"นิด้าโพล"เผยผลสำรวจ พบ"ปชช."ส่วนใหญ่มอง"ครม.- สนช.- สปท."ไม่ค่อยมีจริยธรรม ชี้ยังให้โอกาสคนไม่เก่งแต่มีจริยธรรม แนะควรลงโทษเคร่งครัด เพื่อสร้างคนการเมืองน้ำดีในอนาคต
เมื่อวันที่ 21 ม.ค.ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “
นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “
คุณธรรมและจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง” โดยทำการสำรวจระหว่าง วันที่17 –18 ม.ค. 2561 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 1,250 ตัวอย่าง ซึ่งจากผลสำรวจพบว่า
ประชาชนส่วนใหญ่ หรือ ร้อยละ 54.24 เห็นว่าคุณธรรมและจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส
รองลงมาร้อยละ 13.04 เห็นว่า เป็นการไม่ใช้อำนาจ ตำแหน่ง หน้าที่เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ให้กับตนเองหรือพวกพ้อง เช่น การแก้ไขกฎหมายเพื่อให้ตนเองได้ประโยชน์ การใช้อำนาจหน้าที่ใน ทางมิชอบ
ขณะที่ร้อยละ 12.56 เห็นว่า เป็นการเอาใจใส่ และความตั้งใจที่จะทำงานเพื่อประเทศชาติ
นอกจากนั้นยังมีความคิดเห็นอื่นๆที่น่าสนใจ อาทิ ร้อยละ 6.64 เห็นว่า เป็นการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาประเทศชาติอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่เลือกปฏิบัติ หรือแบ่งแยก
ขณะที่ร้อยละ 2.00 เห็นว่า เป็นการรักษาความเป็นระบอบประชาธิปไตย รับฟังเสียงส่วนน้อย ยึดหลักการมี ส่วนร่วม
หรือร้อยละ 1.84 เห็นว่า เป็นการไม่สร้างความแตกแยกในสังคม หรือไม่กล่าวหาฝ่ายตรงข้าม ไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง
ด้านความคิดเห็นเกี่ยวกับจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในภาพรวม ได้แก่ คณะรัฐมนตรี(ครม.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ( สนช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) พบว่า
ประชาชนส่วนใหญ่ หรือ ร้อยละ 42.00 เห็นว่า ไม่ค่อยมีจริยธรรม
ร้อยละ 10.48 เห็นว่า มีจริยธรรมมาก
ร้อยละ 31.28 เห็นว่า มีจริยธรรมค่อนข้างมาก
และร้อยละ 11.20 เห็นว่าไม่มีจริยธรรมเลย
เมื่อถามถึงการตัดสินใจของประชาชนหากต้องเลือกระหว่าง “ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่เก่ง มีผลงาน แต่ไม่มีจริยธรรม” กับ“ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่มีจริยธรรม แต่ ไม่เก่ง มีผลงานน้อย” พบว่า
ประชาชนส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 74.88 เห็นว่า จะเลือกผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่มีจริยธรรม แต่ ไม่เก่ง มีผลงานน้อย
ขณะที่ ร้อยละ 17.36 เห็นว่า จะเลือกผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่เก่ง มีผลงาน แต่ไม่มีจริยธรรม
ร้อยละ 3.68 เห็นว่า ไม่เลือกทั้งสองแบบ และท้ายที่สุด
เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับสิ่งที่ควรทำ เพื่อให้ประเทศไทยมีแต่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ดี เก่ง มีผลงาน และมีจริยธรรม พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 35.20 เห็นว่า ควรมีบทลงโทษทางวินัยอย่างเคร่งครัด
รองลงมา ร้อยละ 29.52 ระบุว่า ควรมีหน่วยงานตรวจสอบคุณธรรม จริยธรรม และความประพฤติของนักการเมือง
ร้อยละ 21.44 เห็นว่า ควรมีระบบคัดกรองนักการเมืองน้ำดี มีคุณภาพ
ร้อยละ 19.60 เห็นว่า ประชาชนต้องไม่ซื้อสิทธิขายเสียง
ร้อยละ 14.00 เห็นว่า ควรสร้างค่านิยมใหม่ ๆ ปรับทัศนคติ ค่านิยมคนไทยบางกลุ่มที่ยึดติดกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ไม่มีจริยธรรม แต่เก่ง มีผลงานหรือทัศนคติที่ว่าโกงได้ แต่ขอให้ประเทศพัฒนา
ทั้งนี้ “
นิด้าโพล” ได้สรุปผลการสำรวจว่า
ประชาชนต้องการผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่มีความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส แต่ยังไม่ให้ความสำคัญเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนมากนัก และประชาชนมีความเห็นว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในปัจจุบันไม่ค่อยมีจริยธรรม ซึ่งผลการสำรวจนี้ไม่สอดคล้องกับนโยบายของ รัฐบาลที่เน้นเรื่องจริยธรรมและความซื่อสัตย์สุจริต นอกจากนี้ประชาชนยังทนและยอมรับได้กับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ไม่เก่งแต่ไม่โกง มากกว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่เก่งแต่โกง และประชาชนต้องการให้มีการลงโทษผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่โกง ต้องมีการตรวจสอบที่เข้มข้น และมีการคัดกรองนักการเมืองที่ดี.
JJNY : โพลแสลงใจ 2.4...ซี้จุกสูญ "นิด้าโพล"เผยภาพรวม"ครม.-สนช.-สปท."ไม่ค่อยมีจริยธรรม
เมื่อวันที่ 21 ม.ค.ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “คุณธรรมและจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง” โดยทำการสำรวจระหว่าง วันที่17 –18 ม.ค. 2561 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 1,250 ตัวอย่าง ซึ่งจากผลสำรวจพบว่า
ประชาชนส่วนใหญ่ หรือ ร้อยละ 54.24 เห็นว่าคุณธรรมและจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส
รองลงมาร้อยละ 13.04 เห็นว่า เป็นการไม่ใช้อำนาจ ตำแหน่ง หน้าที่เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ให้กับตนเองหรือพวกพ้อง เช่น การแก้ไขกฎหมายเพื่อให้ตนเองได้ประโยชน์ การใช้อำนาจหน้าที่ใน ทางมิชอบ
ขณะที่ร้อยละ 12.56 เห็นว่า เป็นการเอาใจใส่ และความตั้งใจที่จะทำงานเพื่อประเทศชาติ
นอกจากนั้นยังมีความคิดเห็นอื่นๆที่น่าสนใจ อาทิ ร้อยละ 6.64 เห็นว่า เป็นการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาประเทศชาติอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่เลือกปฏิบัติ หรือแบ่งแยก
ขณะที่ร้อยละ 2.00 เห็นว่า เป็นการรักษาความเป็นระบอบประชาธิปไตย รับฟังเสียงส่วนน้อย ยึดหลักการมี ส่วนร่วม
หรือร้อยละ 1.84 เห็นว่า เป็นการไม่สร้างความแตกแยกในสังคม หรือไม่กล่าวหาฝ่ายตรงข้าม ไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง
ด้านความคิดเห็นเกี่ยวกับจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในภาพรวม ได้แก่ คณะรัฐมนตรี(ครม.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ( สนช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) พบว่า
ประชาชนส่วนใหญ่ หรือ ร้อยละ 42.00 เห็นว่า ไม่ค่อยมีจริยธรรม
ร้อยละ 10.48 เห็นว่า มีจริยธรรมมาก
ร้อยละ 31.28 เห็นว่า มีจริยธรรมค่อนข้างมาก
และร้อยละ 11.20 เห็นว่าไม่มีจริยธรรมเลย
เมื่อถามถึงการตัดสินใจของประชาชนหากต้องเลือกระหว่าง “ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่เก่ง มีผลงาน แต่ไม่มีจริยธรรม” กับ“ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่มีจริยธรรม แต่ ไม่เก่ง มีผลงานน้อย” พบว่า
ประชาชนส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 74.88 เห็นว่า จะเลือกผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่มีจริยธรรม แต่ ไม่เก่ง มีผลงานน้อย
ขณะที่ ร้อยละ 17.36 เห็นว่า จะเลือกผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่เก่ง มีผลงาน แต่ไม่มีจริยธรรม
ร้อยละ 3.68 เห็นว่า ไม่เลือกทั้งสองแบบ และท้ายที่สุด
เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับสิ่งที่ควรทำ เพื่อให้ประเทศไทยมีแต่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ดี เก่ง มีผลงาน และมีจริยธรรม พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 35.20 เห็นว่า ควรมีบทลงโทษทางวินัยอย่างเคร่งครัด
รองลงมา ร้อยละ 29.52 ระบุว่า ควรมีหน่วยงานตรวจสอบคุณธรรม จริยธรรม และความประพฤติของนักการเมือง
ร้อยละ 21.44 เห็นว่า ควรมีระบบคัดกรองนักการเมืองน้ำดี มีคุณภาพ
ร้อยละ 19.60 เห็นว่า ประชาชนต้องไม่ซื้อสิทธิขายเสียง
ร้อยละ 14.00 เห็นว่า ควรสร้างค่านิยมใหม่ ๆ ปรับทัศนคติ ค่านิยมคนไทยบางกลุ่มที่ยึดติดกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ไม่มีจริยธรรม แต่เก่ง มีผลงานหรือทัศนคติที่ว่าโกงได้ แต่ขอให้ประเทศพัฒนา
ทั้งนี้ “นิด้าโพล” ได้สรุปผลการสำรวจว่า ประชาชนต้องการผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่มีความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส แต่ยังไม่ให้ความสำคัญเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนมากนัก และประชาชนมีความเห็นว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในปัจจุบันไม่ค่อยมีจริยธรรม ซึ่งผลการสำรวจนี้ไม่สอดคล้องกับนโยบายของ รัฐบาลที่เน้นเรื่องจริยธรรมและความซื่อสัตย์สุจริต นอกจากนี้ประชาชนยังทนและยอมรับได้กับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ไม่เก่งแต่ไม่โกง มากกว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่เก่งแต่โกง และประชาชนต้องการให้มีการลงโทษผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่โกง ต้องมีการตรวจสอบที่เข้มข้น และมีการคัดกรองนักการเมืองที่ดี.