สวัสดีค่ะ

ต้องขอออกตัวแรงๆก่อนเลยว่านี่คือโพสแรก แรกจริงๆ

เพราะฉะนั้นถ้าผิดพลาดประการใดขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ


เนื่องจากเราได้แต่เป็นผู้รับข้อมูลมาตลอด แล้วได้ความช่วยเหลือจนไปเจอสถานที่ร้านอาหารดีๆก็เยอะ คราวนี้เลยอยากเป็นฝ่ายแบ่งปันบ้างค่ะ
ทริปของโพสแรกนี้ก้อไม่ใกล้ไม่ไกลค่ะ เกาะช้าง+เขาคิชฌกูฏ +น้ำตกกระทิง ขับรถจากกรุงเทพ ก็ไม่ทันเมื่อยก้น บวกกับเขาคิชฌกุฏกำลังจะเปิดให้ขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาท ดังนั้นเราเลยเลือกที่นี่ค่ะ
ไปค่ะ!!
15/01/2018. เดินทางออกจากกรุงเทพค่ะ ทริปนี้ไปกับเพื่อนสาวสองคนค่ะ เนื่องจากเราเดินทางวันจันทร์ เราเลยคุยกันว่าจะออกแต่ เช้า เพราะกลัวรถติด แต่! ผลที่ได้คือตื่นสายเลยเจอรถติดตามระเบียบค่ะ
7.00 น. ออกสตาร์ท
หลังจากนั้นเราก็ขับรถต่อสู้กับรถติด จนถึงจุดพักรถมอเตอร์เวย์-ชลบุรี แวะ ทานอาหารเช้า เข้าห้องน้ำ และขับเรื่อยเปื่อยกันมาจนถึงจันทบุรีค่ะ
13.00 น. พักทานอาหารกลางวันค่ะ ที่ร้านเจ๊เพ็ญเย็นตาโฟ ปู-กั้ง ที่จันทบุรี

14.00น. เราก็ถึงท่าเรือค่ะ เนื่องจากเราได้อ่านกระทู้และคอมเมนท์ของเพื่อนๆมาบ้าง เลยสรุปได้ว่าจะขึ้นเรือที่ท่าเรืออ่าวธรรมชาติค่ะ ใช้เวลาในการเดินทางโดยเรือ 30 นาทีโดยประมาณ ค่าโดยสารเรือ รถ +2คน เป็นเงิน 280บาท คือค่าเอารถข้ามฟาก 120 บาท ค่าโดยสาร คนละ 80บาท ซื้อตั๋วเสร็จสรรพก็ขับรถไปเข้าคิวค่ะ เนื่องด้วยเรามากันวันธรรมดาเลยไม่ต้องรอนานนัก
และแล้วเราก้อมาถึงเกาะช้างค่ะ

เราตรงดิ่งไปพักค่ะ ทริปนี้เป็นทริปพยายมประหยัดค่ะเราเลยจอง The Habitat hotel เป็นที่พักค่ะ เนื่องจากคะแนนคอมเม้นจากทั้ง booking และ agoda สูงมาก และราคาถูก เราเลือกพักห้องเดี่ยวเตียงคู่ ราคา980บาทค่ะ
ข้อดีของที่พัก
- ราคาถูกค่ะ
- เตียงนุ่มค่ะ นอนสบาย
- Wifi แรงม๊ากๆ
- ใกล้ 7-11 กับโลตัส ค่ะ
- หาของทานง่ายค่ะ (แต่เราไม่ได้ทานใกล้ที่พัก555)
ข้อเสียของที่พัก
- มีกลิ่นอับนิดหน่อยไปถึงเยอะค่ะ แต่เราฉีดสเปรย์ดับกลิ่นที่ติดมาก้อหายค่ะ
- จริงๆที่นี่เป็นอาพาต์เม้น แต่เอาชั้นล่างมารีโนเวสใหม่ ดูภายนอกเลยจะดูเก่าๆหน่อยค่ะ
แต่ในห้องดูดีนะคะ
- พี่เจ้าของเค้านิ่งไม่หน่อยค่ะ ไม่ค่อยยิ้มแย้ม เค้าอาจจะเป็นแค่กะเราก้อได้555
( ขอโทษด้วยนะคะไม่ได้ถ่ายรูปไว้)
หลังจากเช็คอินแล้วเราก็พักกันอยู่ในห้องพัก สักพักค่ะพอหายเหนื่อย แล้วก็ออกจากที่พักไปเดินเล่นหน้าหาดค่ะ ซึ่งอยู่ไม่ไกล

(เพื่อนสาวเค้าเอง)
มื้อเย็น ตามระเบียบค่ะเราเขามาหาข้อมูลในพันทิป และได้ไปเห็นโพสเก่าปี2556 ขอข้อมูลร้านอาหาร และมีคนมาคอมเม้นมากมาย เราเลยเลือกมาหนึ่งที่ค่ะ ชื่อร้านน้องพรบังกะโล คือร้านเค้ามีทั้งร้านอาหารและ บังกะโลค่ะ อยู่ติดหาด ที่หาดไก่แบ้ คอมเม้นนั้นบอกว่าทานกัน4 คนจ่ายไป800 เราไม่หวังว่าจะเจอราคานั้นเพราะมันก้อผ่านมาหลายปีแล้ว ไปกัน2 คนเลยสั่งมาแค่3อย่างค่ะ

บรรยากาศในร้านค่ะ

บรรยากาศตอนกเย็นๆ สามารถดูพระอาทิตย์ตกได้ที่นี่เลยนะคะ บรรยากาศดีสุดๆ

ค่าเสียหายทั้งหมด715บาท สำหรับเราว่าไม่แพงนะ โป๊ะแตก ทะเลจัดเต็มมาก ปลาก็สดค่ะ และรถชาติอาหารก็อร่อยสมราคา
กินเสร็จก็กลับที่พัก พักผ่อนค่ะ แก่แล้วเลยไม่มีแรงไปท่องราตรี555 ต้องเก็บแรงสำหรับวันพรุ่งนี้ค่ะ
วันถัดมา 16/01/2018. เราไปดำน้ำกันค่ะ เราใช้บริการของ บริษัท Scuba Dawgs ค่ะ สตาร์ฟ ครูฝึกดำน้ำ ของบริษัทนี้เค้าให้คำแนะนำดีมากค่ะ

ขอบอกว่าน้ำใส่และสวยมาก ปะการังมีทังอ่อนและแข็ง คือดีมากอะ

เพื่อนเราลงดำน้ำลึกค่ะ เราแค่สน๊อคกลิ้ง ภาพเพื่อนเราถ่ายกับครูฝึกพร้อมลง!!

ขากลับเราแวะที่จุดชมวิวค่ะ ดูพระอาทิตย์ตก ถึงจะไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ตกลงน้ำบ๋อมแบ๋มเพราะมีเมฆแต่ก็ถือว่าสวยดีค่ะ

ถึงเวลาอาหารเย็นค่ะ วันนี้เราลองปิ้งย่างค่ะ หมูกระทะนั่นเอง เราเลือกร้านกุ้งกระทะค่ะเพราะได้ใบปริวมาตอนก่อนขึ้นเรือ อยากกินกุ้งย่าง ที่นี่มีกุ้งเป็นๆในถังใหญ่หน้าร้านในช้อนกันได้ตามสะดวกเลยค่ะ เค้าเท่ใส่ถังไว้เยอะมากๆไม่ได้ทยอยเอามาใส่ทีละน้อยๆเหมือนบางร้าน มาทีก็วิ่งไปแย่งกันตักที หอยหวานก็สดมากค่ะ

จัดหนักจัดเต็มจนแทบเดินกลับไม่ไหวค่ะ 555
ทานเสร็จเราก็กลับที่พักค่ะ อาบน้ำพักผ่อนค่ะ เพราะพรุ่งนี้เราจะออกสตาร์ทกันแต่เช้ามืด เราเลยจบกันกับเกาะช้างในวันนี้เลย555
วันสุดท้ายแล้วค่ะ 17/01/2018. วันนี้เราตั้งนาฬิกาปลุกตั้งแต่ตีห้าเลยค่ะ เพื่อไปขึ้นเรือเที่ยวแรก 6.30น.ทั้งคนทั้งรถไม่เยอะค่ะ พอข้ามฟากมาเราก็แวะหามื้อเช้าทานแถวตลาดแสนตุ้ง อำเภอเขาสมิงค่ะ
หลังจากเติมพลังกันเสร็จเราก็มุ่งหน้าสู่เขาคิชฌกูฏกันค่ะ ค่ารถขึ้นเขาขาละ100ค่ะ และปีนี้มีค่าเข้าอุทยานด้วย 20 บาทค่ะ ผู้สูงอายุ เจ้าหน้าที่เค้าไม่คิดนะคะ สำหรับรถเราที่ขึ้นไปจ่ายทุกคนเลยค่ะไม่มีใครยอมรับเลยว่าเป็นผู้สูงอายุ5555 วันนี้เป็นวันแรกที่เปิดให้ขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทค่ะ และบวกกับเป็นวันธรรมดาเลยคนน้อยค่ะ เดินขึ้นกันชิวๆค่ะ

เราชิวมากพักตั้งแต่100เมตรแรก5555 แต่พอเดินไปสักพักร่างกายก็เข้าที่ค่ะเดินได้นานขึ้น

และถึงในที่สุด เย้!!!!!

ปีนี้ไม่มีของขายนะคะ ห้ามเอาของขึ้นไปไหว้ด้วยทั้งดอกไม้ธูปเทียนเจ้าหน้าที่อุทยานเค้ายึดหมดเลยค่ะ แต่อาหารเครื่องดื่มแนะนำให้เตรียมไปนะคะ เพราะข้างบนไม่มีขายค่ะ
อากาศดีมากค่ะ
เค้ากำลังซ้อมแซมและทำความสะอาดทางเดินกันค่ะ

ตอนขาลงเดินชิวตัวปริวเลยค่ะ

ตอนขาลง เห็นครอบครัวหนึ่งค่ะลูกชายสองคนประคองแม่ซ้ายขาวแล้วบอกแม่ว่าอีกนิดเดียวเอง อดทนเนอะ อีกหน่อยเดียว แม่ทำได้ ดูน่ารักจริงๆค่ะ เราเลยให้กำลังใจไปว่า"อีกนิดเดียวเองค่ะ" มัวแต่ประทับใจเลยไม่ได้ถ่ายรูปมาแบ่งปันความน่ารักของครอบครัวนี้ เล่าสู้กันฟังละกันนะคะ
สำหรับผู้ที่จะมานมัสการรอยพระพุทธบาท เดินขึ้นเดินลงก็ระวังด้วยนะคะ เจ้าของกระทู้ เดินท่าไหนไม่รู้ ลื่นก้นจ้ำเบ้าเลยค่ะ ดีนะที่ไม่แรงเพราะคว้าต้นไม้ไว้ แอบอายตัวเองค่ะ
หลังจากขึ้นลงด้วยความเร็วแสงหิ่งห้อย 555 เราก็แวะทานมื้อกลางวันแถวๆที่จอดรถค่ะ และ
ไปต่อกันที่น้ำตกกระทิงค่ะ น้ำตกกระทิงอยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ เช่นเดี้ยวกับรอยพระพุธบาท ห่างกันเพียง 4.5 กิโลเมตรค่ะ เสียค่าเข้าคนละ 40 บาทค่ะ ถ้าขับรถมาจะจอดหน้าอุทยานหรือขับเข้าไปด้วยก็ได้แต่จะมีค่าธรรมเนียมในการนำรถเข้าไปอีก 30บาท บอกเลยว่าภานในอุทยานอากาศดีมากๆ น้ำเย็นและใส่มากๆน้ำตกชั้นหนึ่งและสามห่างจากจุดจอดรถเพียง 120เมตรค่ะ ไฮไลต์ของที่นี่อยู่ที่ชั้น 8 และ 9 ค่ะ
เราไปถึงเพียงขั้นที่5 เพราะหมดแรงขาก่อน

ชั้น4

ชั้น 3

ชั้น1-2
มีน้องผู้ชายคนหนึ่งที่เค้าเพิ่งเดินลงมา เค้าบอกว่าชั้น 8 และชั้น 9 สวยมากๆ เราเลยได้แต่บอกตัวเองว่าเอาไว้คราวหน้าละกัน เราเลยนั่งเขียนกระทู้อยู่ที่ชั้น4 ค่ะ เป็นชั้นน้ำตกเล็กๆ ไม่มีคนเลย ส่วนตัวม๊ากมาก นั่งห้อยขาให้ปลาสปาเท้าค่ะ ฟินใช่ได้เลยนะคะ นั่งสักพักใหญ่ค่ะ ก่อนกลับก็ลงไปแช่ตัวเล่นน้ำสักหน่อย อิอิ น้ำเย็นชื่นใจสุดๆเลยค่ะ เราไม่รู้ว่าปกติน้ำจะเยอะขนาดไหน แต่วันนี้ก้อไม่ได้รู้สึกผิดหวังนะคะ ไม่ได้รู้สึกว่าน้ำน้อยไป บรรยากาศภายในอุทยานก็ร่มรื่น สดชื่นสุดๆเลยค่ะ น่ามาตั้งแค้มป์สุดๆ เจ้าหน้าที่อุทยานดูแลความสะอาดและสวยของสถานที่ได้ดีจริงๆ ของน้ำ+ห้องอาบน้ำก็สะอาดน่าใช้มากค่ะ สำหรับทริปนี้ก็จบเพียงเท่านี้ค่ะ เราสองคนกับเพื่อนสาวก็จะค่อยๆขับรถกลับกรุงเทพกัน

จบแล้วค่ะ บ๊ายยยยย
3วัน2คืน ไปให้ครบ เกาะช้าง เขาคิชฌกูฏ น้ำตกกระทิง
ทริปของโพสแรกนี้ก้อไม่ใกล้ไม่ไกลค่ะ เกาะช้าง+เขาคิชฌกูฏ +น้ำตกกระทิง ขับรถจากกรุงเทพ ก็ไม่ทันเมื่อยก้น บวกกับเขาคิชฌกุฏกำลังจะเปิดให้ขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาท ดังนั้นเราเลยเลือกที่นี่ค่ะ
ไปค่ะ!!
15/01/2018. เดินทางออกจากกรุงเทพค่ะ ทริปนี้ไปกับเพื่อนสาวสองคนค่ะ เนื่องจากเราเดินทางวันจันทร์ เราเลยคุยกันว่าจะออกแต่ เช้า เพราะกลัวรถติด แต่! ผลที่ได้คือตื่นสายเลยเจอรถติดตามระเบียบค่ะ
7.00 น. ออกสตาร์ท
หลังจากนั้นเราก็ขับรถต่อสู้กับรถติด จนถึงจุดพักรถมอเตอร์เวย์-ชลบุรี แวะ ทานอาหารเช้า เข้าห้องน้ำ และขับเรื่อยเปื่อยกันมาจนถึงจันทบุรีค่ะ
13.00 น. พักทานอาหารกลางวันค่ะ ที่ร้านเจ๊เพ็ญเย็นตาโฟ ปู-กั้ง ที่จันทบุรี
14.00น. เราก็ถึงท่าเรือค่ะ เนื่องจากเราได้อ่านกระทู้และคอมเมนท์ของเพื่อนๆมาบ้าง เลยสรุปได้ว่าจะขึ้นเรือที่ท่าเรืออ่าวธรรมชาติค่ะ ใช้เวลาในการเดินทางโดยเรือ 30 นาทีโดยประมาณ ค่าโดยสารเรือ รถ +2คน เป็นเงิน 280บาท คือค่าเอารถข้ามฟาก 120 บาท ค่าโดยสาร คนละ 80บาท ซื้อตั๋วเสร็จสรรพก็ขับรถไปเข้าคิวค่ะ เนื่องด้วยเรามากันวันธรรมดาเลยไม่ต้องรอนานนัก
และแล้วเราก้อมาถึงเกาะช้างค่ะ
เราตรงดิ่งไปพักค่ะ ทริปนี้เป็นทริปพยายมประหยัดค่ะเราเลยจอง The Habitat hotel เป็นที่พักค่ะ เนื่องจากคะแนนคอมเม้นจากทั้ง booking และ agoda สูงมาก และราคาถูก เราเลือกพักห้องเดี่ยวเตียงคู่ ราคา980บาทค่ะ
ข้อดีของที่พัก
- ราคาถูกค่ะ
- เตียงนุ่มค่ะ นอนสบาย
- Wifi แรงม๊ากๆ
- ใกล้ 7-11 กับโลตัส ค่ะ
- หาของทานง่ายค่ะ (แต่เราไม่ได้ทานใกล้ที่พัก555)
ข้อเสียของที่พัก
- มีกลิ่นอับนิดหน่อยไปถึงเยอะค่ะ แต่เราฉีดสเปรย์ดับกลิ่นที่ติดมาก้อหายค่ะ
- จริงๆที่นี่เป็นอาพาต์เม้น แต่เอาชั้นล่างมารีโนเวสใหม่ ดูภายนอกเลยจะดูเก่าๆหน่อยค่ะ
แต่ในห้องดูดีนะคะ
- พี่เจ้าของเค้านิ่งไม่หน่อยค่ะ ไม่ค่อยยิ้มแย้ม เค้าอาจจะเป็นแค่กะเราก้อได้555
( ขอโทษด้วยนะคะไม่ได้ถ่ายรูปไว้)
หลังจากเช็คอินแล้วเราก็พักกันอยู่ในห้องพัก สักพักค่ะพอหายเหนื่อย แล้วก็ออกจากที่พักไปเดินเล่นหน้าหาดค่ะ ซึ่งอยู่ไม่ไกล
มื้อเย็น ตามระเบียบค่ะเราเขามาหาข้อมูลในพันทิป และได้ไปเห็นโพสเก่าปี2556 ขอข้อมูลร้านอาหาร และมีคนมาคอมเม้นมากมาย เราเลยเลือกมาหนึ่งที่ค่ะ ชื่อร้านน้องพรบังกะโล คือร้านเค้ามีทั้งร้านอาหารและ บังกะโลค่ะ อยู่ติดหาด ที่หาดไก่แบ้ คอมเม้นนั้นบอกว่าทานกัน4 คนจ่ายไป800 เราไม่หวังว่าจะเจอราคานั้นเพราะมันก้อผ่านมาหลายปีแล้ว ไปกัน2 คนเลยสั่งมาแค่3อย่างค่ะ
บรรยากาศในร้านค่ะ
บรรยากาศตอนกเย็นๆ สามารถดูพระอาทิตย์ตกได้ที่นี่เลยนะคะ บรรยากาศดีสุดๆ
ค่าเสียหายทั้งหมด715บาท สำหรับเราว่าไม่แพงนะ โป๊ะแตก ทะเลจัดเต็มมาก ปลาก็สดค่ะ และรถชาติอาหารก็อร่อยสมราคา
กินเสร็จก็กลับที่พัก พักผ่อนค่ะ แก่แล้วเลยไม่มีแรงไปท่องราตรี555 ต้องเก็บแรงสำหรับวันพรุ่งนี้ค่ะ
วันถัดมา 16/01/2018. เราไปดำน้ำกันค่ะ เราใช้บริการของ บริษัท Scuba Dawgs ค่ะ สตาร์ฟ ครูฝึกดำน้ำ ของบริษัทนี้เค้าให้คำแนะนำดีมากค่ะ
ขอบอกว่าน้ำใส่และสวยมาก ปะการังมีทังอ่อนและแข็ง คือดีมากอะ
เพื่อนเราลงดำน้ำลึกค่ะ เราแค่สน๊อคกลิ้ง ภาพเพื่อนเราถ่ายกับครูฝึกพร้อมลง!!
ขากลับเราแวะที่จุดชมวิวค่ะ ดูพระอาทิตย์ตก ถึงจะไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ตกลงน้ำบ๋อมแบ๋มเพราะมีเมฆแต่ก็ถือว่าสวยดีค่ะ
ถึงเวลาอาหารเย็นค่ะ วันนี้เราลองปิ้งย่างค่ะ หมูกระทะนั่นเอง เราเลือกร้านกุ้งกระทะค่ะเพราะได้ใบปริวมาตอนก่อนขึ้นเรือ อยากกินกุ้งย่าง ที่นี่มีกุ้งเป็นๆในถังใหญ่หน้าร้านในช้อนกันได้ตามสะดวกเลยค่ะ เค้าเท่ใส่ถังไว้เยอะมากๆไม่ได้ทยอยเอามาใส่ทีละน้อยๆเหมือนบางร้าน มาทีก็วิ่งไปแย่งกันตักที หอยหวานก็สดมากค่ะ
จัดหนักจัดเต็มจนแทบเดินกลับไม่ไหวค่ะ 555
ทานเสร็จเราก็กลับที่พักค่ะ อาบน้ำพักผ่อนค่ะ เพราะพรุ่งนี้เราจะออกสตาร์ทกันแต่เช้ามืด เราเลยจบกันกับเกาะช้างในวันนี้เลย555
วันสุดท้ายแล้วค่ะ 17/01/2018. วันนี้เราตั้งนาฬิกาปลุกตั้งแต่ตีห้าเลยค่ะ เพื่อไปขึ้นเรือเที่ยวแรก 6.30น.ทั้งคนทั้งรถไม่เยอะค่ะ พอข้ามฟากมาเราก็แวะหามื้อเช้าทานแถวตลาดแสนตุ้ง อำเภอเขาสมิงค่ะ
หลังจากเติมพลังกันเสร็จเราก็มุ่งหน้าสู่เขาคิชฌกูฏกันค่ะ ค่ารถขึ้นเขาขาละ100ค่ะ และปีนี้มีค่าเข้าอุทยานด้วย 20 บาทค่ะ ผู้สูงอายุ เจ้าหน้าที่เค้าไม่คิดนะคะ สำหรับรถเราที่ขึ้นไปจ่ายทุกคนเลยค่ะไม่มีใครยอมรับเลยว่าเป็นผู้สูงอายุ5555 วันนี้เป็นวันแรกที่เปิดให้ขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทค่ะ และบวกกับเป็นวันธรรมดาเลยคนน้อยค่ะ เดินขึ้นกันชิวๆค่ะ
เราชิวมากพักตั้งแต่100เมตรแรก5555 แต่พอเดินไปสักพักร่างกายก็เข้าที่ค่ะเดินได้นานขึ้น
และถึงในที่สุด เย้!!!!!
ปีนี้ไม่มีของขายนะคะ ห้ามเอาของขึ้นไปไหว้ด้วยทั้งดอกไม้ธูปเทียนเจ้าหน้าที่อุทยานเค้ายึดหมดเลยค่ะ แต่อาหารเครื่องดื่มแนะนำให้เตรียมไปนะคะ เพราะข้างบนไม่มีขายค่ะ
อากาศดีมากค่ะ
เค้ากำลังซ้อมแซมและทำความสะอาดทางเดินกันค่ะ
ตอนขาลงเดินชิวตัวปริวเลยค่ะ
ตอนขาลง เห็นครอบครัวหนึ่งค่ะลูกชายสองคนประคองแม่ซ้ายขาวแล้วบอกแม่ว่าอีกนิดเดียวเอง อดทนเนอะ อีกหน่อยเดียว แม่ทำได้ ดูน่ารักจริงๆค่ะ เราเลยให้กำลังใจไปว่า"อีกนิดเดียวเองค่ะ" มัวแต่ประทับใจเลยไม่ได้ถ่ายรูปมาแบ่งปันความน่ารักของครอบครัวนี้ เล่าสู้กันฟังละกันนะคะ
สำหรับผู้ที่จะมานมัสการรอยพระพุทธบาท เดินขึ้นเดินลงก็ระวังด้วยนะคะ เจ้าของกระทู้ เดินท่าไหนไม่รู้ ลื่นก้นจ้ำเบ้าเลยค่ะ ดีนะที่ไม่แรงเพราะคว้าต้นไม้ไว้ แอบอายตัวเองค่ะ
หลังจากขึ้นลงด้วยความเร็วแสงหิ่งห้อย 555 เราก็แวะทานมื้อกลางวันแถวๆที่จอดรถค่ะ และ
ไปต่อกันที่น้ำตกกระทิงค่ะ น้ำตกกระทิงอยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ เช่นเดี้ยวกับรอยพระพุธบาท ห่างกันเพียง 4.5 กิโลเมตรค่ะ เสียค่าเข้าคนละ 40 บาทค่ะ ถ้าขับรถมาจะจอดหน้าอุทยานหรือขับเข้าไปด้วยก็ได้แต่จะมีค่าธรรมเนียมในการนำรถเข้าไปอีก 30บาท บอกเลยว่าภานในอุทยานอากาศดีมากๆ น้ำเย็นและใส่มากๆน้ำตกชั้นหนึ่งและสามห่างจากจุดจอดรถเพียง 120เมตรค่ะ ไฮไลต์ของที่นี่อยู่ที่ชั้น 8 และ 9 ค่ะ
เราไปถึงเพียงขั้นที่5 เพราะหมดแรงขาก่อน
ชั้น4
ชั้น 3
ชั้น1-2
มีน้องผู้ชายคนหนึ่งที่เค้าเพิ่งเดินลงมา เค้าบอกว่าชั้น 8 และชั้น 9 สวยมากๆ เราเลยได้แต่บอกตัวเองว่าเอาไว้คราวหน้าละกัน เราเลยนั่งเขียนกระทู้อยู่ที่ชั้น4 ค่ะ เป็นชั้นน้ำตกเล็กๆ ไม่มีคนเลย ส่วนตัวม๊ากมาก นั่งห้อยขาให้ปลาสปาเท้าค่ะ ฟินใช่ได้เลยนะคะ นั่งสักพักใหญ่ค่ะ ก่อนกลับก็ลงไปแช่ตัวเล่นน้ำสักหน่อย อิอิ น้ำเย็นชื่นใจสุดๆเลยค่ะ เราไม่รู้ว่าปกติน้ำจะเยอะขนาดไหน แต่วันนี้ก้อไม่ได้รู้สึกผิดหวังนะคะ ไม่ได้รู้สึกว่าน้ำน้อยไป บรรยากาศภายในอุทยานก็ร่มรื่น สดชื่นสุดๆเลยค่ะ น่ามาตั้งแค้มป์สุดๆ เจ้าหน้าที่อุทยานดูแลความสะอาดและสวยของสถานที่ได้ดีจริงๆ ของน้ำ+ห้องอาบน้ำก็สะอาดน่าใช้มากค่ะ สำหรับทริปนี้ก็จบเพียงเท่านี้ค่ะ เราสองคนกับเพื่อนสาวก็จะค่อยๆขับรถกลับกรุงเทพกัน
จบแล้วค่ะ บ๊ายยยยย