...ยิ่งลักษณ์เข้าอังกฤษบนกลีบกุหลาบหรือพงหนาม?..../วัชรานนท์

กระทู้คำถาม
คุณยิ่งลักษณ์มีทางเลือกในการเข้าประเทศอังกฤษที่เห็นๆ สามทาง:-
๑.    นักลงทุน
๒.    Asylum seeker. (ผู้ลี้ภัย)
๓.     Immigrant (หลบหนีเข้าประเทศ) ผมไม่เชื่อว่าคุณยิ่งจะใช้วิธีนี้

ฐานะนักลงทุน
มีความเป็นไปได้สูงว่าคุณยิ่งลักษณ์อาจจะเลือกใช้วิธีนี้   เงินจำนวน 2  ล้านปอนด์ขึ้นไปที่เป็นเงื่อนไขไม่ใช่ปัญหาของคุณยิ่งลักษณ์หรือตระกูลชินวัตร  จะเปิดร้านอาหารหรูๆ ที่ไหนสักแห่งก็ย่อมได้  หรือจะซื้อสโมสรฟุตบอลดังๆ ในพรีเมียลีกส์ก็ยังได้   เมื่ออยู่ถึงห้าปีก็มีสิทธิ์ขอสัญชาติอังกฤษได้   เงินที่จะใช้ลงทุนเพื่อเป็นใบเบิกทางสู่อังกฤษไม่ใช่ปัญหาแน่นนอน   ปัญหาอยู่ที่คุณยิ่งลักษณ์  พรรคเพื่อไทย และตัวคุณทักษิณเองต้องการจะให้คุณยิ่งลักษณ์เข้าอังกฤษในฐานะนักลงทุนไหม?   และเมื่อทำตามนั้น  บาดแผลและความเจ็บปวดจาก "การเมือง" จะจางหายไปช้าหรือเร็วขนาดไหน?  ที่สำคัญ  ท้ายที่สุดคุณยิ่งลักษณ์อาจจะตกอยู่ในสภาพไม่ต่างจากพี่ชาย   คือยิ่งนานวันก็ยิ่งหาทางกลับประเทศลำบาก
หมายเหตุ:  โมฮัมเหม็ด อัลฟ่า  นักลงทุนชาวอียิปต์  เจ้าของร้านไฮโซหรูกลางกรุงลอนดอน  เจ้าของสโมสรฟุลแล่ม  เข้าประเทศอังกฤษในฐานะ "นักลงทุน" มานานมาก  ลงทุนเป็นหมื่นล้านบาท   ยื่นขอสัญชาติอังกฤษมายี่สิบกว่าปี (หรืออาจจะสามสิบปี)  แต่รัฐบาลอังกฤษปฏิเสธมาตลอดจนกระทั่งปัจจุบันนี้

ฐานะขอลี้ภัย
การเข้าอังกฤษในลักษณะ "ขอลี้ภัย" เป็นวิธีที่อดีตผู้นำทางการเมืองนิยม   และนิยมจะเลือกประเทศที่มีบทบาทสูงบนเวทีการเมืองโลกด้วย  อย่างอังกฤษ  อเมริกา  เยอรมัน  เพื่อตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามในทางอ้อม   เป็นแสดงออกของการ "ไม่ยอมจำนน" ต่อกรณีใดๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศของตนอันเป็นเหตุให้ต้อง "ขอลี้ภัย"   และตราบใดที่ "ภัย" ยังไม่หมด   ผู้ลี้ภัยก็จะอยู่ในประเทศที่ขอลี้ภัยหรือประเทศที่สามได้ต่อไป   เผลอๆ อาจจะได้รับการสนับสนุนให้ตั้ง "รัฐบาลพลัดถิ่น" ก็ได้   เหมือนกรณีที่มีการพยายามตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นของราชนิกุลจากประเทศลาวในฝรั่งเศส   (แต่เชื่อว่าด้วยบุคลลิกส่วนตัว คุณยิ่งลักษณ์คงไม่ต้องการอย่างนั้น)


ความเป็นไปของบ้านเมืองในประเทศไทยใช่ว่ารัฐบาลอังกฤษจะไม่รู้   ต้องไม่ลืมว่าในสถานทูตอังกฤษเขามีเจ้าหน้าที่คอยบันทึกเหตุการณ์โดยเฉพาะเหตุการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจของไทยไว้ทุกๆ วันอยู่แล้ว   คำสนทนาจากการพบปะ หรือผ่านโทรศัพท์ หรือผ่านเอกสารทั้งลับและไม่ลับต่างๆ ของนักการเมืองและคนสำคัญๆ ในไทยกับสถานทูตอังกฤษ   ล้วนถูกบันทึกเอาไว้เป็นลายลักษณ์อักษรเก็บเอาไว้  และส่งกลับเป็น archive ที่ลอนดอน
  

จะว่าไปแล้ว....การประเมินสถานการณ์ทางการเมืองของไทยจากต่างประเทศอย่างอเมริกา  อังกฤษ เยอรมัน  ดูจะแม่นยำและเป็นกลางกว่านักวิชาการ (โดยเฉพาะนักวิชาการที่สนับสนุนการปฏิวัติ) ของไทยหลายคนด้วยซ้ำ   และมุมมองของรัฐบาลอังกฤษต่อสถานการณ์บ้านเมืองในไทยผ่าน "สถานทูตอังกฤษในไทย" นั้นดำรงอยู่มาอย่างยาวนานและไม่ควรจะมองข้าม    การอนุญาตให้คุณยิ่งลักษณ์เข้าประเทศอังกฤษไม่ว่าจะสถานะใดๆ ย่อมผ่านการวิเคราะห์และคำนวนมาแล้ว    เหมือนที่ครั้งหนึ่งที่กงสุลอังกฤษเคยเปิดประตูต้อนรับ "องค์รัชทายาท"  กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ  ที่ทรงขอลี้ภัยจาก "วังหลวง" มาประทับที่กงสุลอังกฤษในกรณีถูกสงสัยว่าพัวพันการระเบิดที่เกิดขึ้นในวังหลวง   อังกฤษย่อมทราบสถานการณ์ "การเมือง" ระหว่างวังหน้ากับวังหลวงตอนนั้น   การเลือกที่จะเปิดประตูต้อนรับองค์รัชทายาทก็ย่อมผ่านการคำนวนและประเมินสถานการณ์มาแล้ว   และหากไม่เสด็จทิวงคตเสียก่อน  กรมพระราชบวรฯ ท่านนี้ก็คือผู้ที่จะสืบราชสมบัติเป็น ร. ๖     เหตุการณ์ตรงนี้นอกจากจะชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลอังกฤษมีเล่ห์เหลี่ยมแล้ว  ยังชี้ให้เห็นว่าเขามองเหตุการณ์ "การเมือง" ภายในประเทศทะลุปรุโปร่งมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว    การอนุญาตให้อดีตผู้นำประเทศที่ถูกทหารโค่นล้มอำนาจได้เข้าลี้ภัย  นอกจากเหตุผลด้านมนุษยธรรมแล้ว      ยังถือว่าเป็นการ "ซื้ออนาคต"  แบบไม่ต้องลงทุนมาก  นานาชาติก็ไม่ติเตียน   และเป็นการอ่านทิศทางลมทางการเมืองของประเทศไทยได้อย่างทะลุและปราศจากอคติส่วนตัว


สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 6


สิ่งที่ยิ่งลักษณ์   จะไม่มีวันเอื้อมถึง    เพราะทำลายตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว

OK
ความคิดเห็นที่ 1
ไม่มีบาปกรรมใด ที่คนไม่ละอายที่จะพูดโกหก จะทำไม่ได้

การมุสา   หรือการยอมรับการมุสา    ย่อมแสดงถึงธรรมในตัวตน   เป็นของเสียแล้ว

https://pantip.com/topic/36680641
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่