต้นกดดันให้มีการเลือกตั้งตามกรอบระยะเวลาปี 2561 ถ้าประชาชนออกมาจำนวนมาก จะสะท้อนถึงความต้องการให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด
เมื่อถามว่าพร้อมแค่ไหน เพราะจนท.รัฐคงเตรียมรับมือแน่นอน นายสิริวชญ์ กล่าวว่า เรายึดหลักการเคลื่อนไหวอย่างสันติ และมันเป็นสิ่งที่ประชาชนควรมี ไม่ว่าสิทธิการชุมนุมหรือเลือกตั้ง และเรายึดหลักการมาตลอดว่า คำสั่ง คสช.ไม่ใช่กฎหมาย ที่สำคัญถ้าประชาชนสามารถออกจากความกลัวในอำนาจที่ไม่ชอบธรรม จะพิสูจน์ได้ว่าพลังประชาชนยังมีอยู่จริง อย่างไรก็ตามเราก็ยินดี ถ้าเจ้าหน้าที่จะมาดูแลสถานการณ์โดยปกติ แต่จะมาใช้อำนาจพิเศษขัดขวางนั้นไม่มีสิทธิทำได้
ด้านนายรังสิมันต์ โรม แกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG) หนึ่งในผู้ประกาศกิจกรรมนี้ กล่าวว่า เราประกาศก่อนที่มติขยาย 90 วัน ออกมาไม่กี่ชั่วโมง เพราะเรามีวาระที่พูดเรื่องนี้กัน ถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่างก็จะเป็นแบบนี้ เหมือนเดิม เลื่อนเลือกตั้ง และถ้าไม่มีการเลือกตั้งตามที่สัญญากับต่างประเทศ การเลือกตั้งในเดือนพ.ย.นี้ไม่เกิดขึ้น เราคงไม่สามารถเชื่อได้แล้วว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้น มันจะเลื่อนต่อไปเรื่อยๆ และหวังว่าสังคมจะเห็นด้วย และมันไม่ใช่เรื่องระหว่างกลุ่มการเมืองอีกแล้ว แต่เป็นระหว่างทหารกับประชาชน และประชาชนจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ประเทศเดินหน้า
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ถึงรู้ว่าเสี่ยงแต่ตนทำในสิ่งที่ทำได้ เหมือนพันธกรณีที่จะต้องสู้ ไม่ใช่เพื่อคนอื่นแต่ตัวเองด้วย เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น ส่วนที่ประกาศว่าหมดเวลาของ คสช. แล้วนั้น เพราะตอนรัฐประหาร นายกฯเคยพูดว่าจะเลือกตั้งในปี 2558 แต่ตอนนี้ล่วงเลยมากว่า 2 ปีแล้ว ออกนโยบายที่ประชาชนเดือดร้อน มีการจับผู้เห็นต่าง มีทุจริต จนล่าสุดรับปากจะเลือกตั้งเดือนพ.ย. 2561 แต่ก็เลื่อนอีกแค่ว่าตัวเองยังไม่พร้อม ยังอยากหาเสียงให้ได้มากกว่านี้ มันแสดงให้เห็นถึงความเห็นแก่ตัวของ คสช.ที่ทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของตัวเอง เราจึงไม่ควรยอมให้ คสช. ต่อเวลาอีกต่อไป