[SR] (หนังเมืองคานส์) Wonderstruck (2017) - สองเรื่องราวคู่ขนานที่ซ้อนทับ... และมาบรรจบกันในท้ายที่สุด

Wonderstruck : อัศจรรย์วันข้ามเวลา

" สองเรื่องราวคู่ขนานที่ซ้อนทับ... และมาบรรจบกันในท้ายที่สุด "


        Wonderstruck (2017) หนังนอกกระแสคุณภาพเยี่ยมที่ได้เข้าฉายในเทศกาลหนังเมืองคานส์ ดีกรีในระดับเข้าชิง 'รางวัลปาล์มทองคำ (Palme d'Or)' โดยเป็นผลงานการกำกับของ Todd Haynes ที่มีผลงานดังล่าสุดอย่าง Carol (2015)

        Wonderstruck ได้รับการดัดแปลงมาจากวรรณกรรมรางวัลในชื่อเดียวกัน เขียนโดย Brian Selznick และตัวเขาก็ยังมารับหน้าที่เป็นมือเขียนบทในเรื่องนี้อีกด้วย (Brian Selznick เคยเขียนวรรณกรรมชื่อดังอีกเรื่องหนึ่งที่มีชื่อว่า The Invention of Hugo Cabret และถูกดัดแปลงมาเป็นภาพยนตร์ Hugo (2011) ภายใต้การกำกับของ Martin Scorsese )


เรื่องย่อ

        เบนและโรส เป็นเด็กที่อาศัยอยู่ในคนละยุคของช่วงเวลา พวกเขามีคำอธิษฐานที่อยากให้ชีวิตนี้เปลี่ยนแปลงไป เบ็นใช้ชีวิตอยู่โดยไม่รู้ว่าพ่อของตัวเองเป็นใคร ในขณะที่โรสฝันอยากจะเป็นนักแสดงที่โด่งดังเหมือนคนที่เธอเก็บเอาไว้ในสมุดภาพ เมื่อเบ็นค้นพบเบาะแสบางอย่างในบ้านของเขา และโรสก็ได้อ่านพาดหัวแรกของหนังสือพิมพ์ เด็กทั้งสองจึงได้เริ่มต้นภารกิจในการตามหาสิ่งที่ขาดหายไปของพวกเขา (Credit - https://goo.gl/Wh6XmE)

Wonderstruck - เรื่องราวธรรมดาที่เล่าเรื่องไม่ธรรมดา

        Wonderstruck เป็นหนังที่มีเนื้อเรื่องธรรมดา เรียบง่าย แต่ทว่าภายใต้การกำกับ พื้นเรื่องจากนิยาย และการเขียนบท ได้ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นหนังไม่ธรรมดา ด้วยการเล่าเรื่องที่ซ้อนทับกันระหว่าง เบน เด็กหนุ่มในปี 1977 (ยุค Pop Culture) และ โรส เด็กสาวหูหนวกในยุค 1927 (ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง)  แม้ว่าเรื่องราวของเบนกับโรสจะอยู่คนละช่วงเวลากัน แต่เรื่องราวของทั้งสองคนต่างถูกถักทอบนเส้นเรื่องคู่ขนานได้อย่างเหนือชั้น ผ่านการตัดสลับเรื่องราวไปมา

        พร้อมทั้งการใช้ภาพขาวดำ - ภาพสี เพื่อแสดงกลิ่นอายของยุคนั้นๆ อย่างเมื่อเข้าช่วงปี 1927 บรรยากาศหนัง แอ็คติ้งการแสดง ท่าทาง กลิ่นอายหนังจะเปลี่ยนโทนเป็นสไตล์หนังใบ้ที่เป็นที่นิยมกันในหนังสมัยก่อน พอตัดมายุค 1977 ก็จะเป็นการแสดงแบบปัจจุบันอย่างที่เราคุ้นเคย รวมถึงด้วยความที่ตัวละครทั้งคู่หูหนวก หนังจึงไม่ได้มีฉากพูดอะไรมากมายนัก แต่พยายามเล่าเรื่องผ่านการแสดงท่าทาง เพื่อทำให้เราได้เห็นถึงความเงียบ ทำให้เราเข้าใจถึงโลกที่ไม่ได้ยินเสียงจริงๆ

        หนังยังสร้างบรรยากาศแบบลึกลับ ชวนฉงน พร้อมกับสอดแทรก Symbol ต่างๆ เอาไว้อย่างงดงามตามส่วนต่างๆ ของหนัง อย่าง Wonderstruck - ตู้มหัศจรรย์ ก็เป็นสัญลักษณ์หนึ่งในหนัง (และพอเราดูจบ ก็จะเข้าใจว่าทำไมหนังต้องตั้งชื่อว่า "Wonderstruck")

กลิ่นอายหนังแบบ Hugo และโทนหนังแบบหนังอาร์ต

"เรื่องราวธรรมดา ที่ถูกทำให้มหัศจรรย์บนโลกความเป็นจริง"


        ที่ผมสัมผัสได้อีกอย่างใน Wonderstruck ก็คือ หนังค่อนข้างมีกลิ่นอายคล้ายเรื่อง Hugo (2011) คือเป็นเรื่องราวที่ออกแนวหนังครอบครัว เรื่องราวของเด็กที่ได้ผจญภัยในโลกอันกว้างใหญ่ การได้พบมิตรภาพระหว่างเพื่อน พร้อมๆกับคลี่คลายปมปริศนาในใจตัวเอง ซึ่งเป็นสไตล์เอกลักษณ์งานเขียนของ Brian Selznick

        ในส่วนแนวหนัง Wonderstruck จะออกทางหนังอาร์ตนอกกระแสที่มีการเล่าเรื่องไม่เหมือนใคร เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หาได้ยากในเรื่องอื่นๆ หนังเล่าเรื่องออกมาเรื่อยๆ อย่างพิถีพิถัน ไม่เร่งรีบ แต่ก็ชวนให้ติดตาม (ซึ่งในตอนแรกๆ ก็อาจจะงงๆหน่อย เพราะจับต้นชนปลายไม่ถูก ) ตอนแรกพอผมได้ยินว่าเป็นหนังที่เข้าชิงปาล์มทองคำของเมืองคานส์ ก็แอบคิดในใจว่า "มันจะดูรู้เรื่องมั้ยนะ" เพราะ เห็นติดชื่อคานส์ทีไร ต้องการันตีความแปลก ความอาร์ต (จนอาจจะดูไม่รู้เรื่อง)

        แต่สำหรับ Wonder Struck ผมว่าเป็นหนังที่เข้าใจได้ไม่ยาก และยังเล่าเรื่องได้น่าติดตามด้วย เพียงแต่ต้องพยายามตั้งใจดู พยายามเข้าใจในตัวหนัง ขณะเดียวกันก็ค่อยๆ เสพความเป็นศิลปะของหนังอันสวยงาม และถ้าใครดูแล้วสงสัย งงๆ ตั้งแต่ต้นก็ไม่ต้องแปลกใจ หนังจงใจที่จะทำให้งงตั้งแต่แรกอยู่แล้ว สุดท้ายปมปริศนาต่างๆจะค่อยๆคลี่คลายเอง

" ระหว่างดูก็ไม่ควรใจร้อนมากเกินไป เพราะสุดท้ายหนัง จะค่อยๆ บอกทุกอย่างออกมาเอง "



ดนตรีประกอบภาพยนตร์ - อีกส่วนหนึ่งที่ช่วยเล่าเรื่องได้อย่างงดงาม

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

Wonderstruck - Carter Burwell - Soundtrack Preview

        Wonderstruck เป็นเรื่องของคนหูหนวก ดังนั้นส่วนใหญ่ในเรื่องจึงไม่มีการพูดคุยมากมายนัก แต่แสดงผ่านท่าทาง ดนตรีประกอบจึงมีบทบาทต่อการเล่าเรื่องของหนังมากเลยทีเดียว และสำหรับ Wonderstruck ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะดนตรีสามารถช่วยเล่าเรื่อง - เล่าบรรยากาศได้ดี ธีมเพลงเพราะติดหู (มาในมาดความมหัศจรรย์ ลึกลับๆ ผสมแฟนตาซี) โดยดนตรีประกอบภาพยนตร์นี้ได้รับการประพันธ์โดย Carter Burwell

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

The Langley Schools Music Project - Space Oddity

        ที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ มีการนำเพลงอมตะของ David Bowie อย่างเพลง Space Oddity เราอาจจะคุ้นเคยเพลงนี้จาก The Secret Life of Walter Mitty (2013) ที่ได้นำเพลงนี้มาใช้เป็นเพลงในภาพยนตร์เช่นกัน สำหรับเวอร์ชันนี้ (The Langley Schools Music Project) ก็ถือว่าเลือกมาได้โคตรเข้ากับหนังเลย เสียงร้องแบบเด็กๆ ทำนองออกแนวลึกลับ ประหลาดๆ หน่อย เข้ากับตัวหนังมาก (ตอนผมดูจบ ผมประทับใจจนนั่งฟังเพลงจนจบ End-credit 555)

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

David Bowie – Space Oddity

นักแสดงและโปรดักชันหนัง

        สำหรับนักแสดง แต่ละคนก็แสดงได้ดี บทหนังแสดงนำได้แก่ Oakes Fegley ผู้รับบทเป็น Ben และ Millicent Simmonds ผู้รับบทเป็น Rose (เธอหูหนวกจริงๆ) ทั้งสองต่างแสดงได้ดี น่าประทับใจ ในส่วนนักแสดงสมทบอย่าง Julianne Moore ก็แสดงได้เยี่ยมสมบทบาท

        ส่วนโปรดักชันหนัง คอสตูม โลเคชันสถานที่ในหนัง ก็ทำได้ดี สวยงามสมจริง ทำให้เราซึมซับบรรยากาศทั้งสองยุคได้อย่างเต็มที่ มุมกล้องและภาพ ก็ทำอย่างทุ่มเท อย่างเวลาในยุคปี 1927 ก็ถ่ายทำด้วยฟิล์มขาวดำเพื่อความสมจริง พอตัดมาในยุค 1977 ก็ถ่ายด้วยฟิล์มสี


สรุป

        Wonderstruck (2017) เป็นหนังที่น่าประทับใจและผมคิดว่า "น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง" เนื่องด้วยความงดงาม ความพิถีพิถันของหนังที่ควรค่าแก่การดู ซึ่งสำหรับคนที่ชอบดูหนังอาร์ต หนังนอกกระแส หนังแปลกๆ หรือคนที่เบื่อในความจำเจของหนังฮอลลีวูด Wonderstruck เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะหนังเล่าเรื่องได้แปลกแหวกแนวจริงๆ และเข้าใจได้ไม่ยาก พร้อมกับความรู้สึกที่สนุกมากขึ้นเรื่อยๆ จากการค่อยๆเปิดเผยเรื่องราว เพียงแต่ต้องเปิดใจดูและอย่าใจร้อนจนเกินไป

        ส่วนคอหนังธรรมดาที่ต้องการความบันเทิงหรือความสนุกที่เคี้ยวง่าย ไม่ต้องคิดมาก ไม่แนะนำให้ดูเลยครับ รับรองว่าจะเบื่อแน่นอน และทันทีที่ได้ดูตัวอย่างหนังก็อย่าไปคิดว่ามันเป็นหนังแฟนตาซีนะครับ มันไม่ได้แฟนตาซีอะไรขนาดนั้น ถ้าพูดถึงวิธีการเล่าและกลิ่นอายบรรยกาศอาจจะดูแฟนตาซี (แต่ก็แค่ส่วนนี้เท่านั้น !)

"We are all in the gutter, but some of us are looking at the stars." - Oscar Wilde

8.3/10


------------------------------------------

(เพิ่มเติม) หนังผมไม่เล็กนะครับ : โปรเจ็คหนังดีๆ ที่ทำให้เราได้ดูหนังคุณภาพ

        ต้องขอขอบคุณทาง M Picture ที่จัดทำโปรเจ็คดีๆ อย่างนี้นะครับ ทำให้เราได้ดูหนังคุณภาพคับแก้วหลายๆ เรื่องที่อาจจะดูนอกกระแส และเป็นหนังที่ได้ฉายตามเทศกาลต่างๆ ซึ่งอาจจะฟอร์มไม่ใหญ่นัก แต่เป็นหนังที่น่าสนใจและมีคุณภาพจนไม่น่าพลาด

        เช่นในปีนี้ก็ทางโปรเจ็คก็ได้เข็นหนังคุณภาพมากมาย : Wonder Wheel (2017) - หนังจากผู้กำกับชื่อดัง Woody Allen / Wonderstruck (2017) - หนังเมืองคานส์ที่ได้เข้าชิงปาล์มทองคำ / Molly's Game (2017) และ I, Tonya (2017) - สองหนังระดับลูกโลกทองคำและออสการ์

        ใครที่สนใจหนังในโปรเจ็คนี้ก็สามารถเข้าไปติดตามดูรายละเอียดได้ตามแฟนแพจนี้



        ส่วนใครที่สนใจรีวิวดีๆ ผมเจอรีวิว Wonderstruck อีกรีวิวนึงที่อยากแนะนำครับ เป็นรีวิวจากบล็อก 'ดูแล้วอยากบอกต่อ' ในรีวิวมีข้อมูลต่างๆ ที่น่าสนใจ อ่านสนุกดีเหมือนกัน ใครสนใจก็ลองอ่านดูได้นะครับ

  

------------------------------------------

ป.ล. สำหรับคนที่ดูแล้วหรือยังไม่ได้ดู ชอบเรื่องไหน ประทับใจฉากใด ก็สามารถมาคุยกันได้นะครับ

ชื่อสินค้า:   Wonderstruck (2017)
คะแนน:     
**SR - Sponsored Review : ผู้เขียนรีวิวนี้ไม่ได้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง แต่มีผู้สนับสนุนสินค้าหรือบริการนี้ให้แก่ผู้เขียนรีวิว โดยที่ผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนอื่นใดในการเขียนรีวิว
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่