**ติดตามพันทิปมานานแล้ว ขออนุญาตโพสต์แรกเพื่อแชร์ประสบการณ์ท่องเที่ยวต่างแดนบ้างนะคะ ค่อนข้างมือใหม่สำหรับการโพสต์กระทู้ ต้องขออภัยในความผิดพลาดมา ณ ที่นี้ด้วย..
สมัยนี้ใครๆก็ไปเที่ยวญี่ปุ่นกัน วีซ่าไม่ต้องขอแล้วด้วย ตั๋วเครื่องบินก็ราคาพอเอื้อมถึง ฐานะเด็กน้อยอย่างเราพอเห็นราคาตั๋วเมื่อต้นปี (2017) ก็ตาโต เพื่อเติมเต็มความฝันเล็กๆที่จะได้ไปเที่ยวประเทศนี้เลยจัดมาสักหน่อย ต้องบอกก่อนว่าทริปนี้เป็นทริปใจเร็ว ตัดสินใจจองตั๋วแบบไม่ได้คิดหน้าคิดหลัง เลยงกจองเวลาหลายวันและเส้นทางที่ราคาประหยัด แต่ได้ไปหลายเมือง ดังนั้นทริปนี้อาจพูดได้ว่า เราทำการบ้านไปไม่ดีพอ มาดูกันว่าจะไปไหนได้บ้าง จะฟินหรือจะเฟลแค่ไหน เรามาดูกันค่ะ
ค่าใช้จ่ายต่อสองคน
1. ค่าตั๋วเครื่องบิน ไป (ดอนเมือง-นาริตะ)/กลับ (คันไซ-ดอนเมือง) 19,xxx บาท
2. ที่พัก โตเกียว(4คืน) เกียวโต (1คืน) โอซาก้า(2คืน) 9,5xx บาท
3. JR all pass (7days) 8,780*2 = 17,560 บาท
4. Osaka amazing pass (1Day) 780*2 = 1,560 บาท
5. SIM 399*2 = 798 บาท
6. กิน ใช้ ช้อป ของฝาก 22,xxx บาท
รวม คนละ 35,xxx บาท
(อัตราแลกเปลี่ยนที่ได้ไปคือ บาทละ 0.307 เยน)
เมืองที่ได้ไปเยี่ยมชม (ส 1 กค - ส 8 กค 60)
1. Tokyo
2. Kawaguchiko
3. Nikko
4. Utsunomiya
5. Nagoya
6. Kyoto
7. Kobe
8. Osaka
สำหรับสไตล์การเที่ยว จะเป็นแบบลุยๆ ไม่ติดหรู แต่ไม่ฮาร์ดคอร์ ต้องมีความสบายๆชิลๆอยู่ด้วย เน้นเดินเองในส่วนที่รถไฟเข้าไม่ถึง ไม่โบกtaxi และไม่นั่งรถบัส เหนื่อยก็พัก หิวก็หาร้านกิน ไม่เน้นร้านดังร้านแนะนำ ขอแค่ดูว่าน่ากิน น่าจะโอเค ก็จัดเลย ถ้าง่วงแล้วก็กลับที่พักเพื่อพักผ่อนเตรียมตัวสำหรับวันถัดไป และถ้าสถานที่ไหนมีค่าธรรมเนียมเข้าชมแต่เราไม่รู้สึกอินก็แวะถ่ายรูปแค่ด้านหน้า ไม่เข้าไปชม อีกอย่างคือเราไม่ใช่คนชอบช้อปปิ้งด้วย
และจุดประสงค์ของการไปญี่ปุ่นครั้งนี้ก็มีทั้งเป็นความใฝ่ฝันถึงการได้ไปชมซากุระ (แต่เธอไปหน้าฝนนะ จะมีดอกอะไรให้ดูหรือ? เออ ช่างมันเนอะ ได้ไปก็ดีใจแล้ว) อยากไปเที่ยวชมเมือง ดูวิถีชีวิตผู้คน อยากจะไปใส่ชุดยูกาตะเดินเฉิดฉายในแดนอาทิตย์อุทัย และที่สำคัญไม่แพ้กันคือจะไปจับม่อนถิ่นตัวเป็ดต้นหอม (Farfetch’d) ในเกมส์โปเกม่อนโก (อย่าว่ากันนะ เพราะมันเป็นม่อนเฉพาะถิ่นที่หาได้ในญี่ปุ่น แต่ไม่มีในไทย เลยต้องลงทุนกันหน่อย) ด้วยเหตุผลร้อยแปดนี้ทำให้ทริปเราจะดูแปลกๆนิดนึงค่ะ
เตรียมตัวก่อนเดินทาง
เริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ ที่จริงแล้วถึงแม้ว่าเราทำการบ้านไปไม่ดีพอ แต่เรามีการวางแผนล่วงหน้านะคะ ว่าจะไปไหนบ้าง เวลาอะไร เดินทางด้วยรถไฟสายไหนได้บ้าง (ที่ไม่ต้องจ่ายเพิ่มจากพาสที่มี) ซึ่งเราก็ได้ลองอ่านในพันทิป หรือบางเวปเที่ยวที่หาได้ตามกูเกิลนี่แหล่ะค่ะ แต่เราลองเข้าใช้ hyperdia.com แล้วไม่คุ้นชิน เลยกลับมาที่แอพที่เราคุ้นเคยและขออนุญาตแบ่งปันการใช้ googlemap ที่เรายกให้เป็นสิ่งจำเป็นทั้งก่อนไปและตอนเที่ยวจริงว่าอากู๋เราก็เจ๋งนะ (ท่านใดใช้งานเป็นประจำอยู่แล้วข้ามส่วนนี้ได้เลย)
แนะนำการใช้งาน googlemap
-ขั้นแรกเข้า googlemap แล้วใส่สถานที่ที่ต้องการจะไป (สถานที่ปลายทาง) จากนั้นกดสัญลักษณ์ direction เพื่อเข้าค้นหาเส้นทาง
*ส่วนลูกเล่นอื่นๆ เช่น เวลาเปิดปิด ภาพถ่ายสถานที่จริง ช่วงเวลาคนหนาแน่น เบอร์โทรติดต่อ เป็นต้น สามารถดูได้โดยการเลื่อนเม้าส์ในกรอบข้างซ้าย แต่ขอไม่อธิบายในนี้ คิดว่าน่าจะไปลองเล่นดูเองได้ค่ะ
-จากนั้นหน้าจอจะเปลี่ยนเป็นรูปแผนที่และข้อมูลเส้นทางสำหรับเดินทางได้ทันที เราสามารถปรับข้อมูลต่างๆได้ ดังนี้
ช่อง1 ปรับสลับสถานีต้นทาง ปลายทางด้วยลูกศรไปกลับ เลือกวิธีเดินทางแบบรถส่วนตัว ขนส่งสาธารณะ เดิน ปั่นจักรยาน หรือเครื่องบิน โดยกดที่รูปนั้น
ช่อง2 เราเลือกวันเวลาที่เราต้องการเดินทางได้ หลังจากเลือกแล้วจะมีเส้นทางแนะนำดังช่อง 3 ซึ่งเราสามารถทำได้ทั้งเลือกที่เส้นทางบนแผนที่ด้านขวา หรือจะเลือกที่แถบเส้นทางอย่างย่อด้านซ้ายก็ได้
ในส่วนภาพแผนที่เราอาจจะย่อหรือขยายดูในแผนที่ รวมทั้งเปลี่ยนเป็นภาพถ่ายดาวเทียม และ street view ได้ด้วยค่ะ และถ้าอยากจะดูตารางเวลาการเดินทางที่มากกว่านี้ ให้กดที่ schedule explorer เพื่อดูเส้นทางอื่นๆ และถ้าเรามีจีเมล สามารถ log in เข้า gmail ส่วนตัว แล้วบันทึก เก็บไว้เป็นข้อมูล หรือปักมุดติดดาวสถานที่ไว้เผื่อวันหน้าได้นะคะ ซึ่งจะเพิ่มความสะดวกยิ่งขึ้น เพราะมันจะ sync ข้อมูลกับจีเมลเราไปทุกอุปกรณ์ที่มี app อยู่ ชีวิตเราก็จะสบายขึ้นมากเลย
-หลังจากกดเข้าดูตารางเพิ่มเติม สามารถใช้เม้าส์เลื่อนขึ้นลง (scroll mouse) ดูเส้นทางต่างๆได้ ถ้าต้องการดูรายละเอียดอันไหนก็เอาเม้าส์ไปแช่ที่เส้นทางนั้น ข้อมูลอย่างย่อจะปรากฏ ถ้าเราสนใจก็ลอง click เข้าไปดูรายละเอียดได้เลย
-กรอบข้อมูลด้านซ้ายหลังจากเรา click เข้าดูเส้นทางที่สนใจ จะมีรายละเอียดจำพวกเวลาเดินทางทั้งหมดสำหรับเส้นทางจากต้นทางถึงปลายทาง (ที่เราใส่ไว้) เราจะดูชื่อขบวนรถไฟและชานชาลารวมทั้งราคาที่ต้องจ่าย (อันนี้รวมหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกรณีรถไฟที่ต้องจองล่วงหน้าและมีค่าจองตั๋ว ไม่ต้องคิดไรมากเลยค่ะแค่กำเงินไปให้พอกับที่อากู๋บอกเท่านั้น ก็เดินทางได้อย่างสบายใจ) ซึ่งเวลารถไฟออกจากสถานีต้นทางที่ญี่ปุ่นจะตรงเวลามาก อย่าไปสายนะคะ ตกรถแน่นอน นอกจากนี้ยังบอกว่าจอดแวะระหว่างทางกี่สถานีให้ด้วย
-กรณีตัวอย่างที่ใส่มาคือเดินทางจากสนามบินนาริตะไปสถานีโตเกียว วันเสาร์ที่ 2 กันยายน 2560 เวลา 8.44-9.43 น. โดยรถไฟของ JR สาย Narita Express ขบวนรถ Narita Express 52 Limited Express Ofuna จอดแวะ 2 สถานี ขึ้นรถไฟที่ชานชาลา 2-3 รถไฟออกจากจากชานชาลาเวลา 8.44 น. ถึงสถานีโตเกียวเวลา 9.43 น. ราคา 3,020 เยน
ตั๋วรถไฟ ที่พัก และสิ่งจำเป็น
-สำหรับตั๋วเดินทางเราเลือก JR all pass แบบ 7 วัน ไปได้ทั่วญี่ปุ่น รวมชินคันเซ็น (ยกเว้น NOZOMI และ MIZUHO) ในเครือ JR เพราะไม่อยากคิดมาก ไปหลายเมืองด้วย ง่ายๆซื้อจากไทยไปเลยค่ะ เมื่อถึงสนามบินแล้วค่อยไปแลกเอาตั๋วไว้ใช้ขึ้นรถไฟ และเราซื้อ Osaka Amazing pass แบบ 1 วัน อีกสำหรับวันที่ 8 ของทริป ซึ่งได้ตั๋วทันทีที่ซื้อพร้อมคูปองส่วนลดสถานที่ในโอซาก้า อย่าลืมเก็บให้ดีและนำไปญี่ปุ่นด้วยกัน
-ที่พักแต่ละคืน ตามความเหมาะสมกับสถานที่และการเดินทางไปเที่ยวที่ต่างๆ โดยหาจองตามเวปไซต์ปกติ จำพวก Agoda, Booking, Expedia ขึ้นอยู่กับเราว่าจะสะดวกและพอใจที่พักที่ไหน แนะนำว่าก่อนจองให้อ่านรีวิวสถานที่พัก แผนที่ รายละเอียดห้องพักให้ดีนะคะ เพราะบางครั้งรูปภาพที่เห็นก็ไม่ใช่สิ่งที่เป็นเสมอไป
-ขาดไม่ได้คือ ซิมโทรศัพท์มือถือ เพราะเราต้องการอินเตอร์เน็ตเพื่อเล่นเกมส์ตลอดวัน รวมทั้งโทรหากันเผื่อยามฉุกเฉิน เราจึงเลือกซื้อซิมแบบใช้ได้ 8 วัน จากไทยไปเลยค่ะ
-อีกสิ่งที่เราเตรียมความพร้อมด้วยคือรองเท้า เพราะเรารู้ตัวว่าเดินเยอะแน่ๆ เลยเลือกรองเท้าที่ใส่สบายเท้า นุ่มๆหน่อย ถ้าเดินนานๆใส่เป็นวันๆแล้วยังไม่กัดเท้า ไม่เจ็บระบม ก็เป็นอันว่าใช้ได้ ถ้าอันไหนสวยๆหัวเรียวๆใส่แล้วงาม แต่มันเหมือนจะบีบเท้า พื้นแข็งและไม่ค่อย support เท้าเรา ให้ทิ้งไว้บ้านนะคะ อย่าเอาไปใส่เลย มันจะพาให้ทริปเราล่มเอาได้ง่ายๆ เพราะเจ็บเท้าเดินไม่ไหว จะพาไม่สนุกทั้งเราและคนที่ไปเที่ยวกับเราด้วย
กินเที่ยวชมญี่ปุ่น 8 วัน 8 เมือง ไปไหนกันบ้าง
**ติดตามพันทิปมานานแล้ว ขออนุญาตโพสต์แรกเพื่อแชร์ประสบการณ์ท่องเที่ยวต่างแดนบ้างนะคะ ค่อนข้างมือใหม่สำหรับการโพสต์กระทู้ ต้องขออภัยในความผิดพลาดมา ณ ที่นี้ด้วย..
สมัยนี้ใครๆก็ไปเที่ยวญี่ปุ่นกัน วีซ่าไม่ต้องขอแล้วด้วย ตั๋วเครื่องบินก็ราคาพอเอื้อมถึง ฐานะเด็กน้อยอย่างเราพอเห็นราคาตั๋วเมื่อต้นปี (2017) ก็ตาโต เพื่อเติมเต็มความฝันเล็กๆที่จะได้ไปเที่ยวประเทศนี้เลยจัดมาสักหน่อย ต้องบอกก่อนว่าทริปนี้เป็นทริปใจเร็ว ตัดสินใจจองตั๋วแบบไม่ได้คิดหน้าคิดหลัง เลยงกจองเวลาหลายวันและเส้นทางที่ราคาประหยัด แต่ได้ไปหลายเมือง ดังนั้นทริปนี้อาจพูดได้ว่า เราทำการบ้านไปไม่ดีพอ มาดูกันว่าจะไปไหนได้บ้าง จะฟินหรือจะเฟลแค่ไหน เรามาดูกันค่ะ
ค่าใช้จ่ายต่อสองคน
1. ค่าตั๋วเครื่องบิน ไป (ดอนเมือง-นาริตะ)/กลับ (คันไซ-ดอนเมือง) 19,xxx บาท
2. ที่พัก โตเกียว(4คืน) เกียวโต (1คืน) โอซาก้า(2คืน) 9,5xx บาท
3. JR all pass (7days) 8,780*2 = 17,560 บาท
4. Osaka amazing pass (1Day) 780*2 = 1,560 บาท
5. SIM 399*2 = 798 บาท
6. กิน ใช้ ช้อป ของฝาก 22,xxx บาท
รวม คนละ 35,xxx บาท
(อัตราแลกเปลี่ยนที่ได้ไปคือ บาทละ 0.307 เยน)
เมืองที่ได้ไปเยี่ยมชม (ส 1 กค - ส 8 กค 60)
1. Tokyo
2. Kawaguchiko
3. Nikko
4. Utsunomiya
5. Nagoya
6. Kyoto
7. Kobe
8. Osaka
สำหรับสไตล์การเที่ยว จะเป็นแบบลุยๆ ไม่ติดหรู แต่ไม่ฮาร์ดคอร์ ต้องมีความสบายๆชิลๆอยู่ด้วย เน้นเดินเองในส่วนที่รถไฟเข้าไม่ถึง ไม่โบกtaxi และไม่นั่งรถบัส เหนื่อยก็พัก หิวก็หาร้านกิน ไม่เน้นร้านดังร้านแนะนำ ขอแค่ดูว่าน่ากิน น่าจะโอเค ก็จัดเลย ถ้าง่วงแล้วก็กลับที่พักเพื่อพักผ่อนเตรียมตัวสำหรับวันถัดไป และถ้าสถานที่ไหนมีค่าธรรมเนียมเข้าชมแต่เราไม่รู้สึกอินก็แวะถ่ายรูปแค่ด้านหน้า ไม่เข้าไปชม อีกอย่างคือเราไม่ใช่คนชอบช้อปปิ้งด้วย
และจุดประสงค์ของการไปญี่ปุ่นครั้งนี้ก็มีทั้งเป็นความใฝ่ฝันถึงการได้ไปชมซากุระ (แต่เธอไปหน้าฝนนะ จะมีดอกอะไรให้ดูหรือ? เออ ช่างมันเนอะ ได้ไปก็ดีใจแล้ว) อยากไปเที่ยวชมเมือง ดูวิถีชีวิตผู้คน อยากจะไปใส่ชุดยูกาตะเดินเฉิดฉายในแดนอาทิตย์อุทัย และที่สำคัญไม่แพ้กันคือจะไปจับม่อนถิ่นตัวเป็ดต้นหอม (Farfetch’d) ในเกมส์โปเกม่อนโก (อย่าว่ากันนะ เพราะมันเป็นม่อนเฉพาะถิ่นที่หาได้ในญี่ปุ่น แต่ไม่มีในไทย เลยต้องลงทุนกันหน่อย) ด้วยเหตุผลร้อยแปดนี้ทำให้ทริปเราจะดูแปลกๆนิดนึงค่ะ
เตรียมตัวก่อนเดินทาง
เริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ ที่จริงแล้วถึงแม้ว่าเราทำการบ้านไปไม่ดีพอ แต่เรามีการวางแผนล่วงหน้านะคะ ว่าจะไปไหนบ้าง เวลาอะไร เดินทางด้วยรถไฟสายไหนได้บ้าง (ที่ไม่ต้องจ่ายเพิ่มจากพาสที่มี) ซึ่งเราก็ได้ลองอ่านในพันทิป หรือบางเวปเที่ยวที่หาได้ตามกูเกิลนี่แหล่ะค่ะ แต่เราลองเข้าใช้ hyperdia.com แล้วไม่คุ้นชิน เลยกลับมาที่แอพที่เราคุ้นเคยและขออนุญาตแบ่งปันการใช้ googlemap ที่เรายกให้เป็นสิ่งจำเป็นทั้งก่อนไปและตอนเที่ยวจริงว่าอากู๋เราก็เจ๋งนะ (ท่านใดใช้งานเป็นประจำอยู่แล้วข้ามส่วนนี้ได้เลย)
แนะนำการใช้งาน googlemap
-ขั้นแรกเข้า googlemap แล้วใส่สถานที่ที่ต้องการจะไป (สถานที่ปลายทาง) จากนั้นกดสัญลักษณ์ direction เพื่อเข้าค้นหาเส้นทาง
*ส่วนลูกเล่นอื่นๆ เช่น เวลาเปิดปิด ภาพถ่ายสถานที่จริง ช่วงเวลาคนหนาแน่น เบอร์โทรติดต่อ เป็นต้น สามารถดูได้โดยการเลื่อนเม้าส์ในกรอบข้างซ้าย แต่ขอไม่อธิบายในนี้ คิดว่าน่าจะไปลองเล่นดูเองได้ค่ะ
-จากนั้นหน้าจอจะเปลี่ยนเป็นรูปแผนที่และข้อมูลเส้นทางสำหรับเดินทางได้ทันที เราสามารถปรับข้อมูลต่างๆได้ ดังนี้
ช่อง1 ปรับสลับสถานีต้นทาง ปลายทางด้วยลูกศรไปกลับ เลือกวิธีเดินทางแบบรถส่วนตัว ขนส่งสาธารณะ เดิน ปั่นจักรยาน หรือเครื่องบิน โดยกดที่รูปนั้น
ช่อง2 เราเลือกวันเวลาที่เราต้องการเดินทางได้ หลังจากเลือกแล้วจะมีเส้นทางแนะนำดังช่อง 3 ซึ่งเราสามารถทำได้ทั้งเลือกที่เส้นทางบนแผนที่ด้านขวา หรือจะเลือกที่แถบเส้นทางอย่างย่อด้านซ้ายก็ได้
ในส่วนภาพแผนที่เราอาจจะย่อหรือขยายดูในแผนที่ รวมทั้งเปลี่ยนเป็นภาพถ่ายดาวเทียม และ street view ได้ด้วยค่ะ และถ้าอยากจะดูตารางเวลาการเดินทางที่มากกว่านี้ ให้กดที่ schedule explorer เพื่อดูเส้นทางอื่นๆ และถ้าเรามีจีเมล สามารถ log in เข้า gmail ส่วนตัว แล้วบันทึก เก็บไว้เป็นข้อมูล หรือปักมุดติดดาวสถานที่ไว้เผื่อวันหน้าได้นะคะ ซึ่งจะเพิ่มความสะดวกยิ่งขึ้น เพราะมันจะ sync ข้อมูลกับจีเมลเราไปทุกอุปกรณ์ที่มี app อยู่ ชีวิตเราก็จะสบายขึ้นมากเลย
-หลังจากกดเข้าดูตารางเพิ่มเติม สามารถใช้เม้าส์เลื่อนขึ้นลง (scroll mouse) ดูเส้นทางต่างๆได้ ถ้าต้องการดูรายละเอียดอันไหนก็เอาเม้าส์ไปแช่ที่เส้นทางนั้น ข้อมูลอย่างย่อจะปรากฏ ถ้าเราสนใจก็ลอง click เข้าไปดูรายละเอียดได้เลย
-กรอบข้อมูลด้านซ้ายหลังจากเรา click เข้าดูเส้นทางที่สนใจ จะมีรายละเอียดจำพวกเวลาเดินทางทั้งหมดสำหรับเส้นทางจากต้นทางถึงปลายทาง (ที่เราใส่ไว้) เราจะดูชื่อขบวนรถไฟและชานชาลารวมทั้งราคาที่ต้องจ่าย (อันนี้รวมหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกรณีรถไฟที่ต้องจองล่วงหน้าและมีค่าจองตั๋ว ไม่ต้องคิดไรมากเลยค่ะแค่กำเงินไปให้พอกับที่อากู๋บอกเท่านั้น ก็เดินทางได้อย่างสบายใจ) ซึ่งเวลารถไฟออกจากสถานีต้นทางที่ญี่ปุ่นจะตรงเวลามาก อย่าไปสายนะคะ ตกรถแน่นอน นอกจากนี้ยังบอกว่าจอดแวะระหว่างทางกี่สถานีให้ด้วย
-กรณีตัวอย่างที่ใส่มาคือเดินทางจากสนามบินนาริตะไปสถานีโตเกียว วันเสาร์ที่ 2 กันยายน 2560 เวลา 8.44-9.43 น. โดยรถไฟของ JR สาย Narita Express ขบวนรถ Narita Express 52 Limited Express Ofuna จอดแวะ 2 สถานี ขึ้นรถไฟที่ชานชาลา 2-3 รถไฟออกจากจากชานชาลาเวลา 8.44 น. ถึงสถานีโตเกียวเวลา 9.43 น. ราคา 3,020 เยน
ตั๋วรถไฟ ที่พัก และสิ่งจำเป็น
-สำหรับตั๋วเดินทางเราเลือก JR all pass แบบ 7 วัน ไปได้ทั่วญี่ปุ่น รวมชินคันเซ็น (ยกเว้น NOZOMI และ MIZUHO) ในเครือ JR เพราะไม่อยากคิดมาก ไปหลายเมืองด้วย ง่ายๆซื้อจากไทยไปเลยค่ะ เมื่อถึงสนามบินแล้วค่อยไปแลกเอาตั๋วไว้ใช้ขึ้นรถไฟ และเราซื้อ Osaka Amazing pass แบบ 1 วัน อีกสำหรับวันที่ 8 ของทริป ซึ่งได้ตั๋วทันทีที่ซื้อพร้อมคูปองส่วนลดสถานที่ในโอซาก้า อย่าลืมเก็บให้ดีและนำไปญี่ปุ่นด้วยกัน
-ที่พักแต่ละคืน ตามความเหมาะสมกับสถานที่และการเดินทางไปเที่ยวที่ต่างๆ โดยหาจองตามเวปไซต์ปกติ จำพวก Agoda, Booking, Expedia ขึ้นอยู่กับเราว่าจะสะดวกและพอใจที่พักที่ไหน แนะนำว่าก่อนจองให้อ่านรีวิวสถานที่พัก แผนที่ รายละเอียดห้องพักให้ดีนะคะ เพราะบางครั้งรูปภาพที่เห็นก็ไม่ใช่สิ่งที่เป็นเสมอไป
-ขาดไม่ได้คือ ซิมโทรศัพท์มือถือ เพราะเราต้องการอินเตอร์เน็ตเพื่อเล่นเกมส์ตลอดวัน รวมทั้งโทรหากันเผื่อยามฉุกเฉิน เราจึงเลือกซื้อซิมแบบใช้ได้ 8 วัน จากไทยไปเลยค่ะ
-อีกสิ่งที่เราเตรียมความพร้อมด้วยคือรองเท้า เพราะเรารู้ตัวว่าเดินเยอะแน่ๆ เลยเลือกรองเท้าที่ใส่สบายเท้า นุ่มๆหน่อย ถ้าเดินนานๆใส่เป็นวันๆแล้วยังไม่กัดเท้า ไม่เจ็บระบม ก็เป็นอันว่าใช้ได้ ถ้าอันไหนสวยๆหัวเรียวๆใส่แล้วงาม แต่มันเหมือนจะบีบเท้า พื้นแข็งและไม่ค่อย support เท้าเรา ให้ทิ้งไว้บ้านนะคะ อย่าเอาไปใส่เลย มันจะพาให้ทริปเราล่มเอาได้ง่ายๆ เพราะเจ็บเท้าเดินไม่ไหว จะพาไม่สนุกทั้งเราและคนที่ไปเที่ยวกับเราด้วย