ทำไมในวันนี้ที่ทุกอย่างเราพร้อมกว่า200กว่าปีที่แล้วหลายพันเท่า เราถึงไม่บูรณพระราชวังและวัดในกรุงศรีอยุธยาครับ?

อดีตราชอาณาจักร ที่ยิ่งใหญ่และสวยงามที่สุดในโลกเมื่อ200-700ปีทีแล้ว
ในหลายจดหมายเหตุ หลายพงศาวดาร ก็ต่าง บันทึกเป็นเสียงเดียวกันว่าความสวยงามเป็นที่ 1 ส่วนความทรงอำนาจก็เป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ อันดับ2ของเอเชีย  รองแค่จีน เหนือกว่าอินเดีย ,ญี่ปุ่น และทิ้งเกาหลีแบบไม่เห็นฝุ่น

เอาล่ะเราไม่พูดถึงเหตุผลที่ล่มสลาย คนเรามีผิดพลาดได้ บรรพบุรุษเราก๋ฝ็เช่นกัน

โชคดีที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตากสินกู้ชาติมาได้  แต่ไม่สามารถบูรณมาใหม่ได้เพราะติดเรื่องงงบประมาณ จึงต้องมาสร้างกรุงใหม่ที่ กทม.

ซึ่งว่ากันว่าวัดพระแก้วและพระบรมมหาราชวังในปัจจุบันที่ทั้งคนไทยคนเทศต่างเห็นตรงว่าสวยวิไล
...แต่ตัววัดและวังในสมัยอยุธยานั้นสวยกว่านี้นับ100เท่า  ทั้งก็กว้างกว่าหลายสิบเท่า  


แล้วทำไมในวันนี้ที่เรามีพร้อม  ทั้งเงิน  และเทคโนโลยี  ทั้งความสามรถ เราถึงไม่บูรณความภูมิใจของชาติเราขึ้นมาใหม่ครับ  จดหมายเหตุอะไรๆก็มีอยู่  คงทำให้เหมือนได้ไม่ยาก  ...จะรอไปอีกหลายร้อยปี
เกรงว่าบันทึกต่างๆจะเลือนหายไปหมด


ใครพอมีความรู้บ้างครับ  ว่าถ้าจะบูรณะจะใช้งบเท่าไร่  เวลาเท่าไร  

ผมเชื่อว่าไม่เกินฝีมือคนไทยรุ่นเราแน่ๆครับ  อยากให้รัฐบาลยชุดนี้ หรือชุดในอนาคตพิจารณาดูครับ
  ผมว่ามีแต่ได้กับได้  คุณค่าทางใจมีมูลค่ามหาศาลครับ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 13
ทำไมถึงคิดว่าของสร้างใหม่ไม่ได้มีคุณค่าอะไรเลย?   คำถามที่ต้องตอบโจทย์อันดับแรกคือ  "มีพร้อมเพียงพอหรือไม่ทั้งทุนและเทคโนโลยี่?"

ให้ดูตัวอย่างที่ประเทศอื่นที่เขา  "ทำได้"   เพราะทำให้เห็นพิสูจน์ยืนยันมาแล้วเป็นที่ประจักษ์มาแล้ว    และปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของเยอรมนี   

นี่คือโบสถ์ Frauenkirche  เป็นโบสถ์ประวัติศาสตร์อายุกว่า 250 ปี  ของคริสต์นิกายโปรแตสแตนท์นิกายลูเธอแลนท์อายุกว่า  250 ปี  ในแคว้น Sachsen ของเยอรมันตะวันออก   ถูกทำลายอย่างสิ้นเชิงในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2  ก่อนสงครามเลิกไม่กี่วันโดยถูกบอมบ์ทำลายจากกองทัพอากาศอังกฤษและอเมริกา      หลังจากสงครามยุติ   มีความคิดที่จะบูรณะกลับคืนมาหลายครั้งแต่รัฐบาลเยอรมันตะวันออก  ไม่มีเงินที่จะบูรณะกลับมาใหม่จึงประกาศให้เป็นอนุเสาวรีย์แห่งสงครามโลกครั้งที่ 2  แทน

จนกระทั่งหลังจากการรวมประเทศในปี 1989  แล้ว   ประชาชนชาว Dresden  จึงแสดงความจำนงอีกครั้งที่จะบูรณะโบสถ์กสำคัญประจำเมืองนี้กลับมาใหม่อีกครั้ง   ด้วยเทคโนโลยี่ใหม่เท่านั้นจึงจะสามารถทำได้แต่นั่นยังไม่สำคัญเท่ากับปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือ  "เงิน"  จะเอามาจากไหน?   

และนี่คือการเกิดปรากฏการณ์ประวัติศาสตร์อีกครั้งที่ประชาชน "ทั่วโลก" ร่วมบริจาคเงินเพื่อบูรณะโบสถ์ Frauenkirche ขึ้นมาใหม่  โดยมีการรวมรวมบริจาคเงินทุนได้ถึง 115  ล้านยูโร  ที่เหลืออีก 65  ล้านยูโรเป็นเงินจากรัฐบาลกลางเยอรมันร่วมกับรัฐบาลรัฐ Sacsen  และ เจ้าของเมืองคือ Dresden   รวมเงินทั้งหมดที่ใช้ไป 180 ล้านยูโร หรือ  7 พ้นล้านบาทสำหรับบูรณะโบสถ์เพียงโบสถ์เดียว

แม้แต่ขาวอังกฤษเองยังตั้งกองทุนร่วมบริจาคโดยผู้เป็นตัวตั้งตัวตึคือลูกชายของนักบินที่วางระเบิด    สมเด็จพระราชินีนาถของอังกฤษก็ร่วมออกเงินจากทัองพระคลังส่วนพระองค์ด้วย  วันที่ทำพิธีเปิดโบสถ์ใหม่เป็นทางการในปี 2005  นั้น  ในจำนวนแขกรับเชิญทั่วโลก 1700 คนทางราชวงศ์อังกฤษก็ร่วมส่งสมาชิกราชวงศ์มาร่วมในพิธีด้วย

ต่อไปนี้คือรูปเปรียบเทียบระหว่างของเก่าที่สมบูรณ์แบบ    สภาพที่เหลือหลังจากถูกบอมบ์   และการเก็บหินหรือขิ้นส่วนที่สลักหักพักและลงบัยทึกเป็นหมายเลขเพื่อนำกลัยมาใช้ใหม่    และสภาพหลังจากบูรณะเสร็จแล้ว

โบสถ์ปี 1897  


หลังจากถูกบอม์บเหลือแค่นี้

ปี 1985 ยังอยู่ในช่วงเยอรมันตะวันออก

ชิ้นส่วนสลักหักพังที่เก็บได้และลงบันทึกไว้ทุกชิ้นและถูกนำกลับไปไว้ที่เดิมเมื่อบูรณะใหม่


ขึ้นกลับรูปทรงเดิมในปี 2004   จะเห็นอิฐเก่าแถบสีดำที่คงเดิมไว้  หรือ ที่ดำเป็นแห่งๆ จากการเอาหินเก่ามาใส่ที่เดิมที่เคยอยู่



หลังบูรณะเสร็จเรียบร้อยแล้วในปี 2005

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่