
ดูตัวอย่างไปก่อนนะ ตื่นเต้นมาก จะพยายามค่อยๆเรียบเรียง เพิ่งดูจบกลับมาบ้าน น้ำตายังไหลอยู่เลย อยากให้ทุกคนให้โอกาสหนังเรื่องนี้จริงๆ เป็นหนังดีเซอร์ไพรซ์มาก ขอชื่นชมฝีมือการกำกับของคุณมารุต สาโรวาท และขอบคุณคุณบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ที่เป็นโปรดิวเซอร์
ก่อนอื่นอยากบอกว่าหนังเรื่องนี้อ่อนประชาสัมพันธ์มาก น่าเสียดาย คงแทบไม่มีใครรู้ว่าจะมีหนังไทยเรื่องนี้เข้าฉายในวันนี้ด้วย ตัว จขกท ก็ไม่ได้รู้เรื่องราวอะไรมากก่อนดู รู้แค่ว่าหนังค่ายคุณบิณฑ์ มีชื่อพี่ต้อ มารุตกำกับก็ดูน่าสนใจ และเป็นหนังเกี่ยวกับเพศที่สาม จากที่ดูตัวอย่างมันเชยๆเหมือนละครโทรทัศน์ แต่ก็ขอเสี่ยงตัดสินใจไปดู ซึ่งผลที่ได้รับนั้นเกินคาดมาก ทั้งโรงมีคนเดียว และนั่งน้ำตาไหลไปสามก๊อก
หนังเปิดเรื่องได้ดีมีสีสันน่าสนใจ แต่แล้วดูไปสักระยะก็มีลักษณะของละครโทรทัศน์หลังข่าวที่เชยมาก มีตัวร้ายขี้เหวี่ยงกรี๊ดๆด่าแม่ตัวเอง กับมีคนใช้จอมสาระแน บ้านตัวเอกเป็นทรงแบบละครหลังข่าวเด๊ะ บทสนทนาเชยมาก ละค้อนละคร นักแสดงประกอบบางคนดูไม่เข้าที่เข้าทาง ทั้งหมดที่ว่ามาทำให้หนังดูประดักประเดิด และบอกตรงๆนักแสดงนำในเรื่องนี้เราไม่รู้จักสักคน
ทีนี้คงสงสัยแล้วสิว่าหนังมันดียังไง ... ช่วงแรกๆยอมรับว่าน่าเบื่อหน่อย ง่วงๆ แต่ดำเนินเรื่องไปได้สักพักดูน่าติดตาม ทั้งการตัดต่อแบบสลับเหตุการณ์ และการแสดงที่ดีของดารานำ รูปแบบของหนังเรื่องนี้มีความเป็นเมโลดราม่าสูงซึ่งอาจไม่ต้องรสนิยมของบางคนนัก จขกท ก็คิดเช่นนั้น แต่ยิ่งดูยิ่งสนุก ตื่นเต้นแบบหนังฆาตกรรมสืบสวน มุมกล้องแสงเงาก็ดี บางฉากสร้างบรรยากาศด้วยความเงียบได้เยี่ยม แถมอารมณ์
เหมือนหนังไบโพล่าร์ กำลังซึ้งน้ำตาร่วงอยู่ดีๆ ก็มีป้าโหน่ง วสันต์ เจ๊ อ้วน รีเทิร์น และสาวประเภทสองคนอื่นๆมาสร้างอารมณ์ขัน แต่ไม่ได้เลอะเทอะจนเกินไปทำให้ความเป็นดราม่าของหนังเสียอรรถรส หนังยังคงความซาบซึ้งและตรึงอารมณ์มากจนฉากสุดท้าย
จุดแข็งจริงๆที่ทำให้หนังเรื่องนี้สะเทือนอารมณ์มาก คือนักแสดงนำอย่าง คุณเนตรดาว ภัทรนันท์ รวมชัย ซึ่งแสดงได้ดีทั้งบทแสนดีอ่อนหวาน บทดุ บทจิต บทดราม่าเคล้าน้ำตา สื่อสารอารมณ์ทางสายตาและภาษากายได้ดีมาก เธอแสดงดีจนคิดว่าถ้าได้เข้าชิงรางวัลจะเป็นสาขาดารานำชายหรือดารานำหญิง (ค้นข้อมูลเจอมาไม่น่าเชื่อว่าเธอคือผู้รับบท สายสร้อย ที่เปลืองตัวในเรื่อง จันดารา นั่นเอง) ส่วนผู้ที่แสดงเป็นลูก คุณพริ้ม- จันทร์ทิพย์ แสงรังษี ก็รับส่งอารมณ์ได้ดีไม่แพ้กัน นักแสดงอีกคนที่ชอบคือผู้รับบทตำรวจ น้ำเสียงท่าทางดีมาก อาจจะต้องยกความดีให้คุณต้อ มารุต ผู้กำกับ ที่น่าจะเชี่ยวชาญเรื่องการกำกับการแสดงอยู่แล้ว
และต้องชมดนตรีประกอบและเพลงด้วยที่ช่วยบิ้วอารมณ์คนดูให้เศร้าไปอีก
สิ่งหนึ่งที่ จขกท คิดไว้คือ หนังเรื่องนี้ คนที่จะมีอารมณ์ร่วมจริงๆน่าจะเป็นเพศที่สาม ชายหญิงทั่วไปอาจไม่อินมากก็ได้ (เพราะ จขกท เป็นเพศที่สามเลยรู้สึกร่วมเป็นพิเศษ) บางคนอาจจะตั้งแง่ว่านำเสนอเพศที่สามในแง่ความรุนแรง แต่เหมือนที่หนังบอกไว้ ความดีส่วนความดี ความชั่วส่วนความชั่ว ตัวละครหลักในเรื่องนี้ซึ่งเป็นสาวประเภทสองก็มีทั้งสองด้าน แต่เราดูแล้วอดที่จะเห็นใจเธอไม่ได้ การต้องปกปิดตัวตนของคนที่แตกต่างส่งผลกระทบที่ร้ายแรงกับสังคมได้อย่างคาดไม่ถึง
ผู้อ่านอาจจะคิดว่า จขกท เปิดเผยใจความหลักของหนังมากไป แต่จริงๆมันเป็นหนังที่เดาได้ตั้งแต่แรกแล้ว คือคนดูรู้ มีแต่ตัวละครในเรื่องเท่านั้นที่ไม่รู้
หนังไทยเรื่อง "รัก ข้าม เลือด" อาจจะมีความเชยไปบ้าง แต่กุมอารมณ์คนดูได้อยู่หมัด (คล้ายๆความเชยในหนังเรื่อง "เทริด"ที่สร้างอารมณ์สะเทือนใจได้ดีมากเช่นกัน) สุดท้ายแล้วความรักเป็นสิ่งสวยงาม และตัวตนของทุกคนสวยงาม ไม่จำเป็นต้องปกปิดหรืออับอายไม่ว่าจะเป็นเพศอะไร
ขอขอบคุณเจ้าของบทประพันธ์ ขอบคุณพี่ต้อ มารุต และขอบคุณคุณบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ ที่สร้างหนังเรื่องนี้ขึ้นมา ไม่ใช่หนังที่สมบูรณ์แบบหรือทันสมัย แต่เป็นหนังที่มีเลือดเนื้อและหัวใจ "รัก ข้าม เลือด" หนึ่งในหนังไทยน้อยเรื่องมากที่มีสาวประเภทสองเป็นตัวละครหลัก
[CR] ขอชื่นชมหนังไทยนอกสายตา "รัก ข้าม เลือด" หนังแม่-ลูกที่ซึ้งมาก นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้ร้องไห้กลางโรงหนัง
ดูตัวอย่างไปก่อนนะ ตื่นเต้นมาก จะพยายามค่อยๆเรียบเรียง เพิ่งดูจบกลับมาบ้าน น้ำตายังไหลอยู่เลย อยากให้ทุกคนให้โอกาสหนังเรื่องนี้จริงๆ เป็นหนังดีเซอร์ไพรซ์มาก ขอชื่นชมฝีมือการกำกับของคุณมารุต สาโรวาท และขอบคุณคุณบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ที่เป็นโปรดิวเซอร์
ก่อนอื่นอยากบอกว่าหนังเรื่องนี้อ่อนประชาสัมพันธ์มาก น่าเสียดาย คงแทบไม่มีใครรู้ว่าจะมีหนังไทยเรื่องนี้เข้าฉายในวันนี้ด้วย ตัว จขกท ก็ไม่ได้รู้เรื่องราวอะไรมากก่อนดู รู้แค่ว่าหนังค่ายคุณบิณฑ์ มีชื่อพี่ต้อ มารุตกำกับก็ดูน่าสนใจ และเป็นหนังเกี่ยวกับเพศที่สาม จากที่ดูตัวอย่างมันเชยๆเหมือนละครโทรทัศน์ แต่ก็ขอเสี่ยงตัดสินใจไปดู ซึ่งผลที่ได้รับนั้นเกินคาดมาก ทั้งโรงมีคนเดียว และนั่งน้ำตาไหลไปสามก๊อก
หนังเปิดเรื่องได้ดีมีสีสันน่าสนใจ แต่แล้วดูไปสักระยะก็มีลักษณะของละครโทรทัศน์หลังข่าวที่เชยมาก มีตัวร้ายขี้เหวี่ยงกรี๊ดๆด่าแม่ตัวเอง กับมีคนใช้จอมสาระแน บ้านตัวเอกเป็นทรงแบบละครหลังข่าวเด๊ะ บทสนทนาเชยมาก ละค้อนละคร นักแสดงประกอบบางคนดูไม่เข้าที่เข้าทาง ทั้งหมดที่ว่ามาทำให้หนังดูประดักประเดิด และบอกตรงๆนักแสดงนำในเรื่องนี้เราไม่รู้จักสักคน
ทีนี้คงสงสัยแล้วสิว่าหนังมันดียังไง ... ช่วงแรกๆยอมรับว่าน่าเบื่อหน่อย ง่วงๆ แต่ดำเนินเรื่องไปได้สักพักดูน่าติดตาม ทั้งการตัดต่อแบบสลับเหตุการณ์ และการแสดงที่ดีของดารานำ รูปแบบของหนังเรื่องนี้มีความเป็นเมโลดราม่าสูงซึ่งอาจไม่ต้องรสนิยมของบางคนนัก จขกท ก็คิดเช่นนั้น แต่ยิ่งดูยิ่งสนุก ตื่นเต้นแบบหนังฆาตกรรมสืบสวน มุมกล้องแสงเงาก็ดี บางฉากสร้างบรรยากาศด้วยความเงียบได้เยี่ยม แถมอารมณ์
เหมือนหนังไบโพล่าร์ กำลังซึ้งน้ำตาร่วงอยู่ดีๆ ก็มีป้าโหน่ง วสันต์ เจ๊ อ้วน รีเทิร์น และสาวประเภทสองคนอื่นๆมาสร้างอารมณ์ขัน แต่ไม่ได้เลอะเทอะจนเกินไปทำให้ความเป็นดราม่าของหนังเสียอรรถรส หนังยังคงความซาบซึ้งและตรึงอารมณ์มากจนฉากสุดท้าย
จุดแข็งจริงๆที่ทำให้หนังเรื่องนี้สะเทือนอารมณ์มาก คือนักแสดงนำอย่าง คุณเนตรดาว ภัทรนันท์ รวมชัย ซึ่งแสดงได้ดีทั้งบทแสนดีอ่อนหวาน บทดุ บทจิต บทดราม่าเคล้าน้ำตา สื่อสารอารมณ์ทางสายตาและภาษากายได้ดีมาก เธอแสดงดีจนคิดว่าถ้าได้เข้าชิงรางวัลจะเป็นสาขาดารานำชายหรือดารานำหญิง (ค้นข้อมูลเจอมาไม่น่าเชื่อว่าเธอคือผู้รับบท สายสร้อย ที่เปลืองตัวในเรื่อง จันดารา นั่นเอง) ส่วนผู้ที่แสดงเป็นลูก คุณพริ้ม- จันทร์ทิพย์ แสงรังษี ก็รับส่งอารมณ์ได้ดีไม่แพ้กัน นักแสดงอีกคนที่ชอบคือผู้รับบทตำรวจ น้ำเสียงท่าทางดีมาก อาจจะต้องยกความดีให้คุณต้อ มารุต ผู้กำกับ ที่น่าจะเชี่ยวชาญเรื่องการกำกับการแสดงอยู่แล้ว
และต้องชมดนตรีประกอบและเพลงด้วยที่ช่วยบิ้วอารมณ์คนดูให้เศร้าไปอีก
สิ่งหนึ่งที่ จขกท คิดไว้คือ หนังเรื่องนี้ คนที่จะมีอารมณ์ร่วมจริงๆน่าจะเป็นเพศที่สาม ชายหญิงทั่วไปอาจไม่อินมากก็ได้ (เพราะ จขกท เป็นเพศที่สามเลยรู้สึกร่วมเป็นพิเศษ) บางคนอาจจะตั้งแง่ว่านำเสนอเพศที่สามในแง่ความรุนแรง แต่เหมือนที่หนังบอกไว้ ความดีส่วนความดี ความชั่วส่วนความชั่ว ตัวละครหลักในเรื่องนี้ซึ่งเป็นสาวประเภทสองก็มีทั้งสองด้าน แต่เราดูแล้วอดที่จะเห็นใจเธอไม่ได้ การต้องปกปิดตัวตนของคนที่แตกต่างส่งผลกระทบที่ร้ายแรงกับสังคมได้อย่างคาดไม่ถึง
ผู้อ่านอาจจะคิดว่า จขกท เปิดเผยใจความหลักของหนังมากไป แต่จริงๆมันเป็นหนังที่เดาได้ตั้งแต่แรกแล้ว คือคนดูรู้ มีแต่ตัวละครในเรื่องเท่านั้นที่ไม่รู้
หนังไทยเรื่อง "รัก ข้าม เลือด" อาจจะมีความเชยไปบ้าง แต่กุมอารมณ์คนดูได้อยู่หมัด (คล้ายๆความเชยในหนังเรื่อง "เทริด"ที่สร้างอารมณ์สะเทือนใจได้ดีมากเช่นกัน) สุดท้ายแล้วความรักเป็นสิ่งสวยงาม และตัวตนของทุกคนสวยงาม ไม่จำเป็นต้องปกปิดหรืออับอายไม่ว่าจะเป็นเพศอะไร
ขอขอบคุณเจ้าของบทประพันธ์ ขอบคุณพี่ต้อ มารุต และขอบคุณคุณบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ ที่สร้างหนังเรื่องนี้ขึ้นมา ไม่ใช่หนังที่สมบูรณ์แบบหรือทันสมัย แต่เป็นหนังที่มีเลือดเนื้อและหัวใจ "รัก ข้าม เลือด" หนึ่งในหนังไทยน้อยเรื่องมากที่มีสาวประเภทสองเป็นตัวละครหลัก