มหาวงศา 4

(ตอนที่ 3 https://pantip.com/topic/37149570)
ทันทีที่รถตู้คันนั้นกลับไป เมื่ออิบรอฮีมได้สติแล้ว เขาจึงตัดสินใจรีบวิ่งเข้าบ้านเพื่อดูสิ่งที่อยู่ในบ้านของพี่ชายเขา ปรากฎว่าไม่มีสิ่งใดผิดปกติไปมากกว่าสิ่งที่เขาเห็นเลย ด้วยความกังวล เขาจึงส่งภรรยาท้องแก่และอิสมาแอลทารกน้อย ไปยังหมู่บ้านใกล้เคียงก่อน และตัดสินใจเฝ้าบ้านหลังนั้นของพี่ชายเขาไว้เพื่อกันขโมยหรือผู้ไม่หวังดี ไม่กี่วันต่อมา ภาพติดตาที่หลอกหลอนเขามาชั่วชีวิตก็เกิดขึ้นในวันนั้นนี้เอง เมื่อมีผู้แจ้งว่า มีผู้พบศพของอับดุลเลาะห์อยู่ที่ถนนทางเข้าหน้าหมู่บ้าน กลายสภาพเป็นผีหัวขาด พร้อมข้อความทิ้งไว้ว่า "ถ้าไม่อยากมีใครเป็นแบบนี้อีก อย่าคิดท้าทายอำนาจบารมีของพวกข้า" ทันทีที่อิบรอฮีมเห็นสภาพอันน่าเวทนายิ่ง เขาก็ถึงกับโผกอดร้องไห้กอดหัวของพี่ชายเขาอย่างคนบ้าเลย ท่ามกลางชาวบ้านที่มุงดูอยู่อย่างเวทนา
#
อิบรอฮีมรับสภาพและทำใจไม่ได้กับความตายของผู้เป็นพี่ชาย เขาเรียกร้องให้ชาวบ้านช่วยกันจัดงานศพและฝังศพของพี่ชายไว้ในหลุมนั้น โดยที่ตัวเขาเฝ้าหลุมศพไว้ตลอดคืนจนกระทั่งรุ่งเช้า และนับตั้งแต่นั้นมา เมื่ออิบรอฮีมได้ขึ้นเป็นผู้ใหญ่บ้าน ก็ได้สั่งให้มีการเข้มงวดกวดขันคนนอกหมู่บ้าน และปิดตายมาหลายปีจนกระทั่งต้องเปิดออกอีกครั้งด้วยความจำเป็น เมื่อภรรยาของเขาได้ท้องบุตรคนที่ 2 ขึ้น แต่ไม่พบหมอตำแยในหมู่บ้านเนื่องจากหมอตำแยคนสุดท้ายออกจากหมู่บ้านไปเนื่องจากทำผิดหลักศาสนาโดยการแอบดื่มสุรา เขาจึงจำเป็นเปิดทางให้หมอทำคลอดจากโรงพยาบาลในเมืองมาทำคลอดให้ บุตรผู้นั้นต่อมาคือ มัรยัม ลูกสาวสุดรักสุดหวงของเขานั้นเอง ผู้ที่ทำให้อิบรอฮีมมีกำลังใจและเป็นผู้เป็นคนได้อีกครั้งหลังจากการตายของผู้เป็นพี่ชาย ดังนั้นอิบรอฮีมจึงพยายามทะนุทนอมมัรยัมมิให้ไรตอมเลยทีเดียว อิบรอฮีมนึกเรื่องราวเก่าๆแล้วก็ได้แต่ยิ้มทั้งน้ำตา พลางเช็ดน้ำตาไปในคืนนั้น
#
คืนนั้น ขณะที่เพื่อนๆคนอื่น จับกลุ่มนั่งคุยกันสารพัดเรื่อง พงษ์กลับรู้สึกว้าเหว่ เขาเดินออกจากห้องเพื่อไปดูดาว เป็นเวลาเดียวกันกับที่มัรยัมนอนไม่หลับและตื่นขึ้นมาดูดาวเช่นเดียวกัน เมื่อพงษ์เห็นมัรยัมเดินดูดาวใกล้ๆ ก็ได้เดินเข้าใกล้ด้วย
"ท้องฟ้าคืนนี้สดใสนัก แต่ยังสู้ใครบางคนมิได้"
มัรยัมแอบยิ้มแต่ก็แสดงสีหน้าเรียบเชียบเหมือนไม่รู้สึกอะไร เพราะใจจริงๆยังไม่ได้คิดอะไรกับพงษ์จริงๆ
"แล้วอย่างไร คุณคงนึกถึงสาวในเมืองล่ะสิ"
พงษ์ยิ้มมุมปากเล็กน้อยให้กับมัรยัม "ดาวในเมืองไม่มีทางมองเห็นชัดเหมือนดาวในทุ่งยางนี้หรอก"
มัรยัมทำหน้าเฉยเมยใส่ต่อ "เหรอ? ฉันควรรู้ไหมว่าคุณคิดอะไร ชอบอะไร?"
พงษ์หยอดคำหวานใส่ "คุณชอบอะไรไม่รู้ แต่ผมชอบที่นี้ เกิดมาไม่เคยมีที่ไหน อยู่แล้วสบายเหมือนอยู่ที่นี้"
"คุณแน่ใจเหรอว่าชอบที่นี้ หรือเพียงเพราะแค่อยากอยู่นานๆ ไม่อยากเจอสาวคนเมือง"
"ถ้าอยู่ให้นานๆได้ ผมก็ยอม ดีกว่าจะต้องไปอยู่ท่ามกลางความวุ่นวาย" พงษ์ตอบ
"สังคมในเมืองวุ่นวายอย่างไร คุณพอจะตอบเราได้ไหม?"
"สังคมในเมือง อุดมไปด้วยมลพิษทั้งกายและใจ คนในเมืองสุขภาพอยู่ในภาวะเสี่ยง ขณะเดียวกัน ศีลธรรมของสังคมเมืองยังเสื่อมถอยลงด้วย"
"แล้วมันต่างกับบ้านเราอย่างไรหรือ?"
"สังคมที่นี้ มีแต่ความจริงใจ เคร่งครัดในศาสนา อยู่กันแบบมิตร ไร้ความขัดแย้ง ราวกับว่าอยู่ในสังคมชาวยูโทเปียเลยทีเดียว" พงษ์ตอบด้วยสีหน้าที่สดชื่น
"แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะไม่มีเรื่องร้ายๆ" มัรยัมตอบ
"คุณรู้ไหม? คนที่นี้เป็นเจ้าของป่ายางแท้ๆ แต่ป่ายางของพวกเขา กลับไม่มีสิทธิเข้าได้ เพราะมีนายทุนบางคน อ้างสิทธิที่นี้ ใครท้าทายอำนาจจะถูกฆ่า อย่างเช่นลุงของฉันที่ฉันไม่เคยพบเขา"
"ลุงที่เป็นพี่ชายของพ่อคุณหรือ?" พงษ์ถาม
"ใช่ เขาถูกฆ่าตาย ก่อนที่ฉันจะเกิด" มัรยัมตอบ ทำเอาพงษ์ตกใจ
"แสดงความเสียใจด้วย ผมไม่รู้ว่าพวกเขาจะโหดร้ายขนาดนั้น" มัรยัมเริ่มน้ำตาไหล เธอเอาผ้าคลุมหัวเช็ดน้ำตา
"ป๊ะเคยเล่าให้ฉันฟังว่า ท่านเป็นผู้นำหมู่บ้านที่ดีคนหนึ่ง ดีกว่าท่านด้วยซ้ำ ท่านสามารถดูแลทุกข์สุขของคนในหมู่บ้านได้ แต่น่าเสียดายที่ต้องมาพบกับจุดจบที่น่าเศร้าเช่นนี้"
พงษ์กล่าวปลอบใจพลางเข้าใกล้มัรยัม "ไม่ต้องกลัวนะครับ สักวันผมเชื่อว่าพระเจ้าจะต้องลงโทษ"
มัรยัมหันหน้ามามองแบบสงสัย "ลงโทษหรือ? กว่า 20 ปีแล้ว คนในหมู่บ้านต้องตายไปเท่าใด? ฉันยังไม่เคยเห็นพวกนั้นจะต้องพบกับจุดจบเลย"
"เชื่อผมเถอะ ถ้าคุณเชื่อในพระเจ้า คุณจะต้องพบเห็นจุดจบมันแน่นอน"
"คุณเชื่อในพระเจ้าด้วยหรือ?" มัรยัมถามพงษ์
"ไม่เชิง แต่ที่ผมพูดเพราะไม่ว่าศาสนาไหน ก็สอนถึงจุดจบของการทำบาปได้เหมือนกัน"
"อือ ฉันไปนอนก่อน" มัรยัมพูดกับพงษ์พลางบิดตัว
"เชิญเถอะ" พงษ์ตอบ
มัรยัมยิ้มแล้วขึ้นบันไดเข้าบ้านไป พงษ์มองทางด้านหลังมัรยัมแล้วยิ้มพลางคิดในใจ
"กลับมาอยู่ในฝันผมต่อเถอะ ผมอยากจะอยู่กับคุณนานๆ" ..
#
ขณะเดียวกันในคืนนั้นเอง อิสมาแอล ตัดสินใจเข้าป่ายางอีกครั้งเพื่อพยายามตามหาตัวผู้ที่ลักลอบตัดไม้ทำลายป่าและฆ่าชาวบ้านไปนับสิบคนในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา อิสมาแอลและเพื่อนๆต่างพกกริชมาเพื่อป้องกันตัวเอง และเขาตั้งใจไว้ว่า ถ้าเขาไม่สามารถหาตัวได้ หรือ หาเบาะแสใดๆได้ เขาจะไม่กลับไปบ้านอีก เพราะเขาทนไม่ได้ที่ป่ายางของชาวบ้าน จะต้องถูกตัดทิ้งไปเพียงเพื่อสนองความต้องการของนายทุนหน้าเลือด อิสมาแอลพร้อมพรรคพวกตัดสินใจพร้อมถือกริชและเข้าป่าเพื่อพยายามตามหาตัวกลุ่มนั้น โดยเแยกย้ายกันค้นหาในแต่ละทิศทาง และเมื่อค้นหาทั่วป่าไปได้สักพัก เสียงปืนก็ดังขึ้น ณ มุมหนึ่งของป่า อิสมาแอลพร้อมพรรคพวกก็ต้องตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อพบว่ามีชาย 3 คน ถือปืนข่มขู่พร้อมกล่าว
"ออกไปจากที่นี้เสียถ้าพวกเอ็งยังอยากกลับไปเห็นหน้าพ่อแม่"
อิสมาแอลตะโกนด่า "พวกเอ็งจะทำอะไรเพื่อนข้า ข้ามศพข้าไปก่อนเถอะไอ้พวกโจร"
สิ้นเสียงของอิสมาแอล เพื่อนของอิสมาแอลก็รุมจับและยึดปืนของชายพวกนั้นไว้ได้ อิสมาแอลรู้สึกพึงพอใจมาก จึงนำตัวกลับไปส่งที่บ้านของพ่อตนเองในกลางดึกนั้น
#
"ป๊ะ มาดูอะไรนี้" อิสมาแอลตะโกนเสียงดัง เพื่อนๆของเขานับสิบคนต่างจับกุมชาย 3 คนนั้นไว้พร้อมถือปืน
อิบรอฮีมซึ่งกำลังนอนอยู่ก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา พลางถาม "อะไรของเอ็งอีกวะ? อยู่ๆก็หาเรื่องตอนดึกอีก"
อิสมาแอลตอบ "ป๊ะ ผมจับไอ้ผู้ร้ายลักลอบตัดไม้ได้แล้ว"
"พูดเป็นเล่นไป ไม่ใช่เอ็งจะไปจับแพะจับแกะที่ไหนอีก" อิบรอฮีมกล่าวสำทับซ้ำรอย
"โธ่ ป๊ะ ดูนี้" อิสมาแอลชูปืนของเหล่าผู้ร้ายที่เขาเก็บมาได้
อิบรอฮีมเห็นปืนแล้วก็ตกใจ จึงสั่งให้เพื่อนของอิสมาแอลเฝ้าขังไว้ทั้งคืน ก่อนที่วันรุ่งเช้าหลังพิธีเฝ้าพระเจ้า เขาได้ประกาศเรียกชาวบ้านออกมามุงดูการตัดสินคดี
#
"พวกฉันขอยืนยัน พวกฉันแค่ทำตามคำสั่งให้เฝ้าป่ายาง ยังไม่เคยคิดฆ่าใคร" 1 ใน 3 ผู้ร้ายตัดป่ากล่าว
"แล้วใครสั่งให้พวกเอ็งเป็นคนเฝ้า?" อิบรอฮีมไต่สวน
"พวกฉันจริงๆก็ไม่ได้อยากเป็นคนร้ายอะไร แต่พวกฉันจำเป็นต้องมาเป็นโจร เพราะฉันก็ถูกพวกมันบังคับมา" ชายคนหนึ่งกล่าว
"ถ้าพวกฉันไม่ทำตามที่มันสั่ง มันก็จะฆ่าลูกเมียของฉัน" ชายอีกคนกล่าว
"แล้วใครเป็นคนสั่งพวกเอ็ง?" อิบรอฮีมถาม
"ฉันไม่เห็นหน้าตาชัดเจนเพราะพวกมันใส่ไอ้โม่ง พวกมันโทรมาหาฉันแล้วบอกให้ฉันนัดพวกมันไว้ ให้ฉันเฝ้าป่าไว้ในคืนนั้น ป่านนี้ฉันยังไม่รู้เลยว่าลูกเมียฉันจะเป็นอย่างไร" ชายคนหนึ่งกล่าว
"ใช่ พ่อแม่ของฉันด้วย" ชายอีกคนกล่าวย้ำ
"ข้าอยากจะส่งพวกเอ็งไปหาตำรวจจริงๆ แต่เห็นแก่ความสงสาร ข้าจะเว้นให้ เอาเป็นว่าพวกเอ็งมีนัดกับพวกมันไหม?"
"พวกฉันต้องไปเจอกับพวกมันอีกในคืนนี้ที่สวนป่ายาง เพราะคิดว่าพวกมันจะต้องมาตัดไม้กันแล้ว"
"อืม ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องวางแผนกันล่ะ" อิบรอฮีมกล่าว
"อิสมาแอล ให้พวกเขาไปกินข้าวกินน้ำเสีย คืนนี้เรามีแผนกัน"
#
คืนนั้นเอง ทั้ง 3 คน ต่างเจอกับชายใส่โม่งประมาณ 5-6 คนอีกครั้ง ก่อนที่ครั้งนี้ อิบรอฮีม อิสมาแอล และพรรคพวกลูกบ้าน ต่างพากันถือปืนรุมจับกุมชายใส่โม่งเหล่านั้นไว้ ก่อนที่จะทำการถอดโม่งพวกมัน และมัดตัวสืบสวนอีกครั้งในวันต่อมา
"พวกเอ็งเป็นใคร? ทำไมถึงคิดจะมาตัดไม้?"
"พวกข้าไม่บอกพวกเอ็งหรอก เค้นให้ตาย พวกเอ็งก็ไม่ได้อะไร" ชายคนหนึ่งสวน
"พวกข้าได้รับคำสั่งมาจากนาย ข้าไม่มีทางบอก"
"อย่าปากแข็งนักเลย หลักฐานเห็นอยู่จะๆ พูดเสียดีกว่า ข้าอาจจะเมตตาไม่ถือโทษโกรธเคืองซ้ำ" อิบรอฮีมกล่าว
"มันไม่ใช่ความผิดพวกข้าที่ต้องโดนจับ มันเป็นความผิดพวกเอ็งที่ตกลงกันดีๆไม่ได้ตั้งแต่แรก"
อิสมาแอลโกรธ พูดสวน "ปากแบบนี้ น่าจะต้องสำรอกเลือดก่อนถึงจะพูดกันดีๆได้"
ยังไม่ทันง้างหมัด อิบรอฮีมออกมือห้ามอิสมาแอลไว้
"ถ้าอย่างนั้น พวกเอ็งเล่ามาสิ ว่าทำไมนายพวกเอ็งต้องพยายามตัดป่าที่นี้"
หัวหน้าชายกลุ่มนั้นพูดอย่างยิ้มสะใจ "หึๆๆ ถ้าเอ็งเป็นผู้ใหญ่บ้านที่นี้ น่าจะเข้าใจดีนะ ว่าทำไมต้องตัดป่ายางที่นี้"
"พูดอะไร? ข้าไม่เข้าใจ" อิบรอฮีมกล่าว
"กรรมสิทธิ์ของพื้นที่ป่ายางนี้ พี่เอ็ง เป็นคนเซ็นให้นายข้าเอ็ง"
อิบรอฮีมตกใจ แต่ก็ถามด้วยความสงสัย"พี่ข้าไปเกี่ยวอะไรกับนายพวกเอ็งวะ??"
หัวหน้ากลุ่มไอ้โม่งตอบกลับ "พี่พวกเอ็งเซ็นสัญญากับนายข้าไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าจะยกผืนป่าให้ แต่พี่เอ็งกลับมาคัดค้านหัวชนฝา พอคุยกันดีๆไม่ได้ นายข้าก็สั่งให้ข้านี้แหละ ตัดหัวพี่เอ็ง!!"
สิ้นเสียงคำพูด ฝ่าเท้าก็เข้าใบหน้าโจรเข้าเต็มๆ
"เอ็งนี้เองที่ตัดหัวพี่ชายข้า ไอ้เลวทราม"
อิสมาแอลพยายามช่วยซ้ำแต่ถูกมัรยัมห้าม ส่วนภรรยาก็ห้ามอิบรอฮีมไว้
ทันใดนั้นเอง หัวหน้าโจรก็ลุกขึ้นมายิ้มทั้งเลือด "หึๆๆๆๆ ข้าอาจจะเป็นคนตัดหัวให้พี่เอ็ง แต่พี่เอ็งต่างหาก ที่ยื่นคอมาให้ข้าตัด ข้าก็สงเคราะห์ให้ จะได้ไม่ต้องเดือดร้อนสิ้นเปลืองข้าวสุก"
"ไอ้สารเลว จิตใจเอ็งทำด้วยอะไร?!! พี่ชายข้าไปฆ่าครอบครัวเอ็งหรือ??" อิบรอฮีมถามด้วยอารมณ์โกรธสุดขีด
"ถ้าพี่ชายเอ็งไม่เซ็นสัญญากับนายข้า ข้าก็คงไม่จำเป็นต้องฆ่าหรอก จำได้ไหม สัญญานั้น?"
"จำได้" สิ้นเสียงพูด อิบรอฮีมยิ้มให้เหมือนใจเย็นสักพัก ก่อนที่จะกระโดดเตะเข้าหน้าอีกครั้ง
"สัญญานั้นพวกเอ็งหลอกว่าจะให้ชาวบ้านไปกรีดยางให้พวกเอ็ง พี่ข้าเซ็นให้เพราะนึกว่าจะสร้างรายได้ให้ชาวบ้านมากขึ้น พอพี้ข้าเซ็น พวกเอ็งกลับไปดัดแปลงว่าชาวบ้านยกที่ดินป่ายางให้ ไอ้สารเลว!! หยุดโกหกกันสักที"
หัวหน้าโจรอึ้ง ก่อนถามกลับไป "เอ็งรู้ได้อย่างไรว่าเอกสารนั้นปลอมแปลง"
"ไม่มีอะไรมาก นี้อย่างไรล่ะ"
กล่าวจบ อิบรอฮีมหยิบเอกสารอีกฉบับ ระบุสัญญาไว้ชัดเจนว่า ชาวบ้านจะต้องกรีดยางแล้วนำมาขายให้กับนายทุน
"เป็นไปไม่ได้ ตอนที่ข้าอ่านสัญญานั้น ข้าคิดว่าเป็นสัญญายกที่ดินให้"
"ยอมรับเสียทีว่านายเอ็งเป็นใคร เอ็งจะได้ไม่ต้องเจ็บตัวมากกว่านี้" อิบรอฮีมมองหน้าหัวหน้าโจร ก่อนที่จะเริ่มจ่อปืนเข้าใส่หัวโจร
"ข้ายอมรับก็ได้ แต่ปัญหามันอยู่ที่พวกเอ็งจะกล้าจับไหมล่ะ?" อิบรอฮีมตอบ
"ไม่มีใครรอดพ้นกฎหมายไปได้ตราบที่มีข้าอยู่"
"แต่นายข้า ตอนนี้เปลี่ยนสัญชาติเป็นคนมาเลเซียไปแล้ว"
สิ้นเสียงตอบกลับ ทุกคนต่างพากันตกใจ
"ข้ายอมรับผิดแล้ว ข้าจะบอกว่า นายของข้า ไม่ใช่แค่เปลี่ยนสัญชาติ แต่เขายังไปอยู่อีกรัฐหนึ่งแล้ว และข้าก็จำไม่ได้แล้วว่าเขาอยู่ไหน?" หัวหน้าโจรตอบ
"เพราะอะไรเอ็งถึงไม่ยอมรับตั้งแต่แรก" อิบรอฮีมถาม
"นายของข้าเคยช่วยชีวิตข้าไว้ สมัยที่ข้าถูกพวกโจรจีนคอมมิวนิสต์จับตัวไป"
"นายเอ็งชื่อว่าอะไร?" อิบรอฮีมถาม
"อาหวัง มูฮัมหมัด"
สิ้นเสียงพูด อิบรอฮีมถึงกับตกใจหนัก เพราะคำตอบของโจรทำให้เขาอึ้งไปสักพักใหญ่ ก่อนที่จะได้สติ
"จับพวกมันไปขังไว้ในคุก"
สิ้นเสียงพูด บรรดาลูกบ้านจับกลุ่มโจรเข้าคุกข้างเรือนของอิบรอฮีม ส่วนอิบรอฮีมก็ขึ้นบ้านไป ชาวบ้านก็พากันแยกย้ายกลับไปทำธุระของตนต่อไป
#
"ทำไมตอนที่โจรพูดชื่อนี้ คุณถึงกับตกใจมากล่ะ?" ภรรยาของเขาถามสามีด้วยความเป็นห่วง
"ชื่อนี้ผมจำได้ไม่มีวันลืม และผมไม่เคยคิดว่าเขาจะทำแบบนี้กับบังของผม" อิบรอฮีมตอบภรรยา
"เขาเป็นเพื่อนของป๊ะผมเอง"
ภรรยาถามต่อด้วยความสงสัย "เขาเคยมีความเกี่ยวข้องอะไรกับคุณหรือเปล่า?"
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่