เวรกรรมนั้นมีจริงๆ และเราก็ได้ประสบมันมาแล้ว

 
 ยังไงก็ขอเล่าถึงลักษณะและการกระทำของเราในอดีตก่อนนะคะ 
   เมื่อก่อนเราเป็นคนเอาแต่ใจตัวเองมาก
ชอบวีน ชอบเหวี่ยง ขี้ประชด
 ไม่แคร์ความรู้สึกคนอื่น ไม่ง้อใคร
ทิฐิสูง เจ้าชู้ หลายใจ และ
มีความมั่นใจในตัวเองสูง
  และด้วยความที่เราเป็นแบบนี้ แน่นอนค่ะ ผู้ชายที่เคยรักเคยคบกับเรา
ทุกๆคนโดยส่วนมากทนเราไม่ได้สักคน
และก็จบลงด้วยการเลิกลากันไปตามระเบียบ
และทุกๆครั้ง ที่เกิดการเลิกลากันไป
ถามว่าเราเสียใจมั้ย เราตอบได้เลยค่ะว่า ไม่
เพราะเราจะเป็นแบบมั่นใจตัวเองสูง
ประมาณว่า ผู้ชายตั้งเยอะตั้งแยะ ยังไงๆชั้น
ก็หาใหม่ได้ ( เอิ่มม !! พูดเหมือนสวย 555 )
   พอหลังจากที่เราผ่านการมีปั๋วมามากมาย
แน่นอนค่ะ มันเลยทำให้เราเบื่อกับการมี
แฟนมีชีวิตคู่ เราจึงกลับมาใช้ชีวิตโสดอย่าง
แรดๆอีกครั้ง 555 จนกระทั่งได้มาเจอกับ
ผู้ชายคนนึง ซึ่งเราเห็นครั้งแรก เราถึงกับ
สดุดตามาก เพราะผู้ชายคนนี้ดูเป็น
ตัวของตัวเอง ไม่เหมือนใคร และมีอะไรหลายๆ
อย่างในตัวเค๊าที่เรารู้สึกว่ามันใช่
ส่วนเราพอเจอแบบนี้แล้วรอไรล่ะ ลุยเลยคร่าา
เข้าไปจีบนางเลย ก็....ค่ะ ทางนางก็ไม่ได้หยิ่ง
อะไรเลย พูดจาดี ตรงๆ คุยง่าย สุดท้าย
เราจีบติดค่ะ เพราะจากที่เราใช้ความแรด
ของเราแสกนนางแล้ว
นางก็ไม่ใช่คนที่เข้าถึงยากขนาดนั้น 
มันเลยง่ายต่อการพิชิตหัวใจนาง อิอิ 😂😂
  พอหลังจากที่เราพิชิตหัวใจนางสำเร็จ
เราทั้งสองก็คุยกันอย่างถูกคอเรื่อยมา
จนในที่สุดเราทั้งคู่เกิดความรู้สึก
มีความรักต่อกันมาก จึงตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่ด้วย
กัน ฉันท์ผัวเมีย ( อีกแล้ว !!! 555 )
   หลังจากที่เราได้ใช้ชีวิตคู่ร่วมกับเขา มันจึง
ทำให้เรารู้สึกว่า เราเป็นผู้หญิงที่โชคดีมาก
เพราะนอกจากเขาคือคนที่ใช่สำหรับเราแล้ว
เขายังเป็นผู้ชายที่ดีมากๆ รักเรามากๆ
ทุ่มเท ทุกๆสิ่ง ทุกๆอย่างเพื่อเราสุดๆ
เค๊าเป็นแบบนี้กับเรา จนเราชล่าใจ และเกิด
ความมั่นใจในตัวเองอีกครั้ง ( อีกแระ )
คิดว่าเขารักเรามาก ยังไงๆ เขาก็ไม่ไปไหน
คือเอาง่ายๆ เราเห็นเขาเป็นของตายค่ะ
เราจึงทำอะไรตามอำเภอใจตัวเองโดยไม่นึก
ถึงความรู้สึกเขาเลย แถมยังเพิ่มเลเวลปวด
กระบาล ด้วยการ เอาแต่ใจใส่เขา
หงุดหงิดอารมณ์เสียใส่เขา เวลาเราไม่มีไรทำก็
หาเรื่องชวนทะเลาะกับเขา ด่าเขา
และ เวลาไม่พอใจก็ชอบบอกเลิกเขา
จนเขาเจ็บปวดมาก ร้องให้เป็นวรรคเป็นเวร
อ้อนวอนเรา ง้อเรา จนเรารู้สึกสงสารเขา
เราจึงยอมคืนดีกับเขา และ เรื่องประมาณนี้
มันก็เกิดขึ้น ซ้ำไปซ้ำมา ทุกๆวัน ทุกๆเวลา
จนกระทั่งเรากับเขามีเหตุให้ได้ต้องห่างกัน
เนื่องจากพ่อแม่ของเขาได้ไหว้วานให้เขาไปดู
งานช่วยพ่อเขาเป็นเวลา 1 เดือน
แล้วหลังจากที่เรากับเขาห่างกันนั้น
เราทั้งสองก็ได้โทรคุย คอลหากัน แบบคู่รัก
ทั่วๆไป  แล้วก็มีอยู่ช่วงนึงที่เราติดต่อเขาไม่ได้
เรากระวนกระวายใจมาก เราก็คิดไปต่างๆนาๆ
หาว่าเขานอกใจบ้างล่ะ หาว่าเขาลืมเราบ้างล่ะ
ความรู้สึกเราตอนนั้น ทั้งเจ็บ ทั้งจุก
ทั้งสับสนมาก พอติดต่อไม่ได้นานๆเข้า
เรากลับระแวงเขา กลัวเขาจะทำอะไร
เหมือนเราตอนที่เราคบกับเขาแรกๆ
เราก็ไม่เป็นอันทำอะไร จนเราเครียดมาก
เราก็ได้แต่รอ รอจนกระทั่งเขาติดต่อกลับมา
จากนั้นเราไม่รีรออะไรเลยจ้า พอเรารับสาย
เราก็กระหน่ำด่าเขาใหญ่เลย ครั้นพอเราด่า
เสร็จ เราก็ถามเขาว่า เรา : จะเอายังไง
ไหนพูดมาซิ หายไปนานขนาดนี้
 มีคนอื่นใช่มั้ย  สามี : ไม่มี เค๊าไม่ได้มีใคร
เค๊าทำแต่งาน โทรศัพท์มันไม่ค่อยดี อยู่ดีๆ
มันก็ดับไป   เรา : หราาา โทรศัพท์เมิงพังเหรอ
แล้วทำไมไม่เอาเบอร์คนอื่นโทรมาหากรู
สามี : เราจำเบอร์เธอไม่ได้ 
เรา : เออดี แม้แต่เบอร์กรู เมิงก็ไม่คิดจะจำ
งั้นเราก็เลิกกันไปเลย เมิงจะไปไหนก็ไปเชิญ
อย่ามายุ่งกับชีวิตกรูอีก
สามี : ต้องการแบบนั้นใช่มั้ย ก็ได้นะ เลิกก็ได้
เห็นเธอพูดแบบนี้ตั้งหลายรอบแล้วนี่
เรา : เออ ใช่ กรูอยากเลิกกับเมิงมาตั้งนานแล้ว
และที่กรูอยากเลิก นั่นก็เพราะเมิงทำตัว
โง่เง่าแบบนี้ไง เออ ดี เลิกก็ดี กรูจะได้หาผัวใหม่ที่มันดีกว่าเมิง
สามี : เชิญเลยจ่ะตัวเอง งั้นแค่นี้ก่อนนะ
เราเลิกกันแล้ว อ่าโอเคร รู้เรื่อง !!
  จากนั้นสามีเราก็วางสาย เราก็เริ่มร้อนรนใจ
จึงได้ทำการโทรไปหาเขาใหม่ แต่ก็โทรไม่ติด
แล้ว เพราะเขาได้ปิดเครื่องไปแล้ว
พอเราเจอแบบนี้ เราก็ยังสทกสท้าน แทนที่
จะส่งเมจเสจไปง้อเขา แต่เรากลับไปคุยกับ
ผู้ชายคนอื่นแก้เซ็ง  คุยกับคนนั้นบ้าง
คนนี้บ้าง (ทำเหมือนสวย เอิ่ม !!) และแล้วเราก็
ได้ลงมือทำผิดศีลธรรมจนได้ และสิ่งที่เราทำ
นั่นก็คือ "เราไปมีอะไรกับผู้ชายคนอื่น"
เท่านั้นยังไม่พอเรายังถ่ายรูปคู่กับชายชู้แบบจูบปากในภาพลักษณ์ที่เกือบจะโป๊เปลือย
อยู่บนเตียง แล้วก็ลงรูปในสื่อโซเชียลของเรา
ซึ่งที่เราทำลงไปนั้นไม่ใช่อะไร เรากะจะเอาคืน
สามีเรา โทษฐานที่ทำให้เราเสียเซล์
และแล้วมันก็เป็นจริงอย่างที่เราคิดค่ะ
สามีเราก็มาเห็นรูปเราชายชู้อันอุบาท สามีเราก็ติดสติกเกอร์ร้องให้
แล้วก็คอมเม้นว่า : มันคงจะเป็นเวรกรรม
ที่ทำให้กรูมาเจอกับคนอย่างเมิง ยังไงก็ขอให้
สนุกในการทำแบบนี้นะ สำหรับกรูแล้ว
กรูขอล่าก่อน ชาตินี้ชาติไหนเราอย่าได้พออย่าได้เจอกันอีกเลย !!
  พอเราอ่านคอมเม้นของสามีเรา เราก็ถึงกับ
สดุ้ง รู้สึกจุกๆ แน่นในอก ราวกับว่าจะขาดใจ
ให้ได้ และตอนนั้นเองสติเราก็เหมือนจะกลับมา
อารมณ์ประมาณว่า : นี่ชั้นทำอะไรลงไปเนี่ย
นี่ชั้นกำลังจะเสียผู้ชายที่รักชั้นมากที่สุดไปนะ!!
และตั้งแต่นั้นมา เราก็เริ่มปรับเปลี่ยน
ตัวเองให้ดีขึ้น เลิกเจ้าชู้ เลิกใจร้อน
เลิกเอาแต่ใจ รวมๆนั่นก็คือ อะไรที่ไม่ดีๆเรา
เลิกหมด พอเรามั่นใจว่าเราเลิกได้แล้ว
เราก็เดินหน้าง้อสามี ง้อๆๆๆ บอกขอโทษ
อย่างงั้นอย่างงี้ แต่!! สามีเราก็ฟังเราพูดฟังเรา
ขอโทษนะ แต่ คำตอบที่เราได้รับกลับมา
นั่นก็คือ : เธอ พอได้แล้ว รู้แล้วล่ะว่าสำนึกผิด
แต่เธอควรจะเอาสิ่งดีๆของตัวเองไปปรับใช้
กับคนอื่นที่จะเข้ามาในชีวิตเธอ ต่อจากเรานะ !!
 เรา : นายพูดอย่างงี้หมายความว่าไง ?
สามี : เราขอโทษนะ เราพยายามจะกลับมา
รักเธอแล้ว แต่เราทำไม่ได้จริงๆ  ถ้าเป็นไปได้
เราเป็นเพื่อนกันเถอะ  เพราะอย่างน้อยๆ
ครั้งหนึ่งเราก็เคยรักกัน .
 เรา : ไม่อ่ะ ไม่เอา อยากให้เรากลับมาเป็นเหมือนเดิม ได้มั้ยๆๆ ขอร้องล่ะ (พูดทั้งน้ำตา)
 พอสนทนากันได้ไม่เท่าไหร่สามีเราก็กดวาง
เราก็เจ็บจุกร้องให้จนสะอื้น ข้าวปลาไม่กิน
ไม่ทำไรทั้งนั้น วันๆก็ได้แต่เขี่ยโทรศัพท์ไปมา
จนเรามาเจอสิ่งที่เจ็บปวดกว่าเดิมอีกนั่นก็คือ
สามีเราถ่ายรูปคู่กับผู้หญิงลงเฟส ไม่ได้ถ่าย
ธรรมดานะคะ ถ่ายแบบหอมแก้ม แบบกอดกัน
เราเห็นเราถึงกับแทบจะช็อคให้ได้เลยตอนนั้น
เราจึงรีบโทรไปหาสามีเรา เราก็โทรๆๆๆ
จนมีคนรับสาย แต่เป็นเสียงผู้หญิง แล้ว
ผู้หญิงคนนั้นก็พูดว่า : จะโทรมาทำไมกันนักกันหนา ผู้ชายน่ะเขาไม่รักเธอแล้ว ตัดใจซะ.
พูดจบนางก็วางสายไปเลย เราก็โทรๆๆๆอีก
แต่ก็ไม่มีคนรับ พอโทรๆๆไปอีก ปรากฏว่า
โทรไม่ติดแล้ว ทีนี้เราเจองี้ เราก็คลั่งเลยค่ะ
กรี๊ด อาละวาด ทำร้ายตัวเอง !!
  จนในที่สุดเราก็ทนกับสิ่งที่ตัวเอง
เป็นอยู่ไม่ไหว เราก็เลยเอาประวัติตัวเองพร้อมรูปถ่ายโพสลงในเพจหาแฟนในเฟสบุ๊ค
พอหลังจากโพสก็มีคนเข้ามาคุยๆ จีบๆ
บางคนก็ยังอยู่ บางคนก็หายไป แต่มีคนๆนึง
ที่ยังอยู่คุยกับเรานั่นก็
คือสามีคนปัจจุบันของเรา 
  เราทั้งสองก็ได้คุยกันถามไถ่สารทุกข์ สุกดิบ
นุ่นนี่นั่น จนเราทั้งสองเกิดความรักต่อกัน
จึงตัดสินใจอยู่ด้วยกันฉันท์ผัวเมีย(อีกแล้วว)
   สามีเราคนปัจจุบันนี้อายุห่างกับเรา 15 ปี
มีลูกชาย 1 คน อายุห่างกับเรา 13 ปี เรา 25
เราทั้งสามคนเข้ากันได้ดี และเราก็เข้ากับ
ครอบครัวของเขาได้ดี ครอบครัวเขาก็เช่นกัน
ดีกับเรามากๆ 
   และพออยู่กันนานๆไป เราก็เริ่มเห็นธาตุแท้
ของสามีเรามากขึ้น ในขณะที่เราดีขึ้น
แต่สามีเรากลับทำอะไรให้มันแย่ลง
เช่น ชอบจับผิดเรา ตีกรอบชีวิตเรา หึงหวงเรา
หึงยันลูกชายแท้ของเค๊าเอง เวลาโมโหก็
ลงไม้ลงมือตบตีเรา ครั้นพอเราบอกเลิก
เค๊าก็จะอัดเราน่วมมากกว่าเดิม
สามีมีนิสัย เอาแต่ใจตัวเอง เพราะแม่สามี
เป็นคนตามใจสามีมาก ง่ายๆคือ สามีอยากได้
อะไร แม่เค้าก็หามาให้ทุกอย่าง
เวลาทะเลาะกันเอะอะก็บอกเลิกเรา
ไล่เราออกจากบ้านเหมือนหมูเหมือนหมา
พอเราง้อ ก็หาว่าเรามารยา ไม่จริงใจ
ทั้งๆที่เราง้อเค้าเพราะเรารักเค้า เราไม่ได้มี
เจตนาอื่นเลย. สามีเราคนนี้เค้าคล้ายๆ
เป็นโรคจิต เวลาเราป่วยหนัก เค้ามักจะขืนใจ
เรา ซ้ำไม่พอยังตบตีไปด้วย
มีอะไรกับเราไปด้วย กระทำเราทั้งข้างหน้า
และข้างหลัง จนเรารู้สึกจุกเสียดแถวบริเวณนั้น
เวลาฉี่ก็แสบมาก เวลาถ่ายก็ปวดตรงนั้นไปหมด
เป็นหนักจนถึงขั้นต้องไปรักษาที่โรงพยาบาล
     และเหตุการณ์แบบนี้ มันก็เกิดขึ้น
ซ้ำไป ซ้ำมา  จนเราก็นึกขึ้นได้ว่า นี่คงจะเป็น
เวรกรรมที่เราทำไว้กับสามีเก่าเรา เราถึงได้
มาเจออะไรแบบนี้ คือ ความรู้สึกเราตอนนั้น
แบบ เราเข้าใจสามีเก่าเราเลยค่ะ ว่าเขาทั้งรัก
ทั้งเจ็บขนาดไหน  และตอนนี้เราก็ไม่ต่างจาก
เขาในตอนนั้นเลย  เราก็ได้แต่ขอ อโหสิกรรม
ในใจว่า ขอให้มันหมดเวร หมดกรรม
เพียงเท่านี้เถอะ  เรารู้ซึ้งแล้ว เราไม่ไหวแล้ว
ทั้งเจ็บตัว ทั้งเจ็บใจ ทั้งยังรัก มันช่างทรมาน
เหลือเกิน 
   และแล้ว วันที่เราเข้มแข็งก็มาถึง วันนั้นเรา
ทำดีกับสามีเรา จนสามีเราตายใจ
ตอนนั้นเราบอกสามีเราว่า เราอยากจะออกรถ
แต่เราต้องออกไปทำงานข้างนอก
และต้องทำงานเพิ่มแล้วล่ะ.
 สามี : ไม่ได้ ไม่ให้ทำงาน ไม่ให้ออกไปไหน
ทั้งนั้น กรูรัก กรูหวง กรูไม่อยากให้เมิง
ออกจากบริเวณบ้าน.
  ไอเราก็แกล้งงี่เง่าหน่อยๆว่า : แล้วจะให้
ทำยังไงล่ะ ก็คนมันอยากมีรถขับนี่
ไม่รู้แหละ ถ้าพี่ไม่ให้หนูออกไปทำงาน
พี่นั่นแหละต้องออกไปทำงาน
 สามี : จะออกรถไปทำไมกัน แล้วมอไซค์มันขี่
ไปไหนไม่ได้เหรอ
 เรา: ก็ขี่ได้ แล้วไม่คิดบ้างเหรอ
ว่าเผื่อหนูท้องล่ะ เผื่อเรามีลูกล่ะ เราจะขนไป
กันยังไง แล้วเดี๋ยวนี้ ราคารถมือสองก็ไม่ได้แพงเหมือนเมื่อก่อน
ไม่รีบซื้อตอนนี้ ระวังจะอดนะ เพราะราคารถ
มันไม่แน่นอน ช่วงนี้ราคารถมันกำลังลง
รีบๆซื้อมาใช้เถอะ
  สามี : เออ ความคิดเมิงนี่เข้าท่าว่ะ
งั้นเมิงก็เป็นแม่บ้านอยู่ในบ้านกรูนี่แหละ
ไม่ต้องออกไปไหน ขาดเหลืออะไรบอกกรู
เดี๋ยวกรูจะออกไปหางานข้างนอกเพิ่มเอง
 เรา : ก็ได้ ตกลงตามนี้นะคะที่รัก
    หลังจากที่เรากับสามีได้ตกลงเรื่องทำงาน
หาค่ารถกันแล้ว เราก็เริ่มคิดแผนจะหนีออกจาก
บ้านเขาละ ครั้นพอเราจะไปจริงๆ เราหันหลัง
กลับไปมองเขา เราเห็นเขาไปป่าวประกาศ
ให้คนในบ้านเขารับรู้อย่างดีใจว่า
: นี่ๆ ทุกคน ผมกำลังจะมีครอบครัวที่อบอุ่นแล้ว
เมียผมกำลังจะตั้งท้อง ผมกำลังจะมีน้องให้
ลูกผม และ ผมกับเธอ เรากำลังจะสร้างครอบ
ครัวไปด้วยกัน. พอเราเห็นเขาพูดแบบนั้น
เราเองก็อดกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้ แต่ยังไงๆ
เราก็ต้องใจแข็ง เราก็ต้องไปจากที่นี่ให้ได้
   จนกระทั่งวันทำงานวันแรกของสามีก็มาถึง
สามีเราดูตื่นเต้นกับงานใหม่มาก แถมก่อนไป
ทำงานยังมาหอมแก้ม หอมท้องเราอีก
แล้วก็นั่งคุยกับท้องเราว่า : พ่อจะทำเพื่อหนูนะ
หนูอยู่ในท้องแม่ อย่าดื้อล่ะ เดี๋ยวแม่ไม่ให้กินนมนะ.  ยิ่งเค้าทำแบบนี้ ทำไมเรารู้สึกผิดลึกๆ
ในใจยังไงก็ไม่รู้ ทั้งๆที่เราไม่ได้ท้อง
แต่เค้าก็มาทำอะไรแบบนี้  อีกใจเรา
ก็สงสารเค้า แต่ความเจ็บปวดที่ผ่านมานั้น
มันก็ยังคงอยู่  และแล้วพอเรามีโอกาสหนี
เราก็หนีออกมาอย่างไม่คิดเลยค่ะ
    แล้วเราก็โล่งใจ เมื่อตัวของเราได้อยู่บน
รถทัวร์โดยสารแล้ว ซึ่งตอนนั้นเราก็กะว่า
จะกลับไปบ้านเกิด เราก็นั่งรถไปจนเรากลับ
เราก็ต้องสดุ้งตื่นเมื่อสามีเราโทรหาเรา
เกือบ 20 สาย ทีแรกเรากะว่าจะไม่รับ
แต่พอเห็นเค้าโทรเข้าๆ เราก็ใจอ่อนยอมรับ
โทรศัพท์ เสียงที่เราได้ยินนั่นก็คือ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่