สัจธรรมของผู้เฒ่า ๒๓ ม.ค.๖๑

เรื่องสั้น

สัจธรรมของผู้เฒ่า

“เพทาย”

เมื่อเดือนก่อน เขาอ่านคอลัมน์ จังหวะชีวิต ในนิตยสารรายเดือน เฉพาะราศีมีน อันเป็นเดือนเกิดของเขาได้ความว่า

" ตัวท่านเองจะมีทุกข์ใจ ร้อนใจ ไม่สงบ มีเคราะห์กรรมแต่ปางก่อนมารบกวน ทำสิ่งใดก็มักจะผิดหวัง "

พอถึงเดือนนี้ก็ทำนายว่า

" ขอให้ท่านทำบุญ สวดมนต์บูชาพระเสาร์อยู่เสมอ การงานและการเสี่ยงโชคก็ทำท่าจะดี แต่ก็อย่าเพิ่งไว้ใจ จะผิดหวังได้ง่าย ๆ ความสำเร็จในการงาน ยังคงมีมาจากมิตรสหายของท่าน "

เขาอ่านแล้วก็เฉย ๆ เพราะเขาเชื่อตามคำ ที่พระท่านเทศน์อยู่เสมอว่า การทำดีเป็นฤกษ์ดี ดวงดาวจะทำอะไรได้ เขาเองก็เกิดมานานมากแล้ว พระเสาร์ก็คงจะเคยมาเสวยอายุหลายครั้งแล้ว เกิดอะไรขึ้นบ้างเขาก็ไม่ได้จดจำ อะไรจะเกิดก็เกิด ถ้าดีเขาก็ต้อนรับ ถ้าร้ายเขาก็ทนเอาไม่ว่า ดีว่าร้าย ลงท้ายมันก็ผ่านเลยไปหมด

เขานึกของเขาอย่างนี้ ขณะที่ออกจากบ้าน จะเดินทางไปตรวจสุขภาพยังโรงพยาบาล เมื่อถึงศาลาพักผู้โดยสารที่ป้ายรถประจำทาง ท้องฟ้าเพิ่งเริ่มจะสว่าง การที่เขาต้องรีบไปแต่เช้ามืดก็เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่แออัดขัดข้อง แม้ว่าสายตาของเขาจะแย่ลงกว่าเดิมมาก ในเวลาค่ำหรือเช้ามืดที่ยังไม่มีแสงอาทิตย์เช่นนี้ เขาจะต้องระวังการเดิน เพราะสายตาอันพร่ามัวไปตามวัยของเขาทีแรกเขามองไม่เห็นมีคนรอรถที่ศาลานั้นเลย นอกจากเด็กหญิงคนหนึ่งตัวเล็กนิดเดียวที่นั่งอยู่กับพื้นทางเท้า แต่เมื่อเพ่งดูที่ช่องว่างระหว่างม้านั่ง ก็เห็นชายผู้หนึ่งนอนอยู่ ไม่ทราบว่าด้วย ความเพลีย หรือความง่วง หรือความเมา เพราะเห็นแต่ขาโผล่ออกมาเท่านั้น

แต่ที่สะดุดใจวูบใหญ่ ก็คือเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ประมาณอายุไม่เกินห้าขวบ ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ นั้น เธอจะรอให้พ่อตื่น เพื่อจะได้จะได้กลับไปบ้านด้วยกัน หรือว่ากำลังจะไปทำธุระอะไรสักอย่างหนึ่ง แต่พ่อง่วงจนหลับไปเสียก่อน ก็ไม่สามารถจะเดาได้

ยังไม่ทันที่เขาจะตัดสินใจทำอะไร รถประจำทางสายที่เขาต้องการจะไปด้วย ก็แล่นเข้ามาจอดตรงหน้า มีคนลงเพียง ๒-๓ คน เขาจึงก้าวขึ้นไป แล้วเหลียวกลับมาดูข้างล่าง ทุกคนที่ลงจากรถก็เดินผ่านหนูน้อยไปอย่างเฉยเมย ไม่มีใครสนใจมากกว่าเขาเลย

บนรถประจำทาง ซึ่งเป็นรถเมล์ฟรีคันนั้นมีคนเต็ม ทั้งนั่งทั้งยืน เขาเห็นปากกาลูกลื่นด้ามหนึ่งตกอยู่บนพื้นรถ ใกล้ ๆ กับเด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่ง ที่นั่งอยู่ด้านข้างทางเดิน เขาจึงชี้บอก แกสั่นศีรษะว่าไม่ใช่ของแก เขาจึงบอกว่าเก็บเอาไว้เถอะ ไม่มีเจ้าของแล้วละ แกจึงหยิบขึ้นมาถือไว้อย่างไม่เต็มใจ เขาก็ทำเมินเสีย

เขาลงจากรถประจำทางที่หน้าโรงพยาบาล พอดีเห็นตู้จ่ายเงินอัตโนมัติ ตรงหน้าธนาคาร อยู่ริมถนน คิดได้ว่าเงินในกระเป๋ามีน้อย อาจไม่พอค่ายาก็ได้ จึงหยิบบัตรเอทีเอ็มออกมาจากกระเป๋า แล้วก็เดินเข้าไป
เขาจึงเห็นชายคนหนึ่ง ผมยาวประบ่า แต่รุงรังยุ่งเหยิง หน้าบวมฉุ ๆ นั่งกอดเข่าอยู่ที่ขั้นบันไดทางขึ้นธนาคาร ใกล้ตู้เอทีเอ็มนั้น ในอ้อมแขนมีถุงกระดาษใบหนึ่งเก่ายับเยินเต็มที

เวลานั้นค่อนข้างจะสายแล้ว เขาจึงไม่สนใจเพราะจะรีบไปวางบัตรคิว เมื่อกดเอาเงินออกมาจากตู้แล้วหันกลับ ก็มีเสียงจากชายผู้นั้นเรียกเบา ๆ ซึ่งเขาได้ยินไม่ถนัด เพราะเดี๋ยวนี้หูตึงลงกว่าเมื่อก่อนมาก ชายคนนั้นจึงพูดซ้ำพอได้ยินว่า

" ลุงครับ ขอเงินกินข้าวสักสิบบาทเถอะครับ "

เขาเคยชินกับการบริจาคเงินให้ขอทานอยู่เป็นประจำ เพียงแต่ให้คนละบาทสองบาทเท่านั้น แต่เขาก็ล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยความเคยมือ ได้เหรียญสิบบาทกับเศษอีก ๒-๓ อัน จึงส่งเหรียญสิบบาทให้ผู้ขอแต่โดยดี ไม่พูดว่ากระไร ไม่ได้มองด้วยซ้ำ ว่าเขายกมือไหว้ และขอบคุณหรือเปล่า

หลังจากตรวจโรคและซื้อยาเสร็จแล้วก็ใกล้เที่ยง เขาจึงหาอาหารกิน แล้วก็เถลไถลเรื่อยเปื่อยไป กลับมาลงรถที่ป้ายเก่าเมื่อบ่ายสองโมงกว่า ระหว่างที่เดินเข้าซอยหน้าบ้าน ผ่านร้านขายหนังสือเจ้าประจำ จึงแวะดูหัวข่าวหนังสือพิมพ์รายวันตามประสาคนที่สนใจข่าวสารบ้านเมือง แต่ไม่ชอบซื้อให้เสียเงิน

กำลังพลิกเพลินก็มีเสียงเรียกลุง หันไปดูข้างหลังเห็นหญิงสาวคนหนึ่ง เธอชี้ให้เขาเก็บสลากกินแบ่งใบหนึ่งที่พื้นทางเท้า คงเข้าใจว่าเขาทำหล่น แล้วก็เดินเลยไป โดยเขาไม่ทันจะบอกว่าไม่ใช่ของเขาหรอก เขาก็ลังเลที่จะหยิบขึ้นมา เหมือนกับเด็กนักเรียนหญิงบนรถประจำทางเมื่อเช้านี้เช่นเดียวกัน

แต่ก็ไม่รู้จะเอาไปคืนให้ใคร จึงเก็บใส่ไว้ในกระเป๋าสตางค์ และอดที่จะเหลือบดูเลขท้ายไม่ได้ เป็นเลข ๙๖ ก็นึกในใจว่า เมื่องวดที่แล้ว เพื่อนข้างบ้านรุ่นน้าถึงแก่กรรมเมื่ออายุ ๙๖ ปี ผู้ที่ไปฟังสวดถูกเลขท้ายกันหลายคน คราวนี้คงไม่มีทางที่จะออกซ้ำ

เมื่อเขากลับมาถึงบ้าน แม่บ้านกำลังเปิดวิทยุฟังประกาศ ผลของการออกสลาก กินแบ่งอยู่พอดี จวนจะจบรายการแล้ว เสียงโฆษกชายประกาศว่า เจ้าหน้าที่หมุนวงล้อเพื่อออกรางวัลเลขท้าย ๒ ตัว แล้วก็มีเสียงออดตามด้วยเสียงแกรกกราก ของอุปกรณ์การออกรางวัลก็ดังแซ่ด ออกมา พร้อมกับได้ยินเสียงลูกชายร้องตะโกนลงมาจากข้างบน

" คุณพ่อครับ รับโทรศัพท์ "

เขาจึงก้าวขึ้นบันไดไปชั้นบน รับหูโทรศัพท์แล้ว ก็ยังไม่ได้พูด เพราะเสียงวิทยุดังลั่น ก้องอยู่ในหู เสียงผลการออกสลากรางวัลเลขท้ายสองตัวดังแว่ว ๆ หมายเลขที่ออก หกเก้า

เขาบอกให้แม่บ้านลดเสียงวิทยุลง แล้วก็กล่าวสวัสดีพร้อมกับบอกชื่อผู้พูด ซึ่งติดมาจากสมัยรับราชการ เสียงเพื่อนพูดประโยคยาว ๆ แต่จับความไม่ได้ว่าเรื่องอะไร จึงต้องบอกให้พูดช้า ๆ ชัด ๆ อีกทีซิ ก็ได้ยินเพื่อนกรอกเสียงเข้ามาดังลั่นว่า

“ แกได้ข่าวหรือยัง เขาจะขึ้นเงินบำนาญให้ห้าเปอร์เซ็นต์ เท่ากับข้าราชการ เดือนเมษานี้ว่ะ “

เขายิ้มให้กับหูโทรศัพท์ พลางนึกถึงคำทำนายโชคชะตาราศีในหน้าหนังสือฉบับนั้น

เมื่อเป็นคนแก่เต็มขั้น ตาก็มัว หูก็ตึง ฟันก็ร่วง นั่งก็ปวด เดินก็เมื่อย นอนก็ไม่ค่อยหลับ แล้วจะมีโชคดีมาจากอะไรได้อีก นอกจากความหวัง ลม ๆ แล้ง ๆ เท่านั้น

มีแต่เงินบำนาญนั่นแหละ ที่จะเป็นของจริงแท้แน่นอน

เขารำพึงกับตนเอง เมื่อวางหูโทรศัพท์ลงบนแท่นตามเดิม.

##############
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่