คนชอบสักลายไม่ได้เกเรทุกคนนะครับ
ขอเกริ่นก่อนว่า
ผมไม่ใช่คนที่ชื่นชอบ หรือว่าเกลียดคนที่สักลายครับผม (ออกจะเฉยๆ)
เมื่อผมทำงานแล้วก็เรียนจบจากญี่ปุ่น ด้วยภาษาที่พอจะพูดญี่ปุ่นได้นิดหน่อย
ผมได้มีโอกาศทำงานกับช่างสักลายคนญี่ปุ่น ที่ญี่ปุ่นถือเป็นช่างที่มีชื่อพอควร (ไม่รู้อะไรทำให้ผมตอบตกลงรับงานนี้)
ครั้งแรกที่ครอบครัวและเพื่อนๆได้ยินว่าผมจะไปทำงานร้านสัก
ทุกคนออกจะค้านๆและไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ แต่ก็ตามใจผมอยู่
ทำไปพักหนึ่ง ถึงได้รู้ว่า คนที่ไม่ชอบศิลปะแนวนี้ปัจจุบันก็ยังเยอะอยู่นะ
.................................เข้าเรื่องสักที55+......................................
จากการที่ได้เห็นเจ้านาย ออกแบบลาย วาดรูปร่างลวดลาย เตรียมของ
รวมถึงการเก็บทำความสะอาดอุปกรณ์การสัก แกทำเองทุกอย่าง
ทำมันอย่างมีความสุข ใส่ใจทุกขั้นตอนไม่ว่ามันจะลายเล็กหรือใหญ๋
แกทำเหมือนงานตรงหน้าเป็นงานสุดท้ายเลยล่ะ ผมถึงได้รู้ว่า
การทำงานพวกนี้ กว่าจะทำออกมาได้แต่ละลาย ไม่ใช่ง่ายๆนะครับ
ไม่ใช่ว่าแค่ชอบแล้วจะทำมันออกมาดีได้ แกไม่ใช่คนที่สักแต่ว่าสักครับผม แกสอนผมหลายอย่างครับ
ลูกค้าเลือกเราเพราะ "คุณภาพ" ของเรา ฉะนั้นเรารับเงินเขามา เราก็ต้องจ่าย"คุณภาพ"ให้เขาไป
พูดถึงราคา หลายคนพอได้ยินราคาก็มักจะบอกว่า ทำไปแล้วสกปรก แถมยังราคาแพงอีกตะหาก จะทำไปทำไม
ผมจึงอยากจะบอกเหลือเกินว่า มันไม่ง่ายนะครับคุณ กว่าจะวาดรูปออกมาให้สวย
มันยากแค่ไหน สักบนผิวคนมันยากกว่านะครับ ทุกลายสักมันมีความหมายนะครับผม
ไม่งั้นหลายๆคนคงไม่ยอมทนเจ็บ เพื่อเอารูปภาพที่คนอื่นมองว่าสกปรกมาอยู่บนผิวหนังของตัวเองหรอกจริงไหม
.
.
จนถึงตอนนี้ คนที่มองมาอาจจะคิดว่า งานที่ผมทำมันไม่ใช่งานที่น่าภูมิใจเท่างานข้าราชการเงินเดือน หมื่นสองหมื่นก็ตาม
ผมไม่สนใจแล้วล่ะครับ ผมชอบมันเข้าแล้วล่ะครับ ผมได้ทำในสิ่งที่ผมไม่เคยคิดว่าจะได้ทำ
ได้เดินมาในทางที่ผมไม่เคยคิดจะเดินมัน แต่ผมกลับเจออะไรที่มันเป็นตัวตนของผม
อะไรที่มีค่ากว่า มันคือ ประสบการณ์ครับผม
ขอบคุณนะครับที่อ่านจนจบ
ขอให้ทุกคนมีความสุขกับทางที่คุณเลือกนะครับผม
ถ้าคุณมั่นใจว่าสิ่งที่คุณทำ มันใช่สำหรับคุณ มันไม่ก่อความเดือดร้อนใครๆ คุณสามารถใส่ตัวตนของคุณให้กับมันได้เต็ม100
ทำไปเถอะครับ ทำในสิ่งที่ดีๆ แล้วมันตอบแทนสิ่งดีๆให้คุณ
Thank you.
คนทำงานสักไม่ได้เกเรทุกคนนะครับ
ขอเกริ่นก่อนว่า
ผมไม่ใช่คนที่ชื่นชอบ หรือว่าเกลียดคนที่สักลายครับผม (ออกจะเฉยๆ)
เมื่อผมทำงานแล้วก็เรียนจบจากญี่ปุ่น ด้วยภาษาที่พอจะพูดญี่ปุ่นได้นิดหน่อย
ผมได้มีโอกาศทำงานกับช่างสักลายคนญี่ปุ่น ที่ญี่ปุ่นถือเป็นช่างที่มีชื่อพอควร (ไม่รู้อะไรทำให้ผมตอบตกลงรับงานนี้)
ครั้งแรกที่ครอบครัวและเพื่อนๆได้ยินว่าผมจะไปทำงานร้านสัก
ทุกคนออกจะค้านๆและไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ แต่ก็ตามใจผมอยู่
ทำไปพักหนึ่ง ถึงได้รู้ว่า คนที่ไม่ชอบศิลปะแนวนี้ปัจจุบันก็ยังเยอะอยู่นะ
.................................เข้าเรื่องสักที55+......................................
จากการที่ได้เห็นเจ้านาย ออกแบบลาย วาดรูปร่างลวดลาย เตรียมของ
รวมถึงการเก็บทำความสะอาดอุปกรณ์การสัก แกทำเองทุกอย่าง
ทำมันอย่างมีความสุข ใส่ใจทุกขั้นตอนไม่ว่ามันจะลายเล็กหรือใหญ๋
แกทำเหมือนงานตรงหน้าเป็นงานสุดท้ายเลยล่ะ ผมถึงได้รู้ว่า
การทำงานพวกนี้ กว่าจะทำออกมาได้แต่ละลาย ไม่ใช่ง่ายๆนะครับ
ไม่ใช่ว่าแค่ชอบแล้วจะทำมันออกมาดีได้ แกไม่ใช่คนที่สักแต่ว่าสักครับผม แกสอนผมหลายอย่างครับ
ลูกค้าเลือกเราเพราะ "คุณภาพ" ของเรา ฉะนั้นเรารับเงินเขามา เราก็ต้องจ่าย"คุณภาพ"ให้เขาไป
พูดถึงราคา หลายคนพอได้ยินราคาก็มักจะบอกว่า ทำไปแล้วสกปรก แถมยังราคาแพงอีกตะหาก จะทำไปทำไม
ผมจึงอยากจะบอกเหลือเกินว่า มันไม่ง่ายนะครับคุณ กว่าจะวาดรูปออกมาให้สวย
มันยากแค่ไหน สักบนผิวคนมันยากกว่านะครับ ทุกลายสักมันมีความหมายนะครับผม
ไม่งั้นหลายๆคนคงไม่ยอมทนเจ็บ เพื่อเอารูปภาพที่คนอื่นมองว่าสกปรกมาอยู่บนผิวหนังของตัวเองหรอกจริงไหม
.
.
จนถึงตอนนี้ คนที่มองมาอาจจะคิดว่า งานที่ผมทำมันไม่ใช่งานที่น่าภูมิใจเท่างานข้าราชการเงินเดือน หมื่นสองหมื่นก็ตาม
ผมไม่สนใจแล้วล่ะครับ ผมชอบมันเข้าแล้วล่ะครับ ผมได้ทำในสิ่งที่ผมไม่เคยคิดว่าจะได้ทำ
ได้เดินมาในทางที่ผมไม่เคยคิดจะเดินมัน แต่ผมกลับเจออะไรที่มันเป็นตัวตนของผม
อะไรที่มีค่ากว่า มันคือ ประสบการณ์ครับผม
ขอบคุณนะครับที่อ่านจนจบ
ขอให้ทุกคนมีความสุขกับทางที่คุณเลือกนะครับผม
ถ้าคุณมั่นใจว่าสิ่งที่คุณทำ มันใช่สำหรับคุณ มันไม่ก่อความเดือดร้อนใครๆ คุณสามารถใส่ตัวตนของคุณให้กับมันได้เต็ม100
ทำไปเถอะครับ ทำในสิ่งที่ดีๆ แล้วมันตอบแทนสิ่งดีๆให้คุณ
Thank you.