ตอนผมเริ่มโตขึ้นมีความรัก ผมเชื่อคำพูดนี้นะด้วยความที่ผมเป็นคนที่เชื่อใจคนที่ผมรัก เลยคอยให้กำลังใจเป็นห่วง แต่ปรากฎว่าแทบทุกครั้งผู้หญิงที่เป็นคนคุย/แฟนผม อ้างคำนี้แล้วไปเที่ยวไปคุยกับผู้ชายคนอื่น
จากประสบการ์ณตรงของผม และ ที่ได้เห็นจากโลกโซเชี่ยลรวมถึงจากปากคนรู้จัก ผมเลยแบ่งเป็น 3 เคสซึ่งหมายถึงทั้งผู้ชายและผู้หญิงนะครับ
1.ถ้าแค่เป็นคนคุยกัน - มีแนวโน้มสูงครับที่เขายังไม่ได้จริงจังอะไรกับเรามาก หรือ คุยอยุ่กับหลายคน จุดนี้ต้องทำใจครับเพราะไม่ได้เป็นอะไรกัน
2.ถ้าเป็นแฟนกัน แล้วอ้างแบบนี้แต่แรก - มีแนวโน้มที่เขายังไม่จริงจังกับคุณสูงครับ อาจลองคบไปงั้นๆเลยยังไม่เอาเวลามาให้กับเรามาก
3.ถ้าเป็นแฟนกันมานาน แล้วจู่ๆมาเป็นแบบนี้ - กว่า 90% กำลังหาทางเลิกกับคุณครับ (ตีตัวออกห่าง) หรือถ้าแย่กว่านั้นคือ มีกิ๊กมีชู้และกำลังหาทางเลิกกับคุณ(เพื่อจะได้ไปคบกับคนที่เขาถูกใจมากกว่าคุณ)
ผมคิดว่าน้อยคนมากครับที่ไม่มีเวลาให้เราเพราะยุ่ง ไม่มีเวลาว่างจริงๆ . เนื่องจากผมเห็นหลายคู่ที่เขารักกันมากๆ ขนาดแฟนต้องไปเป็น ทหารเกณฑ์ เขายังหาเวลาไปอยุ่กับแฟน หรือ เพื่อนผมหลายคนที่งานโครตยุ่งก็ยังหาเวลาแชทไปหาแฟน พาแฟนไปเที่ยว
ดังนั้นเวลาใครมาอ้างกับผมแบบนี้ ผมมักจะไม่เชื่อครับ
คุณเชื่อคำพูดที่ว่า ไม่มีเวลาให้ งานยุ่งมาก จากปากคนคุยหรือแฟนของคุณมั้ย?
จากประสบการ์ณตรงของผม และ ที่ได้เห็นจากโลกโซเชี่ยลรวมถึงจากปากคนรู้จัก ผมเลยแบ่งเป็น 3 เคสซึ่งหมายถึงทั้งผู้ชายและผู้หญิงนะครับ
1.ถ้าแค่เป็นคนคุยกัน - มีแนวโน้มสูงครับที่เขายังไม่ได้จริงจังอะไรกับเรามาก หรือ คุยอยุ่กับหลายคน จุดนี้ต้องทำใจครับเพราะไม่ได้เป็นอะไรกัน
2.ถ้าเป็นแฟนกัน แล้วอ้างแบบนี้แต่แรก - มีแนวโน้มที่เขายังไม่จริงจังกับคุณสูงครับ อาจลองคบไปงั้นๆเลยยังไม่เอาเวลามาให้กับเรามาก
3.ถ้าเป็นแฟนกันมานาน แล้วจู่ๆมาเป็นแบบนี้ - กว่า 90% กำลังหาทางเลิกกับคุณครับ (ตีตัวออกห่าง) หรือถ้าแย่กว่านั้นคือ มีกิ๊กมีชู้และกำลังหาทางเลิกกับคุณ(เพื่อจะได้ไปคบกับคนที่เขาถูกใจมากกว่าคุณ)
ผมคิดว่าน้อยคนมากครับที่ไม่มีเวลาให้เราเพราะยุ่ง ไม่มีเวลาว่างจริงๆ . เนื่องจากผมเห็นหลายคู่ที่เขารักกันมากๆ ขนาดแฟนต้องไปเป็น ทหารเกณฑ์ เขายังหาเวลาไปอยุ่กับแฟน หรือ เพื่อนผมหลายคนที่งานโครตยุ่งก็ยังหาเวลาแชทไปหาแฟน พาแฟนไปเที่ยว
ดังนั้นเวลาใครมาอ้างกับผมแบบนี้ ผมมักจะไม่เชื่อครับ