http://www.komchadluek.net/news/scoop/310139
ดร.เดชรัตน์ สุขกำเนิด อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
จขกท. ขอแสดงความเห็น
เฉพาะ กรณีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ตอนนี้ถึงเวลาที่ควรปรับรูปแบบการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยแล้วหรือยัง
ผมเห็นว่า ควรแล้วครับ และคิดว่าท่านก็เห็นแบบเดียวกับที่ผมเห็น
หนึ่ง ทักษะ (หรือ skill) ที่จำเป็นและเป็นประโยชน์สำหรับชีวิตและการประกอบการของนักศึกษาคนนั้น โดยผู้เรียนสามารถเลือกที่จะเรียนในทักษะต่างๆจำนวนหนึ่งเช่น 10 ทักษะ (เช่น กราฟฟิก โปรแกรมเมอร์ บาริสต้า data analytics บัญชี ทำอาหาร ทำผม ออกแบบ ฯลฯ)
เห็นด้วยบางส่วนครับ ครึ่งหนึ่ง ควรเป็นสาขาวิชาชีพหลัก อีกครึ่งหนึ่ง เป็นสาขาวิชาบูรณาการ ทั้งนี้ การประยุกต์เหตุการณ์จริงในชุมชน ควรเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนของเศรษฐศาสตร์ การเน้นหลักสูตรของต่างประเทศมากเกินไป ผมเห็นว่าเป็นการไม่นำพา ที่จะสามารถประยุกต์ใช้กับการทำงานในประเทศได้ ทางคณะฯ ก็น่าจะมีคนนึกถึงประเด็นนี้มากพอสมควร
สอง การประกอบการชีวิต ซึ่งจัดเป็นโครงงานที่สำคัญที่สุดในการวัดผลในระดับมหาวิทยาลัย โดยผู้เรียนจะต้องดำเนินการประกอบการชีวิตนั้นอย่างจริงจังจนสัมฤทธิ์ผลและสามารถดำเนินกิจการต่อเนื่องได้ทันทีหลังจากจบการศึกษา และสามารถสรุปเป็นบทเรียนบทเรียนสำหรับผู้อื่นได้
ในเศรษฐศาสตร์ ทั้งหลักคิด monetary policy - fiscal policy เช่น is lm bp , phillips curve เป็น model ที่ had been failed ไปแล้ว แต่ยังสอบเก็บคะแนนใน macroeconomics II อยู่ ผมเห็นว่า อะไรที่ล้มเหลว เลิกๆ ไปก็ได้ครับ อาจจะเห็นไม่เหมือนนักเศรษฐศาสตร์คนอื่น แต่นี่จะเป็นการให้นิสิตเรียนของจริง อยู่ในชีวิตจริงมากขึ้น
ถ้าผมมีโอกาสเป็นอาจารย์สอนนิสิต และไม่ถูกขัดขวาง ผมจะสอนวิธีคิดของผู้บริหารภาครัฐและเอกชน ว่า เศรษฐกิจดีหรือไม่ดี ดูที่ตัวชี้วัดเชิงปริมาณ หรือเชิงคุณภาพ เอาข้อมูลจากแหล่งไหน
เดี๋ยวมาต่อครับ
ขอแสดงความเห็นส่วนตัวเพิ่มเติมจากบทความ >>ถึงเวลา “มหาวิทยาลัย” ต้องเปลี่ยน ??
ดร.เดชรัตน์ สุขกำเนิด อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
จขกท. ขอแสดงความเห็น เฉพาะ กรณีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ตอนนี้ถึงเวลาที่ควรปรับรูปแบบการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยแล้วหรือยัง
ผมเห็นว่า ควรแล้วครับ และคิดว่าท่านก็เห็นแบบเดียวกับที่ผมเห็น
หนึ่ง ทักษะ (หรือ skill) ที่จำเป็นและเป็นประโยชน์สำหรับชีวิตและการประกอบการของนักศึกษาคนนั้น โดยผู้เรียนสามารถเลือกที่จะเรียนในทักษะต่างๆจำนวนหนึ่งเช่น 10 ทักษะ (เช่น กราฟฟิก โปรแกรมเมอร์ บาริสต้า data analytics บัญชี ทำอาหาร ทำผม ออกแบบ ฯลฯ)
เห็นด้วยบางส่วนครับ ครึ่งหนึ่ง ควรเป็นสาขาวิชาชีพหลัก อีกครึ่งหนึ่ง เป็นสาขาวิชาบูรณาการ ทั้งนี้ การประยุกต์เหตุการณ์จริงในชุมชน ควรเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนของเศรษฐศาสตร์ การเน้นหลักสูตรของต่างประเทศมากเกินไป ผมเห็นว่าเป็นการไม่นำพา ที่จะสามารถประยุกต์ใช้กับการทำงานในประเทศได้ ทางคณะฯ ก็น่าจะมีคนนึกถึงประเด็นนี้มากพอสมควร
สอง การประกอบการชีวิต ซึ่งจัดเป็นโครงงานที่สำคัญที่สุดในการวัดผลในระดับมหาวิทยาลัย โดยผู้เรียนจะต้องดำเนินการประกอบการชีวิตนั้นอย่างจริงจังจนสัมฤทธิ์ผลและสามารถดำเนินกิจการต่อเนื่องได้ทันทีหลังจากจบการศึกษา และสามารถสรุปเป็นบทเรียนบทเรียนสำหรับผู้อื่นได้
ในเศรษฐศาสตร์ ทั้งหลักคิด monetary policy - fiscal policy เช่น is lm bp , phillips curve เป็น model ที่ had been failed ไปแล้ว แต่ยังสอบเก็บคะแนนใน macroeconomics II อยู่ ผมเห็นว่า อะไรที่ล้มเหลว เลิกๆ ไปก็ได้ครับ อาจจะเห็นไม่เหมือนนักเศรษฐศาสตร์คนอื่น แต่นี่จะเป็นการให้นิสิตเรียนของจริง อยู่ในชีวิตจริงมากขึ้น
ถ้าผมมีโอกาสเป็นอาจารย์สอนนิสิต และไม่ถูกขัดขวาง ผมจะสอนวิธีคิดของผู้บริหารภาครัฐและเอกชน ว่า เศรษฐกิจดีหรือไม่ดี ดูที่ตัวชี้วัดเชิงปริมาณ หรือเชิงคุณภาพ เอาข้อมูลจากแหล่งไหน
เดี๋ยวมาต่อครับ