คือผมเรียนจบค่อนข้างช้าครับ เพราะเรียน 2 รอบ
รอบแรกเรียนได้ 2 ปีก็ต้องรีไทร์ออกมาก่อน เพราะว่าเกรดน้อยเกิน
หลังจากนั้นจึงมาเรียนมหาลัยเปิด เรียนภาพยนตร์ครับ
แต่ความรู้ที่ได้มาน่าจะเอาไปใช้งานไม่ได้จริงครับ เพราะว่าผมไม่เคยได้ฝึกวิชาชีพเลย
เนื่องจากเป็นมหาลัยเปิด ไม่ได้เข้าห้องเรียน สอบผ่านแต่ไม่มีประสบการณ์
ผมเรียนจบตอนอายุ 24 แต่ปีนั้นมหาลัยมีปัญหาติดขัด กว่าจะได้ใบจบก็ตอนอายุ 25 เลย
คือระหว่างที่เรียนมหาลัยรอบ 2 ผมคิดว่าแค่เรียนจบมาแล้วจะเปิดร้านเกม
เพราะคิดว่าเป็นงานง่ายๆ แค่เฝ้าร้านเฉยๆ และเราก็พอจะซ่อมคอมได้บ้างอยู่แล้ว
แต่ที่ไปเรียนมหาลัย คือตอนนั้นอยากได้รูปมาติดฝาบ้าน เพราะตั้งแต่เกิดมาญาติๆทุกคนมีรูปแบบนี้กันหมด
ผมจึงอยากมีรูปแบบนั้นเป็นของตัวเองบ้าง คือแค่อยากเรียนจบครับ เลยเลือกวิชาที่เรียนง่ายๆไว้ก่อน
เพราะคิดว่ายังไงเราคงไม่ไปสมัครงานที่ไหนอยู่แล้ว จะทำงานของตัวเองนี่แหละ
แต่ระหว่างที่รอใบจบอยู่นั้น แม่ผมบอกว่าคงเปิดร้านเกมไม่ได้แล้วนะ เพราะว่าติดขัดเรื่องทางด้านจริยธรรม
มันจะส่งผลต่อที่ทำงานของแม่ ผมก็เคว้งเลย เพราะไม่รู้จะไปทำอะไรได้
จะไปสายตรงที่จบมา ผมก็ทำงานนี้ไม่เป็นเลย เพราะไม่เคยได้ฝึกทำเหมือนคนเรียนมหาลัยปิด
ครั้นจะไปสอบงานราชการ วุฒินิเทศก็แทบจะไม่มีรับเลย
ผมอาจจะว่างงานมา 3 ปีหลังจากเรียนจบ แต่จริงๆแล้ว ผมว่างมาถึง 7 ปีแล้วครับ
เพราะตั้งแต่ออกจากมหาลัยแรกผมก็อยู่บ้านมาตลอด เรียนมหาลัยเปิดมันไม่ต้องไปเรียนอ่ะครับ
ทีแรกผมคิดว่าผมอยู่แบบนี้ได้นะ เราก็อยู่แบบพอเพียง กินแต่ข้าวไปวันๆ เสื้อผ้า มือถือ ไม่ต้องซื้อใหม่ ใช้เท่าที่พอมี
แต่ล่าสุดผมเพิ่งได้รับเชิญไปร่วมงานสังคม ผมถึงเพิ่งรู้ว่าเราอยู่แบบนี้ได้ก็จริง แต่มันต้องอยู่คนเดียว
แต่ถ้าเราต้องออกไปสู่สังคมเมื่อไหร่ เราจะลำบากมากเลยทีเดียว
เพราะผมไม่มีเสื้อผ้าที่เหมาะกับงานเลยครับ รองเท้ามีแต่รองเท้าแตะ กางเกงก็มีแต่กางเกงขาสั้น เสื้อก็เป็นเสื้อยืด ดีสุดก็เสื้อโปโล
มันก็คือชุดอยู่บ้านอันยาวนานของผมนี่เองครับ
สุดท้ายผมต้องไปยืมเสื้อเชิ้ตของพ่อมาใส่ ใช้กางเกงมหาลัย เข็มขัดที่ใส่ไปยังมีตรามหาลัยเลยครับ
พอกลับบ้านมา ผมมีแต่ความลำบากใจครับ เพราะรู้สึกว่าตัวเองดูเป็นคนหลงยุค เหมือนเค้าโตกันหมดแล้ว แต่เราเหมือนยังเรียนอยู่ปี 2 เท่าเดิม
ถ้าผมอยู่แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ มันจะจบตรงที่แม่ผมเกษียณแล้วเอาเงินบำเน็จมาเปิดกิจการที่บ้าน จากนั้นก็ยกให้ผมดูแลต่อ
ซึ่งถ้าจะรอถึงตอนนั้น ผมจะอายุ 32 ครับ
ผมมาคิดดู ว่าถ้าเพิ่งมีรายได้ตอน 32 เก็บเงินซัก 5 ปี เป็น 37 เริ่มมีเงินก็ไปจีบใครซักคน ดูใจกัน 2-3 ปีถึงแต่งงานกัน
ถึงตอนนั้นผมก็คงอายุล่วงเลยไปถึง 40 เริ่มสร้างครอบครัวตอนนั้นมันคงช้าเกินไปอยู่พอสมควรเลยครับ
ผมจึงอยากได้คำแนะนำดีๆซักหน่อยครับ ว่าถ้าผมอยากทำงาน สิ่งแรกที่ต้องเริ่ม มันต้องไปเริ่มที่ตรงไหนหรอครับ
ผมไม่เคยมีประสบการณ์ในการทำงานอะไรเลย แม้แต่ฝึกงานก็ไม่เคย หรือช่วยงานที่บ้านก็ไม่เคย
ความสามารถก็ดูเหมือนจะค่อนข้างน้อย ผมยังขับรถมอเตอร์ไซค์ไม่เป็นเลยครับ แต่ขับรถยนต์เกียร์ออโต้ได้
เคยอยากไปทำงานบนเรือ แต่ก็พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ไม่ทราบว่างานบนเรือสำราญที่เป็นเรือของไทยมันมีมั้ยครับ
ใครที่ว่างๆอยู่ก็รบกวนช่วยให้คำแนะนำถึงขั้นตอนในการเริ่มทำงานให้ผมหน่อยนะครับ
อยากลองสัมผัสชีวิตแบบที่ควรจะเป็นดูซักครั้งนึง
จะทำงานครั้งแรกตอนอายุ 28 ต้องเริ่มที่ตรงไหนครับ
รอบแรกเรียนได้ 2 ปีก็ต้องรีไทร์ออกมาก่อน เพราะว่าเกรดน้อยเกิน
หลังจากนั้นจึงมาเรียนมหาลัยเปิด เรียนภาพยนตร์ครับ
แต่ความรู้ที่ได้มาน่าจะเอาไปใช้งานไม่ได้จริงครับ เพราะว่าผมไม่เคยได้ฝึกวิชาชีพเลย
เนื่องจากเป็นมหาลัยเปิด ไม่ได้เข้าห้องเรียน สอบผ่านแต่ไม่มีประสบการณ์
ผมเรียนจบตอนอายุ 24 แต่ปีนั้นมหาลัยมีปัญหาติดขัด กว่าจะได้ใบจบก็ตอนอายุ 25 เลย
คือระหว่างที่เรียนมหาลัยรอบ 2 ผมคิดว่าแค่เรียนจบมาแล้วจะเปิดร้านเกม
เพราะคิดว่าเป็นงานง่ายๆ แค่เฝ้าร้านเฉยๆ และเราก็พอจะซ่อมคอมได้บ้างอยู่แล้ว
แต่ที่ไปเรียนมหาลัย คือตอนนั้นอยากได้รูปมาติดฝาบ้าน เพราะตั้งแต่เกิดมาญาติๆทุกคนมีรูปแบบนี้กันหมด
ผมจึงอยากมีรูปแบบนั้นเป็นของตัวเองบ้าง คือแค่อยากเรียนจบครับ เลยเลือกวิชาที่เรียนง่ายๆไว้ก่อน
เพราะคิดว่ายังไงเราคงไม่ไปสมัครงานที่ไหนอยู่แล้ว จะทำงานของตัวเองนี่แหละ
แต่ระหว่างที่รอใบจบอยู่นั้น แม่ผมบอกว่าคงเปิดร้านเกมไม่ได้แล้วนะ เพราะว่าติดขัดเรื่องทางด้านจริยธรรม
มันจะส่งผลต่อที่ทำงานของแม่ ผมก็เคว้งเลย เพราะไม่รู้จะไปทำอะไรได้
จะไปสายตรงที่จบมา ผมก็ทำงานนี้ไม่เป็นเลย เพราะไม่เคยได้ฝึกทำเหมือนคนเรียนมหาลัยปิด
ครั้นจะไปสอบงานราชการ วุฒินิเทศก็แทบจะไม่มีรับเลย
ผมอาจจะว่างงานมา 3 ปีหลังจากเรียนจบ แต่จริงๆแล้ว ผมว่างมาถึง 7 ปีแล้วครับ
เพราะตั้งแต่ออกจากมหาลัยแรกผมก็อยู่บ้านมาตลอด เรียนมหาลัยเปิดมันไม่ต้องไปเรียนอ่ะครับ
ทีแรกผมคิดว่าผมอยู่แบบนี้ได้นะ เราก็อยู่แบบพอเพียง กินแต่ข้าวไปวันๆ เสื้อผ้า มือถือ ไม่ต้องซื้อใหม่ ใช้เท่าที่พอมี
แต่ล่าสุดผมเพิ่งได้รับเชิญไปร่วมงานสังคม ผมถึงเพิ่งรู้ว่าเราอยู่แบบนี้ได้ก็จริง แต่มันต้องอยู่คนเดียว
แต่ถ้าเราต้องออกไปสู่สังคมเมื่อไหร่ เราจะลำบากมากเลยทีเดียว
เพราะผมไม่มีเสื้อผ้าที่เหมาะกับงานเลยครับ รองเท้ามีแต่รองเท้าแตะ กางเกงก็มีแต่กางเกงขาสั้น เสื้อก็เป็นเสื้อยืด ดีสุดก็เสื้อโปโล
มันก็คือชุดอยู่บ้านอันยาวนานของผมนี่เองครับ
สุดท้ายผมต้องไปยืมเสื้อเชิ้ตของพ่อมาใส่ ใช้กางเกงมหาลัย เข็มขัดที่ใส่ไปยังมีตรามหาลัยเลยครับ
พอกลับบ้านมา ผมมีแต่ความลำบากใจครับ เพราะรู้สึกว่าตัวเองดูเป็นคนหลงยุค เหมือนเค้าโตกันหมดแล้ว แต่เราเหมือนยังเรียนอยู่ปี 2 เท่าเดิม
ถ้าผมอยู่แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ มันจะจบตรงที่แม่ผมเกษียณแล้วเอาเงินบำเน็จมาเปิดกิจการที่บ้าน จากนั้นก็ยกให้ผมดูแลต่อ
ซึ่งถ้าจะรอถึงตอนนั้น ผมจะอายุ 32 ครับ
ผมมาคิดดู ว่าถ้าเพิ่งมีรายได้ตอน 32 เก็บเงินซัก 5 ปี เป็น 37 เริ่มมีเงินก็ไปจีบใครซักคน ดูใจกัน 2-3 ปีถึงแต่งงานกัน
ถึงตอนนั้นผมก็คงอายุล่วงเลยไปถึง 40 เริ่มสร้างครอบครัวตอนนั้นมันคงช้าเกินไปอยู่พอสมควรเลยครับ
ผมจึงอยากได้คำแนะนำดีๆซักหน่อยครับ ว่าถ้าผมอยากทำงาน สิ่งแรกที่ต้องเริ่ม มันต้องไปเริ่มที่ตรงไหนหรอครับ
ผมไม่เคยมีประสบการณ์ในการทำงานอะไรเลย แม้แต่ฝึกงานก็ไม่เคย หรือช่วยงานที่บ้านก็ไม่เคย
ความสามารถก็ดูเหมือนจะค่อนข้างน้อย ผมยังขับรถมอเตอร์ไซค์ไม่เป็นเลยครับ แต่ขับรถยนต์เกียร์ออโต้ได้
เคยอยากไปทำงานบนเรือ แต่ก็พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ไม่ทราบว่างานบนเรือสำราญที่เป็นเรือของไทยมันมีมั้ยครับ
ใครที่ว่างๆอยู่ก็รบกวนช่วยให้คำแนะนำถึงขั้นตอนในการเริ่มทำงานให้ผมหน่อยนะครับ
อยากลองสัมผัสชีวิตแบบที่ควรจะเป็นดูซักครั้งนึง