เครียดเรื่องเรียนต่อมหาลัยมากเลยค่ะ เรียนไม่ดี มีพื้นฐานน้อยตั้งแต่ม.ต้น ช่วยเข้ามาแนะนำหน่อย

กระทู้คำถาม
ใครที่มองหาแก่นแท้ของเรื่อง เลื่อนลงไปตรงสรุปเลยนะคะ อันนี้เล่าให้ฟังสนุกๆเฉยๆอมยิ้ม22



ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ ม.4 กำลังจะขึ้น ม.5 ค่ะ เกร่นก่อนเลยว่า เราเป็นเด็กวัยรุ่นธรรมดาๆคนนึง คือ ก็จะออกไปทางไม่ตั้งใจเรียนเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ถึงกับเกนะ ก็ยังเข้าทุกคาบ ไม่มีโดด ขาดเรียน หรือหนีเที่ยวอะไร ไม่เคย!!


    แจงก่อนว่า ตอน ม.ต้น เป็นเด็กที่ไม่ค่อยจะสนใจอะไรเท่าไหร่ เรียนก็เรียนไปวันๆ เอาให้แค่จบๆไป แล้วก็เป็นคนที่หลับบ่อยมากกก!! งานก็ส่งบ้างไม่ส่งบ้าง แต่ก็ยังทรงตัวรอดมาได้


    ช่วงใกล้จบ ม.3 จะเป็นช่วงที่งงกับตัวเองที่สุด เพราะเพื่อนในห้องแต่ล่ะคนก็ถือว่าเก่งพอตัว แล้วเค้าก็จะพูดกันว่าแบบ “กูอยากไปรร.นั้น”  “กูไปสอบรร. นี้มาว่ะ” “!! กูติดรร.เรียนนั้นด้วย!” ไอ่เราก็แบบ...โห แล้วตัวกูล่ะ!555


    ตอนแรกก็ตัดใจไม่คิดอะไร กะว่าเรียนยิ้มที่เดิมนี่แหละ แต่ไม่รู้ว่าคิดยังไงนะ จู่ๆก็รู้สึกว่าอยากลองอะไรใหม่ดู ประสบการณ์ใหม่ๆ สังคมใหม่ เพื่อนใหม่ (ตอนนั้นก็ออกจะรักเพื่อนพอสมควร) เผื่ออะไรๆจะดีขึ้น เลยตั้งเป้าร.ร.ๆนึงในจังหวัดไว้ ซึ่งเป็นเหมือนกับร.ร.อันดับ2 ของจังหวัด คือ ณ ตอนนั้นกดดันไปหมด จากเป็นคนที่แตะหนังสือได้ไม่นาน กลายเป็นอ่านทั้งวัน(แต่ก็ทำได้ประมาณ 3 วันนี่แหละ555) เพราะด้วยความที่เรียนๆเล่นๆมาตลอด พื้นฐานก็จะน้อยกว่าชาวบ้านเค้าอยู่มาก กลัวไม่มีที่เรียน เพราะตอนนั้นที่เราสอบของร.ร.เก่าไปและแน่นอนว่ายังไงก็ติด แต่ถ้าเราไม่จ่ายเงินประกัน เค้าก็จะตัดรายชื่อเราทิ้ง อีนี่ด้วยความที่เป็นคนโผงผาง คิดไรได้จะทำทันที เลยตัดสินใจว่า”โอเค ไม่จ่าย” ถ้าสอบร.ร.นั้นติดล่ะเสียดายตังค์แย่ ตั้งหลายพันเลยนะเว้ย555


    สุดท้ายผลออกมา เห้ยติดว่ะ!! (ถึงแม้อันดับจะลอยไปไกลหน่อยก็เถอะ555)

    สิ่งที่ได้จากช่วงเวลานั้น ทำให้เรารู้ว่า เออ เอาจริงๆถ้ากูจะทำกูก็ทำได้นะ อาจจะยากหน่อย แต่มันก็ไม่ได้ยากเบอร์นั้น แค่เราดันขี้เกียจและไม่ใส่ใจเท่านั้นเอง


    ขึ้นม.4 มา แน่นอนว่าหลายๆอย่างเปลี่ยนไปเยอะมาก ทั้งสภาพแวดล้อม สังคม เพื่อน ครู แต่ก็ถือว่าไปในทางที่เราคาดหวังไว้นะ แล้วด้วยความเป็นร.ร.ในตัวจังหวัด การแข่งขันมันก็จะสูงขึ้นเยอะจากเดิมที่เราเคยอยู่ ภาษาการพูดคุย(หมายถึงเรื่องที่คุยนะ ภาษาก็ยังคงไทยอีสานอย่างเดิมแหละ)ที่เน้นไปทางการเรียน เรื่องความสวยความงาม(จากที่เคยเป็นผู้หญิงแมนๆเตะบอล) แล้วก็เรื่องผู้ชาย555(ด้วยความที่ร.ร.นี้เคยเป็นร.ร.หญิงล้วนมาก่อน) เพื่อนที่จากเดิมก็ชวนกันเล่น ลากกันเรียน ตอนนี้ส่วนใหญ่จะเป็นเพื่อนที่คอยดึงสติเราเวลาออกนอกลู่นอกทาง สังคมทั้งด้านผู้ใหญ่ไม่ว่าจะเป็นคุณครูก็จะดูมีระบบระเบียบเป็นทางการมากขึ้นจากที่เคยอยู่กับครูที่พูดเล่นพูดหัวได้ สอนแบบขอไปที ให้คะแนนลวกๆ(บางคนนะเว่ย) ก็ดูจะเข้มงวดมากขึ้น และที่สำคัณคือ เราได้มาอยู่หอ! คนเดียว!


    จ่ะ!!!


    ช่วงแรกๆก็เสียศูนย์นิดหน่อย แต่ด้วยความสปีชีส์กิ้งก่า เลยปรับตัวเข้ากับเรื่องพวกนี้ได้ไม่ยาก หลังจากนั้นไม่นานก็ตั้งเป้าไว้ว่า “กูจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง” จะขยันขึ้น จะไม่กลับไปยืนอยู่จุดๆเดิมอีก หลังจากนั้นก็พยายามโฟกัสการเรียนมากขึ้น มีบางครั้งที่สันดารเก่ามันหลุด ก็จะมีหลับบ้าง ขี้เกียจบ้าง ลืมส่งงานบ้าง แต่ก็จะมีเพื่อนคอยช่วยเตือนอยู่ตลอด เลยพอประคองตัวเองมาได้บ้าง และด้วยความที่เป็นม.4 ก็จะมีวิชาใหม่ๆ เรื่องใหม่ๆเข้ามาให้ได้เรียนปวดหัวเล่นๆ อันนี้ยังพอแฮปปี้ แต่อีตัวที่มีความรู้พื้นฐานจากม.ต้นเข้ามาเกี่ยวข้องนี่บอกเลยว่าเพลียจิตกับมันมากก!! แต่เราก็กัดฟันฝ่าความขี้เกียจออกมา พยายามทำความเข้าใจ พยายามเรียนในห้องเรียนให้ได้เต็มประสิทธิภาพ


    และช่วงสอบกลางภาคก็มาถึง...ผลลัพธ์ที่ออกมาบอกเลยว่าทำให้รู้สึกแย่อยู่พอตัว

    คือเราไม่เคยพยายามกับอะไรเลย แล้วครั้งนึงเราลองพยายาม แต่ผลที่ออกมามันไม่ได้เท่าที่เราคาดหวังอ่ะ แต่อย่างคิดว่าเราจะนั่งร้องไห้ฟูมฟายหรือซึมเป็นหมาหงอย มันไม่มีวันนั้นหรอกจ่ะ!!! อย่างที่บอกว่าเราเป็นคนที่ไม่ได้ซีเรียสกับอะไรเลย เลยไม่ได้แสดงออกหรือมีผลกระทบอะไรมากมาย แต่มันทำให้เราเสียความรู้สึกมากเลยทีเดียว ถึงเวลาเพื่อนถามจะบอกว่าด้อนแคร์ก็เหอะ!  


    ผ่านพ้นช่วงสอบมาเราก็กลับมาใช้ชีวิตปกติ แต่จากที่มีกำลังอยู่100 มันเหลือแค่50กว่าเอง วินัยเริ่มย่อน เริ่มจะกลับมานอนตอนเรียน(แต่ลดน้อยลงมาก) เหม่อตอนครูสอน ลืมการบ้านนั่นนี่ แต่ก็ยังท่องไว้ในใจเสมอว่าตั้งใจหน่อยๆๆๆ


มีช่วงนึงที่เรียนวิชาวิชานึง แล้วเราไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ ด้วยที่เป็นช่วงขี้เกียจแล้ว เลยคิดว่าช่างยิ้มเหอะซะงั้น5555
    

    หลายอย่างมันเริ่มยุ่งเหยิงขึ้น งานนั่นงานนี่ งงวิชานั้น ไม่เก็ทวิชานี้ เรียนไม่ทันชาวบ้านบ้าง งานบางงานจู่ๆก็โผล่มา เพื่อนก็ส่งกันพร้อมหน้า ส่วนกูก็แบบ...สั่งตอนไหนวะ?


    ณ ปัจจุบันเราปล่อยให้เป็นเรื่องของเวรกรรมไปแล้ว ที่ต้องทำตอนนี้ก็มีแค่ปั่นงานส่ง ส่วนใหญ่ก็ลอกเพื่อนส่ง วันไหนวิญญาณคนดีเข้าสิงก็จะเอาโจทย์มาเทียบกับกับตัวอย่าง แล้วก็ทำส่งแบบมั่วๆ เรียนในห้องได้แค่ 60-70% บางวิชา 50 บางวิชาไม่ได้ห่าไรเลยก็มี สอบเก็บคะแนนนี่อย่าได้พูดถึง...


    เรากลับมายืนอยู่ในจุดที่เรียกว่าเรียนไม่รู้เรื่องอีกครั้ง ไม่รู้ตัวเลยว่าเดินสะดุดลงมาตอนไหน แต่มันก็ตกลงมาแล้ว T T


    เราเริ่มมารู้สึกตัวอีกครั้งช่วงไม่นานมานี้ ว่าที่กำลังเรียนๆอยู่เนี่ย ไม่ใช่แค่อนาคตนะ อย่าลืมว่านี่มันอนาคตพ่อแม่อนาคตครอบครัวด้วย(นี่คุยกับตัวเอง555) คือพอรู้ตัวเองอยู่บ้างแล้วแหละว่าชอบอะไร อยากไปทางไหน แต่ไม่ถึงกับว่ารักมาก เป็นชีวิตจิตใจเลย แต่ก็รู้ว่าตอนนี้ สิ่งเหล่านี้มันใช่และชัดเจนที่สุดในตอนนี้(อาจมีการไขว้เขวในอนาคต)เลยตั้งเป้าไว้ให้ชีวิตดูมีเป้าหมายให้วิ่งเข้าหาบ้างเท่านั้นเอง


    รู้ว่ายังพอมีเวลา แต่ลึกเราก็นอยอยู่ว่า มันสายเกินไปแล้วรึเปล่า? ที่จะเริ่มใหม่(ตั้งแต่ม.ต้นเลยนะเว้ย!) กลัวเตรียมตัวไม่ทัน กลัวสอบไม่ติด อีกอย่างคือรอบข้างเรามีแต่คนที่เค้าเตรียมตัวมานานและมีพื้นฐานมากกว่า(เชื่อว่าอย่างนั้น) ไหนจะตัวอย่างพวกพี่ๆม.6ที่นั่งอ่านหนังสือกันหน้าดำหน้าแดง ติดบ้างไม่ติดบ้าง ก็มีมันดูยากมาก อยากลองพยายามใหม่แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนก่อนดี เพราะตอนนี้มันพันกันไปหมดเลย55555



ไม่รู้เพ้อเจ้ออะไรของมันซะยาวเยียด5555
ขออนุญาตสรุปตรงนี้นะคะ



ตอนนี้เรียนอยู่ม.4 สายวิท-คณิต ค่ะไม่ค่อยมีพื้นฐานมาตั้งแต่ม.ต้นแล้ว เป็นคนที่ไม่จริงจังกับอะไรสักเท่าไหร่ เวลาจริงจังก็จะจริงจังมากๆ โฟกัสสุดๆ แต่ก็จะทำได้ไม่นาน แล้วก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม เป็นกงกรรมกงเกวียนอยู่อย่างนี้
    คือไม่ค่อยตั้งใจเรียนมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แล้วมีวันนึงมันมาถึงจุดที่จิตสำนึกเราบอกว่าควรจะต้องมองอนาคตได้แล้ว และสิ่งๆแรกที่นึกได้และเป็นปัญหาอันโอฬารอยู่ก็คือการเข้ามหาลัยค่ะ



    เราเริ่มจากค้นหาตัวเองสรุปได้ว่า เราชอบและอยากไปอยู่สองสาย

1.    ไปทางอาร์ต เพราะส่วนตัวชอบและถนัดมาตั้งแต่ไหนแล้ว ที่คิดไว้ก็มี งานออกแบบ สถาปัตย์ นิเทศ แล้วก็ทำหนัง เขียนนิยาย ทำนองเนี้ย!!

2.    คอมพิวเตอร์ เรามารู้ตัวเมื่อไม่นานมานี้ว่าเราหลงเสน่ห์คอมพิวเตอร์ไปแล้ว ที่คิดไว้ก็มี วิศวะคอม ซึ่งทางนี้เราศึกษาไว้จริงจังมาก


โอเค เราก็เริ่มศึกษาพวกมันไปเรื่อยๆ แล้วก็พบว่าแต่ล่ะอย่าง มันมีเสน่ห์และความยากของมันอยู่ เอาซะลังเลหนักมากเหมือนกัน


    ขอแจงก่อนว่า...
-    เราเป็นพวกจริงจังสุดๆในช่วงแรกๆ จะทำอะไรก็ทำได้ไม่นาน แล้วก็เลิก
-    เราเป็นสายขี้เกียจ แม้จะพยายามสรรหาหลักจิตวิทยาต่างๆนาๆมาไล่ความขี้เกียจออกไป แต่ก็อย่างที่บอกไว้ ว่าเราทำได้ไม่นาน
-    ครอบครัวไม่กดดันนะคะ พ่อแม่ให้อิสระแล้วก็เข้าใจเราดีทุกอย่าง แต่ก็ไม่ถึงกับปล่อยไปเลยนะคะ เกรดตกก็มีหูชาเหมือนกัน แต่ก็ยังอยู่ในเวลที่เราคิดว่ามันสมเหตุสมผล มันเลยยิ่งทำให้เรากดดันตัวเอง ทำให้ไม่อยากทำให้เค้าสองคนผิดหวัง อยากให้เค้าภูมิใจในตัวเรา



เริ่มคำถามตรงนี้เลยนะ


-    ด้วยความไร้พื้นฐานตั้งแต่ม.ต้น อยากรู้ว่ามีวิธีไหนที่ช่วยทำให้เข้าใจบทเรียนตอน ม.ต้นได้ง่ายแบบเบๆพอ เอาแค่ประดับสมอง

-    ใครมีวิธีที่ทำให้เราเป็นคนพยายามจนถึงที่สุด ไม่ครึ่งๆกลางๆแบบอีนี่บ้าง มันเป็นปัญหากับชีวิตเรามากกก แชร์หน่อย พรีสส

-    ช่วยอธิบายเรื่องระบบการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการเข้าศึกษาต่อในมหาลัยให้ฟังหน่อย ทั้ง Gat Pat ,แอดมินชั่น ,สอบโควตา การยื่นเรื่องเข้ามหาลัย ต่างๆนาๆร้อยแปดพันเก้าประการที่เราเริ่มจะตามไม่ทันแล้วพี่บัวลอย!! จะเป็นพระคุณอย่างสูงยิ่ง(จริงๆนะ)

-    ขั้นตอนการเตรียมตัวยื่นเรื่องเข้ามหาวิทยาลัยต้องทำอะไรบ้าง ติดต่อยังไง เตรียมอะไรบ้าง สอบอะไรบ้าง มีอะไรบ้าง (ขอแบบละเอียด//ก้มกราบ)

-    อย่างที่อธิบายไปทั้งหมดทั้งมวล เริ่มตั้งแต่ ไม่ตั้งใจเรียน กะเลวราก มีพื้นฐานตอนม.ต้น น้อยมาก ณ ปัจจุบันก็หัวโล่งมากเวอร์ มีสิทธิ์หวังเกาะรั้วมหาลัยไหม หรือแนะนำหน่อยว่าควรจะทำยังไงให้ภายในเวลาระยะเวลา 2 ปีนี้ ให้เราสามารถเตรียมตัวเตรียมใจไปสอบเข้ามหาลัย และติดอย่างสง่างาม แม้จะได้อยู่หางก็ถือว่าดีมากแล้ว  

**ประเด็นเด็ด 7 สีอีกอย่างก็คือที่ผ่านมาทำเกรดได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ยิ่งเทอมที่แล้วที่เข้า ม.4 มาแล้วปรับตัวกับวิชามหาประลัยทั้งหลายยังไม่ได้ได้เนี่ย คือต่ำเตี้ยเรี่ยดินมากกว่าตอนเรียนๆเล่นอีกพูดเลอะ!! แถมยังได้ยินมาว่าเกรดช่วงนี้สำคัญมาก ควรทำไงดีคะ



ขอความกรุณาจริงๆนะคะ เครียดจริงๆ ใครที่พอทราบ ช่วยเจียดเวลาตอบด้วยเถอะคะ จะเป็นพระคุณต่ออีช่อยอย่างสูงส่งเลย T T
ร้องไห้อมยิ้ม17ปลื้มปริ่ม
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่