แฉเพื่อแม้ววางแผนเขี่ย'มาร์ค'พ้นการเมือง 'บิ๊กโอ๋'ซวยแล้ว!ปชป.จ่อร้องฟื้น

17 ม.ค. 61 - นายราเมศ รัตนะเชวง ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คำพิพากษาศาลฎีกาที่ให้เพิกถอนคำสั่งปลดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกจากราชการทหารว่ามีผลทำให้คำสั่งของพล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไม่มีผลบังคับใช้อีกต่อไป โดยในคำพิพากษาศาลฎีกายังระบุชัดเจนว่า พล.อ.อ.สุกำพล จะปลดนายอภิสิทธิ์ที่ไม่อยู่ในราชการทหารไม่ได้ เพราะไม่เคยถูกตั้งกรรมการสอบทางวินัยในระหว่างรับราชการ พล.อ.อ.สุกำพลจึงไม่มีอำนาจสั่งปลดย้อนหลังถึง 23 ปีเศษ
"แต่ที่ทำเพราะต้องการทำลายล้างให้นายอภิสิทธิ์พ้นจากการเมือง ซึ่งผมมีหลักฐานชัดเจนว่ามีการวางแผนในที่ประชุมพรรคเพื่อไทยให้จัดการนายอภิสิทธิ์ออกจากวงการการเมือง ไม่ให้เป็นส.ส. โดยมีการรายงานในที่ประชุมพรรคเพื่อไทยวันที่ 9 ตุลาคม 2555 ว่าพล.อ.อ.สุกำพล ระบุว่าภายในเดือนตุลาคม 2555 กลาโหมจะดำเนินการถอดยศนายอภิสิทธิ์ เป็นการวางแผนเป็นขั้นตอนที่จะกลั่นแกล้งนายอภิสิทธิ์"
นายราเมศ กล่าวถึงการดำเนินการหลังจากนี้ว่า จะมีการยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.รื้อคดีที่เคยยกคำร้องพล.อ.อ.สุกำพล กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ จากการออกคำสั่งดังกล่าวให้กลับมาพิจารณาใหม่ เพราะศาลฎีกาพิพากษาแล้วว่า เป็นการกระทำที่ส่อไปในทางไม่สุจริตและเป็นการละเมิดสิทธิของนายอภิสิทธิ์ จึงขอให้พล.อ.อ.สุกำพล รอถูกดำเนินคดีตามมาตรา 157 ได้เลย เพราะคำร้องร่างเสร็จแล้วรอแค่แนบคำพิพากษาศาลฎีกาเท่านั้น
http://www.thaipost.net/main/detail/1224
แฉสื่อ-การเมือง จ้องล้มรัฐ
มีรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 16 ม.ค. ที่ผ่านมา พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ได้แจกเอกสารที่เขียนด้วยลายมือบนหน้ากระดาษเอสี่ จำนวน 12 หน้า เนื้อหาแบ่งออกเป็น 3 ส่วน
ส่วนที่ 1 เป็นการชี้แจงความหมายของประชาธิปไตยไทยนิยมว่า
เพื่อให้คนไทยเข้าใจหลักคิดที่ถูกต้อง ไม่เคยคิดจะทิ้งพื้นฐานประชาธิปไตยสากล มุ่งเป้าหมายเดียวกันคือความสงบสุขสันติอย่างยั่งยืน โดยมีพื้นฐานจากการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม ได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล และอย่าเอานายกฯ คสช. ไปสู้กับใคร ต้องหาแก่นสารของประชาธิปไตย สร้างไทยนิยมระบบประชาธิปไตยให้ได้
ส่วนที่ 2 ระบุถึงสถานการณ์การเมืองว่ามีสื่อ-นักการเมืองจ้องล้ม คสช. ว่า
ขอให้ ครม. ทำงานด้วยความโปร่งใส ชี้แจง ตรวจสอบได้ เตรียมการเป็นประชาธิปไตย แก้ปัญหาประชาธิปไตยทุกประเด็น สร้างระบบ วิธีการราชการ เตรียมคนรุ่นใหม่และปัจจุบัน สร้างอาชีพรายได้ที่เหมาะสม เป็นคนเก่งและดี มีศีลธรรม คุณธรรม
สร้างอุดมการณ์ ชวนคนรุ่นใหม่ที่มีอายุ 18 ปี ที่เพิ่งมีสิทธิ์เลือกตั้งและคนไม่ชอบการเมือง ต้องออกมาเลือกตั้งให้มากที่สุด ขอให้ทุกคณะทำงานเชิงรุก อย่าทำงานเชิงรับ รอเรื่องร้องเรียนอย่างเดียวเพื่อช่วยให้ประชาชนอุ่นใจ
“สิ่งที่เป็นปัญหาตอนนี้คือ สื่อ นักการเมืองที่มีปัญหาพยายามจะล้มรัฐบาลและ คสช. ให้ได้ในช่วงนี้ กฎหมาย คำสั่งทุกฉบับ จะแก้ไขให้กลับไปที่เดิม และมีข้าราชการไม่สุจริตร่วมมือ
อ่านต่อได้ที่อ้างอิงด้านล่างค่ะ...👇👇👇👇👇
https://thestandard.co/prayut-message-to-team-get-rid-of-government/
นี่แหละนะคะ...เห็นบอกคะแนนเสียงจากประชาชนเคยเลือกตั้งชนะมาทุกครั้ง
แต่ถ้าใช้แผนอย่างนี้ ก็ชนะแบบจ้องทำลายคนอื่น น่าภูมิใจตรงไหน...?
คนฉลาดมักรู้เท่าทันคนอื่น เช้าๆอารมณ์สดชื่นกันค่ะ
🔇🔕~มาลาริน~แฉพวกนักการเมืองที่มีปัญหาบางกลุ่มเล่นไม่ซื่อ ใช้เล่ห์เหลี่ยมมีแผนกีดกันทางการเมือง ทำลายล้มล้างฝ่ายตรงข้าม
17 ม.ค. 61 - นายราเมศ รัตนะเชวง ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คำพิพากษาศาลฎีกาที่ให้เพิกถอนคำสั่งปลดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกจากราชการทหารว่ามีผลทำให้คำสั่งของพล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไม่มีผลบังคับใช้อีกต่อไป โดยในคำพิพากษาศาลฎีกายังระบุชัดเจนว่า พล.อ.อ.สุกำพล จะปลดนายอภิสิทธิ์ที่ไม่อยู่ในราชการทหารไม่ได้ เพราะไม่เคยถูกตั้งกรรมการสอบทางวินัยในระหว่างรับราชการ พล.อ.อ.สุกำพลจึงไม่มีอำนาจสั่งปลดย้อนหลังถึง 23 ปีเศษ
"แต่ที่ทำเพราะต้องการทำลายล้างให้นายอภิสิทธิ์พ้นจากการเมือง ซึ่งผมมีหลักฐานชัดเจนว่ามีการวางแผนในที่ประชุมพรรคเพื่อไทยให้จัดการนายอภิสิทธิ์ออกจากวงการการเมือง ไม่ให้เป็นส.ส. โดยมีการรายงานในที่ประชุมพรรคเพื่อไทยวันที่ 9 ตุลาคม 2555 ว่าพล.อ.อ.สุกำพล ระบุว่าภายในเดือนตุลาคม 2555 กลาโหมจะดำเนินการถอดยศนายอภิสิทธิ์ เป็นการวางแผนเป็นขั้นตอนที่จะกลั่นแกล้งนายอภิสิทธิ์"
นายราเมศ กล่าวถึงการดำเนินการหลังจากนี้ว่า จะมีการยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.รื้อคดีที่เคยยกคำร้องพล.อ.อ.สุกำพล กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ จากการออกคำสั่งดังกล่าวให้กลับมาพิจารณาใหม่ เพราะศาลฎีกาพิพากษาแล้วว่า เป็นการกระทำที่ส่อไปในทางไม่สุจริตและเป็นการละเมิดสิทธิของนายอภิสิทธิ์ จึงขอให้พล.อ.อ.สุกำพล รอถูกดำเนินคดีตามมาตรา 157 ได้เลย เพราะคำร้องร่างเสร็จแล้วรอแค่แนบคำพิพากษาศาลฎีกาเท่านั้น
http://www.thaipost.net/main/detail/1224
แฉสื่อ-การเมือง จ้องล้มรัฐ
มีรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 16 ม.ค. ที่ผ่านมา พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ได้แจกเอกสารที่เขียนด้วยลายมือบนหน้ากระดาษเอสี่ จำนวน 12 หน้า เนื้อหาแบ่งออกเป็น 3 ส่วน
ส่วนที่ 1 เป็นการชี้แจงความหมายของประชาธิปไตยไทยนิยมว่า
เพื่อให้คนไทยเข้าใจหลักคิดที่ถูกต้อง ไม่เคยคิดจะทิ้งพื้นฐานประชาธิปไตยสากล มุ่งเป้าหมายเดียวกันคือความสงบสุขสันติอย่างยั่งยืน โดยมีพื้นฐานจากการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม ได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล และอย่าเอานายกฯ คสช. ไปสู้กับใคร ต้องหาแก่นสารของประชาธิปไตย สร้างไทยนิยมระบบประชาธิปไตยให้ได้
ส่วนที่ 2 ระบุถึงสถานการณ์การเมืองว่ามีสื่อ-นักการเมืองจ้องล้ม คสช. ว่า
ขอให้ ครม. ทำงานด้วยความโปร่งใส ชี้แจง ตรวจสอบได้ เตรียมการเป็นประชาธิปไตย แก้ปัญหาประชาธิปไตยทุกประเด็น สร้างระบบ วิธีการราชการ เตรียมคนรุ่นใหม่และปัจจุบัน สร้างอาชีพรายได้ที่เหมาะสม เป็นคนเก่งและดี มีศีลธรรม คุณธรรม
สร้างอุดมการณ์ ชวนคนรุ่นใหม่ที่มีอายุ 18 ปี ที่เพิ่งมีสิทธิ์เลือกตั้งและคนไม่ชอบการเมือง ต้องออกมาเลือกตั้งให้มากที่สุด ขอให้ทุกคณะทำงานเชิงรุก อย่าทำงานเชิงรับ รอเรื่องร้องเรียนอย่างเดียวเพื่อช่วยให้ประชาชนอุ่นใจ
“สิ่งที่เป็นปัญหาตอนนี้คือ สื่อ นักการเมืองที่มีปัญหาพยายามจะล้มรัฐบาลและ คสช. ให้ได้ในช่วงนี้ กฎหมาย คำสั่งทุกฉบับ จะแก้ไขให้กลับไปที่เดิม และมีข้าราชการไม่สุจริตร่วมมือ
อ่านต่อได้ที่อ้างอิงด้านล่างค่ะ...👇👇👇👇👇
https://thestandard.co/prayut-message-to-team-get-rid-of-government/
นี่แหละนะคะ...เห็นบอกคะแนนเสียงจากประชาชนเคยเลือกตั้งชนะมาทุกครั้ง
แต่ถ้าใช้แผนอย่างนี้ ก็ชนะแบบจ้องทำลายคนอื่น น่าภูมิใจตรงไหน...?
คนฉลาดมักรู้เท่าทันคนอื่น เช้าๆอารมณ์สดชื่นกันค่ะ