คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 8
เราชอบที่ จขกท. เขียนนะ
คือเห็นภาพทั้งในส่วนร้าย และ ดี ชัดเจนมาก
แบบนี้ เราเชื่อว่าคุณคงคิด และไตร่ตรองมาหลายตลบแล้วจริงๆนั่นแหละ
และกำลังหาแนวร่วม สนับสนุน ทางเลือกในใจคุณ
ถ้าเป็นเรานะคะ
เราคบเป็นเพื่อนค่ะ
เพราะ
ความน่ารักของเค้า การอยู่ด้วยแล้วสบายใจ เป็นคนอารมณ์ดี ทำให้เราคลายเครียด ...
คุณสมบัตินี้ หาได้จากเพื่อน และมีความสุขร่วมกันในสถานะเพื่อนได้
ไม่ต้องยึดติดกันมาก ไม่ต้องคาดหวังมาก ไม่มีเรื่องต้องทะเลาะกันด้วย
แต่เราจะเลิกเป็นแฟน เพราะ
โทษสมบัติ เรื่องวางแผนอนาคตตัวเองไม่เป็น ทั้งเรื่องความมั่นคงทางการเงิน / เรื่องสุขภาพ
ความไม่ใส่ใจในการพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น เราถือว่าเป็นอันตรายร้ายแรงต่อความสัมพันธ์ระยะยาวค่ะ
เรามีเพื่อนเยอะ เราคบคนได้ทุกประเภทนะ เราชอบความแตกต่าง ยอมรับความต่างได้
แต่เราจะมีสามีได้เพียงหนึ่งเดียว
เราจะเลือกให้ดีที่สุด
ชีวิตที่เหลือจากนี้ เราจะมีเวลาหายใจอีกแค่หมื่นกว่าวัน (จะกว่าเท่าไหร่นั้นไม่สำคัญ เพราะตอนนั้นคงหง่อมมากแล้ว)
เราจะไม่เอาเวลาที่มีค่ามากที่สุดในชีวิต
ไปเสียเวลากับใคร หรือ อะไรก็ตาม ที่ถ่วงความเจริญรุ่งเรืองของชีวิตเรา
แม้ว่า ใครคนนั้น จะมาในนาม ของคำว่า “รัก” ก็ตาม
เพราะความรัก เกิดได้ ... ก็ดับได้ ... หากไม่ใช่คนนี้
เราเชื่อว่า จะมีใครบางคน มาทำให้เรารักได้ ไม่น้อยไปกว่ากัน
ทั้งหมดนี้เป็นมุมมองของเราค่ะ ..
นิสัย (และความเด็ดขาด) ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ... ท่านจขกท. ลองเอาไปปรับใช้ดูนะคะ
คือเห็นภาพทั้งในส่วนร้าย และ ดี ชัดเจนมาก
แบบนี้ เราเชื่อว่าคุณคงคิด และไตร่ตรองมาหลายตลบแล้วจริงๆนั่นแหละ
และกำลังหาแนวร่วม สนับสนุน ทางเลือกในใจคุณ
ถ้าเป็นเรานะคะ
เราคบเป็นเพื่อนค่ะ
เพราะ
ความน่ารักของเค้า การอยู่ด้วยแล้วสบายใจ เป็นคนอารมณ์ดี ทำให้เราคลายเครียด ...
คุณสมบัตินี้ หาได้จากเพื่อน และมีความสุขร่วมกันในสถานะเพื่อนได้
ไม่ต้องยึดติดกันมาก ไม่ต้องคาดหวังมาก ไม่มีเรื่องต้องทะเลาะกันด้วย
แต่เราจะเลิกเป็นแฟน เพราะ
โทษสมบัติ เรื่องวางแผนอนาคตตัวเองไม่เป็น ทั้งเรื่องความมั่นคงทางการเงิน / เรื่องสุขภาพ
ความไม่ใส่ใจในการพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น เราถือว่าเป็นอันตรายร้ายแรงต่อความสัมพันธ์ระยะยาวค่ะ
เรามีเพื่อนเยอะ เราคบคนได้ทุกประเภทนะ เราชอบความแตกต่าง ยอมรับความต่างได้
แต่เราจะมีสามีได้เพียงหนึ่งเดียว
เราจะเลือกให้ดีที่สุด
ชีวิตที่เหลือจากนี้ เราจะมีเวลาหายใจอีกแค่หมื่นกว่าวัน (จะกว่าเท่าไหร่นั้นไม่สำคัญ เพราะตอนนั้นคงหง่อมมากแล้ว)
เราจะไม่เอาเวลาที่มีค่ามากที่สุดในชีวิต
ไปเสียเวลากับใคร หรือ อะไรก็ตาม ที่ถ่วงความเจริญรุ่งเรืองของชีวิตเรา
แม้ว่า ใครคนนั้น จะมาในนาม ของคำว่า “รัก” ก็ตาม
เพราะความรัก เกิดได้ ... ก็ดับได้ ... หากไม่ใช่คนนี้
เราเชื่อว่า จะมีใครบางคน มาทำให้เรารักได้ ไม่น้อยไปกว่ากัน
ทั้งหมดนี้เป็นมุมมองของเราค่ะ ..
นิสัย (และความเด็ดขาด) ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ... ท่านจขกท. ลองเอาไปปรับใช้ดูนะคะ
แสดงความคิดเห็น
แฟนอ้วน160โล อายุ29 ไม่มีเงินออมแต่มีหนี้ ควรเอาไงต่อดีคะ
ปัญหาตอนนี้คืออะไร?
แฟนเราอายุ 29 ปี ทำงานประจำ ส่วนเราอายุ21
ด้านการเงินของแฟน
-ไม่มีเงินเก็บเลยแม้แต่บาทเดียว
-มีหนี้จากบัตรเครดิต หนี้จากที่ติดเพื่อน ติดญาติ รวมถึงติดเราด้วย
-มีเท่าไหร่ ใช้มากกว่าที่มี
-เชื่อว่าตัวเองมีตังเหลือพอที่จะซื้อของไม่จำเป็นหลักหมื่นหลายๆชิ้น โดยใช้บัตรเครดิตจ่ายหรือผ่อนเอา แต่จริงๆแล้วไม่มีเงินเก็บด้วยซ้ำ แถมยังติดลบซะด้วย
-ยืมเงินคนอื่นเพื่อมาโปะหนี้บัตรเครดิต ยืมเงินญาติไปโปะที่ติดเพื่อน ยืมเงินเราไปโปะที่ติดญาติ กลายเป็นวงจรอุบาทว์
สรุปด้านการเงินคือ Mind set ไม่ไหว ไม่ได้เลย
ด้านสุขภาพและความสัมพันธ์
แฟนเรา
-สูง 180
-ปัจจุบันน้ำหนักประมาณ 160 กก.
เราใช้เวลา 3 ปี ทุ่มเททุกอย่างเพื่อช่วยเค้าลด เราให้กำลังใจ เราแชร์กระทู้ดีๆสร้างแรงบันดาลใจนับไม่ถ้วน เราศึกษาการคำนวณTDEE การทานอาหารที่ถูกต้องและอื่นๆเพื่อไปอธิบายให้เค้าฟัง เราคำนวณแคลอรี่ทุกมื้อให้ ซื้อนาฬิกาวัดHeart rateให้ เราไปเป็นเพื่อนเค้าว่ายน้ำ เราทะเลาะกับเค้า เราเสียใจ เค้าก็อึดอัด ความพยายามเราล้มเหลวเกิน 20 ครั้ง ผลลัพธ์จากความทุ่มเทของเราคือน้ำหนักของเค้าเพิ่มจาก130โลเป็น 145โล ในระยะเวลา 2 ปี
เราเลิกกันครั้งนึงเพราะเค้านอกใจเรา เราคาดหวังให้เค้าเปลี่ยนเพื่อเรามากเกินไป เค้าอึดอัดเพราะเราไปก้าวก่ายชีวิตเค้ามากไป และนั่นน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เค้านอกใจ เรายอมรับผิดตรงนั้น เราเปิดใจคุยกัน เราสัญญาจะไม่กดดันเค้าอีก
หลังจากนั้นก็กลับมาคบกัน เราลองพยายามเป็นครั้งสุดท้าย โดยใช้หลักของ mirror neuron ที่ฟังมาจากคุณขุนเขา คือถ้าเราไปบอกให้เค้าทำ แต่เราไม่ทำ เค้าก็จะไม่ทำ
เราเลยเอาใหม่ เราไม่บอกให้เค้าลด แต่เราลดให้เค้าเห็นแทน เรากินอาหารคลีนจริงจังทุกมื้อ เราออกกำลังกายวีคละ3-4ครั้ง ทั้งเวท+คาร์ดิโอแบบบ้าระห่ำจนกล้ามท้องขึ้น แต่ก็ไม่ได้ผล เค้าไม่มีทีท่าจะอยากทำตามเราเลย ถึงเค้าจะมีกินคลีนกับเราบ้างบางมื้อ แต่จะมีประโยชน์อะไรถ้าเค้ายังไปกินบุฟเฟ่ต์กับเพื่อนร่วมงานวีคละ2-3หน กินKFCเกือบถังตอนตี1 กินมาม่าสามห่อตอนตี2
ณ ตอนนี้น้ำหนักเค้าเด้งขึ้นอีกจาก 145 เป็น 160 กก. ปัจจุบัน เราไม่ห่วง ไม่บอกห้าม ไม่เตือน ไม่กดดัน ไม่คาดหวัง ไม่อะไรทั้งนั้นกับเรื่องนี้ เรายอมแพ้แล้ว ซึ่งมันก็แฮปปี้ดีนะที่ไม่ต้องมานั่งปวดหัวดราม่าร้องไห้บ้าบอ แต่อนาคต.. ก็ไม่รู้สินะ
ข้อเสียยิบย่อยเราจะไม่พูดถึงเยอะเพราะเราคิดว่าเรารับได้ เช่น เค้าไม่ชอบเดินเยอะ เค้าทนอากาศร้อนๆไม่ได้เค้าจะหงุดหงิดและเหนอะหนะ เค้าไม่อาบน้ำตอนเย็นทุกวัน เค้าขี้เกียจมาก เค้าใช้เราทำนี่ให้หน่อยทำนั่นให้ทีแล้วเค้าขอนอนรอในห้องแอร์เย็นๆ เป็นต้น
แล้วทำไมเรายังไม่ยอมเลิกกับเค้าซักที?
-ก็เค้าน่ารัก ขี้เล่น เป็นคนมีอารมณ์ขัน เค้าเส้นตื้นกับเรื่องง่ายๆ
-เค้าทำให้ระดับความเครียดเราลดลงมาก จนแทบไม่ค่อยเครียดแล้ว
-เรามีความสุขทุกครั้ง ที่ได้ใช้เวลากับเค้า เราหัวเราะบ่อยมาก ยิ้มบ่อยมากเพราะเค้า
-เค้ารักเด็ก ตาจะเป็นประกายทุกครั้งที่เจอเด็ก และเด็กๆก็ติดเค้าง่ายมากเพราะเค้าขี้เล่น (มีแววพ่อของลูกที่ดี)
-เค้าหล่อมากถึงจะอ้วนก็เถอะ
-เค้ามีมุมน่ารัก เซลฟี่ให้กำลังใจ อัดวิดิโอง้อเวลางอน ร้องเพลงเพี้ยนๆกล่อมเรานอน ตักอาหารให้เรากิน
-เค้ามีจิตใจอ่อนโยน เห็นใจคนอื่น เซนซิทีฟกว่าเราอี๊กก
-เราเข้ากันได้ดีมาก เราชอบฟังเพลงเก่าๆเหมือนกัน เราชอบร้องคาราโอเกะเหมือนกัน เรามีไลฟ์สไตล์คล้ายกัน ไม่ชอบปาร์ตี้ ขอสงบๆ สบายๆ คนไม่เยอะ วิถีเซนๆ
แต่ก็มีบ้างที่ต่าง..
-เราชอบอ่านหนังสือแนวพัฒนาตนเอง เข้าใจตนเอง ธุรกิจ และการลงทุน เค้าเกลียดการอ่านหนังสือ เกิน5บรรทัดเค้าจะไม่อ่านแล้ว นอกจากอ่านเพื่อทำงาน เราตื่นเต้นกับสิ่งที่อ่านมา เราเล่าให้เค้าฟัง เค้าไม่อิน เราเซ็งเป็ด
-เราชอบไปดื่มด่ำบรรยากาศร้านกาแฟสวยๆกับหนังสือซักเล่ม เค้าชอบนอนเล่นเกมกลิ้งๆอยู่บ้าน ดูรายการร้องเพลง ดูรายการตลก
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น
ประเด็นคือ
เรารักเค้ามาก แต่เรากลัวอนาคต คงไม่เห็นแก่ตัวเกินไปใช่มั้ยที่จะตั้งคำถามว่า ถ้าเกิดเค้าจากเราไปก่อนวัยอันควร ถ้าเรากลายเป็นแม่ม่ายลูกติด
ถ้าการใช้เงินของเค้ามันส่งผลต่อการเงินทั้งระบบของครอบครัว เราจะทำยังไง ลูกจะทำยังไง
เราเคยบอกตัวเองว่าเรารักเค้า ถึงเค้าไม่มีเงิน ถึงเค้าจะเป็นผู้ชาย ถึงเค้าอายุมากกว่าเรา เราก็พร้อมเปย์ แต่ไม่ว่ายังไงมันก็ไม่ควรแย่ถึงขั้นเค้าฉุดเราลงใช่มั้ย
เค้าเป็นคนที่ฟังแต่ไม่take คือไม่ว่าจะเปิดใจคุยกันอีกกี่รอบก็เปลี่ยนMind setเค้าไม่ได้ เราพยายามหลายครั้งแล้ว ยิ่งพยายามยิ่งกลายเป็นทะเลาะ เลยไม่อยากจะคุยเรื่องเดิมซ้ำๆรอบที่50ให้เปลืองน้ำลาย
ตอนนี้เราสับสน เราควรเลือกทางไหน เลิกหรือไม่เลิกดี ลืมบอกว่าคบมา3ปีครึ่งแล้วค่ะ ผูกพัน รักมาก ติดแต่ตรงนั้นแหละ
พี่ๆที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาเยอะแล้วน่าจะพอเห็นภาพมากกว่าเรา เราขอคำปรึกษาหน่อยได้มั้ยคะ อยากได้ไอเดียหลายๆมุมมอง แนะนำเต็มที่ได้เลยขอบคุณมากค่ะ