สวัสดีค่า ชื่อมายด์นะคะ พอดีไม่มียูสในพันทิปเลยยืมยูสเพื่อนมาตั้งกระทู้อีกทีนึง
วันนี้มายด์จะมารีวิวการทำโครงหน้าที่รพ.ที่เกาหลีที่มายด์ไปทำมาค่ะ
ขอออกตัวก่อนนะคะว่ามายด์ทำพวกถ่ายแบบ พริตตี้เลยค่อนข้างจำเป็นที่จะต้องใส่ใจเรื่องหน้าตาเป็นพิเศษ
คนเราอาจจะมึความชอบและมุมมองต่อความสวยไม่เหมือนกันแล้วแต่สไตล์ของแต่ละคน ส่วนตัวมายด์ชอบแบบหน้าเล็กๆ ค่ะ เพราะจะทำให้รู้สึกมั่นใจเวลาทำงานมากขึ้น พี่ๆ เพื่อนๆ ในวงการก็ทำกันเยอะเลย ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันสำคัญในการทำงานของมายด์จริงๆ ค่ะ
รพ.ที่จะทำก็มีพี่ที่รู้จักแนะนำมาให้อีกที สุดท้ายเลยตัดสินใจไปทำพร้อมกับเพื่อนอีกคนค่ะ

จริงๆ แล้วปัญหาของมายด์ไม่ค่อยมีอะไรมากเท่าไหร่ ติดแค่ที่คางกับโหนกเท่านั้นเอง เป็นคนโหนกค่อนข้างใหญ่ก็เลยอยากจะทำให้ออกมาดูแบ๊วๆ กว่านี้หน่อย ก่อนหน้านี้มายด์เคยไปฉีดฟีลเลอร์มาตรงคางแล้วมันไม่สลายเลยทำให้คางดูแหลมไม่เป็นธรรมชาติไปเลยค่ะ

เลยต้องขูดออกก่อน และสิ่งที่มายด์เน้นกับทางรพ.เลยก็คืออยากให้หน้าออกมาเรียวเล็กที่สุด อยากได้หน้ารูปไข่เหมือนพวกเน็ตไอดอลเกาหลีค่ะ
ก่อนมารพ.มายด์อดอาหารมาตั้งแต่เที่ยงคืนแล้วพอไปถึงก็ตรวจร่างกายแล้วก็ตรวจเลือดได้เลยค่ะ

อันนี้เป็นตอนไปพบคอนเซ้าท์ค่ะ

ที่นี่จะมีคุณหมอประจำหลายท่านแล้วเชี่ยวชาญคนละแบบค่ะ เฉพาะการทำโครงหน้าก็มีคุณหมอประจำด้วยกัน 2 ท่าน จะแบ่งเป็นแนวสาวเกาหลี ทำเหมือนไม่ทำ เน้นธรรมชาติ กับอีกแบบคือเน้นหน้าเรียวไปเลย หน้าเล็กๆ แบบไอดอลเกาหลีค่ะ
ส่วนของมายด์เนื่องจากรีเควสไปว่าขอหน้าเล็กถึงขีดสุด เลยเลือกปรึกษากับคุณหมอปาร์ค จุนกยูค่ะ คุณหมอเป็นศัลยแพทย์ที่ผ่าตัดหน้าได้เล็กมากแต่ว่าปลอดภัย
ตอนปรึกษาคุณหมอก็จะดูรูป CT- Scan ของเรา แล้วประเมินว่าตัดได้เท่าไหน เส้นประสาทอยู่ตรงไหน ทำไมตัดได้แค่นี้ ทำแบบไหนสวย แบบไหนจะดี
คุณหมอธิบายละเอียดให้เราฟังหมดเลยค่ะ ถ้าเราสงสัยอะไรคุณหมอจะอธิบายจนกว่าเราจะเข้าใจและให้เราตัดสินใจเองว่าเราโอเคมั้ยกับเทคนิคที่จะใช้

สรุปของมายด์ทำทั้งหมด 3 อย่างค่ะ ตัดโหนกทำให้โหนกลดลงกว่าเดิมแต่ไม่หายไปทั้งหมด เอาให้พอดีเวลายิ้มยังดูมีโหนกหน่อยๆ สวยๆ แล้วก็เพื่อที่ตอนเราอายุมากกขึ้นหน้าจะได้ไม่เหี่ยวค่ะ นอกจากนั้นมายด์ก็ตั้งใจที่จะทำคาง เอาฟีลเลอร์ที่เคยฉีดออกและทำกรามให้เล็กลงค่ะ
วันที่ผ่ามายด์ไปถึงรพ.ตั้งแต่ 11 โมง แต่ได้ผ่าจริงๆ ตอนบ่าย 3 ครึ่งเลยค่ะ เพราะผลตรวจเลือดยังไม่มา ทางรพ.เลยยังไม่สามารถทำการผ่าตัดให้ได้ แล้ววันนั้นหิมะก็ตกหนักมากผลตรวจก็เลยยิ่งมาช้าไปอีก

เลยต้องรอจนถึงบ่าย 3 ครึ่งถึงจะเริ่มทำการผ่าได้
ตื่นอีกทีตอนอยู่ในห้องพักฟื้นแล้วค่ะ มีสายเดรนเลือดต้องนอนพักรพ. 1 คืน มายด์พักคืนนึงแล้วอีกวันเพื่อนอีกคนก็ผ่าต่อ ตอนนอนรพ.ก็มีพยาบาลคอยเฝ้า เค้าจะมีปุ่มเรียกให้ ถ้าเรารู้สึกปวดหรืออะไรสามารถกดเรียกพยาบาลให้มาดูได้ค่ะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
วันรุ่งขึ้นก็ตัดถุงเลือด
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
จากนั้นก็ออกจากรพ.ได้แล้วค่ะ
เข้าใจว่าคนเกาหลีเค้าทำหน้าเยอะจริงๆ แต่คนต่างชาติก็มาถอยหน้าซีรีส์ใหม่ที่เกาหลีกันเยอะมากๆ ตอนมายด์ออกมาจากรพ.ก็เจอคนใส่ผ้ารัดหน้าเหมือนกันเต็มเลยค่ะ ต่างชาติที่เห็นส่วนใหญ่จะเป็นคนจีน ไทย มองโกล รัสเซีย
อันนี้เป็นรูปวันแรกหลังจากออกจากรพ.ค่ะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
บวมมากสุด 3 วันแรก จะอ้าปากไม่ค่อยได้ กินอะไรไม่ได้เลยจริงๆ ต้องพยายามกินแต่อาหารอ่อนๆ

รูปล่าสุดทำมาแล้ว 23 วันค่ะ หน้ายังบวมอยู่บ้างค่ะโดยเฉพาะตรงแก้ม

แต่โดยรวมแล้วมายด์รู้สึกพอใจกับที่ทำออกมารอบนี้ค่อนข้างมากอยู่ค่ะ ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าที่เคยทำครั้งก่อน
ถ้าเพื่อนๆ คนไหนสนใจจะทำโครงการเดียวกันกับมายด์สามารถหลังไมค์สอบถามรายละเอียดได้นะคะ ยินดีให้คำแนะนำและตอบทุกคำถามค่า
[SR] โครงหน้าวีไลน์เกาหลี งานเดียวจบ
วันนี้มายด์จะมารีวิวการทำโครงหน้าที่รพ.ที่เกาหลีที่มายด์ไปทำมาค่ะ
ขอออกตัวก่อนนะคะว่ามายด์ทำพวกถ่ายแบบ พริตตี้เลยค่อนข้างจำเป็นที่จะต้องใส่ใจเรื่องหน้าตาเป็นพิเศษ
คนเราอาจจะมึความชอบและมุมมองต่อความสวยไม่เหมือนกันแล้วแต่สไตล์ของแต่ละคน ส่วนตัวมายด์ชอบแบบหน้าเล็กๆ ค่ะ เพราะจะทำให้รู้สึกมั่นใจเวลาทำงานมากขึ้น พี่ๆ เพื่อนๆ ในวงการก็ทำกันเยอะเลย ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันสำคัญในการทำงานของมายด์จริงๆ ค่ะ
รพ.ที่จะทำก็มีพี่ที่รู้จักแนะนำมาให้อีกที สุดท้ายเลยตัดสินใจไปทำพร้อมกับเพื่อนอีกคนค่ะ
จริงๆ แล้วปัญหาของมายด์ไม่ค่อยมีอะไรมากเท่าไหร่ ติดแค่ที่คางกับโหนกเท่านั้นเอง เป็นคนโหนกค่อนข้างใหญ่ก็เลยอยากจะทำให้ออกมาดูแบ๊วๆ กว่านี้หน่อย ก่อนหน้านี้มายด์เคยไปฉีดฟีลเลอร์มาตรงคางแล้วมันไม่สลายเลยทำให้คางดูแหลมไม่เป็นธรรมชาติไปเลยค่ะ
ก่อนมารพ.มายด์อดอาหารมาตั้งแต่เที่ยงคืนแล้วพอไปถึงก็ตรวจร่างกายแล้วก็ตรวจเลือดได้เลยค่ะ
อันนี้เป็นตอนไปพบคอนเซ้าท์ค่ะ
ที่นี่จะมีคุณหมอประจำหลายท่านแล้วเชี่ยวชาญคนละแบบค่ะ เฉพาะการทำโครงหน้าก็มีคุณหมอประจำด้วยกัน 2 ท่าน จะแบ่งเป็นแนวสาวเกาหลี ทำเหมือนไม่ทำ เน้นธรรมชาติ กับอีกแบบคือเน้นหน้าเรียวไปเลย หน้าเล็กๆ แบบไอดอลเกาหลีค่ะ
ส่วนของมายด์เนื่องจากรีเควสไปว่าขอหน้าเล็กถึงขีดสุด เลยเลือกปรึกษากับคุณหมอปาร์ค จุนกยูค่ะ คุณหมอเป็นศัลยแพทย์ที่ผ่าตัดหน้าได้เล็กมากแต่ว่าปลอดภัย
ตอนปรึกษาคุณหมอก็จะดูรูป CT- Scan ของเรา แล้วประเมินว่าตัดได้เท่าไหน เส้นประสาทอยู่ตรงไหน ทำไมตัดได้แค่นี้ ทำแบบไหนสวย แบบไหนจะดี
คุณหมอธิบายละเอียดให้เราฟังหมดเลยค่ะ ถ้าเราสงสัยอะไรคุณหมอจะอธิบายจนกว่าเราจะเข้าใจและให้เราตัดสินใจเองว่าเราโอเคมั้ยกับเทคนิคที่จะใช้
สรุปของมายด์ทำทั้งหมด 3 อย่างค่ะ ตัดโหนกทำให้โหนกลดลงกว่าเดิมแต่ไม่หายไปทั้งหมด เอาให้พอดีเวลายิ้มยังดูมีโหนกหน่อยๆ สวยๆ แล้วก็เพื่อที่ตอนเราอายุมากกขึ้นหน้าจะได้ไม่เหี่ยวค่ะ นอกจากนั้นมายด์ก็ตั้งใจที่จะทำคาง เอาฟีลเลอร์ที่เคยฉีดออกและทำกรามให้เล็กลงค่ะ
วันที่ผ่ามายด์ไปถึงรพ.ตั้งแต่ 11 โมง แต่ได้ผ่าจริงๆ ตอนบ่าย 3 ครึ่งเลยค่ะ เพราะผลตรวจเลือดยังไม่มา ทางรพ.เลยยังไม่สามารถทำการผ่าตัดให้ได้ แล้ววันนั้นหิมะก็ตกหนักมากผลตรวจก็เลยยิ่งมาช้าไปอีก
ตื่นอีกทีตอนอยู่ในห้องพักฟื้นแล้วค่ะ มีสายเดรนเลือดต้องนอนพักรพ. 1 คืน มายด์พักคืนนึงแล้วอีกวันเพื่อนอีกคนก็ผ่าต่อ ตอนนอนรพ.ก็มีพยาบาลคอยเฝ้า เค้าจะมีปุ่มเรียกให้ ถ้าเรารู้สึกปวดหรืออะไรสามารถกดเรียกพยาบาลให้มาดูได้ค่ะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
วันรุ่งขึ้นก็ตัดถุงเลือด
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
จากนั้นก็ออกจากรพ.ได้แล้วค่ะ
เข้าใจว่าคนเกาหลีเค้าทำหน้าเยอะจริงๆ แต่คนต่างชาติก็มาถอยหน้าซีรีส์ใหม่ที่เกาหลีกันเยอะมากๆ ตอนมายด์ออกมาจากรพ.ก็เจอคนใส่ผ้ารัดหน้าเหมือนกันเต็มเลยค่ะ ต่างชาติที่เห็นส่วนใหญ่จะเป็นคนจีน ไทย มองโกล รัสเซีย
อันนี้เป็นรูปวันแรกหลังจากออกจากรพ.ค่ะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
บวมมากสุด 3 วันแรก จะอ้าปากไม่ค่อยได้ กินอะไรไม่ได้เลยจริงๆ ต้องพยายามกินแต่อาหารอ่อนๆ
รูปล่าสุดทำมาแล้ว 23 วันค่ะ หน้ายังบวมอยู่บ้างค่ะโดยเฉพาะตรงแก้ม
แต่โดยรวมแล้วมายด์รู้สึกพอใจกับที่ทำออกมารอบนี้ค่อนข้างมากอยู่ค่ะ ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าที่เคยทำครั้งก่อน
ถ้าเพื่อนๆ คนไหนสนใจจะทำโครงการเดียวกันกับมายด์สามารถหลังไมค์สอบถามรายละเอียดได้นะคะ ยินดีให้คำแนะนำและตอบทุกคำถามค่า