ปัญญหาจราจร (รถติด) ใน กทม. และ ในเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลก เกิด
จากมีการเปลี่ยนมาใช้รถเก๋ง (ส่วนตัว) มากขึ้น จึงทำให้เกิดปัญหาผิว
จราจรไม่พอใช้ (รถติด)
ทางแก้
(รถติด)
จะต้องทำให้คนในเมืองนั้น เปลี่ยนมาใช้รถสาธารณะมากขึ้น เช่นรถไฟฟ้า
และรถเมล์ เป็นต้น
รถไฟฟ้า ใน กทม. ปัญหาคือ ยังมีเส้นทาง และ จำนวนโบกี้น้อยเกินไป
ทางแก้
(รถไฟฟ้า)
โดยการเพิ่มเส้นทาง และโบกี้ให้มากขึ้น แต่จะต้องใช้เงินมาก และ ใช้
เวลาอีกนาน (หลายปี)
รถเมล์ ใน กทม. ปัญหาคือ วิ่งช้ากว่ารถเก๋งมากๆ เพราะ จะต้องวิ่งปะปน
ไปกับรถเก๋ง และ รถเมล์ มีภาระจะต้องจอดรับผู้โดยสารเกือบทุกป้าย
ทางแก้
(รถเมล์)
ให้รถเมล์วิ่งในช่องบัสเลน และ เปลี่ยน (เพิ่ม) สัญญาณไฟจราจร
(แดง เหลือง เขียว) สำหรับรถเมล์โดยเฉพาะ อีกแยกละ 1 จุด (ตามวิธีใน
วีดีโอ นี้) เพื่อทำให้รถเมล์วิ่งได้เร็วกว่ารถเก๋งมากๆ
https://www.youtube.com/watch?v=al7f0hNMvbU
โดยอาจจะค่อยๆเริ่มใช้วิธีในวีดีโอนี้ ในถนนที่ใหญ่ๆ ยาวๆ ก่อน หรือ
ในถนนที่มีปัญหาจราจรน้อยๆก่อน ถ้าได้ผลดีค่อยเพิ่มในถนนอื่นต่อไป
และเมื่อรถเมล์วิ่งได้เร็วกว่ารถเก๋งมากๆ ก็จะทำให้ผู้ใช้รถเก๋ง (ที่รีบ) เปลี่ยน
มาใช้รถเมล์ มากขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาจราจร (รถติด) ก็จะลดลงเรื่อยๆ เช่นกัน
สัญญาณไฟจราจร (แดง เหลือง เขียว) ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน เริ่มใช้
กันมาเกือบ 100 ปีแล้ว แต่ในปัจจุบัน ก็ยังไม่มีประเทศไหนในโลก เปลี่ยน
แปลงหรือพัฒนาให้ดีขึ้นเลย และเมื่อตอนที่เขาคิด (เมื่อเกือบ 100 ปีก่อน)
ก็ยังไม่มีรถเมล์ หรือปัญหารถติด หรือมีก็น้อย
แต่ในปัจจุบัน (ใน กทม.) มีรถเมล์จำนวนมาก ดังนั้น การจะมีสัญญาณไฟ
สำหรับรถเมล์โดยเฉพาะ จึงน่าจะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง และเหมาะสม เพื่อให้สิทธิ
รถเมล์มากกว่ารถเก๋ง
ทุกสิ่งทุกอย่าง ควรจะมีการพัฒนา ปรับปรุง ให้เหมาะสมกับยุกต์สมัย
และ เพื่อแก้ปัญหาที่เพิ่มมากขึ้น ซับซ้อนขึ้น เหมือนโทรศัพท์ ที่มี 2G 3G 4G
5G ในถนน ก็ยังมีทางด่วน ทางยกระดับ ทางข้าง ทางลอด มากมาย อย่าคิด
ว่าคนโง่ เกรงว่าเปลี่ยนแล้วคนจะไม่เข้าใจ เกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุ หรือ กลัวโน่น
กลัวนี้ จึงต้องใช้สัญญาณไฟจราจร (แดง เหลือง เขียว) ไปจนถึงชาติหน้า ???
ทั้งหมดนี้อยู่ที่รัฐบาล ว่าจะเอาอย่างไร
รายละเอียดเรื่องนี้ ผมเขียวในพันทิพ หลายกระทู้ เช่น "รถเมล์ แก้รถติด" เป็นต้น
สนใจดูย้อนหลังได้ หรือ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกเว็บ a3n3t3.ran4u.com
สัญญาณไฟจราจร (แดง เหลือง เขียว) คิดกันชาตินี้ จะใช้กันถึงชาติหน้าเลยหรือ ??
จากมีการเปลี่ยนมาใช้รถเก๋ง (ส่วนตัว) มากขึ้น จึงทำให้เกิดปัญหาผิว
จราจรไม่พอใช้ (รถติด)
ทางแก้ (รถติด)
จะต้องทำให้คนในเมืองนั้น เปลี่ยนมาใช้รถสาธารณะมากขึ้น เช่นรถไฟฟ้า
และรถเมล์ เป็นต้น
รถไฟฟ้า ใน กทม. ปัญหาคือ ยังมีเส้นทาง และ จำนวนโบกี้น้อยเกินไป
ทางแก้ (รถไฟฟ้า)
โดยการเพิ่มเส้นทาง และโบกี้ให้มากขึ้น แต่จะต้องใช้เงินมาก และ ใช้
เวลาอีกนาน (หลายปี)
รถเมล์ ใน กทม. ปัญหาคือ วิ่งช้ากว่ารถเก๋งมากๆ เพราะ จะต้องวิ่งปะปน
ไปกับรถเก๋ง และ รถเมล์ มีภาระจะต้องจอดรับผู้โดยสารเกือบทุกป้าย
ทางแก้ (รถเมล์)
ให้รถเมล์วิ่งในช่องบัสเลน และ เปลี่ยน (เพิ่ม) สัญญาณไฟจราจร
(แดง เหลือง เขียว) สำหรับรถเมล์โดยเฉพาะ อีกแยกละ 1 จุด (ตามวิธีใน
วีดีโอ นี้) เพื่อทำให้รถเมล์วิ่งได้เร็วกว่ารถเก๋งมากๆ
https://www.youtube.com/watch?v=al7f0hNMvbU
โดยอาจจะค่อยๆเริ่มใช้วิธีในวีดีโอนี้ ในถนนที่ใหญ่ๆ ยาวๆ ก่อน หรือ
ในถนนที่มีปัญหาจราจรน้อยๆก่อน ถ้าได้ผลดีค่อยเพิ่มในถนนอื่นต่อไป
และเมื่อรถเมล์วิ่งได้เร็วกว่ารถเก๋งมากๆ ก็จะทำให้ผู้ใช้รถเก๋ง (ที่รีบ) เปลี่ยน
มาใช้รถเมล์ มากขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาจราจร (รถติด) ก็จะลดลงเรื่อยๆ เช่นกัน
สัญญาณไฟจราจร (แดง เหลือง เขียว) ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน เริ่มใช้
กันมาเกือบ 100 ปีแล้ว แต่ในปัจจุบัน ก็ยังไม่มีประเทศไหนในโลก เปลี่ยน
แปลงหรือพัฒนาให้ดีขึ้นเลย และเมื่อตอนที่เขาคิด (เมื่อเกือบ 100 ปีก่อน)
ก็ยังไม่มีรถเมล์ หรือปัญหารถติด หรือมีก็น้อย
แต่ในปัจจุบัน (ใน กทม.) มีรถเมล์จำนวนมาก ดังนั้น การจะมีสัญญาณไฟ
สำหรับรถเมล์โดยเฉพาะ จึงน่าจะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง และเหมาะสม เพื่อให้สิทธิ
รถเมล์มากกว่ารถเก๋ง
ทุกสิ่งทุกอย่าง ควรจะมีการพัฒนา ปรับปรุง ให้เหมาะสมกับยุกต์สมัย
และ เพื่อแก้ปัญหาที่เพิ่มมากขึ้น ซับซ้อนขึ้น เหมือนโทรศัพท์ ที่มี 2G 3G 4G
5G ในถนน ก็ยังมีทางด่วน ทางยกระดับ ทางข้าง ทางลอด มากมาย อย่าคิด
ว่าคนโง่ เกรงว่าเปลี่ยนแล้วคนจะไม่เข้าใจ เกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุ หรือ กลัวโน่น
กลัวนี้ จึงต้องใช้สัญญาณไฟจราจร (แดง เหลือง เขียว) ไปจนถึงชาติหน้า ???
ทั้งหมดนี้อยู่ที่รัฐบาล ว่าจะเอาอย่างไร
รายละเอียดเรื่องนี้ ผมเขียวในพันทิพ หลายกระทู้ เช่น "รถเมล์ แก้รถติด" เป็นต้น
สนใจดูย้อนหลังได้ หรือ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกเว็บ a3n3t3.ran4u.com