🌾💮🌾~มาลาริน~"นายกฯ”พอใจราคาข้าวเปลือกสูงกว่าทุกปี..อุปนายกสมาคมโรงสีข้าวไทยชม 2 รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ดันราคาข้าวพุ่ง



เมื่อวันที่ 20 มกราคม พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้รับทราบผลการประชุมเชิงปฎิบัติการ “อนาคตข้าวไทย เพื่อความยั่งยืน” ที่กระทรวงพาณิชย์จัดขึ้น เพื่อระดมความคิดเห็นและวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ข้าว โดยมีตัวแทนภาครัฐ และเอกชน เช่น สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย สมาคมโรงสีข้าว สมาคมชาวนา ฯลฯ เข้าร่วมประชุม


“นายกฯ พอใจกับราคาข้าวเปลือกที่สูงขึ้น โดยราคาปรับตัวสูงกว่าทุกปีที่ผ่านมาถึงร้อยละ 35-40 เนื่องจากได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายโดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรที่พยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเพาะปลูกตามข้อแนะนำของรัฐบาล ขณะเดียวกันรัฐบาลได้ส่งเสริมการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต โดยเน้นแจกจ่ายพันธุ์ข้าว และลดต้นทุนการปลูกข้าวให้กับเกษตรกร” พล.ท.สรรเสริญกล่าว



พล.ท.สรรเสริญกล่าวต่อว่า นายกฯยังได้ขอบคุณทุกฝ่ายที่ได้ร่วมมือกันผลักดันให้ราคาข้าวสูงขึ้น พร้อมทั้งได้รับการยืนยันจากสมาคมโรงสีข้าวไทยด้วยว่า รัฐบาลเดินมาถูกทางแล้ว และเป็นประโยชน์ต่อระบบการค้าข้าว โดยเฉพาะมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวผ่านโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี หรือ “จำนำยุ้งฉาง” รวมกับเงินช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพ และค่าฝากเก็บหรือค่าขึ้นยุ้ง ทำให้เกษตรกรได้รับประโยชน์อย่างมาก



“นายกฯ แนะให้พี่น้องเกษตรกร เจ้าของโรงสี พ่อค้า และหน่วยงานรัฐร่วมกันถอดบทเรียน ว่าความสำเร็จนั้นเกิดจากสิ่งใด ก็ขอให้ร่วมมือกันดำเนินการตามแนวทางนั้น โดยย้ำว่ารัฐบาลมีความตั้งใจจริงในการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรในระยะยาว ตั้งแต่ขั้นตอนการเพาะปลูกไปถึงจัดจำหน่าย อย่างไรก็ตาม อยากให้เกษตรกรทุกคนพัฒนาตนเอง เพื่อก้าวไปสู่การเป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์ โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วยในแต่ละกระบวนการ ช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิตให้สูงขึ้นอย่างยั่งยืน” พล.ท.สรรเสริญ กล่าว

http://www.banmuang.co.th/news/politic/100725


อุปนายกสมาคมโรงสีข้าวไทยชม 2 รัฐมนตรี พณ.ดันราคาข้าวพุ่ง


https://www.matichon.co.th/news/805506

พาณิชย์ผนึกพ่อค้า-โรงสี-ผู้ส่งออก เวิร์คช็อปอนาคตข้าวไทยเพื่อความยั่งยืน



การประชุมเชิงปฏิบัติการ “อนาคตข้าวไทยเพื่อความยั่งยืน” ถือเป็นมิติใหม่สำหรับอุตสาหกรรมข้าวไทย ที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมข้าวไทย ได้มารวมตัวกันทั้ง เอกชน-เอกชน เกษตรกร และภาครัฐ นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญ ในอุตสาหกรรมข้าวไทย ประมาณ 200 คน ในรูปแบบ “ประชารัฐพลัสพลัส” เป็น “Thai Rice United” เพื่อให้เกิดการปรับกระบวนทัศน์และสร้างมิติใหม่สำหรับอุตสาหกรรมข้าวไทย ร่วมกันวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ของอุตสาหกรรมข้าวไทยทั้งปัจจุบันและอนาคต และเสนอมุมมอง แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นตลอดจนเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมข้าวไทย และการดำเนินนโยบายของภาครัฐในทุกมิติ


โดยในการประชุมแบ่งกลุ่มย่อย (Workshop) เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1)กลุ่มตลาดทั่วไป (Mass market) ซึ่งจะมีการกำหนดความต้องการใช้ข้าว (Demand) เพื่อขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ แนวทางการปรับปรุงมาตรการรักษาเสถียรภาพของรัฐบาลให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น รวมถึงการปรับปรุงกฏระเบียบของภาครัฐที่เป็นปัญหาอุปสรรคและไม่ให้มีความซ้ำซ้อน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการค้าข้าวให้สูงสุด 2)กลุ่มตลาดเฉพาะ (Specialty market) โดยจะเน้นการส่งเสริมการตลาดโดยใช้ตลาดนำการผลิต (Demand-driven) ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการยกระดับมาตรฐานคุณภาพข้าว เพื่อยกระดับข้าวไทยให้เป็น พรีเมียมอย่างแท้จริง และ 3)กลุ่มตลาดสินค้านวัตกรรมและมูลค่าเพิ่ม (Value added and innovation market) มุ่งเน้นการสนับสนุนงานวิจัยเพื่อนำมาต่อยอดเชิงนวัตกรรม (Commercialization) ทางการค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ผลของการประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ จะถูกนำเสนอต่อคณะกรรมการและนโยบายบริหารจัดการข้าว (นบข.) เพื่อพิจารณากำหนดมาตรการและนโยบายในการพัฒนาอุตสาหกรรมข้าวไทยทั้งระบบ และการดำเนินนโยบายของภาครัฐให้เป็นรูปธรรมต่อไป

https://www.prachachat.net/economy/news-101018



ทำงานดีกันแบบนี้ก็ต้องชมค่ะ...🌸🌸🌸👍👍👍👍👍


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่