5 สาเหตุหลักๆ !! ที่ทำให้ชีวิตไม่ไปไหนมาไหนสักกะที

อมยิ้ม01กระทู้นี้ ผมไม่มีเจตนาที่กล่าวหา หรือว่าใครนะครับ
รู้สึกว่า อยากแชร์ จากความรู้สึกของตัวเองเท่านั้น และจากประสบการณ์ของตัวเอง
ถ้าความคิดเห็นของผม ไม่ตรงกับ ความคิดเห็นของใคร
ผมต้องขอขอบคุณทุกคนด้วยนะครับ ที่เข้ามาร่วมแบ่งปันความคิดดีๆกันในกระทู้นี้^^
_______________________________
สาเหต
1. สาเหตุที่ 1 คือ อีโก้
อีโก้ หรือ อัตตา หรือ ทิฏฐิ หรือ ตัวกู ...เมื่อไรที่มี อีโก้ เกิดขึ้นกับตัวเรา
สมองเราจะปิดกั้นการรับฟังสิ่งดีๆจากสิ่งรอบตัวทันที ในหัวของเราก็จะบอกกับตัวเองแล้วว่า รู้แล้ว กูรู้อยู่แล้ว กูไม่ฟัง กูไม่ทำตาม ...เป็นใครถึงรู้ดีมากกว่ากู (นี่คือความคิดที่เราคุยกับตัวเองในหัวนะครับ)
เชื่อไหมครับว่า  บางครั้งคนที่อายุน้อยกว่าแต่มีประสบการณ์มากกว่า เรียนรู้มามากกว่า ...เราก็สามารถที่จะเรียนรู้จากเค้าคนนั้นได้เช่นกัน...ขอเพียงแค่เราลดอีโก้ของตัวเองลงบ้างเล็กน้อย แล้วลองรับฟัง ลองทำตามดู ถ้าลองทำแล้ว รู้สึกว่า ไม่ใช่ ก็ยังทันที่จะกลับมาใช้วิธีของตัวเองได้ แต่ถ้าลองทำแล้วดี สะดวกสบายมากกว่าวิธีเดิมๆ ชีวิตเราก็ดีขึ้นทันที และที่สำคัญเลยนะครับ เราจะประหยัดเวลาที่จะต้องไปลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง (ถ้าลองทำแล้ว แล้วเป็นวิธีที่ดีกว่าเดิมนะครับ)

2. สาเหตุที่ 2 คือ ความเข้มแข็ง
หลายคนอาจจะสงสัยว่า ความเข้มแข็งเนี่ยนะ ที่เป็นสาเหตุ...ใช่ครับ
จริงๆแล้วความเข้มแข็งคือ อีโก้ตัวลูกนั้นเอง
หลายคนมีความเชื่อโดยส่วนบุคคลว่า เราต้องอย่าแสดงความอ่อนแอ เราต้องแสดงออกถึงความเข้มแข็ง ... อันนี้จริงครับ ผมเห็นด้วย
แต่ในบางครั้ง เราอ่อนแอจริงๆ เราต้องซื่อสัตย์กับความรู้สึกกับตัวเอง กับคนที่เราไว้ใจ และเชื่อมั่นเค้าได้ เช่น พ่อ แม่ เพื่อนสนิท แฟน หรือ ใครก็ตามที่เค้าคนนั้นจะไม่เอาเรื่องความอ่อนแอของเราไปพูดต่อกับคนอื่นอ่ะครับ
ระบายออกมาเถอะครับ ไม่ผิดหรอกครับ ที่ชีวิตนี้จะแสดงความอ่อนแอออกมาบ้าง
ในทางกลับกัน ถ้าเรากำลังรู้สึกอ่อนแออยู่ แล้วเลือกที่จะเข้มแข็ง เพื่อปกปิด แล้วเก็บมันไว้ ไม่นานครับ เราจะกลายเป็นโรคซึมเศร้า และรู้สึกสับสนกับตัวเอง ...เราจะอ่อนข้างใน แต่ภายนอกจะดูเข้มแข็งมาก

3. สาเหตุที่ 3 คือ อายุ
อีโก้ตัวลูกอีกตัวนึง ส่วนมากหลายคนมีความเชื่อว่า อายุมากกว่าจะไม่รับฟังอายุน้อยกว่า (จากที่ผมสังเกตหลายๆคนนะครับ)
เข้าใจนะครับว่า มันเสียself แต่ถ้ายอมเสียselfแล้วเราได้ความรู้มากขึ้นจากคนที่อายุน้อยกว่า แล้วทำให้ชีวิตเราสะดวกสบายมากขึ้น ก็ถือว่าคุ้มนะครับ
เช่น แม่อายุ 59ปี อยากเล่นไลน์ แต่เล่นไม่เป็น แล้วมีหลานอายุ 25ปี เล่นไลน์อยู่ เล่นเป็นด้วย แม่อายุ59ปี ถ้าอยากเล่นไลน์เป็นไว ไม่ต้องลองผิดลองถูกและประหยัดเวลาในการเรียนรู้ไปด้วย ก็ต้องปรึกษา หรือถามกับหลานอายุ 25ปี(ยกตัวอยา่งนะครับ แหะๆ^^)

4. สาเหตุที่ 4 คือ การศึกษาหรือความรู้
อีโก้ตัวลูกอีกตัวนึง ที่ปิดกั้นหลายคนมาแล้ว เรียนสูงไม่ใช่จะรู้เยอะกว่า เรียนต่ำก็ไม่ใช่จะรู้น้อยกว่า รู้มากหรือรู้น้อย เกิดจากการได้ลงมือทำ จนเป็นประสบการณ์ จนเกิดทักษะ ต่างหาก
มีคนจบด็อกเตอร์ตั้งหลายคนที่พอมาเป็นครูสอนนักเรียน นักเรียนกลับเรียนไม่รู้เรื่อง และก็มีคนจบประถมตั้งหลายคนที่เป็นเจ้านายคนจบปริญญาเอก (ยกตัวอย่างให้เข้าใจนะครับ ไม่มีเจตนาเสียดสีใครนะครับ^^)

5. สาเหตุที่ 5 คือ คำพูดและทัศนคติ
ทัศนคติคือความคิด คำพูดของคนๆนึงจะถูกคิดก่อน ถึงพูด บางทีก็ตั้งใจคิด และบางทีก็ไม่ได้ตั้งใจคิด แต่สุดท้ายแล้วก็ถือว่า ได้พูดออกมาแล้วจากความคิดที่ตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ
คำพูดที่ห้ามพูดเลย คือ ไม่มีเวลา ขี้เกียจ ยาก ทำไม่ได้ (คำพูดอะไรพวกนี้ ที่จะทำให้เราปิดกั้นศักยภาพและความสามารถของตัวเอง) และยังเป็นการปิดกั้นการทำงานของสมองอีกด้วย
จริงๆแล้วมันเป็นหลักจิตวิทยากับวิทยาศาสตร์ ผมก็ไม่รู้อะไรเยอะมาก แต่ผมสังเกตจากตัวเองว่า เมื่อไรที่ ผมบอกกับตัวเองว่า ไม่มีเวลา ชีวิตของผมก็จะไม่มีเวลาจริงๆ หรือ ผมบอกกับตัวเองว่า ยาก สิ่งที่ผมกำลังทำอยู่มันก็ยากขึ้นจริงๆ เดิมทียิ้มก็ยากอยู่แล้ว แต่บอกกับตัวเองว่า ยาก ยิ้มยิ่งยากกว่าเดิมอีก
(ผมเชื่อว่า ทุกคนเคยเป็นในทำนองแบบผม แต่บางทีไม่ได้สังเกตตัวเอง)
คราวนี้ ถ้าสมมติว่า คุณเจอเหตุการณ์ในชีวิตที่แย่จริงๆ แล้ว คุณห้ามความคิดให้คิดลบไม่ได้จริงๆ ขออย่างเดียวนะครับ คือ อย่าเอ่ยปากพูดออกมาเด็ดขาด ห้ามใจตัวเองไม่ให้พูดสิ่งไม่ดีให้ได้ คุณเท่านั้นที่บังคับใจตัวเองได้
แล้วพยายามฝึกคิดบวกในสถานการร์ที่แย่ในชีวิตให้ได้ เช่น แดดร้อน รถติด คนเยอะ เป็นต้น
เช่น แดดร้อน ก็ดีนะ เวลาตากผ้าจะได้แห้งไวๆ
รถติด ก็ดีนะ จะได้มีเวลาฟังเพลในรถมากขึ้น กลับบ้านไปจะได้พักผ่อนหรือทำธุระสำคัญได้เลย โดยไม่เสียเวลาไป
คนเยอะก็ดีนะ ดูครึกครื้นดี ดุไม่เงียบเหงา (ยกตัวอย่างให้เห็นภาพนะครับ )

ปล. ทั้งหมดที่พูดมา ขอเพียงแค่คุณมีความอยากที่จะพัฒนาตัวเอง และลดอีโก้ลง และ รับฟังคนที่มีความรู้มากกว่า เท่านี้ ชีวิตก็ดีขึ้นแล้วครับ

ขอบคุณทุกท่านด้วยนะครับ ที่อ่านมาถึงตรงนี้
ผมหวังว่า กระทู้จะช่วยให้ทุกๆท่านมีชีวิตที่ดีขึ้น และมีความสุข สะดวก สบาย มากขึ้นนะครับอมยิ้ม01
ผมยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นนะครับ^^ ร่วมเข้ามาแชร์ประสบการณ์ส่วนตัวกันนะครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่